GADGETs

The New Super Chronomat: เพิ่มพลังให้กับเหล่าสุดยอดนาฬิกาสปอร์ตจาก Breitling

By: BAO May 7, 2021

นาฬิกา Super Chronomat (ซุปเปอร์ โครโนแมต) คือ นาฬิกาในตระกูล Chronomat (โครโนแมต) ที่โดดเด่นที่สุดของ Breitling (ไบร์ทลิ่ง) จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นทางเลือกอันยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับผู้ที่ต้องการนาฬิกาที่มีความสมดุล ระหว่างความทนทานและความมีสไตล์ โดยได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Frecce Tricolori (ฟรีคเช่ ตรีโคโลรี่) ที่ Breitling สร้างขึ้นสำหรับฝูงบิน Italian Air Force’s Aerobatic Fleet (อิตาเลี่ยน แอร์ฟอร์ซส แอโรบาติก ฟลีต) ในปี 1983 ซึ่ง Super Chronomat (ซุปเปอร์โครโนแมต) คือนาฬิกาสปอร์ตที่ถูกเพิ่มพลัง และความอเนกประสงค์ไปจนหรูหราพอที่จะใส่ไปงานเลี้ยงมื้อค่ำได้เช่นกัน

“นี่คือนาฬิกาที่คุณจะสังเกตได้โดยไม่ต้องสงสัย” Georges Kern (จอร์จส์เคิร์น) Breitling CEO (ไบร์ทลิ่งซีอีโอ) กล่าวว่า “นาฬิกาเรือนนี้
แข็งแกร่งพอสำหรับทุกสถานการณ์แต่ก็ไม่ขัดต่อสไตล์ของคุณ”

ตามแบบฉบับดั้งเดิมของ Chronomat ด้วยหมุดป้องกันกระจกหน้าปัด Sapphire ที่ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกาสามารถถอดสลับ ตำแหน่งกันได้ทำให้สามารถใช้จับเวลาถอยหลังได้พร้อมด้วยตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตรจึงทำให้คอลเลกชั่น Super Chronomat เป็นนาฬิการุ่นที่โดดเด่นที่สุด โดยคุณสมบัติใหม่ที่สำคัญได้แก่ ขอบหน้าปัดสเตนเลสสตีล พร้อมหลักหมุดเซรามิกเป็นครั้งแรกในนาฬิกา Chronomat รวมทั้งสายยาง Rouleaux (ฮูลู) หรือสายโลหะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกับตัวยึดสายแบบบานพับปีกผีเสื้อ โดยสายยางรุ่นใหม่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคนิคการฉีดขึ้นรูปที่ทันสมัย มีลวดลายแตกต่างกัน 3 แบบ เคลือบผิวด้าน และมีมิติอันน่าทึ่ง

มาในรูปแบบสามสี

นาฬิกา Super Chronomat B01 44 (ซุปเปอร์โครโนแมต บี01 44) มาพร้อมกัน 3 รุ่น โดย 2 รุ่นแรกใช้ตัวเรือนสเตนเลส สตีล พร้อมหน้าปัดและขอบหน้าปัดสีดำ หรือน้ำเงิน และรุ่นที่ 2 หน้าปัดและขอบหน้าปัดสีน้ำตาลร่วมกับตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุ Red Gold 18K (เรดโกลด์ 18 กะรัต) ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมกับหน้าปัดย่อยสำหรับบันทึกเวลาสีเงิน และขับเคลื่อนด้วยกลไก Breitling Manufacture Caliber 01 (ไบร์ทลิ่งแมนูแฟคเจอร์คาบิเบอร์ 01) สำรองพลังงาน 70ชั่วโมง และผ่านการทดสอบจากสถาบัน COSC  พร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึก 200 เมตร

สำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษ เรามีรุ่นหน้าปัดสีดำที่มาพร้อมหน้าปัด UTC Module (ยูทีซีโมดูล) บอกเขตเวลาที่ 2 ฝังอยู่บนสายโลหะแบบ Rouleaux โดยอ้างอิงถึง Universal Time Coordinated (ยูนิเวอร์แซล ไทม์คัวดิเนท) ที่ใช้ในการดูเวลาในเขตเวลาที่ 2 และเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของ Breitling ในช่วง 1980s

เพียงครั้งเดียวในทุก ๆ ปีอธิกสุรทิน

ตามความหมายของชื่อ Super Chronomat 44 Four-Year Calendar (ซุปเปอร์โครโนแมต 44โฟร์-เยียร์คาเลนดาร์) มีปฏิทินกึ่งถาวรที่ต้องปรับ เพียงครั้งเดียวทุก ๆ ปีอธิกสุรทินหรือทุก ๆ 1461 วัน โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ หน้าปัดสีดำพร้อมหน้าปัดย่อยสำหรับบันทึกเวลาสีเดียวกัน กับขอบหน้าปัดสเตนเลสสตีลพร้อม Insert Ceramic  สีดำสลับกับ Red Gold 18K หรือ หน้าปัดสีน้ำเงินพร้อมหน้าปัดย่อยสำหรับบันทึกเวลา กับขอบหน้าปัด Red Gold 18K (เรด โกลด์18 กะรัต) พร้อม Insert Ceramic   สีน้ำเงิน โดยนาฬิกากันน้ำลึก 100เมตร และขับเคลื่อนด้วยกลไก Breitling Caliber 19 (ไบร์ทลิ่ง คาลิเบอร์19) ซึ่งเป็นกลไกจับเวลาที่ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงจากสถาบัน COSC พร้อมฟังก์ชั่นปฏิทินกึ่งถาวรบอก วัน, วันที่, เดือน และข้างขึ้นข้างแรม

ตัวแทนแห่งยุคสมัย

เมื่อ Breitling (ไบร์ทลิ่ง) เปิดตัวนาฬิกา Chronomat (โครโนแมต) ครั้งแรกในปี 1984 ที่เป็นการบ่งบอกถึงการกลับมาของนาฬิการะบบกลไกจักรกลจากสวิส หลังจากที่กลไกควอทซ์ได้ครองตลาดในช่วง 1970s ซึ่งเป็นนาฬิการะบบกลไกจักรกลที่น่าประทับใจและได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ชนะจากนาฬิกาควอทซ์เรือนบาง ด้วยสัดส่วนการจำหน่ายที่โดดเด่นและกลายเป็นตัวแทนแห่งยุคนั้น

นอกจากนี้นาฬิกา Chronomat (โครโนแมต) ยังช่วยให้ Breitling (ไบร์ทลิ่ง) ได้เฉลิมฉลองครบรอบร้อยปีอย่างมีสไตล์ซึ่งนับว่าเป็นการกลับมาของนาฬิกากลไกจักรกลจับเวลาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ให้กับแบรนด์โดยมรดกทางเทคนิคนี้รวมกับรหัสการออกแบบที่มีสไตล์เฉพาะตัว ทำให้ Chronomat (โครโนแมต) เป็นนาฬิกาสปอร์ตสุดชิคในยุคนั้นและกลับมาอีกครั้งวันนี้สำหรับซุปเปอร์ฮีโร่ในชีวิตประจำวันเพื่อแสวงหาการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ต่อไป



 

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line