Business

THE REAL: GIFT LEE ความแน่นอนบนเส้นทาง CREATOR กับยุคของการเป็นเป็ดที่เจ๋งกว่าใคร

By: cheshire October 5, 2020

ในวงการ Creator ของไทย ณ ปัจจุบัน เต็มไปด้วยเหล่าคนทำคอนเทนต์ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ที่ต่างก็นำเสนอเนื้อหาในแบบของตัวเอง มีการใส่ความ Creative ลงไปในงานและเพิ่มตัวตนให้เป็นที่น่าจดจำ แต่ถ้าให้พูดถึง Creator ที่มีสไตล์การเล่าที่โดดเด่น ย่อยง่าย มีความเป็นตัวเองสูง ไม่มีใครไม่นึกถึงเธอคนนี้อย่างแน่นอน ‘Gift Lee’ Creator สายอาร์ต เจ้าของเพจ Gift Lee ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

บทความนี้เราจะพาไปดูมุมมองและ Inspiration ของเธอกันดีกว่า ว่าก่อนจะมาถึงจุดนี้ อะไรคือสิ่งที่ทำให้กิฟท์กลายมาเป็นกิฟท์ในวันนี้ได้ ตามไปพบกับบทสัมภาษณ์สุด Exclusive จาก UNLOCKMEN ได้เลยครับ


‘วริษฐา ลีลเศรษฐพร’ ‘กิฟท์’ ‘Gift Lee’ นี่คือ Creator คุณภาพหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในวงการมีเดีย ณ ตอนนี้

กิฟท์ ก็คือคนทำงานทั่วไปเหมือนเรา ๆ นี่แหละ มีทั้งสิ่งที่ต้องทำ เพื่อจะได้ไปทำสิ่งที่อยากทำ และในอีกด้านหนึ่ง เธอก็มีงานอดิเรกของตัวเองอย่างการวาดสีน้ำ

เด็ก ‘ถาปัตย์คนนี้ใช้เวลาว่างไปกับการละเลงศิลปะ โดยมีพื้นที่เล็ก ๆ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นที่โชว์ผลงาน แล้วดันมีคนชอบ มีคนติดตาม โดยมีคนแชร์อัลบั้มนั้นเยอะมาก ๆ และเพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่ส่วนตัว กิฟท์ก็เลยไปเปิดเพจขึ้นมา เพื่อลงผลงานสีน้ำให้คนเสพโดยเฉพาะ

“Gift Lee Water Colour เกือบเคยมาเป็นชื่อเพจอย่างเป็นทางการ ถ้ากิฟท์ไม่ตะหงิด ๆ กับตัวเองซะก่อนว่าจริง ๆ เราก็ไม่ได้อยากชัดเจนขนาดนั้นหนิ เราชอบหลายอย่าง อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่าง มีช่วงหนึ่งที่กิฟท์หันไปทำ Travel Blogger อยู่สักพัก ก่อนจะรู้ตัวว่ามันไม่ใช่เลย จะให้มาจำเส้นทาง จำงบนั่นนี่ น่าจะไปไม่รอด ก็เลยลงแค่รูปถ่าย รูปสถานที่ รูปวิวต่าง ๆ จากภาพวาดสีน้ำเลยกลายมาเป็นแนวถ่ายรูป แต่งรูป”

จนถึงตอนนี้ ก่อนจะกลายมาเป็น Content Creator สาย Visual Design ที่โดดเด่นทั้งสไตล์การเล่า เปี่ยมไปด้วยความอาร์ตและมีความ Unique สูงมาก จนมียอด Follower เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนจากงานอดิเรกเป็นงานเสริมที่มีรายได้ มีแบรนด์สนับสนุน ซึ่งทัศนคติและความคิดความอ่านของ Gift Lee บอกเลยว่าน่าสนใจมาก มีหลายแง่มุมที่สาย Creator อย่างเรา ๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้กับคนที่กำลังจะหมดไฟ และสามารถจุดประกายให้กับ Creator หน้าใหม่ได้ในเวลาเดียวกัน


“กิฟท์เชื่อว่าการเลือกเรียนสถาปัตย์ จบออกมาจะสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เพราะตอนนั้นก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากเรียนอะไร แต่เพราะความอยากมีวิชาชีพติดตัวประมาณหนึ่ง อนาคตคงไม่มีปัญหาในการหางานแน่ ๆ สถาปัตย์จึงเป็นทางที่เลือกเองในตอนนั้น ก่อนจะเริ่มงานเป็นสถาปนิกออกแบบบ้านในบริษัทเล็ก ๆ หลังเรียนจบ ทำอยู่ได้ 1 ปี ก็เริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทาง

“ลึก ๆ แล้ว เราอยากทำมีเดียมานานแล้ว เห็นคนจบ ‘ถาปัตย์ ออกมาทำมีเดียก็เยอะ แต่ตอนนั้นเรายังไม่กล้าพุ่งไปทางนั้น”

‘ความไม่แน่นอน’ กลับทำให้เห็น ‘ความแน่นอน’ ชัดขึ้น เมื่อตัวตนของกิฟท์เริ่มเผยให้เห็น Passion มากขึ้นเรื่อย ๆ อะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง จิตใต้สำนึกจะปฏิเสธมันทั้งหมด เส้นทางสู่การเป็น Creator จึงชัดเจนขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องมองหาลู่ทางด้วยซ้ำ บางทีตัวตนของเรามันก็อยู่ตรงหน้าเรานี่แหละ เพียงแต่เราเลือกมองข้ามมันมาตลอดเท่านั้นเอง


Gift Lee สนามเด็กเล่นของคนรักงานอาร์ต

‘เพจ Gift Lee คือที่ที่เราใช้เป็นสนามเด็กเล่น มันจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อยู่ที่ตอนนั้นเราชอบอะไร เราอยากแชร์อะไร เราก็จะใส่มันลงไปในเพจ แค่บังเอิญมีคนมาชอบเหมือน ๆ เรา เขาก็เลยติดตามเราล่ะมั้ง’

อย่างชื่อเพจชื่อ Gift Lee ก็มาจากสมัยเรียน ที่ในห้องมีคนชื่อกิฟท์เยอะมาก เลยต้องตั้งชื่อแทนตัวเองไม่ให้เรียกผิด จะให้เรียกว่า กิฟท์ วริษฐา ก็ไม่เท่อีก เลยเอาชื่อเล่น + ตัวแรกของนามสกุล ออกมาเป็น กิฟท์ ลี ซะเลย เท่ อินเตอร์ แถมติดหูด้วย

เริ่มจากภาพวาดสีน้ำที่อัปลงเพจขำ ๆ มีคนติดตามหลักพัน เปลี่ยนมาเป็นแนว Travel แนวถ่ายรูป ก็มียอดไลก์ขึ้นบ้าง ลงบ้าง ช่วงไหนอินแต่งภาพก็ลงแต่แต่งภาพรัว ๆ จนวันหนึ่ง มีคนมาถามว่าแต่งยังไง แต่งรูปสวยจัง เลยหันมาลองทำคอนเทนต์สอนแต่งภาพดู ปรากฏว่าปังเฉยเลย กราฟทุกอย่างทยานสูงขึ้น พอหันมาทำแนว Composition ก็ยิ่งปังขึ้นอีก และมาเกิดแบบสุดขีดกับคอนเทนต์วิดีโอที่ออกมาพูดหน้ากล้องครั้งแรก


‘ช่วงโควิดตอนนั้นเราเหงาปาก ไม่รู้จะคุยกับใคร ก็เลยหันมาคุยกับกล้อง’

ปรากฏว่าคนแชร์เยอะมาก แม้จะเขินที่ออกสื่อครั้งแรก แต่นั่นก็ทำให้เส้นทางการเป็น Gift Lee ชัดเจนขึ้น เพราะโควิดทำให้ออกไปหา Resources รอบตัวไม่ได้ เลยต้องหาอะไรทำที่บ้าน ‘อยู่เฉย ๆ ก็ต้องมีคอนเทนต์ได้’ ก็เลยหยิบกล้องมาลองอัดดู โดยคลิปแรกใช้เวลานานมากกว่าจะออกมาโอเคอย่างที่เห็น แต่พอเห็นว่าคอนเทนต์นี้คนชอบก็เลยทำต่อมาเรื่อย ๆ ยอด Follower ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมีสปอนเซอร์เข้าในที่สุด

‘เราเข้าใจว่าหลาย ๆ คนที่มาเริ่มทำก็คืออยากให้มีสปอนเซอร์เข้า อยากทำเงินจากตรงนี้ได้ แต่ถ้าเริ่มตั้งเป้าจากตรงนั้น มันจะทำได้ไม่นาน ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจาก ความชอบ’

‘บางทีการคิดสุดยอดคอนเทนต์ก็อาจเกิดขึ้นตอนเราอาบน้ำโง่ ๆ อยู่ในห้องน้ำก็ได้นะ’ กิฟท์เชื่อแบบนั้น จะเห็นว่าทุกขั้นตอนการทำงาน แนวคิด กระทั่งชื่อเพจ ล้วนเกิดจากความสนุกและความชอบทั้งนั้น คำนิยามว่าเพจคือ สนามเด็กเล่น จึงเหมาะกับเพจ Gift Lee ที่สุดเลย


แบ่งเวลายังไง สำหรับงานประจำกับการทำเพจที่ก็หนักพอ ๆ กัน ?

“กิฟท์ยอมรับกับเราว่าช่วงนี้ยังหัวหมุนอยู่เลย ที่ต้องทำงานประจำด้วยและทำเพจไปด้วย มันเป็นเรื่องยากที่จะบาลานซ์ทั้งคู่ให้ได้ ด้วยความที่ตัวเองก็เพิ่งเริ่มเดินทางสาย Creator แบบจริงจัง เลยยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปอีก ซึ่งกิฟท์ใช้เวลาหลังเลิกงานมาทำเพจ ถึงนอนดึกบ้าง ไม่ได้นอนบ้างก็เถอะ แต่หลัก ๆ จะทำช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ โดยตั้งใจหนักแน่นว่าวันนี้จะทำตรงนี้ทั้งวัน แต่ก็มีบางวันที่ไหล ๆ บ้าง อยากนอนบ้าง (หัวเราะ)”

สำหรับ Gift Lee อะไรคือ ‘ความต่าง’ ระหว่างเรากับ Creator คนอื่น

“น่าจะเป็นเพราะเรา เนิร์ด ล่ะมั้ง ด้วยความที่กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าข้อมูลเรามั่ว เลยต้องหาข้อมูลเยอะ ๆ มีข้อมูล Back up กันพลาดเยอะ ๆ เราจะได้มั่นใจขึ้นด้วย”

Gift Lee เป็นเพจที่ข้อมูลแน่น แต่เล่าออกมาแบบ ‘เพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง’ มีอะไรก็อยากมาแชร์ อยากมาเม้ามอยให้เพื่อนฟัง ให้มองเป็นแบบนั้นดีกว่า หลาย ๆ อย่างมันเลยดูเข้าใจง่าย ย่อยง่าย ใช้ประโยชน์ได้จริง แถมกิฟท์ยังเชื่อว่า มุมมองการเล่าแบบผู้หญิง มีส่วนที่ทำให้แตกต่างเช่นกัน ข้อได้เปรียบคือคนยังทำไม่เยอะ เพราะแนวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมากกว่าซึ่ง

ณ ตอนนี้ กิฟท์ยังไม่รู้เลยว่าแนวทางจริง ๆ ของเพจคืออะไร แต่ทั้งหมดที่ทำนั้น มันเต็มไปด้วยความใส่ใจ ในทุก ๆ คอนเทนต์ที่ผลิตออกมา ล้วนเกิดจาก Passion ทั้งนั้น การทำเพราะชอบ ทำเพราะอยากทำ คอนเทนต์ที่ออกมาจะเต็มไปด้วยความจริงใจโดยอัตโนมัติเองเลย เรามองว่าตรงนั้นแหละ คือ ‘ความต่าง’ อย่างแท้จริง

“ถ้าถามว่าจริง ๆ แล้ว เพจ Gift Lee คือแนวไหน ตอบยากมากเลยนะ มันจะงง ๆ นิดนึง แต่ถ้าพูดรวม ๆ คือมันเป็น Visual Art อะไรก็ได้ที่ใช้ตามอง แนวถ่ายรูปก็ได้ วาดรูปก็ได้ บางทีกระโดดไปเรื่อง ฟอนต์ ก็มี แต่ถ้าถามว่าจบกราฟิกมาไหมก็เปล่านะ เป็นช่างภาพหรือเปล่า ก็ไม่ใช่อีก แต่ทั้งหมดนี้มันคือ ความชอบของเรา เลยลองเอามารวม ๆ กันนี่แหละ คนที่เก่งเฉพาะด้านมีเยอะแล้ว ลองแนวเป็ด ๆ ดูบ้าง เผื่อเวิร์ค”


“ตัว Gift Lee เอง ก็มีแรงบันดาลใจในการทำคอนเทนต์เหมือนกัน เรียกว่ามีต้นแบบเหมือนทุกคนนั่นแหละ แต่ประเด็นคือ เราจะรับอิทธิพลจากเขามาแค่ไหน เราสามารถปรับให้มาเป็นแนวทางของตัวเองยังไงมากกว่า ซึ่งสิ่งที่ได้จากตรงนี้คือ เข้าใจความเป็น Creator มากขึ้น คนจะชอบดู Content Creator เพราะมันแตกต่างกับสื่อทั่วไป มันมีความกันเองกว่า เป็นตัวของตัวเองมากกว่า ซึ่งจะช่วยดึงดูดคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กันมาอยู่ในที่เดียวกัน

เราเริ่มต้นจากที่สนใจคอนเทนต์ของเขา หัวข้อของเขา แล้วเข้าไปดู แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องรองนะ พอเราติด Creator คนนั้น รู้สึกเราถูกจริตกับเขา เราจะรู้สึกว่าเขาเหมือนเพื่อน ก็เลยอยากไปดูเขาเรื่อย ๆ

เป็นเรื่องยากมากที่จะทำคอนเทนต์ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเลย หรือต่อให้คิดว่ามันเป็น Original แล้ว แต่ลอง Search ดี ๆ มันก็เจออยู่ดี ฉะนั้น จริง ๆ แล้ว ความน่าสนใจมันอยู่ที่ว่า เราสามารถนำคอนเทนต์ตรงนั้นมาเล่าในแบบของเรายังไงดีกว่า หนังสือบางเล่มมีเนื้อหาเหมือนกันเป๊ะ แต่เล่มที่อ่านแล้วรู้สึกถูกจริตจริง ๆ มันก็มีอยู่ไม่กี่เล่มหรอก แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน ก็ไม่ต่างกับการทำคอนเทนต์ ถ้าโชคดี เราก็จะเจอคนที่ถูกจริตกับเรา แล้วมาติดตามเรานั่นเอง”


‘ถ้าเราอยากเข้ามาทำงาน Creative เพราะอยากได้เงิน มันอาจจะไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีนะ มันควรเริ่มจากสิ่งที่ชอบ แล้วค่อยดูว่ามันจะพาเราไปไหนมากกว่า ถ้ามันพาเราไปได้ไกลก็โชคดีไป แต่ถ้ามันไม่ได้พาเราไปไหน ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยเราก็แฮปปี้ที่จะทำมัน’

เพราะฉะนั้น Creator หน้าใหม่ที่จะเข้ามาเพราะอยากดัง อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะมันไม่ง่ายเลยในเส้นทางนี้ กว่าจะมีคนยอมรับ กว่าจะมีคนติดตาม กว่าจะมีสปอนเซอร์เข้า มันไม่มีปลายทางที่ชัดเจน ถ้าไม่ได้ทำเพราะชอบ สุดท้ายมันจะท้อและเลิกไปเอง

Gift Lee ยังเชื่อว่าเมื่อก่อน การให้ความสำคัญกับ Specialist (เก่งเฉพาะทาง) นั้นถูกต้อง แต่ ณ ปัจจุบัน การเป็น Generalist (ชำนาญหลายด้าน) ที่ทำอะไรได้หลากหลายกว่า น่าจะเป็นทางที่ดีกว่า ถึงจะโดนคนตราหน้าว่าทำได้หลายอย่างแต่ไม่เก่งสักอย่างก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราได้ลองอะไรหลาย ๆ อย่าง อาจจะแฮปปี้กว่าการเก่งสุดในด้านเดียวก็ได้ ถ้าเราโอเคกับสิ่งที่เราเป็นในตอนนี้ ใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะ เราเป็นตัวเองก็พอ ถ้าเราแฮปปี้ ใครจะมาว่าเราได้ล่ะ จริงไหม ?


“คนที่เป็นมืออาชีพมักไม่ค่อยมีปัญหาอะไรหรอก เค้าจะมั่นคงในทางของตัวเอง แต่คนที่ไม่ค่อยมั่นใจก็จะเป็นพวกเป็ด ๆ แบบเราเนี่ยแหละ”

“แต่จริง ๆ ยุคนี้เป็นยุคของเป็ดนะ พวกเราสามารถเลือกจะบิน เดิน หรือว่ายน้ำก็ได้ อยู่ที่ว่าเป็ดอย่างพวกเราจะไปได้ไกลแค่ไหน

เราเชื่อว่ามันมีทางของมัน ฝากถึงเพื่อน ๆ เป็ดทุกคน สู้ ๆ นะ มันมีทางของมันอยู่ เราเป็นเป็ดที่เจ๋งกว่านี้ได้”



Photographer: Krittapas Suttikittibut

ถอดเทปและเรียบเรียงโดย: Sorrapat Prasutjaritwong (สรภัศ พระสุจริตวงศ์)

cheshire
WRITER: cheshire
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line