Life
UNLOCK The Process 01 : สีที่ระบายนอกเส้นของ Martin กับเมมเบอร์ Cortis เพื่อนผู้คอยเอากระดาษออกนอกกรอบไปรองรับเสมอ
By: GEESUCH December 27, 2025 236067
คอลัมน์ใหม่ต้อนรับปี 2026 จาก UNLOCKMEN พร้อมเติมไฟให้ทุกคน ด้วยเรื่องราวเบื้องหลังของเหล่า Potential Guy ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะจากทุกวงการทั่วโลก กว่าจะโตมาเก่งติดปีกแบบนี้ พวกพี่มี Process อะไรที่ต้องเชื่อและทำงานหนักซ้ำทุกวันกันบ้าง เราพาไปค้นวันทำงานหนักของพวกเขากัน
“I just gotta get it
Watch me go, go, go, go, go, go”

ตอนที่ 1 ขอพาชาว UNLOCKER ไปรู้จักกับ Martin Edwards Park ลีดเดอร์วัย 17 ปี จาก Cortis บอยกรุ๊ปเจน 5 น้องใหม่ในรอบ 6 ปีของค่าย BIGHIT MUSIC ตัวไฮป์เขย่าวงการด้วยภาพความธรรมชาติเยาวรุ่น Genz เดบิวต์ยังไม่ถึง 4 เดือน ก็คว้า Best New Artist (ROTY) 2025 MAMA เรียบร้อย ! และน้องมาร์ตินคนเก่งเป็นมนุษย์ Beat Maker ที่เชื่อว่า คนเราจะสร้างงานเพลงนอกกรอบความคิดสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด ก็ต่อเมื่อมีทีม/เพื่อนที่พร้อมจะขยายกรอบไปด้วยกันแบบไม่สิ้นสุด
#RecapBandStory อันนี้แฟนคลับรู้อยู่แล้วล่ะ แต่ชอบความหมายแฝงของคำว่า Cortis ชื่อที่ย่อมาจากคำว่า “Color Outside The Lines” การระบายสีนอกกรอบ ประกอบคู่กับฮอร์โมน “Cortisol” ซึ่งคือฮอร์โมนที่เกิดขึ้นเวลาร่างกายมีภาวะกดดัน เป็นการต่อการสู้กับภาวะกดดันในช่วงเวลาทำงานเพลง – Cortis เดบิวต์เมื่อวันที่ 18/08/2025 ด้วยเพลง ‘What You Want’ ความพิเศษของวงนี้คือการเป็น K-POP Crew ที่ทั้งวงมีส่วนลงมือทำทุก Process การผลิตผลงานด้วยตัวเอง (โดยมี Producer มาดูภาพรวมอยู่ข้างหลัง) ไม่ว่าจะ Music Part หรือ Music Video Part ด้วยอายุของน้อง ๆ ที่ยังไม่ถึง 20 กันเลยด้วยซ้ำ !

มาร์ตินลูกครึ่งแคนาดา-เกาหลี (เผื่อสงสัยว่าความหล่อนั้นมาจากไหน) เป็น Leader, Producer & Songwriter หลักของวง ความเจ๋งของมาร์ตินคือก่อนจะมาทำ Cortis น้องเขามี Resume เครดิตโปรดิวซ์ให้กับศิลปินรุ่นพี่ K-POP ที่แน่นสุด ๆ มาก่อนแล้ว
– ILLIT – “Magnetic”
– TXT (Tomorrow X Together) – “Deja Vu” / “Beautiful Strangers,” / “Miracle”
– ENHYPEN – “Outside”
– LE SSERAFIM – “Pierrot”

มาร์ตินออดิชั่นเข้าเป็นเด็กฝึก (Trainee) ของ BIGHIT ตอนอายุ 11 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแพชชั่นให้ดนตรีเป็นทุนเดิม แต่ในส่วนที่หลงใหลใน K-POP Music เป็นเพราะว่ามีพี่สาวคอยเปิดเพลงของ BIG BANG ให้ฟังตลอด และมักจะถามเสมอว่าคิดยังไงกับเพลง K-POP “โคตรเจ๋ง !” คือคำตอบแรกของมาร์ติน แต่อีกคำตอบที่ทำให้เราเห็นเป้าหมายการอยากเป็นบอยกรุ๊ปของมาร์ตินคือการที่น้องตอบว่า “ชอบ BTS และ TXT ในความเป็นทีมของรุ่นพี่ในค่าย” ตอนเรียน ม.3 พ่อของมาร์ตินติดตั้งโปรแกรม FL Studio ใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์ ก่อนจะบอกน้องว่าโปรแกรมนี้เป็นเกมส์ที่สนุกมากเลยนะ ลูกเล่นได้เลย จากตรงนั้นมาร์ตินก็รู้ตัวอีกครั้งว่าในดนตรีเขาชอบเป็น Beat Maker มากด้วยเหมือนกัน

“ทำไมเพลงของ Cortis ถึงมีทั้ง Acoustic Lo-Fi / Hip-Hop / Punk Rock / Experimental มีแนวเพลงหลากหลายด้วยฟอร์มที่นอกกรอบสุด ๆ แต่ลงตัว”
ในสารคดี 4 พาร์ท ก่อนเดบิวต์ของ Cortis ชื่อ ‘What We Want’ ฉายภาพของเด็กหนุ่ม 5 คน Martin, James, Juhoon, Seonghyeon, Keonho ในช่วงเวลาที่พวกต้องจับมือกันเข้า Song Camp สร้างเพลงของวงขึ้นมา ก่อนที่จะพบว่า ‘การเป็นแบบที่พวกเราเป็น’ คือหัวใจของทุกอย่างของ Cortis ที่ทำให้ทั้งโลกเซอร์ไพรส์กับความนอกกรอบของเด็กเหล่านี้
แต่ถ้าขุด Process วิธีการคิดเพลงให้ลึกกว่านั้น ก็ต้องเล่าเรื่องของมาร์ตินย้อนกลับไปตอนก่อนน้องจะเป็นเด็กฝึก ในทีแรกมาร์ตินสนใจแต่ HIP-HOP ฝึกแรปแบบทะลุทะลวงทั้งวันทั้งคืน พอได้เข้า BIGHIT ประตูของแนวเพลงถูกกระโดดถีบให้เปิดออก กว้างแบบกวาดมาหมดทั้ง Wolfgang Amadeus Mozart (Classic Music) – Chet Baker (Jazz) – Marvin Gaye (Soul) ก่อนที่จะมาให้สัมภาษณ์หลังเดบิวต์กับโปรดิวเซอร์ Zane Lowe ว่ามีไอดอลเป็น Tyler, The Creator กับ Mac Miller บางเพลงก็ได้แรงบันดาลใจมาจาก Tame Impala

ไม่อยากเหมารวมนะ แต่เท่าที่ได้สัมผัสธรรมชาติของการฟังเพลง Genz เราว่าพวกเขามีความชอบเป็นเพลงแบบไม่ได้ยึดแนวเพลงใดเป็นหลักหรือปักหมุดกับศิลปินเดียวเท่านั้นอีกแล้ว และพอเนเจอร์นี้เกิดกับมาร์ตินที่เป็นคนทำบีท มันเหมือนน้องทำเพลงแบบขยำ Genre เอาทุกสิ่งที่เป็นไปได้พอจะอยู่ด้วย จนออกมาเป็น Color Outside The Lines ฟังสะใจทันที
กลับมาที่ Song Camp อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในความเป็นตัวเองของ Cortis คือการทำงานเป็นทีมที่มาร์ตินเชื่อในสิ่งนี้เอามาก ถึงแม้ในสารคดีจะมีภาพของมาร์ตินคิดเพลงคนเดียวในมุมมืดบางครั้ง จนไปถึงจะบอกว่ากระบวนการทำเพลงบางพาร์ทของแทร็ค ‘Lullabuy’ เกิดขึ้นกลางดึกตอนที่เมมเบอร์คนอื่นหลับไปแล้ว
แต่มาร์ตินก็พูดตลอดว่าถ้าเพลงของ Cortis ช่วยกันทำกับเมมเบอร์อีก 4 คนยังไงก็ออกมาดี ถึงขนาดมี Session ที่พูดว่าชอบทำงานกับ Seonghyeon เพราะเคมีเข้ากันสุด มาร์ตินเป็นคนกดบีทที่ไม่ได้ลุยเดี่ยวซะทีเดียว เหมือนหาไอเดียจากเพื่อน ๆ ตัดสินใจ ก่อนไฟนอลออกมา เราเลยอยากสรุปว่า บทเรียน UNLOCK The Process ที่มาร์ตินเชื่อในการทำเพลงแบบ K-POP Crew คือการ “Trust Your Member” การเชื่อใจทีมสำคัญที่สุด-เป็นความเชื่อในระดับที่ว่าถึงแม้ไอเดียตั้งต้นจะไม่ใช่เพอร์เฟกต์แมทช์ปัดขวาชนกันในทีแรก แต่มันจะมีอะไรสักอย่างที่ดีกับวงในภายหลังแน่นอน

ครั้งหนึ่งรุ่นพี่ใหญ่ของค่าย RM (BTS) เคยให้คำแนะนำสำคัญกับมาร์ตินเอาไว้ ว่าให้ทำดีกับคนที่เราทำงานด้วยเสมอ ศิษย์น้องน้อมรับคำสอนนั้น และเชื่อว่าเพื่อจะยืนระยะวงการเพลงให้ได้ยาวนาน มันสำคัญมากเลยที่จะแสดงความรักและปฎิบัติตัวให้ดีกับผู้คนรอบตัวของมาร์ตินเอง
“The leader’s seat is just the farthest spot at the end of the trophy. Without the team, success could never have been achieved”
