Business

“พัฒนาตัวเองในการทำงานแล้วจะก้าวหน้า” ไม่จริง! ถ้าคุณยังเข้าใจ 6 วิธีพัฒนาตัวเองนี้แบบผิดๆ

By: Thamesnati Suvanplai September 20, 2017

ในช่วงที่ผ่านมา เชื่อว่าเราคงเคยได้ยินใครหลายคนแนะนำวิธีการที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า ด้วยการพัฒนาตัวเองในการทำงานโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งพอเอามาใช้ก็พบว่า เอ๊ะ มันก็ดีขึ้นนะ แต่มันไม่สุดซักที มันมีอะไรผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า

วันนี้เราเลยอยากเอาหัวข้อการพัฒนาตัวเองในการทำงานยอดฮิต 6 ข้อ มาตีแผ่ให้ฟังแบบลงลึกมากขึ้น ทุกคนจะได้เข้าใจ และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองได้ถูกต้องและเห็นผลมากขึ้นนั่นเอง

1. การตั้งเป้าหมายใหญ่

คนสำเร็จในชีวิต คนที่สร้างผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ได้ ร้อยทั้งร้อยเป็นคนคิดใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า คุณต้องตั้งเป้าหมายให้ใหญ่นั่นถูกต้องแล้ว คำถามคือแล้วจุดตายของการตั้งเป้าหมายใหญ่มันอยู่ตรงไหน?

คำตอบคือเป้าหมายใหญ่เกินไปคุณเลยไม่เห็นทางข้างหน้า และรู้สึกท้อทุกที ดังนั้นถ้าให้ดี คุณควรเลือกตั้งเป้าหมายที่ขยายขีดความสามารถของตัวเองในระดับที่ “challengeable, not fantasy” หมายความว่าพอเป็นไปได้เมื่อเทียบกับระดับความสามารถในปัจจุบัน และไม่เพ้อเจ้อเพ้อฝันจนเกินไป

ยังครับ ยังไม่หมด จุดตายอีกจุดอยู่ตรงที่ “คุณไม่รู้จักซอยย่อยเป้าหมายออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ ” การซอยให้เล็กจะทำให้คุณเห็นว่ามันมีงานง่ายเยอะแยะมากมาย มันไม่ได้ใหญ่อย่างที่คุณคิด!  และนี่แค่ข้อแรกเท่านั้นครับ

2. การวางแผนล่วงหน้า

อยากบริหารงาน บริหารชีวิตได้ คุณต้องรู้จักการวางแผน การวางแผนจะช่วยลดงานไม่เร่งด่วนของคุณได้อีกมากซึ่งเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆครับ

แล้วความเข้าใจผิด ๆ ในการวางแผนอยู่ตรงไหน คำตอบคือ การวางแผนน้อยเกินไปในเรื่องที่ควรวางแผนให้มาก และวางแผนมากเกินไปในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยความลึกในการวางแผนขนาดนั้น

ก่อนจะวางแผนอะไร คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ไอ้เรื่องที่คุณวางแผนมันสำคัญขนาดนั้น ต้องอาศัยความละเอียดละออในการวางแผนขนาดไหน ไม่ใช่วาง ๆ มันไปโดยใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่น การวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณ “ประจำปี” ล่วงหน้าโดยอ้างอิงมาจากแผนการทำงานเป็นราย “วัน” เดี๋ยวก่อน นี่มันจะลึกไปรึเปล่า แค่อาทิตย์หน้า แผนงานคุณก็เปลี่ยนแล้ว อย่าเสียเวลาไปกับการวางแผนที่รู้อยู่แล้วว่าทำไม่ได้ตามนั้นจริง

แต่ถ้าคุณวางแผนการทำงานรายวันมาจากเป้าหมายการทำงานรายอาทิตย์ รายเดือน เออ อันนี้สิ ค่อยมาลงลึก ลงรายละเอียด มันยังพอตรวจวัด เห็นภาพได้ชัดเจน และควบคุมให้เกิดขึ้นได้จริง

ใช้เวลาของคุณให้ดีครับ อย่าตกม้าตายตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำ

3.ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

“เราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” นี่คือสิ่งที่ใครหลายคนเชื่อมั่นว่ามันจะนำมาซึ่งความก้าวหน้า ความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตของเขาได้ ถามว่าคำแนะนำนี้ถูกต้องหรือไม่ คำตอบคือใช่ แต่ไม่ทั้งหมด

อย่าลืมว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ “เวลา” การจะมัวมาทำทุกอย่างให้ดี เห็นทีจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นมิตรต่อชีวิตนัก

ในชีวิต ถามตัวเองให้ดีครับว่า “สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตฉันคือสิ่งไหน?”

ในการทำงาน ถามตัวเองให้ดีครับว่า “งานที่ต้องเป็นฉันเท่านั้นที่ทำได้ และสามารถสร้างผลลัพธ์ในแง่ดีให้กับองค์กรได้คืองานอะไร?” นั่นต่างหากคือ “สิ่งที่คุณควรทำให้ดีที่สุด-สิ่งที่สำคัญ”

 4.ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดี

ทำตามหน้าที่ มีความรับผิดชอบ ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ แล้วมันจะเข้าใจผิดอะไรยังไงตรงไหน

ก็เข้าใจผิดที่ทำ “แค่” หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไงครับ การทำงานแค่เท่าที่ได้รับมอบหมายให้ดี ไม่ได้ทำให้คุณเก่งกว่าคนอื่นในสายงานเดียวกัน การทำงานแค่เท่าที่ได้รับมอบหมายให้ดี ไม่ได้ทำให้คุณมีอะไรโดดเด่นกว่าชาวบ้าน

สิ่งที่จะทำให้คุณแตกต่าง ทำให้คุณก้าวหน้า คือทำงานที่มากกว่าแค่ที่ได้รับมอบหมายเสมอ เขาสั่งมา 5 เราทำให้ 10 เขาไม่สั่ง เราคิดขึ้นมาใหม่เอง

ทีนี้คุณเข้าใจรึยังว่าทำไมไม่เติบโตในการทำงานซักที ทั้งๆที่ก็ทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุดแล้ว นี่คือคำตอบของมันครับ

 5.พัฒนาแต่จุดเด่น

หนังสือพัฒนาตัวเองแทบจะทุกตำราบอกว่า ให้คุณเน้นพัฒนาไปที่จุดเด่นของตัวเอง!!! นั่นเป็นเรื่องที่ดี ที่ควรทำ แต่ถามว่าถูกไหม ก็ไม่ถูกเสียทีเดียวอีกนั่นแหละ!

เวลาเราบอกว่าอะไรคือจุดเด่น-จุดด้อย ของตัวเอง คำถามคือเราวัดที่อะไร คำตอบคือเราวัดที่ “ศักยภาพปัจจุบันของเรา”

ซึ่งหลายๆครั้งก็เผลอทำให้คุณคิดไปเองว่า เรื่องบางเรื่องฉันไม่เก่ง แปลว่าฉันไม่ควรพัฒนาไง โดยที่ลืมไปว่าไอ้เรื่องพวกนี้มันก็เป็นทักษะที่ฝึกฝนกันได้ คุณเลยเลือกที่จะทิ้งการพัฒนาทักษะเหล่านั้นไป

หลายคนจะมีคำถามว่า อ่าว แล้วกูจะไปพัฒนาไอ้พวกจุดไม่เก่ง ทักษะที่กูกระจอกงอกง่อยไปทำไม ผมจะตอบคำตอบด้วยคำถามให้คุณลองคิดดูใหม่ “คุณว่าทักษะนั้นสำคัญสำหรับเป้าหมายในอนาคตของคุณไหม?”

ถ้าไม่สำคัญก็ทิ้งๆมันไป แต่ถ้าสำคัญ การทิ้งๆมันไปคงไม่ต่างกับคุณกำลังขว้างทิ้งอนาคตของตัวเอง ตกลงผมพูดจริงไม่จริง?

6.โปรโมทข้อดีให้มาก

คนที่มีศักยภาพคือคนที่แสดงข้อดีของตัวเองออกมาให้คนอื่นเห็น หลายคนเลยเลือกที่จะแสดงศักยภาพทุกอย่างของตัวเองออกมาโดยไม่ได้ฉุกใจเลยว่า ฉันจำเป็นต้องทำแบบนั้นจริงหรือเปล่า?

ในฐานะที่ผมทำงานเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรที่ดูแลด้านการกำหนดกลยุทธ์สินค้า สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้มาคือ แค่ข้อดีที่คุณพยายามนำเสนอออกไปไม่เพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจ แต่มันต้องเป็น “ข้อดีที่คุณมี และคนอื่นไม่มี ซึ่งลูกค้าต้องการ” ด้วยต่างหาก เราเรียกสิ่งนี้ว่า Unique selling point”

คำถามคือ Unique selling point ของคุณคืออะไร ตอบตัวเองให้ได้ แล้วไปทำให้คนรอบตัวคุณเห็นชัดมากพอ นี่ต่างหากคือสิ่งที่จะทำให้คุณก้าวหน้าอย่างแท้จริง!

 

และทั้งหมดนี้คือมุมมองต่อวิธีพัฒนาตัวเองในการทำงานทั้ง 6 ข้อ ที่ผมเชื่อว่าเมื่อคุณเข้าใจมันอย่างละเอียดมากขึ้น คุณจะสามารถเอาไปปรับใช้ในการทำงานจริงได้ดีขึ้นซึ่งส่งผลให้ชีวิตการทำงานของคุณเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน ขอให้สนุกกับการทำงานครับ

สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนงานประจำธรรมดาให้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชีวิตในอนาคตได้ ไม่ว่าคุณจะอยากเป็นพนักงานประจำที่เติบโตในการทำงานต่อไป หรืออยากจะออกไปสร้างอะไรเป็นของตัวเอง

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าหนังสือ #เปลี่ยนงานประจำธรรมดาเป็นวิชาสร้างชีวิต เล่มนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างชีวิตของคุณให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปครับ

 

ติดตามวิธี THINKต่าง และเทคนิคการพัฒนาตัวเองสำหรับพนักงานประจำได้ที่

: THINKต่าง by เธมส์ DECgeneration

Thamesnati Suvanplai
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line