CARS

Toys For Boys : 911 Assistant กับ รถยนต์ 3 คัน ที่เป็นภาพแทนความหลงใหลใน Porsche แบรนด์เดียวมาโดยตลอด

By: GEESUCH March 7, 2024

ถ้าคุณเป็นคนที่หลงใหลใน PORSCHE นั่นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของ 911 Assistant ไม่ใช่แค่สักครั้งหรือสองครั้ง แต่ได้ยินมาตลอดไม่ต่ำกว่าสิบหรือยี่สิบครั้งแน่ ๆ แต่หากว่าคุณยังไม่รู้จัก 911 Assistant ทั้ง ๆ ที่รัก Porsche นั่นก็ไม่เป็นไรเลย แค่เลื่อนลงไปอ่านบรรทัดถัดไปก็จะทำให้รู้จักมากขึ้นแล้ว

911 Assistant เป็น Porsche Specialist ที่ดูแลครบวงจร One-Stop-Service มาตลอด 15 ปี (ด้วยประสบการณ์ 20 ปี) มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษสำหรับเครื่องยนต์ Air-Cooled มีแผนกซื้อ-ขาย มี Workshop 16 ช่องซ่อม ที่รองรับตั้งแต่การบำรุงรักษาทั่วไป อัปเกรด ไปจนถึง Restoration Porsche Classic สามารถดูแล PORSCHE ได้ทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงโมเดลปัจจุบัน

อย่างที่โปรยเอาไว้ใน Headline ของบทความนี้ Toys For Boys ตอนใหม่เราบุกไปถึงที่ทำการของ 911 Assistant เพราะว่าเขามีโปรเจกต์รถน่าสนใจที่อยากชวน UNLOCKMEN มาดู ทั้งที่เป็นรถ Restoration, รถ Modification และ Completed Car เลย “โอ้โห !” อุทานแบบตาลุกวาวทันที เจอคำชวนแบบนี้เข้าไปในฐานะ Porsche Lover คนหนึ่งใครเล่าจะปฎิเสธได้ลง ก็ยกมือตอบรับขอเป็นลูกทัวร์ให้ ‘คุณอาร์ม-รุ่งโรจน์ นาคสุข’ และ ‘คุณอีฟ-มาริษา รุ่งโรจน์’ พาทัวร์ทุกส่วนของ 911 Assistant พร้อมเล่าความหลงใหลที่มีต่อรถยนต์ PORSCHE เลยไปถึงแนะนำให้รู้จักกับ RUF แบรนด์ Car Manufactured ที่หากเมื่อตกหลุมรัก Porsche แล้ว ก็ควรจะได้รู้จักด้วย บอกเลยว่าคนที่หลงใหลใน Porsche ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง


UNLOCKMEN : สำหรับคนรัก PORSCHE ทาง 911 Assistant สามารถดูแลในส่วนไหนให้ได้บ้าง เล่า Service ทั้งหมดให้ฟังหน่อย

คุณอาร์ม : Service ของ 911 Assistant เริ่มต้นจากให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ที่ลูกค้าอยากได้ / มีบริการฝากขาย / ขายเสร็จเราก็มี Workshop เป็นบริการที่คอยช่วยดูแล ไม่ว่าจะ Maintenance งานปัญหา หรือ งานทำ Custom งาน Upgrade Performance เราก็ทำ

งาน Car Detailing ล้างทำความสะอาด รวมถึงล้างใต้ท้องรถด้วย / บริการรถสไลด์ตู้ปิด และเรายังมี Car Storage ที่คอยดูแลรถลูกค้าให้พร้อมใช้งานเสมอ เราพยายามจะทำให้เป็นเหมือน Personal Assistant จริง ๆ หน้าที่เขาคือหาเวลามีความสุขกับรถของตัวเองเท่านั้นพอ

นอกจากนั้นเราก็มีบริการ Registration / บริการ Finance / บริการสลับทะเบียน / วนกรรมสิทธิ์รถยนต์ / การทำประกัน ฯลฯ

คุณอีฟ : ตัว Workshop ที่พี่อาร์มบอกไปก่อนหน้านี้จะเป็นการดูแลทั่วไป แต่ตอนนี้งานที่เรากำลังจริงจังกันมากคือส่วนของ Special Project หรือการดูแลรถพิเศษ โดยเฉพาะรถที่โมเดลยาก ๆ ใช้เวลานาน เราจะมีแผนก Special Project ที่มีทีมช่างที่ชำนาญมาก ๆ เข้ามาดูแล อีกส่วนที่สำคัญและจริงจังไม่แพ้กันคือการ Restoration หรือก็คือการทำ Restore รถใหม่ทั้งหมด โดยที่เราจะรักษาบางส่วนเอาไว้เพื่อไม่ให้ไปลบตัวตนของรถนั้น ๆ ออกไป

คุณอาร์ม : เพราะบางอย่างเป็น Identification ของรถ มันไม่ควรจะถูกทำลายไป เหมือนเราพูดถึงภาพเขียนผนังซึ่งมันมีความสำคัญบางส่วน แทนที่เราจะลบแล้วทำสีใหม่ เราจะต้องเก็บบางส่วนไว้เพื่อให้มันยังคงจุดสำคัญ ถ้าคนไม่รู้แล้วไปลบมันหมดก็เท่ากับเราทำลาย Identification พวกนี้ออกไปหมดเลย เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะ

คุณอีฟ : การ Restoration ของเราจึงเป็นการทำกลับไปเป็น Original เรียกว่าเป็นการ Preservation มากกว่า แต่ก็จะมีการ Restoration อีกแบบที่เรา Custom ไปเลย เราจะมีทีมที่ปรึกษาที่ช่วยออกแบบภายในใหม่ หรือ Custom รถให้เป็นของเขาให้เป็นแบบที่ลูกค้าต้องการไปเลย

คุณอาร์ม : แต่เรื่องการ Restoration มันมีฝั่งที่เป็น ‘ตรงกลาง’ อยู่ด้วยนะ อย่างฝั่ง Original จะซีเรียสมากจะต้องเก็บ Identification ทุกอย่าง ส่วนฝั่งสุดโต่งก็ไม่สนใจสิ่งเดิมแล้ว ต้อง Custom ให้เป็นรถที่สร้างมาเพื่อเขาเท่านั้น ฝั่งตรงกลางก็คือการทำให้ทุกอย่างมันสามารถ Reverse กลับมาเป็น Original ได้ เราก็จะ Modified อย่างมีกรอบ จะไม่เจาะรถ ไม่ทำอะไรที่ถ้าหากว่าวันหนึ่งอยากกลับมา Original ทุกอย่างจะยังคง Preserve ไว้เหมือนเดิม เราต้องการให้ลูกค้าได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ เราก็มีรายละเอียดให้เขาเลือกได้แบบนี้

UNLOCKMEN : แต่เข้าใจว่า 911 Assistant ก็ไม่ได้มีบริการแค่เกี่ยวกับการทำรถ PORSCHE แต่ยังมีสิ่งที่ทำให้คน PORSCHE รู้สึกเชื่อมโยงกับรถแม้ในช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่บนรถด้วย

คุณอีฟ : เราก็มีของ Lifestyle ด้วย มีตั้งแต่โมเดลรถ / หมวก (Cap) / Polo Shirt / Windbreaker Jacket / Beanie Hat และของสะสมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ PORSCHE ด้วย

และเพื่อให้เห็นภาพของงานบริการระดับประณีตที่สุดของที่สุดจาก 911 Assistant มากขึ้น เราขอให้ทางคุณอาร์มและคุณอีฟช่วยแนะนำรถใน Special Project ที่เด่นมาก ๆ 3 คันให้ชาว UNLOCKMEN ได้เห็น บอกก่อนเลยว่า เราจำเป็นที่จะต้องใช้คำว่า “น่าทึ่ง” ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบที่เดินดูรอบคันจนครบ 


รถคันนี้คือโปรเจกต์ระยะยาวที่ใช้เวลาทั้งหมดถึง 5 ปี ในการทำ Restoration เพื่อย้อนเวลากลับไปสู่วันที่ PORSCHE 911S SWB (Short Wheel Base) คันนี้ ออกจากโรงงานในปี 1967 และเป็นโปรเจกต์ที่ใช้คำว่า Complete ยังไม่ได้ ! เหตุผลเพราะคุณอาร์มเชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการทำรถยนต์คันนี้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตามหาอะไหล่พาร์ทต่าง ๆ ที่ดีที่สุดได้ครบทั้งได้หมดในตอนไหน

“คอนเซปต์ของการทำ 911S HORN GRILLE คันนี้คือการทำกลับมาให้เป็น Original มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

– คุณอาร์ม

คุณอาร์ม : รถคันนี้มันเป็นรถ 911 ตัวถังที่เราเรียกว่า HORN GRILLE เป็นรถ Gen แรกของ PORSCHE 911 พิเศษตรงที่มันเป็นปี 1967 ซึ่งเป็นปีที่ Porsche เริ่มแยก 911 และมี 911S ขึ้นมา ซึ่งรุ่น 911S เป็นรถที่ Performance สูงกว่ารุ่นทั่วไปสำหรับคนที่ต้องการอะไรที่พิเศษขึ้น

ต้องบอกว่าเป็นรถคันที่หาค่อนข้างยากเลยล่ะ ทั้งพวงมาลัยขับขวา RHD พร้อมสีที่เรียกว่า “Golf Blue” และพิเศษเพิ่มเติมด้วยรถคันนี้มี Option เบาะ Sport Seat มาจากโรงงาน

คุณอาร์ม : จุดเด่นส่วนหนึ่งของดีไซน์ของ 911 ตัวแรกจะมี Grille หน้า เป็นส่วนประกอบของงานดีไซน์ แล้วเผอิญเบื้องหลังมันไปลงตำแหน่งที่มีแตรอยู่ข้างหลัง คนก็เลยเรียกกันว่า HORN GRILLE ในรถรุ่นหลัง ๆ ของ PORSCHE ก็ยังมีอยู่ แต่จะเปลี่ยนตำแหน่งไปเล็กน้อย โมเดลใหม่ก็ยังคงมีแตรอยู่ด้านหลัง อย่างรุ่น PORSCHE 964 แตรก็ยังอยู่ฝั่งเดิมของตัวรถ

ด้วยความเป็นรถรุ่นพิเศษที่มีมูลค่าในเชิง History และ Value เราก็ตั้งใจ Restore กันในทุกจุด เริ่มตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าก็พิเศษเลย ถ้าใครเคยเห็นโลโก้ของ PORSCHE ตัวอื่น ๆ มันจะไม่ใช่สีส้มแบบนี้ แต่สิ่งที่มากับรถยนต์รุ่นนี้คือจะเป็นโลโก้ออกสีส้ม ๆ หน่อย ซึ่งจะต่างกัน (เป็นโลโก้วินเทจที่ PORSCHE ใช้ในช่วงแรก ๆ ของการผลิต 911 จนถึงปี 1973)

และเราจะต้องโฟกัสในดีเทล อุปกรณ์ก็ต้องตรงตามรุ่นของมันด้วย เช่นคิ้วกันชนในปี 1967 เฉพาะรุ่นของ 911S จะเป็นคิ้วใหญ่ ไม่ใช่คิ้วชิ้นเล็กแบบ 911 ปกติ โดยชิ้นที่เราใส่อยู่นี้เป็นของ Re-Production คุณภาพสูง ทำเหมือนกับชิ้นเดิมของโรงงานเลย และหวังว่าวันหนึ่งจะหาอะไหล่ของ Original เดิมโรงงานมาใส่ได้ในอนาคต

ซึ่งบางทีรถรุ่นเก่าก็มีอะไหล่ที่ PORSCHE เอง ไม่สามารถสั่งของ Original จากโรงงาน PORSCHE ได้แล้ว (No Longer Available) สิ่งที่เราทำคือเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ ไล่ลำดับไปตั้งแต่ Genuine Old Stock Parts รองลงมาก็เป็นพาร์ท PORSCHE ที่สั่งได้จากโรงงาน ต่อมาถ้าไม่มีตรงนั้นแล้วเราก็อาจจะหา Good Used หรือ High Quality Reproduction Parts ก็ไล่กันไปตามสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดก่อน

คุณอาร์ม : ล้อรุ่นนี้ของ PORSCHE น็อตล้อก็ต้องเป็นสีเงินแบบนี้เลย มันจะไม่ใช่สีดำ ตัวปุ่มกดล็อคตรงที่เปิดประตูก็เช่นกัน รุ่นก่อนหน้านี้ตัวกดมันจะเว้าเข้าไป แต่ตัวนี้ตอนปี 1967 เขาจะทำในลักษณะที่นูนออกมา PORSCHE 911S มากับเส้น Trim รอบคันภายในของรถ จะเป็น Trim ที่มีเฉพาะในรุ่น 911S ที่มีเส้นลากยาวมาจนข้างหลังของรถ

น็อตที่ใช้ขันในจุดต่าง ๆ ก็ต้องเป็นแบบที่ถูกต้องด้วย เพราะมันก็สังเกตได้ถ้าเราไม่ได้มีดีเทลถึงขนาดนี้เราอาจใช้น็อตทั่วไปได้ แต่ความซีเรียสของเราก็คือต้องเป็นน็อตที่ตรงกับแบบที่ใช้ในจุดนั้น ๆ

และผมจะต้องยกเรื่องของวิทยุ เป็นตัวอย่างเพื่ออธิบาย 911 HORN GRILLE คันนี้สักหน่อย เพราะมันไม่ใช่วิทยุเดิมที่ถูกต้อง แต่การ Restore รถ บางทีเราไม่สามารถที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์ได้ภายในครั้งเดียว อะไหล่บางตัวยังต้องรอตามหาอยู่ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งชิ้นที่เราตามหามันอยู่เพื่อให้ได้ของที่ตรงรุ่น รวมถึงข้อมูลที่ใช้ Restore บางอย่างถ้าเรามีข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต เราก็จะสามารถที่จะทำเพิ่มเติมให้รายละเอียดงานบูรณะสมบูรณ์ขึ้นอีกได้ในอนาคต

คุณอาร์ม : รถยนต์คันนี้ เดิมทีมันออกมาจากโรงงานจะไม่มีแอร์ เลยจะมีกระจกหูช้างที่สามารถเปิดเพื่อรับลมเข้ามาได้ แต่การจะใช้งานในชีวิตประจำวัน ณ ปัจจุบันมันก็ค่อนข้างที่จะลำบาก และสิ่งที่ยากคือโดยปกติถ้าเราใส่แอร์เข้าไป ก็จะมี Compressor ติดอยู่ที่ข้างหลังเครื่องและต้องมีสายพานด้วย ทีนี้รถที่เครื่องยนต์แรงม้าน้อย ๆ และเราไม่ต้องการเพิ่มภาระ (Load) ให้กับเครื่องยนต์ เราจึงเลือกที่จะไม่ติดแอร์สายพาน โดยวันนี้มันมีแอร์แบบ Compressor ไฟฟ้า โดยไม่ต้องใช้ Compressor แบบกลไกที่ใช้สายพานแบบเก่า ซึ่งเป็นการรวมเทคโนโลยีในปัจจุบันมาใส่ไว้ในอดีต โดยข้อจำกัดที่ว่า การที่เราจะติดตั้งส่วนที่เพิ่มเติมไป จะต้องไม่มีการเจาะหรือดัดแปลง ทุกอย่างจะต้องยึดเข้าไปโดยสามารถถอดกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ตลอด

ตู้แอร์ที่เราเลือกใช้ก็เป็นตู้แอร์ซึ่งแบรนด์ที่ Porsche ใช้ในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน ตู้แอร์ตัวนี้เราไปเจอมาว่ามันเป็นของ New Old Stock ก็คือของที่ Available ในยุค 1960s ที่เขามีขายในช่วงเวลานั้น

อย่างพรมในรถก็ต้องเลือกให้ถูกต้องด้วย มันจะเป็นดำแบบมีเทาแทรก ดีเทลที่ใส่ของข้าง ๆ ตรงประตูก็ตรงตามแบบของต้นฉบับด้วย

คุณอาร์ม : พูดถึงงาน Restoration ให้เป็นแบบ Original ตรงนี้ต้องยกเครดิตให้กับ Adviser ของเราที่มาจากต่างประเทศ เพราะว่าประเทศไทยรถมันน้อย เราอาจไม่รู้รายละเอียดมากเท่ากับคนที่เคยเห็นรถเดิม ๆ ที่มีมากกว่าในต่างประเทศ อย่างตรง Grille ด้านหลังของรถที่มีการพ่นสีดำ แต่ทว่าทีนี้การพ่นสีดำของเขาจะพ่นครึ่งเดียว ประมาณแถว ๆ บนของตะแกรง เราก็ทำตามนั้นเป๊ะ ๆ อันนี้ยกมาให้เป็นตัวอย่างว่ามันมีดีเทลอย่างอื่นอีกเยอะในเชิงการทำงาน

เราจะเห็นว่าการ Restoration ของเราเป็นการเก็บรายละเอียดจริง ๆ ทุกอย่างต้องถูกต้องตาม Appearance ในยุคตอนมันออกจากโรงงานในอดีต พวกดีเทลการเข้างานต่าง ๆ เราก็ทำแบบเดิมหมดเลย แม้กระทั่งตัวปั๊มน้ำมันเบนซินสีแดง ๆ ส้ม ๆ ซึ่งโลโก้หรือหน้าตาสติกเกอร์นั้นมันไม่มีขายแล้ว เราก็สั่งปั๊มตัวนี้ขึ้นมาใหม่ มันจะมีคนขายเฉพาะสติกเกอร์เราก็เอากลับมาแปะอีกครั้ง

พูดในเชิง Technical เมื่อเราเห็นชุดสายไฟของ 911 HORN GRILLE ภายในเครื่องยนต์ ชุดสายไฟพวกนี้เวลาเก่ามันจะทำให้รถไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดี เนื่องจากสายไฟข้างในที่เราเห็นจะเห็นปลอกสายไฟและมีพวกทองแดงข้างใน เมื่อเวลาผ่านไป ทองแดงพวกนี้จะเกิดคราบตะกรันเขียว ๆ ทำให้กระแสไฟเดินไม่สะดวก

เราก็ต้องการชุดสายไฟใหม่ ซึ่งชุดสายไฟมันมีทริค เพราะมันไปสอดคล้องกับ Workshop Manual ว่าสายไฟแต่ละเส้นจะมีโค้ดสีของทุกสายไฟ อย่างโค้ดของเส้นนี้ขาว-แดงจากไหนไปไหน เหมือนเป็นแผนที่ให้เรารู้ว่าตรงนี้ไปตรงไหน ถ้าเราไม่ดีเทลมากก็เอาสายไฟสีไหนก็ได้มัด ๆ ไป เพราะเรารู้อยู่คนเดียวว่าเส้นทางเดินเป็นอย่างไร แต่ถ้าเกิดเราทำแบบนั้น คนข้างหลังเขาจะไม่รู้ว่าทางเดินของสายไฟพวกนี้มันเป็นอย่างไร ภาษาสากลก็คือถ้าเราทำตาม Technical Manual ทุกคนก็จะรู้ ก็จะเปิดคู่มือเล่มเดียวกัน สะดวกต่ออนาคตเพื่อความถูกต้อง

UNLOCKMEN : ข้อมูลในการ Restoration เหล่านี้สามารถดูได้ตามไกด์บุ๊คหรือต้องหาจากคนที่เคยจับเคยสัมผัสมาเท่านั้น

คุณอาร์ม : ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญคนที่เคยเห็นรถแล้วมาบอกเป็นหลัก บวกกับอ่านหนังสือควบคู่ไปด้วย มันต้องรวมทุกศาสตร์ ดู Technical Information ดู Workshop Manual องค์ความรู้จากอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวไม่พอ รถที่คิดว่าน่าจะมีรายละเอียดมากที่สุด ก็คือรถที่เป็น Early Car นี่ล่ะ เพราะข้อมูลมีน้อยมาก ๆ รถก็มีน้อย พอเวลาผ่านไปก็ผุพัง คนก็เริ่มรู้รายละเอียด Original ได้น้อยลง จะมีก็แต่คนอายุเก่า ๆ ที่เคยเห็น แต่บางทีเขาก็อาจไม่ได้ส่งผ่านข้อมูลตรงนี้มา มันก็เลยทำค่อนข้างยาก

UNLOCKMEN : แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่า Complete ในการทำ Restoration

คุณอาร์ม : ผมคิดว่าเราต้องทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างวันนี้ก็มีจุดที่ยังรออยู่ บางจุดของรถการจะหาอะไหล่ Original คงเป็นไปไม่ได้ แม้ใน 5 ปีในการทำ HORN GRILLE คันนี้เองก็ยังทำได้ไม่ครบเลย เราอยู่ในสายงานอย่างนี้มันก็ต้องไปสุดทางเพื่อจะรู้ว่าไปไกลที่สุดมันแค่ไหน วันนี้เราไปไกลเท่านี้ พรุ่งนี้อาจไปไกลกว่า วันหน้าอาจไปไกลกว่าอีกก็ได้
สิ่งที่เราทำขึ้นมาต้องบอกว่าเราเรียนรู้กับมันทุกวัน บางงานที่เคยทำไปแล้วเรายังต้องบอกลูกค้าว่า “ขอโทษนะครับ วันนั้นเรายังไม่มีข้อมูลตรงนี้มากพอ ขออนุญาตเอารถกลับมาเพื่อเติมดีเทลตรงนี้ให้มันดีที่สุดได้มั้ย”

ถ้าสามารถเอากลับมาทำได้เราก็จะกลับไปเอาเข้ามาทำอีก เราอยากทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ สิ่งที่เราใส่ไปมันมากกว่าแค่เหงื่อ มันคือ Effort คือ Passion ที่เราให้กับลูกค้า ซึ่งมันประเมินมูลค่าไม่ได้



จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ในการมาที่ 911 Assistant ในวันนี้ของเราไม่ได้มีแค่มาดูรถ PORSCHE ที่เป็น Early Car หรือโปรเจกต์พิเศษคันอื่น ๆ เท่านั้น แต่ตั้งใจเพื่อมาทำความรู้จักแบรนด์เยอรมันแบรนด์หนึ่งที่มีชื่อว่า RUF แบรนด์ที่หลาย ๆ คนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเครือของ PORSCHE หรือเป็นรถที่แต่งจาก Chassis ของ PORSCHE เท่านั้น ในฐานะที่ 911 Assistant เป็นตัวแทนจำหน่าย RUF Automobile Thailand เพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย คงไม่มีใครที่จะสามารถอธิบายความเป็นแบรนด์ของ RUF ได้ดีกว่านี้แล้ว

UNLOCKMEN : RUF กับ Porsche ความสำคัญของทั้ง 2 แบรนด์นี้คืออะไร

คุณอาร์ม : แบรนด์ RUF อยู่คู่กับ PORSCHE มายาวนานมาก ๆ เดิมที RUF ก็เอารถ PORSCHE มาแต่ง และ Provide / Tune Up แล้วก็ขาย Upgrade Parts แต่สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ RUF เป็นแบรนด์ที่ทำรถ PORSCHE โดยมีคอนเซปต์ของแบรนด์ต้นทาง ถ้าคอนเซปต์ของ PORSCHE คือทำรถให้สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำ RUF ก็เดินทางไปใน Direction นั้นเช่นกัน แต่สิ่งที่ RUF ต้องการเพิ่มเติมขึ้นไปคือเรื่องของ Performance สำหรับคนที่ต้องการอะไรที่มากกว่า ในไอเดียของแบรนด์ก็คือ “มันคงจะดีถ้าสามารถทำรถที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” นี่คือ RUF ในจุดเริ่มต้น

และด้วยความที่ RUF ทำสิ่งนี้ได้ดีมากจนถูกยอมรับ เขาสามารถ Applied ตัวเองจนเป็น Car Manufacture อีกยี่ห้อหนึ่งได้แล้ว ในปัจจุบันก็ถูกเรียกว่าเป็นรถ RUF แล้ว ถึงแม้หน้าตามันจะคล้าย ๆ PORSCHE เพราะมันแชร์ Function เริ่มต้นเดียวกัน

ข้อที่เป็นจุดสำคัญของแบรนด์ RUF คือเรื่อง Heritage ที่มีร่วมกับ Porsche มาอย่างยาวนานมาก ๆ เพราะฉะนั้นแบรนด์นี้มันไม่ได้เกิดขึ้นมาแล้วก็จากไป แต่มันยังคงอยู่ และอยู่ได้ด้วยความเจ๋งที่เขาทำขึ้นมาจริง ๆ

UNLOCKMEN : RUF สามารถแต่งทั้งภายนอก ภายใน และเครื่องยนต์ของรถเลยใช่มั้ย

คุณอาร์ม : ใช่ รถ RUF มีหลายเลเวล อาจมีแค่ใส่พาร์ท หรือจนกระทั่งเป็นรถ RUF ที่เรียกว่า Completed Car เลเวลสูงที่สุด ในอดีตคือการเอารถ PORSCHE ใหม่ ๆ มา 1 คัน แยกมันออกทั้งหมดแล้วเริ่มทำใหม่ เพราะว่า ในเชิง Engineering ทุกอย่าง Concern และเริ่มกันตั้งแต่ Body เราสามารถใส่ Performance สูง ๆ เข้าไปได้ แต่รถอาจรับไม่ไหว สิ่งที่ RUF ทำคือแยกมันออกทั้งคันแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้รถรับกับ Performance ที่สูงขึ้นได้ เขาค่อนข้างซีเรียสมากกับการทำรถ นี่คือเสน่ห์ของรถ RUF ที่ทุกคนยอมรับ

โดยปัจจุบัน RUF สามารถที่จะสร้าง Chassis ที่เป็นของตัวเองได้แล้ว โดยไม่ต้องพึ่งพา Chassis จาก PORSCHE อีกต่อไป

UNLOCKMEN : หากเราย้อนกลับไปในสมัยที่ RUF เอา Chassis ของ PORSCHE มาทำ เคยเกิดปัญหาเรื่องหน้าตาที่เหมือนกันบ้างมั้ย

คุณอาร์ม : จนถึงตอนนี้ก็คงพูดไม่ได้ 100% ว่า PORSCHE โอเคหรือไม่โอเคนะ แต่ในมุมมองส่วนตัวของผม เชื่อว่า PORSCHE ในยุคต้น ๆ ก็คงไม่ค่อยโอเคมากเท่าไร เพราะ Performance ของรถ RUF มันเหนือชั้นจริง ๆ ทำแค่รถ YELLOWBIRD (RUF CTR) ได้เร็วกว่า PORSCHE 959 ซึ่งเป็น Super Car ของ PORSCHE อีก

ทีนี้ผมก็คิดต่อไปว่า มันก็คงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ RUF คิดอยู่เสมอ ถ้าเกิดว่า PORSCHE ไม่แฮปปี้ เขาก็ทำเป็น Manufacture อีกยี่ห้อหนึ่งเพื่อให้มันขาดออกจากกันมากขึ้น

UNLOCKMEN : ปัจจุบันรถของ RUF แบ่งเป็นทั้งหมดกี่เลเวล

คุณอาร์ม : ก็เหมือน PORSCHE ครับ เริ่มแรกจะเป็น Turbo No.1 ที่เอา 930 มาอัพเกรด / ต่อมา SCR คือเครื่อง SC ที่เอามาทำ Performance มากขึ้น มันก็จะมาคู่กับรถของ PORSCHE ที่ออก G-Model หรือ 911SC ตัว RUF ก็ออก SCR ยุคปลาย เครื่อง 3200 / PORSCHE ก็ไปขยายความจุเครื่องยนต์ใส่ Turbo เป็น YELLOWBIRD (CTR) ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก

จนถึงปัจจุบัน Series ที่เขามีก็จะเป็นตัวที่ Develop Chassis ของ RUF เอง คือ Chassis แบบ Carbon Monocoque ก็จะออกตัว CTR Anniversary (The New Yellow Bird) และมีตัวที่หน้าตาแบบ Hypercar เป็นรุ่น CTR3 ก่อนหน้านี้ในยุคที่หน้าตาเหมือน 911 ก็จะออกมาเป็น RT12 / RT12S / RTR / RT35 / RGT ไล่ย่อยลงมาเรื่อย ๆ ตอนนี้โมเดลปัจจุบันจะเหลือตัว Chassis ที่เป็นตัว Hypercar CTR3 เป็นตัว Top Model ของเขา ตัวที่เป็น Chassis Monocoque ก็จะเป็น SCR ตัวอื่น ๆ ก็สามารถสั่ง Custom ได้ อย่างพวกที่เป็น Rodeo หรือที่เป็นโมเดลอื่น ๆ ที่เคยผลิตอย่าง RT12S ก็สามารถสั่งทำย้อนหลังได้ด้วย ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญของ RUF มันจะเป็นรถ Custom มากกว่า ถ้าเขาออกโมเดลอะไรมาเราก็สามารถที่จะเลือกตามสิ่งที่เราต้องการได้เลย


สิ่งไหนคือความเป็น RUF อะไรคือการเคารพในความเป็น PORSCHE มาตลอดตั้งแต่เริ่มต้นทำแบรนด์ตั้งแต่ Day1 ที่ถึงแม้ว่าพอทำรถ RUF เป็นของตัวเองแล้ว ก็ยังคงได้รับแรงบันดาลใจจาก Heritage Story มาจาก PORSCHE อยู่ รถรุ่น 964 TURBO เป็นอีกหนึ่ง Special Project ของ 911 Assistant ที่แต่ง PORSCHE ด้วยการนำพาร์ทของ RUF มาใส่ และสามารถตอบภาพนั้นได้ดีที่สุด

คุณอาร์ม : ถ้าคันนี้เป็น PORSCHE เราจะเรียกว่ารถรุ่นโมเดลรหัส 964 คือรถ PORSCHE ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1989-1994 เป็นรถ 911 ในยุคนั้น รถรุ่นนี้เป็นรุ่น Turbo เครื่อง Turbo Charger

RUF ก็ออกรถในหน้าตาแบบนี้ออกมาเหมือนกันในช่วงเวลานั้น เป็น RUF CR2/CR4 แล้วถ้าเป็นตัว Turbo ก็จะเป็น BTR2 และ BTR4 เป็นตัวขับ 4 ตอนหลัง RUF ก็พัฒนา BTR ออกมาเป็น RCT และ RCT EVO ความแตกต่างก็คือจะมี Performance ที่สูงขึ้น

UNLOCKMEN : คันนี้คือ RUF ที่ทำมาจาก 964 TURBO ของ PORSCHE เลยใช่มั้ย

คุณอาร์ม : ไอเดียของรถคันนี้ก็คือการเอาพาร์ทของ RUF มาแต่ง เพื่อให้คนเห็นภาพว่า PORSCHE 964 TURBO แต่งออกมาเป็น RUF แล้วหน้าตาจะต่างกันอย่างไรบ้าง เพราะ 964 เป็นรถรุ่นยอดนิยมของ PORSCHE เพื่อให้ดูว่า RUF มีพาร์ทอะไรซึ่งสามารถ Offer ให้คนที่มี 964 แล้วอยากแต่งไปในทาง RUF

เริ่มต้นจากข้างหน้ารถก็จะเป็นลิ้นหน้าของ RUF จะเห็นว่าจะมีโลโก้ของ RUF อยู่ ตัว Shape ลักษณะจะไม่เหมือนลิ้นหน้าของ PORSCHE เพราะ 964 TURBO ของ PORSCHE ด้านใต้กันชนหน้าจะเป็นอีกแบบ พอเป็นพาร์ทของ RUF ใส่เข้ามาก็จะดูสปอร์ตมากขึ้น และทำให้มิติรถมันดูเตี้ยลง

ล้อและชุดเบรกของ RUF รวมทั้งจานเบรกด้วย ตัวจานนี้เป็น Steel (เหล็ก) ที่เราเลือกใช้จาน Steel เพราะรถคันนี้มันอยู่ในขั้นที่ลองทดสอบกันอยู่ ในอนาคตจานตัวนี้ก็สามารถอัพเกรดมาเป็นคาร์บอนเซรามิกในเทคโนโลยีปัจจุบันได้

ส่วนล้อจะเป็นลายที่ RUF เพิ่ง introduce ใหม่ในตัวของรุ่น RCT EVO เป็นล้อของรุ่น RCT ขนาด 18 นิ้ว ใส่ใน 964 แล้วก็สามารถใส่กับรถตัวประเภทตัวถังผอม (Narrow Body) ได้ด้วย ตัว 964 ที่ไม่ใช่ Turbo ก็สามารถใส่ได้

คันนี้มีการลดน้ำหนักของตัวรถด้วยฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงท้าย และประตูสองบานซึ่งทำจาก Carbon Fiber กระจกทุกบานยกเว้นบานหน้าเป็น Polycarbonate น้ำหนักเบา และมีกันชนหน้าของรุ่น RSR (ที่ไม่มีที่ฉีดน้ำไฟหน้า) พร้อมช่องลม

UNLOCKMEN : แต่ RUF ดูไม่ใช่แบรนด์ที่จะต้องใช้วัสดุ Carbon Fiber หรืออะไรต่าง ๆ ที่ High Specs แบบขั้นสุดเลย

คุณอาร์ม : ใช่ครับ เพราะว่าเขาไม่ใช่สาย Motor Sport รถ RUFเองก็สร้างมาในทางจุดประสงค์เดียวกับ PORSCHE เหมือนกัน คือเป็นรถ Practical Car ที่ใช้งานง่าย ใช้งานสบายในวันปกติ เขาก็เลย Concern เรื่องนี้ว่าไม่จำเป็นต้องขนาดนั้น แต่รุ่นหลัง ๆ เราสามารถจะเลือกได้นะ สมมติเราเอารถ Porsche ส่งไปทำเป็น RUF RCT Evo มันจะมี Option ให้เลือกพาร์ทที่เป็น Carbon ได้เหมือนกัน

เข้ามาข้างในรถเราก็จะเห็นเบาะ RUF ปรับไฟฟ้า ด้วยราคาก็ไม่ได้แพงเมื่อเทียบกับเบาะรถยี่ห้ออื่น ถ้าผมจำราคาไม่ผิดไม่ได้หนีกับทั่วไปเลย สิ่งที่สำคัญคือดีไซน์มันเหมาะมาก มันเป๊ะมาก มันมี Shoulder Support ที่ดีมาก ทำให้กระชับมาก ๆ

UNLOCKMEN : อันนี้คือเบาะไซส์เดิมเลยรึเปล่า

คุณอาร์ม : เป็นเบาะดั้งเดิมตั้งแต่แรกของ RUF เลย และเขาก็ยังผลิตอยู่ ทาง RUF บอกว่าถ้าเกิดมันเป็นไอเทมยอดนิยมและคนยังชอบอยู่เขาก็ยังคงผลิตอยู่

UNLOCKMEN : แล้วถ้าสมมติว่าผมเป็นคนตัวใหญ่หรือตัวเล็กกว่านี้จะทำอย่างไร อันนี้คือมันเป็นเบาะไซส์ชาวต่างชาติหรือเปล่า

คุณอาร์ม : เบาะอันนี้เป็นไซส์ Standard ก็จะถูกวางเอาไว้เป็นไซส์ทั่วไป แต่ ถ้าเราคิดว่ามันไม่เหมาะกับตัวเอง ก็มีเบาะรุ่นอื่น ทรงอื่นให้ อาจจะใหญ่ขึ้นได้ บางครั้งเราสามารถที่จะสั่งซื้อเบาะ Recaro ซึ่งเขาให้เลือก Size ที่ต่างกันได้ แล้วให้ทาง RUF จัดการ Trim ใหม่ ทำโลโก้ออกมาเป็น RUF ก็ได้

สีสันของรถ RUF ก็คือคนที่จะสั่ง RUF ควรจะใช้ข้อดีของการที่รถคันนี้ผลิตมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นเขาควรจะเลือกทุก Detail ของเขาเองได้ ก็จะเห็นว่าภายในรถมีการใช้ทั้งพวงมาลัย / เบาะ / Gauge / Pedal แป้นเหยียบอลูมิเนียม และพรมของ RUF

964 TURBO คันนี้ทำการ Rear Seat Deleted และใส่แผ่นปิด Radio Deleted ถอดวิทยุและระบบเครื่องเสียงทั้งหมดออกเพื่อลดน้ำหนักให้น้อยที่สุด มาพร้อมหัวเกียร์เลือกใช้แบบไม้ Style 917

เรือนไมล์สีเขียว-เข็มขาวสั่งจาก RUF อันนี้เราสามารถส่งเรือนไมล์ของ Porsche ไปให้ RUF แล้วเขาจะสามารถทำเรือนไมล์ใหม่ลับมาให้เราได้ด้วยนะ ก็เป็นหนึ่งในบริการที่เขาทำให้เราอยู่

Roll Cage จะเป็นของ After Market Brand ที่เป็นวัสดุแบบอลูมีเนียมน้ำหนักเบา เพราะหนึ่งใน Option ที่เป็น Signature ของ RUF ก็คือตัว Integrated Roll Cage จะมีแต่ใน RUF Completed Car เท่านั้น คือเขาจะทำให้ Integrated Roll Cage แนบไปกับตัวรถเลย มันก็จะไม่เห็นเหล็กเหล่านั้นที่ยื่นออกมาเป็นส่วนเกิน จัดการซ่อนเพื่อไม่ให้กวนสายตา

โดยปกติแล้ว PORSCHE จะใช้ Spoiler เป็นอีกแบบซึ่งมียางล้อมรอบ แต่ RUF จัดการสร้าง Spoiler อัพเกรด Performance ในเรื่องของความเบา เพราะ PORSCHE เอง ชิ้นยางมันหนัก สิ่งที่เราไม่ต้องการคือเรื่องน้ำหนักข้างหลังที่เยอะ แล้วมันเป็นน้ำหนักส่วนที่อยู่ข้างบนและปลายด้วย

ช่วงล่างจะเป็น Coilover KW V3 Clubsport มาพร้อมกับ Top Mount ปรับแคมเบอร์ได้ มีเหล็กกันโคลงอัปเกรดทั้งหน้าและหลัง คอม้าจาก BBI คู่กับดุมล้อของ RS Lightweight ทำงานร่วมกับข้อต่อ Ball Joint ทั้งหมด มี Trailing Arm หลังแบบปรับได้ และมีค้ำแรคพวงมาลัยป้องกันการขยับเขยื้อน โดยที่พวงมาลัย Power Hydraulic เดิมเปลี่ยนไปใช้ปั๊มไฟฟ้าเพื่อลดน้ำหนักของตัวรถ

แล้วเมื่อพูดถึงเครื่องยนต์ของ 964 TURBO ก็จะคุมด้วยระบบ EFI (โดยการใช้กล่อง Standalone แทนของเดิม K-Jet) ด้านการจุดระเบิด เปลี่ยนไปใช้แบบ Direct Coil แล้วมีการอัปเกรดก้านสูบ Cam Shaft สปริงวาล์ว Retainer Turbo และมีท่อไอเสียไทเทเนียม และ Pulley น้ำหนักเบา

พละกำลังจะอยู่ที่ประมาณ 450 แรงม้า กับแรงบิด 598 NM โดยเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่บนแท่นเครื่องอัพเกรดแบบ Semi-Solid ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด เปลี่ยนเกียร์ด้วยชุด Short Shifter ส่วนชุดคลัทช์ใช้แบบอัปเกรดพร้อมกับฟลายวีลน้ำหนักเบา ส่งกำลังไปที่ล้อด้วยเฟืองท้าย Limited Slip ของเดิมจากโรงงาน


ต้องบอกว่าในปัจจุบัน 911 Assistant เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงเจ้าเดียวของ RUF โดยใช้ชื่อว่า RUF Automobile Thailand ซึ่งกว่าจะได้เป็น Authorized Dealer หรือ Represent ตัวแทนของ RUF ในประเทศไทยนั้นก็ไม่ง่ายและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เรามาฟังคุณอาร์มและคุณอีฟเล่าเรื่องนี้ก่อนจะไปเจอกับรถคันสุดท้ายกัน

คุณอาร์ม : ในส่วนของผมที่ได้คุยกับทาง RUF สิ่งที่เขาชอบ 911 Assistant คือเรามีพื้นฐาน PORSCHE อยู่แล้ว เราสามารถทำในสิ่งที่เขาต้องการได้ เพราะว่ามันก็มาใน Direction เดียวกัน และความ Passion ต่อ Porsche ของเรา กับตัวเจ้าสำนักในปัจจุบัน Alois Ruf Jr. นั้นไม่ต่างกันเลย คุยภาษาเดียวกัน ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน เขาก็มั่นใจว่าเรา Qualified พอที่จะเป็น Represent ของเขาได้ ความยากคือใช้เวลานานมาก เราเริ่มต้นด้วยการสั่งอะไหล่มาทีละลอต ตอนก่อนหน้าที่เราจะได้เป็น Authorized Dealer เราก็ดูแลรถ RUF ประสานงานกับเขามาโดยตลอด

คุณอีฟ : ใช้เวลาหลักหลายปีอยู่ค่ะ อีฟคิดว่าด้วยความที่ RUF เขาเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยโมเดลจริง ๆ มันก็มีความเป็น Family Business ระดับหนึ่ง ในการคุยงาน การประสานงาน หรือความพึงพอใจ มันเลยอยู่ที่เขาเห็นว่าเรามี Passion กับมันมากน้อยแค่ไหน

เพราะว่า RUF ไม่ได้เป็นเจ้าของแค่แบรนด์รถยนต์ แต่เขา มี Heritage ของเขาอยู่ด้วย หมายถึงว่าเขาเป็นเจ้าของเดียวโดยไม่มีหุ้นส่วน และก็ไม่ได้คิดว่าต้องการที่จะผลิตรถจำนวนมากไปกว่านี้ ดังนั้นภาพลักษณ์ของแบรนด์ เขาบอกแค่ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ RUF คือ RUF ดังนั้นมันก็เลยเป็นความยากที่ว่ามันอาจจะไม่ได้มี Standard ตายตัว แต่คุณจะต้องเป็น RUF ที่นี่ให้ได้ แล้วมันจะต้อง Prove ให้ได้ว่าคุณคือเราในประเทศนี้

“ดังนั้นมันจึงไม่มีเส้นแบ่งว่าอะไรที่จะทำให้เขาเลือกเรา เพราะทั้งหมดคือเราทำให้เขาเห็นว่าเรามี Passion กับ RUF มากขนาดไหน และเป็นความพร้อมของเรื่องสถานที่และ Know How เกี่ยวกับรถยนต์ PORSCHE ของเรา”

และเป็นความโชคดีที่ทุกครั้งที่เราได้ทำงานเกี่ยวกับ RUF ไม่ว่ากับคนไทยหรือต่างประเทศ เวลาใครมาที่นี่ พอกลับไปเขาก็จะพูดถึง 911 Assistant แล้วชื่อนี้ก็จะได้ยินไปถึงเขาตลอด มันก็เลยทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย และเราก็พยายามที่จะแสดงตัวอยู่ตลอดเหมือนกันว่าเราทำงานเขานะ เรา Continue นะ เราทำรถที่อัปเกรดเป็น RUF ทั้งคันแล้วนะ เราพยายามจะส่ง Report หรืออะไรก็ตามแต่ให้เขาดูตลอดเวลา

มันจึงไม่ใช่แค่เรามีสถานที่ มีลูกค้าในมือ แล้วเขาจะเลือกเรา มันคือความที่เรามี Passion กับเขาขนาดไหน ต้องบอกว่า Alois Ruf Jr. ไม่ได้เป็นคนที่คุยยากหรือคุยง่าย แต่เขามองว่าพวกคุณเอาจริงหรือเปล่าประมาณหนึ่ง

ย้อนกลับไปตอนที่ไปโรงงาน RUF อีฟก็ไปกับพี่อาร์มด้วย แล้วคุณ Estonia Ruf (ภรรยา) เขาจะคุยเรื่อง Marketing และเรื่องตัวเลข แต่พี่อาร์มจะสนุกสนานกับการคุยกับ Mr. Ruf มากกว่า เขาคุยกันว่าทำรถอะไรอยู่ เราก็บอกว่าเรากำลังทำรถ Early 911 อยู่ Mr. Ruf ก็ยังบอกว่าถ้าผมไปประเทศไทยแล้วจะเช็คให้ว่ารถ Early 911 ของคุณเป็นยังไง แล้วก็พาเราสองคนไปเดิน Private Museum ของเขาซึ่งเป็น Private Collection อีฟคิดว่ามันคือความรู้สึกบางอย่างที่คนที่รัก PORSCHE ด้วยกันเขาจะคุยกัน

UNLOCKMEN : เหมือนเป็น Family & Family แล้วก็คุยกันรู้เรื่องด้วย

คุณอีฟ : จริง ๆ ตอนที่ไปคุย อีฟกับพี่อาร์มก็ไม่ได้ตั้งใจไปใน Mood ของ Family นะ แต่เขา Appreciate ในความที่คุณเป็นแบบนี้แล้วภรรยาคุณก็มาช่วยในธุรกิจนี้เหมือนฉันเลย เหมือนกับเขาที่ชอบ Engineering แล้วภรรยาเขาก็ดูแล Marketing ซึ่งมีวันหนึ่งที่ไปคุยงานกันอีฟก็เอาลูกไปด้วย เขาก็เห็นว่ามันคล้ายกันกับเขา แต่อีฟคิดว่ามันอาจเป็นแค่เฉพาะเรา เพราะประเทศอื่น ๆ อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งที่จริงจัง แต่ความรู้สึกที่เราได้รับก็คือความอบอุ่นที่เขาสื่อสารออกมา เราก็ตั้งใจทำ ตั้งใจเตรียมพื้นที่นี้ไว้ให้ดีเพื่อที่เขาจะได้มองมาแล้วรู้สึกว่ามันเป็น RUF Thailand ได้

UNLOCKMEN : ตอนนี้ ณ ปัจจุบัน 911 Assistant มีอะไร Service เกี่ยวกับ RUF บ้าง

คุณอาร์ม : เรื่อง RUF เราก็ Offer ทุกอย่างเหมือนที่โรงงานของ RUF เลย ไม่ว่าจะสนใจเรื่อง Upgrade Spare Part ก็ทำได้ เรื่อง Maintenance รถ RUF ที่ครอบครองอยู่เราก็ดูแลได้ ถ้าลูกค้าสนใจจะสั่ง Completed Car เราก็สามารถดูแลได้ ให้ข้อมูล Product ช่วยให้เขาได้รถที่เขาต้องการจริง ๆ ทั้งที่เป็นรถใหม่หรือรถที่มีอยู่แล้วในประเทศเอากลับไปทำที่ RUF Germany ก็ได้เหมือนกัน


และเมื่อเราพูดถึงความเป็น Completed Car ของแบรนด์ RUF เป็นรถที่ทุกส่วนคือความเป็น RUF อย่างแท้จริง ก็จำเป็นจะต้องยกรถที่ 911 Assistant ภูมิใจอย่าง RUF RT12S ขึ้นมาเป็นตัวอย่างประกอบด้วย และนี่คือรถไฮไลต์สำคัญที่พา UNLOCKMEN มาเจอกับ 911 Assistant ในวันนี้ บรรทัดต่อไปขอให้รถคันนี้ได้ทำการเล่าเรื่องด้วยตัวเอง ผ่านน้ำเสียงของคุณอาร์ม

คุณอาร์ม : โมเดลนี้คือ RUF RT12S เป็นรุ่นที่นำเข้ามาตอนปี 2011 เพื่อเปิดตัวใน Motor Show ที่เมืองไทย เป็นรถที่ผมเห็นตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาแรก ๆ พอดีว่าตอนได้มีโอกาสไปช่วยซัพพอร์ตงานของ Dealer ในขณะนั้น ก็เลยได้เห็นคันนี้มาตั้งแต่ต้น ก็ค่อนข้างประทับใจกับรถคันนี้มาก

UNLOCKMEN : รุ่นนี้มีความพิเศษหรือความเจ๋งอย่างไรสำหรับความเป็นรถ Completed Car ของ RUF

คุณอาร์ม : RUF ในยุคนั้น (2009-2011) เป็นรถที่พัฒนาร่วมกันมากับ CTR3 ที่มีรากฐานมาจาก YELLOWBIRD ใน RUF CTR แล้วก็พัฒนามาเป็น RUF CTR2 ในหน้าตาหรือ Body ของ PORSCHE 993 แล้วก็พัฒนามาเป็น CTR3 ซึ่งถือเป็น Top Line ของ RUF ในทุก ๆ ยุค และอันนี้คือรุ่นที่พัฒนามาพร้อมกันโดยใช้ Body ของ PORSCHE 997 เสน่ห์หรือ Feature ของรถคันนี้คือยกเอาเครื่องยนต์ของ CTR3 มาใส่ใน Body พื้นฐานของ PORSCHE 997

รถ Completed Car อย่างคันนี้ทำขึ้นมาใหม่ทั้งคัน มันจะมีฟีเจอร์สำคัญที่รถในประเภทนี้มีก็คือชุดที่เราเรียกว่า Integrated Roll Cage ทำไมเราถึงให้เครดิตกับรถที่มีสิ่งนี้ เพราะว่าการที่จะทำ Integrated Roll Cage เข้าไปใหม่ นั่นเท่ากับการที่เราจะต้องรื้อรถ 1 คันที่เป็น Completed Car ของ PORSCHE และเริ่มสร้างขึ้นมาใหม่ถึงจะทำเข้าไปได้

บวกด้วยเครื่องยนต์ที่เหมือน Ctr3 แต่ CTR3 เป็นเลเวล Hyper Car หรือเป็น Top Model ข้อดีของรถคันนี้คือเครื่องยนต์สมรรถนะสูง แล้วอยู่ใน Body ที่ใช้งานง่าย เครื่องยนต์ 3,746cc Twin Turbo ประมาณ 685 แรงม้า แล้ว Signature ของรถรุ่นนี้ของ RUF ก็คือ Air Intake ด้านหลังที่อยู่ด้านบนของซุ้มบังโคลนหลัง

UNLOCKMEN : ซึ่ง PORSCHE 997 TURBO ก็จะไม่มีตรงนี้

คุณอาร์ม : 997 TURBO มีรูครับ แต่รูจะอยู่คนละจุด (อยู่ที่ข้างรถ) จุดเด่นของ RT12S ก็คือหางหลังจะมี 2 ชั้น เป็น Fix Spoiler จริง ๆ รถ PORSCHE ก็มีเหมือนกันนะ แต่อันนั้นก็จะขยับขึ้น-ลงตามความเร็ว แต่ RUF ด้วยความที่เขาวิ่งด้วยความเร็วสูง หางของเขาต้องใช้งานอยู่ตลอดแล้วการจะเป็น Fix Spoiler ก็สามารถลดน้ำหนักเรื่องกลไกได้

จุดสำคัญ ๆ ที่ต่างจาก PORSCHE ทั่วไปก็จะเป็นชิ้นกันชนหลัง เป็น Iconic Shape ของ RT12S เขาจะมีรูข้างและตัวรอบท่อไอเสีย และท่อไอเสียของ RUF เป็นชิ้นเดียวสวมเข้าไปเลย Integrated รอบนี้หมดเลย

UNLOCKMEN : เรียกว่า Body Design ใหม่เลย

คุณอาร์ม : ใช่ครับ เหมือนจะธรรมดาถ้าคนไม่สังเกตุ แต่ถ้ามองลึกเราจะเห็นรายละเอียดเต็มไปหมด

UNLOCKMEN : ในส่วนของล้อ

คุณอาร์ม : ล้อ 19 นิ้ว ของ RUF ใส่สำหรับรุ่นนี้

UNLOCKMEN : ช่องดักอากาศกับลิ้นก็ทำเป็น Integrate เหมือนกันรึเปล่า

คุณอาร์ม : ใช่ครับ มันเป็นชิ้นเดียวตั้งแต่ข้างบนจนถึงข้างล่าง แล้วเราจะสังเกตเห็นว่ามันมีช่องลม (ตรงฝากระโปรง) เป็นพาร์ทของ RUF เขาก็จะมีหน้าตาไม่เหมือน กระจกข้างก็จะเป็นรูปทรงของ RUF เหมือนกัน ปกติมันจะไม่มีรูแบบนี้และจะใหญ่กว่านี้ อย่าง 997 มีหน้าตาคล้าย ๆ กับคันนี้ กระจกข้างจะไม่เหมือนกันอีก Detail มันเยอะมาก

แล้วพอเข้ามาข้างในก็จะเห็นพวก Detail ที่เพิ่มเติมขึ้นมารับกับพวกช่องลมด้านหน้าและตัว Fix Spoiler หลัง จริง ๆ Fix Spoiler หลังเขาก็จะมี Detail ด้านบนซึ่งไม่ปกติ ผมว่ามันเป็นดีเทลกิมมิกเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อความสวยงาม ภายในรถก็คือสิ่งที่ผมบอกว่ามันเป็น Integrated Roll Cage จะเห็นว่า A-Pillar ของรุ่นนี้มันอ้วนและลากยาว คือการที่จะทำตรงนี้ได้มันต้องรื้อรถแล้ว Trim ทำตั้งแต่ Body Trim ใหม่หมดเลย

ย้อนกลับไปตัว 964 TURBO ที่บอกว่าเบาะของ RUF ถ้านั่งไม่ได้ เราสามารถ Custom ให้ได้ คันนี้คนที่ออเดอร์ครั้งแรก เลือกสเปกรถเพื่อจะใส่เบาะของ PORSCHE 996 ที่เก่าลงไปอีก แทนที่จะใส่ PORSCHE 997 เพราะอาจจะชอบเบาะแนวนี้มากกว่า RUF ก็ทำให้ หุ้มหนังใหม่พร้อมปั๊มโลโก้ด้วย แล้วก็ออกแบบมาในธีมของ Two Tone / Tone On Tone ก็คือรถสีเทา ข้างในสีเทา แล้วก็เป็น 2 Tone On Top ขึ้นมาเป็นสีเข้ม ซึ่งก็ได้รับความนิยมเนื่องจากส่วน Top มัน Reflex ถ้าสีอ่อนมันจะสะท้อนขึ้นไปข้างบน ถือเป็น 2 Tone สีเข้มที่อยู่ข้างบน อารมณ์เหมือนใช้วัสดุหนังกลับ Alcantara เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะ Alcantara เป็น Interior ยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบความ Exclusive หรือสายรถ Hyper Performance เขาก็จะเป็น Interior แบบนี้ มันก็จะแมทช์กับ Carbon Fiber ที่ลากจากข้างนอกมาไว้ข้างใน

เบาะ พวงมาลัย หัวเกียร์เป็นของ RUF แล้วก็ตัวเรือนไมล์ที่เป็น RUF อย่างตัวนี้เป็นสิ่งที่ผมคุยกับทาง RUF Dealer เจ้าเดิมบอกผมไว้ว่าสิ่งพิเศษสำหรับรถคันนี้โดยเฉพาะ คือหนังที่ปั๊มลายคาร์บอน ซึ่ง RUF เองบอกว่ามันทำยากมากจนเขาไม่ได้ทำให้ใครอีกเลยหลังจากปีนั้น

คุณอาร์ม : ซึ่งพอเป็น Completed Car เราก็จะสามารถเลือก Option ตามใจเราได้ อันนี้คือสเปคที่เจ้าของแรกได้สเปครถตามใจของเขา เสน่ห์ของการที่เราจะออเดอร์ Completed Car สักคนหนึ่งมันจึงคือรถที่ไม่มีวันซ้ำกับใคร

ว่ากันด้วย Vin Number ( เลขตัวถังของรถ) ถ้าผลิต Completed Car มาในยุคของมัน ก็สามารถจะได้เลขตัวถังที่เป็นเลขตัวถังของ RUF – W09 คือ 2 ตัวที่บ่งบอกว่าเป็นรถ RUF ไม่ใช่รถ PORSCHE รหัส Factory คือ 3 ตัวแรกเป็น 3 หลักที่บอก Manufactured Wpo = PORSCHE / W09 = RUF เราจะรู้เลย

ตัวนี้ก็มีเฉพาะ Completed Car เท่านั้นที่จะสามารถ Assign ตัว Vin Number ของ RUF ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่มีความสำคัญกับรถ ซึ่งต้องบอกจริง ๆ ว่าต่อให้เราสั่ง RT12S ในวันนี้ ก็ไม่สามารถที่จะได้ แต่วันนี้เราสามารถสั่ง W09 กับรถ Model Year 2023 ได้ ถ้าใครโฟกัสไปไกลว่าต้องการ W09 ให้ซื้อตั้งแต่วันนี้ 3 ตัวหน้าไม่เปลี่ยน W09 คือรหัส

UNLOCKMEN : กลายเป็นมูลค่าของ RT12S ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่เท่าไหร่เลย

คุณอาร์ม : ใช่ แล้วผมว่ามันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ คนคงจะเล็งเห็น Base มัน ‘มาจากตัว PORSCHE 997’ มากกว่าที่คนเริ่มเล็งเห็น PORSCHE 997 เราก็จะเห็นว่าราคา 997 มันสูงขึ้นไปแล้ว คนที่มองอนาคตก็จะดูแล้วว่ารุ่นไหนของ 997 ที่น่าเก็บ อันนี้ก็จะไปอยู่ในกลุ่มที่จะไปจอดเทียบกับรุ่น Top ของ Porsche ได้เลย เพราะผมเข้าใจว่าทุกอย่างมัน Shape ไปในแนวทางนั้น เรื่องสังคม หรือความนิยมที่เพิ่มขึ้นในลักษณะที่ทุกคนอยากได้อะไรที่มันพิเศษ พอทุกคนศึกษามันก็ไปที่เดียวกัน คนก็เลยตื่นเต้นมากขึ้น แล้วผมคิดว่าเป็นทุกแบรนด์นะ PORSCHE เองก็ทำ ตอนนี้ก็ออก Limited Edition ขึ้นมา มีตัวท็อป ผมว่าทุก Industry ก็โฟกัสอะไรที่เป็น Limited Edition / Customize แล้ว RUF เขาก็อยู่ในจุดนั้นอยู่นานแล้ว



ทันทีที่การเดินทัวร์คันสุดท้าย Completed Car ของ RUF จบลง ตลอดระยะเวลาที่แววตาของคุณอาร์มเป็นประกาย โดยที่มีคุณอีฟผู้เป็นภรรยาคอยซัพพอร์ตอยู่ข้าง ๆ (ซึ่งก็มีแววตาเป็นประกายไม่ด้อยไปกว่ากันเลย) คำถามที่เราอยากรู้ก่อนจะลากันไป แน่นอนว่ายังคงเกี่ยวกับรถ แต่เป็นคำถามถึงรถที่เป็นกระจกสะท้อนแรงบันดาลใจที่ว่า “อะไรทำให้ 911 Assistant เป็นสิ่งที่สำคัญต่อทั้งคู่ขนาดนี้ ?”

UNLOCKMEN : จุดเริ่มต้นของ 911 Assistant ออกสตาร์ทตัวตรงไหน

คุณอาร์ม : ผมก็เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบรถยนต์เหมือนกัน และ PORSCHE เองก็เป็นแบรนด์ในใจมาตลอด ผมก็ได้ทำงานเกี่ยวกับรถยนต์ ตอนไปเรียนก็เรียนเกี่ยวกับเครื่องกล ตอนเป็นเด็กก็อ่านหนังสือรถ ตอนวัยรุ่นที่เราเริ่มมีรถก็เริ่มจะซ่อมเอง ขโมยรถแม่ไปซ่อมบ้าง บางทีไปอู่ก็ขอเขาทำเองบ้างก็มี

วันหนึ่งเราก็ได้มีโอกาสทำงานกับ PORSCHE พอได้สัมผัสมันใกล้ ๆ อย่างยาวนาน ก็ยิ่งชอบ ยิ่งศึกษา ยิ่งโดนตกเข้าไปเรื่อย ๆ ทุกวันนี้ก็ยังมีความสุขที่ได้นั่งอ่านหนังสือ ยังมีความสุขที่ได้ศึกษา PORSCHE จะรถใหม่ก็ดี รถเก่าก็ได้ เราก็ชอบหมด มันเริ่มต้นที่ความชอบ

แล้วจากนั้น พอทำงานที่ PORSCHE ไปสักพัก ก็อยากที่จะทำอะไรที่เราชอบจริง ๆ มันก็คงจะดีถ้ามีใครสักคนที่จะช่วยดูแลคนที่ชอบ PORSCHE ได้ ก็เลยออกมาทำ 911 Assistant บริษัทที่ช่วยดูแลเกี่ยวกับด้านรถยนต์ PORSCHE ที่ทำทุกอย่างเกี่ยวกับรถยนต์ยี่ห้อนี้

UNLOCKMEN : จนถึงตอนนี้ 911 Assistant เดินทางมากี่ปีแล้ว

คุณอาร์ม : เปิดบริษัทครั้งแรกปี 2009 ปีนี้ก็ 15 ปีแล้ว

คุณอีฟ : และใน 15 ปีนี้คือทำทุกอย่างเกี่ยวกับ PORSCHE จริง ๆ ดูแลอยู่แบรนด์เดียว มีความสนใจอยู่แค่แบรนด์เดียว และยังคงมี Passion กับแบรนด์นี้ตลอดไป

คุณอาร์ม : บางทีก็มีคนถามนะว่า “ทำไมทำ PORSCHE แค่แบรนด์เดียว ไม่คิดอยากทำอย่างแบรนด์อื่นบ้างเหรอ?” ก็เคยคิดนะ แต่มีความรู้สึกว่าเรารักรถ PORSCHE มาก แล้วเราก็อยากจะทำให้มันดีที่สุด การจะทำให้มันดีที่สุดก็คือเราก็ต้องอินกับมัน สมมติถ้าเราทำหลายยี่ห้อมันอาจไม่ได้โฟกัสกับ PORSCHE อย่างเดียว

UNLOCKMEN : เหมือนเจอสิ่งที่ชอบแล้วก็ไปให้สุด

คุณอาร์ม : ใช่ แล้วเราก็กลัวว่าถ้าไปทำแบรนด์อื่นเราอาจทำได้ไม่ดีเท่า PORSCHE มันไม่ Comfortable ที่จะไปลองผิดลองถูกกับอย่างอื่นแล้ว

UNLOCKMEN : สำหรับคุณอาร์ม 911 Assistant เป็นความฝัน เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในชีวิต หรือว่าเป็นอะไร

คุณอาร์ม : ทุกวันคือความฝันของผมหมด ผมทำทุกวันให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ผมเข้ามาอยู่ในฝันของตัวเองมานานแล้ว มันคือการที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดขึ้นไปตลอดมากกว่า

คุณอีฟ : พี่อาร์มเคยบอกกับอีฟในครั้งหนึ่งตอนที่เราขับรถผ่าน Garage ซึ่งพี่อาร์มเคยซ่อมรถ VOLKSWAGEN ว่าอย่างนี้ “รู้ไหมว่าเมื่อก่อนอันนี้เป็น Garage ในฝันเลยนะ แต่มาวันนี้มันยิ่งกว่าฝันอีก” เขาได้มี Workshop เป็นของตัวเอง ได้อยู่ใกล้รถที่ชอบแม้บางคันจะไม่ได้เป็นเจ้าของมันก็ตาม อีฟคิดว่าคำตอบของพี่อาร์มคือมันยิ่งกว่าฝันแล้วที่ได้อยู่ใกล้ ๆ รถที่ตัวเองชอบทุกวัน

คุณอาร์ม : ถ้ามีใครถามผมว่า “ฝันของคุณคืออะไร?” หลาย ๆ คนอาจจะมองไปไกล ผมก็จะบอกว่านี่แหละ ฝันของผมมาตั้งแต่ต้นแล้ว มาตั้งแต่วันแรกที่ผมรู้สึกว่าผมอยากจะทำอะไร PORSCHE Community ผมอยากเอาความรู้ ความตั้งใจ หรือสิ่งที่ผมรักมาทำให้เกิดประโยชน์กับคนที่รักในสิ่งเดียวกัน และคิดว่าสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้ผมสามารถทำอย่างนั้นได้ก็คือ 911 Assistant

ในอนาคตอันใกล้นี้ทางคุณอาร์มและคุณอีฟมีแผนจะเปิด Show Room เพื่อแบรนด์ RUF โดยเฉพาะในพื้นที่ของ 911 Assistant เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักและรักแบรนด์รถยนต์เยอรมันนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะในเรื่องของ Herritage Story หรือ Performance เพราะเชื่อว่าคนไทยเป็นคนที่หลงใหลในความ Craft ของรถยนต์อยู่แล้ว เตรียมตัวสัมผัสรถ Ruf แบบใกล้ชิดมากขึ้น สนุกมากขึ้น ควบคู่กับความรู้จากประสบการณ์จริงที่หาที่ไหนไม่ได้เร็ว ๆ นี้ ติดตามได้ทางเพจของ 911 Assistant และ RUF Automobile Thailand กันได้เลย

GEESUCH
WRITER: GEESUCH
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line