Life
UNLOCK The Process 02 : Hideo Kojima กับวิธีการสร้างเกม ที่จินตนาการถึงโลกแห่งความฝันตลอดเวลา
By: GEESUCH December 31, 2025 236081
ในวงการเกม ถ้าเราจะพูดถึงผู้สร้างระดับที่ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เล่นเกมแต่ก็จะรู้จักเขาอยู่ดี Hideo Kojima เป็นชื่อแรกที่เรานึกออก สำหรับซีรีส์แฟนเกม Metal Gear ที่ตามกันมาตั้งแต่ยุคของ MSX แต่เอาจริงถึงเพิ่งจะมาตามในยุคอัปเดทแพทช์ Death Stranding 2 ก็น่าจะรู้ได้ชัดอยู่แล้วว่าความอัจฉริยะของโคจิม่าคือ ‘ความขบถ’ ในการจะทำ Super Realistic Game สมจริงระดับชีวิต / Cinematic Experience ใส่ความมหัศจรรย์ระดับภาพยนต์ / Out Law Gameplay แบบไม่ประณีประณอม Execution มาจำกัดความเป็นไปได้ของจินตนาการแม้แต่นิดเดียว

UNLOCK THE PROCESS ตอนที่ 2 เราจะพาไปเจาะเบื้องหลังความเก่งของโคจิม่า เพราะว่าทุกความสามารถที่เขาอัปสกิลจนเต็มหลอด ล้วนเกิดจาก Memory ใน Safe ที่ทั้งสะสมเองและผู้คนรอบข้างมอบให้ตลอดชีวิตการเป็นคนสร้างเกมที่คนทั้งโลกรอคอยคนนี้
#RecapKojimaStory Hideo Kojima เกิดปี 1963 ที่เมือง Setagaya โตเกียว เป็นลูกคนเล็กจากพี่น้อง 3 คน ที่คนชอบพูดกันว่าเกมของโคจิม่ามัน Cinematic ซะเหลือเกิน เป็นเพราะความหลงใหลในภาพยนตร์ของโคจิม่าคือลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นเลยล่ะ พ่อของเขารักการดูหนังมาก ถึงขนาดมีธรรมเนียมครอบครัวว่าต้องดูหนังด้วยกันทุกคืน ความผูกพันธ์ของครอบครัวปลูกฝังความรักในศิลปะให้โคจิม่า แต่ทุกอย่างก็ต้องแตกสลาย ตอนโคจิม่าอายุได้ 13 ปี คุณพ่อก็จากไปด้วยโรคร้าย สิ่งนี้เป็นบทเรียนชีวิตบทสำคัญแรกที่ทำให้โคจิม่าเข้าใจความเปราะบาง ความเศร้า และการสูญเสียของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะส่งผลต่องานของเขาในเวลาต่อมา

ตัดภาพในช่วงเวลาที่โคจิม่าเรียนมหาวิทยาลัยคณะเศรษฐศาสตร์ ด้วยความที่บ้านมีฐานะยากลำบากจากการจากไปของพ่อ โดยที่โอบกอดความรักในภาพยนตร์และการทำงานศิลปะเอาไว้ในใจ และแล้ว เวลานั้นโคจิม่าก็มีแพชชั่นใหม่ให้กับอุตสาหกรรมวิดีโอเกมซึ่งกำลังเฟื่องฟูสุด ๆ จาก Super Mario Bros. และ Portopia Serial Murder Case เพราะว่าเกมเป็นศิลปะที่เอื้อให้เล่าเรื่องแบบ Interactive Stories ไม่ต่างกับที่หนังส่งผลกับคนดูเลย
ปี 1986 โคจิม่าเข้าทำงานกับ Konami อยู่กับทีมพัฒนาเกมลงเครื่อง MSX และในปี 1987 ก็ฝากชื่อแรกให้ในวงการกับ Metal Gear ที่เป็น Stealth Gameplay ปฎิวัติวงการ ก่อนจะกลายเป็นแฟรนไชส์เกมส์หนึ่งที่ดังที่สุดของโลกมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแลกมากับการทำงานหนักที่โคจิม่าให้สัมภาษณ์ตอนหลังว่ามันหนักมากระดับวันละ 20 ชั่วโมงได้เลย
ตอนที่ Metal Gear Solid ลงเครื่อง Playstation เป็นครั้งแรกในปี 1988 มันเหมือนว่าวันที่เครื่องมือซึ่งจะรองรับจิตนาการไม่สิ้นสุดของโคจิม่าก็มาถึงสักที

จุดสำคัญที่ทำให้เห็นว่าโคจิม่าไม่เชื่อเรื่องขีดจำกัด คือตอนที่ Metal Gear Solid 2: Sons of Liberty วางขายในปี 2001 โคจิม่าปลดล็อกพลังใหม่เอาเกมที่เล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ กราฟิกระดับสูง และมี Interactive ที่โต้ตอบกับผู้เล่น ถึงขาดว่ามีบอสตัวนึงที่อ่านความคิดเราได้ วิธีการเอาชนะคือต้องถอดจอย Player 1 ไปเสียบช่อง Player 2 เพื่อให้มันอ่านใจเราไม่ออกถึงจะสู้ชนะ ล้ำ ! แล้วล้ำได้อีกตอน Solid 4: Guns Of The Patriots ปี 2008 ภาคที่แฟน ๆ เรียกร้องขอให้ทำ กับเกมที่ถูกบันทึกบน Guinness World Record ว่ามี Cut Scene ยาวที่สุดในโลก 71 นาที เพื่อสนองความเป็นภาพยนตร์ในเกมของโคจิม่า
ในพอร์ตของโคจิม่ายังมีเกมล้ำ ๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะ Snatcher เกมที่ได้แรงบัดาลใจจาก Blade Runner / Boktai: The Sun Is in Your Hand เกมนักล่าแวมไพร์ผู้มาพร้อมกับปืนพลังแสงอาทิตย์ ซึ่งเกมนี้ต้องเล่นกลางแดดจริง ๆ เพราะว่าตัวตลับจะมีแผ่นรับแสงที่จะเป็นกระสุนของเราในเกม / และแน่นอนว่า Death Stranding เกมในวันที่โลกของเกมตั้งใจยัด Gameplay และ Combat สู้ที่สะใจที่สุด เกมนี้กลับเป็นการ Carry การฟื้นฟูและรักษาที่อยู่ในทางตรงกันข้าม กับระบบ Social Strand System ที่ทำให้ผู้เล่นเกมนี้ทั่วโลกช่วยเหลือกันในเกมแบบไม่เปิดเผยตัวตนกัน (Asynchronous Multiplayer)
“If there is no risk, there won’t be any good things that would be born”
ต้องบอกว่าโคจิม่าเป็นทั้งลูกรักและลูกชังของ KONAMI ก็ไม่แปลก การจะวิ่งตามความคิดที่บ้าบิ่นพร้อมกับให้บริหารบริษัทให้มีกำไรเข้ามานั้น ดูจะสวนทางไม่ใช่น้อย ความตึงเครียดสะสมมาเรื่อย ๆ จนรู้กันว่าปี 2015 โคจิม่าก็ออกจากบริษัทไป พร้อมกับเปิด Kojima Productions ร่วมมือกับ Sony Entertainment ปลดปล่อยจินตนาการทั้งหมด และสร้าง Death Stranding ขึ้นมา

เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้โคจิม่าได้ไปเยี่ยมสตูดิโอเกมแห่งหนึ่งในฐานะของ Supervisor เพื่อให้คำแนะนำกับเกมที่กำลังพัฒนา ซึ่งเขาไม่ประทับใจเท่าไหร่ที่คนสร้างเกมดูจะไม่รู้จักธรรมชาติในความจริงของสิ่งที่กำลังจะสร้าง “พวกเขากำลังสร้าง military games แต่ยังไม่รู้แม้กระทั่งวิธีถอดประกอบปืนด้วยซ้ำ เป็นสิ่งที่น่าเศร้ามากเลยนะ”ความสมจริงเป็นหัวใจหลักในการสร้างเกมของโคจิม่า และ Death Stranding 2 เขา ก็บอกว่าน่าจะทำได้สมจริงกว่านี้ (โห)
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าโคจิม่าเป็น Film Geek ความคิดสร้างสรรค์ของผู้พัฒนาเกมคนนี้มาจาก Cinematic Moment เป็นแกนเชื้อเพลิงหลัก ถึงขนาดให้สัมภาษณ์กับ Rolling Stone เลยว่า “Games take a lot of time, and I probably just play maybe one game a year,” แต่แรงบันดาลใจก็ไม่ได้มาจากแค่นั้น โคจิม่ายังอ่านหนังสือ พบปะผู้คน และออกไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะในวันว่างกับลูกชาย เป็นแรงบันดาลใจที่ไม่ได้รับมาจากเกมอื่นเลย การด่ำดิ่งไปกับเรื่องราวของเกมลึกซึ้งกว่าการดูหนังมาก และเมื่อไหร่ที่มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมันจะสามารถพัฒนาชีวิตที่ดีคนให้ดีขึ้นได้ด้วย ผมเลยคำนึงถึงสิ่งนี้ตลอดเวลาสร้างสรรค์ผลงานออกมา

ครั้งหนึ่งโคจิม่าเคยโดนถามว่า “อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณหลงใหลในเกม” คำตอบคือ “ผมไม่ได้สร้างเกมเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่, แต่มีชีวิตอยู่เพื่อสร้างเกม” เหตุผลที่ตอบไปแบบนั้นเป็นเพราะว่ามีแฟน ๆ ที่รอคอยงานชิ้นต่อไปอยู่ ถ้าไม่มีคนเหล่านนั้นก็คงไม่ได้อยู่ตรงนี้ และถ้าวันหนึ่งการสร้างเกมไม่ได้มีผลอะไรต่อผู้คนเหล่านั้นแล้ว ก็ตั้งใจว่าจะหยุดทำ โคจิม่าบอกว่าการทำเกมเป็นงานที่เหนื่อย แต่ก็ต้องบอกเหมือนกันว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกถึงการได้ใช้ชีวิตจริง ๆ และเป็นชีวิตที่ดีมากด้วย
โคจิม่าคิดถึงการสร้างเกมตลอด 24 ชั่วโมง !
“งานสร้างเกมคล้ายกับว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง ผมจินตนาการถึงสิ่งนี้ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่ช่วงเวลาที่คุยอยู่กับครอบครัวในหัวคืออยู่ในโลกอื่นไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่ผมก็ดีใจที่ได้ทำงานนี้เพราะมันสามารถทำให้ผมจินตนาการเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”

ปี 2017 คุณแม่ของโคจิม่าจากไป .. ผู้ชายวัย 62 คนนี้ พูดอย่างติดตลกว่าแม่ของเขาแทบจะไม่รู้จักเกมเลย แต่แม่เคยเล่น Metal Gear Solid 3 ด้วยนะ กว่าจะจบก็ใช้เวลาถึง 6 เดือน แถมใช้สูตรโกงด้วย 555 หลังจากที่คิดถึงความตายอย่างหนักตอนที่เสียพ่อไป ปี 2025 เป็นช่วงเวลาที่โคจิม่าบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ตัวเองไม่คิดถึงความตายเลยสักนิด และเป็นครั้งแรกที่คิดต่อไปว่ามันมีอีกหลายสิ่งที่เขาจะไม่ได้ทำเมื่อจากไป ไม่ใช่แค่เกม แต่ยังรวมถึงการสร้างภาพยนตร์ด้วย แต่ไม่เป็นอะไรเลย เพราะไอเดียมากมายที่เขาหมกมุ่นในช่วงนี้ก็ถูกส่งต่อให้โปรดิวเซอร์ของตัวเองเหมือนกับว่าเป็นพินัยกรรมสุดท้าย

CREDIT : Rolling Stone / Kojima Production / Konami / GQ Magazine / SSENSE