

Life
ฮีโร่บนสังเวียนในวัยเด็ก สู่ดาราที่ประสบความสำเร็จระดับหมื่นล้าน Dwayne “The Rock” Johnson
By: unlockmen April 13, 2017 58344
เราเชื่อว่าในยุคนี้นอกจาก Jason Statham ที่เป็นดาราคิวบู๊แห่งยุคแล้วชื่อของ “The Rock” หรือ Dwayne Johnson เป็นอีกคนที่จะตกสำรวจไปไม่ได้เช่นกัน เพราะถ้านับเฉพาะคิวงานแสดงกันแบบตัวต่อตัวเราเชื่อว่าไม่มีใครที่จะสามารถเทียบเคียงอดีตนักมวยปล้ำขวัญใจเด็กยุค 90s ได้อีกแล้ว หากเราลองไล่ดูประวัติการแสดงของเขาใน imdb จะพบว่าปีๆ หนึ่ง Dwayne Johnson จะมีงานแสดงหนังระดับ blockbuster ไม่ต่ำกว่า 2 เรื่องเป็นอย่างน้อยจนเราคิดว่าฮอลลีวู๊ดไม่มีดาราคนอื่นแล้วหรือไง ไหนจะโผล่ไปโชว์ตัวที่สมาคมมวยปล้ำอาชีพอย่าง WWE บ้างเป็นครั้งคราว คิวทองทั้งปีไม่รู้ว่าเอาเงินไปเก็บไว้ใช้ไหนหมด
ล่าสุดของ The Rock กับผลงานที่เฝ้ารออย่าง Fast and Furious 8 ที่กำลังลงโรงฉายในบ้านเรา ทีมงาน UNLOCKMEN จึงไม่พลาด อยากนำเรื่องราวของอดีตนักฟุตบอลที่ผันตัวเองมาเป็นนักมวยปล้ำมหาชน ก่อนจะมาซุปเปอร์สตาร์ฮอลลีวู๊ดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งอย่างเช่นทุกวันนี้
ชีวิตของเด็กชาย Dwayne Johnson เกิดมาในครอบครัวนักสู้อย่างแท้จริง เพราะคุณพ่อ Rocky Johnson และคุณตา Peter Maivia ล้วนเป็นนักกีฬามวยปล้ำอาชีพหมด แถมญาติๆ ของเขาก็ถูกลายล้อมไปด้วยนักมวยปล้ำแทบทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น Rikishi, Yokozuna , Roman Reigns , The Usos ที่ล้วนอยู่ในตระกูล Anoa’I หรือสมาชิกครอบครัวชนเผ่าอเมริกันซามัวที่เป็นนักมวยปล้ำอาชีพ
Dwayne Johnson และ Rocky Johnson
ช่วงชีวิตในวัยเด็กของ Dwayne Johnson ต้องสลับย้ายที่อยู่ไปมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งอายุ 14 ปีเขาได้ย้ายไปอยู่ที่ Honolulu ในหมู่เกาะ Hawaii เพราะพ่อของเขาต้องเดินทางไปแข่งมวยปล้ำอยู่เป็นประจำจึงไม่มีเวลาเลี้ยงดู แม้ว่าจะมีพ่อเป็นนักมวยปล้ำอาชีพ แต่การเงินของพวกเขาก็ไม่ได้มั่นคงอย่างที่คิด เพราะครั้งหนึ่ง Dwayne Johnson ได้ให้สัมภาษณ์กับ Hollywood Reporter ว่า “เขาและแม่ต้องใช้ชีวิตกันอย่างลำบาก มีวันหนึ่งขณะกำลังกลับมาบ้าน ประตูได้ถูกล็อคและมีจดหมายให้ย้ายออก แม่ของเขาเริ่มร้องไห้ พร้อมกรีดร้องถามว่าเราจะอยู่กันอย่างไร ? แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน ?”
จากความลำบากแร้นแค้นทำให้ Dwayne Johnson ได้เคยเลือกเส้นทางที่เลวร้าย นั่นคือการก้าวมาเป็นอาชญากรรม เพราะเขาและกลุ่มเพื่อนได้ตระเวนฉกชิงวิ่งราวทรัพย์สินของมีค่าเพื่อนำไปขายต่อ จนทำให้เขาต้องถูกจับกุมขึ้นศาลอยู่เป็นเนือง ๆ
แต่แล้วเมื่อ Dwayne Johnson อายุได้ 16 ปี เขามีรูปร่างส่วนสูงที่รุดหน้าเพื่อนในรุ่นไปไกล ด้วยความสูง 6’4 และน้ำหนัก 225 ปอนด์ถือว่าเป็นหุ่นที่เพอร์เฟ็กเหมาะแก่การนำไปใช้เพื่อประกอบการเล่นกีฬา ซึ่งเขายังคงไม่ทิ้งความเกรียน เฮี้ยว อย่างเช่น ครั้งหนึ่งเขาแอบใช้ห้องน้ำของครู แล้วโดนจับได้ คุณครูท่านนั้นเพียงต้องการจะตักเตือนแต่ Dwayne Johnson ก็สวนกลับแบบไม่แยแสว่า ถ้าอยากใช้ห้องน้ำก็ต้องรอจนกว่าเขาใช้เสร็จก่อน ทำให้ Dwayne Johnson ถูกเรียกเข้าห้องปกครองในเวลาถัดมา
เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับชีวิตเขา เพราะคุณครูที่ตำหนิในเรื่องการแอบเข้ามาใช้ห้องน้ำของคณาจารย์คือ Jody Cwik ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เขาออกจากวงเวียนความเกเร แล้วหันมาทุ่มเทกับการเรียนและการกีฬา Dwayne Johnson ได้กลายเป็นนักฟุตบอลในตำแหน่ง Defensive lineman ฝีมือฉกาจ จากนั้นก็มีทุนเรียนต่อมากมายที่หยิบยื่นโอกาสให้ตัวเขาได้เรียนต่อ เขาตัดสินใจเลือกเรียน Miami จนจบการศึกษา และพาทีมคว้าแชมป์ระดับชาติมาครอง
เส้นทางการเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ดูเหมือนจะสดใสของ Dwayne Johnson ก็ไม่ได้เป็นดั่งใจคิด เพราะเขาไม่ได้ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมลีคอาชีพสูงสุดอย่าง NFL จนทำให้เขาต้องย้ายไปเล่นที่ทีม Calgary Stampede ใน Canadian ลีกแทน ซึ่งที่นั้นเขาใช้เวลาเพียงสองเดือนก่อนจะยุติบทบาทการเป็นนักฟุตบอลโดยกล่าวว่า “ความฝันกับฟุตบอลของเขานั้นจบลงเป็นที่เรียบร้อย”
และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พ่อของเขา Rocky Johnson ประกาศรีไทร์จากการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพ ทำให้ Rocky กลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว และได้เห็นพัฒนาการทางด้านรูปร่างที่ใหญ่ตัวแบบนักกีฬาของ Dwayne Johnson เขาจึงถ่ายทอดศิลปะการป้องกันศาสตร์มวยปล้ำให้ Dwayne Johnson และรับบทป๋าดันให้เป็นนักมวยปล้ำเหมือนกับ Peter Mavia ตาของเขา และตัวของ Rocky Johnson เอง
Dwayne Johnson ได้เข้าร่วมสมาคมมวยปล้ำอาชีพ WWF ในปี 1996 และได้ความสนใจอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นทายาทรุ่นที่ 3 คนแรกในประวัติศาสตร์วงการมวยปล้ำ เขาได้ใช้ชื่อในวงการว่า Rocky Mavia ตามชื่อตาและพ่อ (ก่อนจะเปลี่ยนเป็น The Rock ในภายหลัง) ด้วยลีลาอันเร้าใจกับการเอ็นเตอร์เทรนด์คนดู ทำให้ The Rock สามารถคว้าแชมป์โลก WWF (WWE ในปัจจุบัน) ด้วยอายุน้อยที่สุดเพียง 26 ปี เขากลายเป็นขวัญใจแฟนคลับ ทุกเพศ ทุกวัย จนได้ฉายาว่า The people’s champ
ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังในวงการมวยปล้ำเป็นธรรมดาที่จะถูกชักชวนให้ไปแสดงภาพยนตร์เหมือนกับอดีตรุ่นพี่อย่าง Roddy Piper , Hulk Hogan ซึ่ง Dwayne Johnson เองก็มีความสนในด้านการแสดงเป็นทุนเดิมเนื่องจากชื่นชอบและเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Elvis Presley และ Chuck Norris
Elvis Presley และ Chuck Norris ไอดอลทางด้านการแสดงของ Dwayne Johnson
เขาได้รับการเสนอบทนักแสดงสมทบเป็นครั้งแรก กับบทบาทราชาแมลงป่องในหนังระดับ Blockbuster อย่าง The Mummy Return แม้จะเป็นเพียงตัวประกอบเล็กๆ ที่ออกมาเพียงแป็ปเดียวแถมในรูปแบบ CG ก็ยังเรียกเสียงฮือฮาและความชอบใจให้กับแฟนๆ จนมีเสียงเรียกร้องอยากที่จะเห็นเขาในบทบาทนักแสดงหลักแบบเต็ม ๆ บ้าง
Dwayne Johnson กับบทบาทแรกทางจอเงิน
กระทั่งปีถัดมาเขาได้รับบทนำในเรื่อง The Scorpion King ชื่อเสียงของเขาก็เริ่มทวีคูณความดัง ไม่เฉพาะเพียงแฟน ๆ กลุ่มมวยปล้ำอีกต่อไป ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็สลับสับเปลี่ยนระหว่างการเล่นมวยปล้ำและหนังภาพยนตร์ จนบทบาทที่เขาได้รับใน WWE เริ่มถูกลดทอนลง แต่ทุกครั้งที่กลับมาปรากฎตัวก็เรียกเสียงเฮให้กับแฟน ๆ ได้เสมอ ก่อนที่สัญญาระหว่างเขาและ WWE หมดลง Dwayne Johnson ก็หันมาเอาดีทางด้านการแสดงอย่างเต็มตัว
Dwayne Johnson ในภาพยนตร์ The Scorpion King
เหตุผลหลัก ๆ สำหรับการหันหลังให้วงการมวยปล้ำที่สร้างชื่อให้กับเขา จากการวิเคราะห์ของหลายฝ่าย คือเรื่องเงินและเวลา อย่างที่รู้กันว่าการเป็นนักแสดงมีรายได้ที่ดีกว่าไม่ว่าจะโชว์ตัว เดินสาย แถมใช้เวลาน้อยกว่าถ้าเทียบกับ WWE ที่ต้องเดินทางกันตลอดแถมกินเวลานาน 8-9 เดือนต่อหนึ่งฤดูกาล ทำให้แทบไม่มีเวลากลับบ้านมาใช้เวลากับครอบครัว จึงไม่น่าแปลกใจที่ The Rock ของเราจะมาเลือกหันหลังให้กับเส้นทางนี้
ซึ่งเส้นทางใหม่ที่ Dwayne Johnson หันมาเอาดี ก็ยิ่งเพิ่มพูนความสำเร็จ ด้วยความสามารถทางการแสดง คาแรคเตอร์ที่ได้ทั้งบู๊ ตลก และดราม่า แตกต่างจากนักมวยปล้ำคนอื่น ๆ เวลามาแสดงจะทำหน้าเงียบขรึมแล้วใส่ท่าไม้ตาย จน Dwayne Johnson ได้รับฉายาว่า Arnold 2 (Arnold Schwarzenegger) ทำให้ค่ายหนังค่อนข้างมั่นใจในชื่อแบรนด์ Dwayne Johnson และรับเลือกให้เขามารับบทนำหนังทุนสร้างสูง ๆ แทบจะทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น Fast and Furious , G.I. Joe , Pain and Gain, Hercules , Journey 2 The Mysterious Isaland อีกมากมาย
จากภาพยนตร์เรื่องแรก (ปี 2001) จนถึงปัจจุบัน ( ปี 2017) เชื่อหรือไม่ว่า Dwayne Johnson มีผลงานการแสดงมากกว่า 33 เรื่องเข้าไปแล้ว แถมระยะหลัง ๆ เราจะได้ชมหนังของเขาไม่ต่ำกว่า 3 เรื่องต่อปี อย่างเช่นปีนี้เราจะได้เห็น Dwayne Johnson เริ่มจาก Fast 8 ต่อด้วย Baywatch และจบด้วย Jumanji ซึ่งล้วนเป็นหนังฟอร์มยักษ์ทั้งนั้น เรียกว่าเจอหน้ากันให้หายเบื่อกันไปเลยทีเดียว และถ้าไม่ดังจริงก็ทำอย่างเขาไม่ได้อีกเช่นกัน
บทบาทนอกเหนือจากการเป็นนักแสดง Dwayne Johnson ยังมีรายการทีวีเรียลลิตี้ของตัวเองที่มาสร้างแรงบันดาลใจรวมถึงเป็นไอคอนในการออกกำลังกายเพื่อให้ได้มีหุ่นที่ฟิตปั๋งเหมือนกับเขา และยังควบตำแหน่ง Net Idol โดยที่ account Instagram : The Rock มีคนติดตามมากถึง 82.7 ล้านคน ความสำเร็จอีกอย่างที่สามารถวัดเป็นเชิงตัวเลขได้คือ Dwayne Johnson ได้กลายเป็นนักแสดงที่มีรายได้มาสุดในปี 2016 จัดอันดับจาก Forbes ซึ่งเขามีทรัพย์สินอยู่ประมาณ $ 125 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว ๆ 43,000 ล้านบาท จะไม่เรียกว่าบุคคลที่ประสบความสำเร็จก็กระไรอยู่
นี่ก็เป็นเรื่องราวประวัติชีวิตของ Dwayne “The Rock” Johnson จะเห็นได้ว่าจากเด็กเกรียน ๆ คนหนึ่งที่เกือบเลือกเส้นทางผิดในชีวิต สามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ หลังจากได้รับการชี้แนะที่ถูกต้อง ซึ่งต้องขอขอบคุณโค้ช Jody Cwik และครอบครัว Johnson ที่ทำให้เรารู้จักสุดยอดฮีโร่ของเด็กยุค 90s ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการจับทุ่มด้วยท่า Rock Bottom และทิ้งศอกด้วย People Elbow จากนั้นลุกขึ้นมาขมวดคิ้วข้างเดียวแล้วพูดว่า If you smell what The Rock is cooking ก็ทำให้พวกเราคลั่งไคล้ไปตาม ๆ กัน