Life

ปัญหาใหญ่ทำใจผุพัง !! รับมือกับ Adjustment Disorder เมื่อเรื่องไม่คาดฝันทำชีวิตเราเป๋

By: BAO March 23, 2021

จิตใจของเราแต่ละคนมีความแข็งแกร่งไม่เท่ากัน บางคนรับมือกับความเครียดได้ดี เวลาเจอปัญหาใหญ่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แต่บางคนรับมือกับความเครียดได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เวลาเจอปัญหาก็อาจได้รับผลกระทบอย่างหนักจนมีอาการรับความเครียดไม่ไหวที่เรียกว่า Adjustment Disorder ขึ้นมา อาการนี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า เป็นทุกข์ ไปจนถึง อาการกังวลต่าง ๆ และแน่นอนว่าชีวิตของคนที่มีอาการนี้ไม่มีความสุข เราเลยอยากมาแชร์วิธีรับมือกับอาการ Adjustment Disorder ให้อยู่หมัด เพื่อให้ทุกคนสามารถทวงคืนความสุขกลับมาสู่ชีวิตของตัวเองได้


ADJUSTMENT DISORDER คือ ?

ภาวะการปรับตัวผิดปกติ  (Adjustment Disorder หรือ Stress Response Syndrome) คือ ภาวะที่เราไม่สามารถรับมือหรือปรับตัวกับเหตุการณ์ที่มีความตรึงเครียดสูงได้ เช่น คนรักเสียชีวิต อกหัก หรือ ถูกไล่ออกจากงาน ส่งผลให้จิตใจของเราพัง และเกิดอาการคล้ายเป็นซึมเศร้า เช่น มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม คิดฆ่าตัวตาย รู้สึกสิ้นหวัง ร้องไห้บ่อยขึ้น ตื่นตระหนก โฟกัสยากขึ้น สูญเสียการมองเห็นคุณค่าตัวเอง หรือ หมดความสนใจในงานหรือกิจกรรมที่เคยชอบทำ บางครั้ง Adjustment Disorder ก็เลยถูกเรียกว่าเป็น ภาวะซึมเศร้าตามสถานการณ์ (Situational Depression) เหมือนกัน

แต่ละคนที่เป็น Adjustment Disorder อาจมีอาการที่แตกต่างกันไป บางคนมีอารมณ์ซึมเศร้ารุนแรง ร้องไห้บ่อย และหมดความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ บางคนมีความตื่นตระหนก กังวลกับหลายเรื่อง และไม่สามารถโฟกัสกับอะไรได้ บางคนอาจมีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลรวมกัน หรือ บางคนอาจมีปัญหากับเพื่อนและครอบครัว ฯลฯ

แต่ไม่ว่าจะมีอาการแบบไหน โดยปกติ Adjustment Disorder มักอยู่ไม่เกิน 6 เดือน เพราะเราเรียนรู้ที่จะรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป เว้นแต่ว่า ถ้าความเครียดอยู่กับเราเป็นเวลานานกว่านั้น อาทิ เครียดจากการว่างงานเป็นเวลากว่าปี Adjustment Disorder ก็ส่งผลในระยะยาวเกิน 6 เดือนได้เหมือนกัน และอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตที่รุนแรงเพิ่มเติมอีกด้วย เช่น โรควิตกกังวล ซึมเศร้า หรือ การเสพติดการใช้สารเสพติดต่าง ๆ ดังนั้น ถ้าคนที่มีอาการนี้รู้ตัวเองเร็ว ก็จะสามารถป้องกันภาวะนี้ได้ดีกว่าคนอื่น


จะป้องกันอาการนี้ได้อย่างไรบ้าง ?

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีวิธีการที่สามารถหยุดยั้งภาวะนี้ได้แบบ 100% แต่เราสามารถพัฒนาทักษะในการรับมือกับความเหตุการณ์ที่สร้างความเครียดอย่างหนักได้ โดยสกิลเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสในการเกิด Adjustment Disorder และ ลดผลกระทบของภาวะนี้ได้เช่นกัน มาดูกันว่าสิ่งที่เราควรทำมีอะไรบ้าง

มองเห็นเรื่องดีในเรื่องที่เฮงซวย

การเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อปัญหา หรือ มองปัญหาในแง่บวกมากขึ้น ก็ช่วยให้เรามีความสุขในชีวิตมากขึ้นได้เช่นกัน เพราะถ้าเราโฟกัสแต่กับความรู้สึกที่ไม่ดี มันก็มีแต่จะทำให้เกิดความเครียด บางปัญหาอาจมีเรื่องดีซ่อนอยู่ก็ได้ อาทิ การตกงาน อาจไม่ได้แย่เสมอไป บางครั้งมันทำให้เรามีเวลาในการค้นหาตัวเองและใช้ชีวิตเหมือนกัน ถ้าเรามองหาเรื่องดีในเรื่องที่เลวร้ายที่สุดได้ จิตใจเราก็จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน

รักษาคุณค่าในตัวเอง

ถ้าเรามองเห็นคุณค่าในตัวเอง (หรือมี self-esteem) เช่น รู้ว่าเรามีดีอะไร รู้ว่าเรามีเป้าหมายอะไรในการใช้ชีวิต หรือ มองเห็นความสำคัญของตัวเองต่อคนรอบข้าง แพสชั่นในการใช้ชีวิตของเราก็คงไม่มีวันหมดไป และมีแรงมากพอที่จะลุกขึ้นมาใหม่ในทุกครั้งที่ปัญหาซัดเราอย่างหนัก

รักษากลุ่มคนสนิทเอาไว้

คนในครอบครัว เพื่อน หรือ คนรัก ล้วนสำคัญ เพราะคนเหล่านี้สามารถสนับสนุนเราได้ เช่น เวลาเราเจอปัญหา พวกเขาสามารถให้คำปรึกษาที่ดี หรือ ให้กำลังใจเราได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องรักษาคอนเนคชั่นกับคนรอบข้างไว้ เพราะจะทำให้เราก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ได้ไวกว่าตัวคนเดียว

อย่ามองว่าเป็นปัญหาเรื้อรัง

บางทีเมื่อเรารู้ตัวแล้วว่าตัวเองเป็น Adjustment Disorder เราอาจเกิดความกังวล และจมดิ่งในความรู้สึกหนักกว่าเดิม เพื่อป้องกันเหตุการณ์นี้ เราอยากให้ทุกคนจำไว้เสมอว่า อาการนี้มักอยู่กับเราไม่นานเกิน 6 เดือน และสามารถหายเองได้ ดังนั้น อย่าให้ความรู้สึกสิ้นหวังครอบง่ำเรา จนมองไม่เห็นแสงสว่าง หรือ อนาคตที่สดใส

ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

อย่าปล่อยให้ความเครียดควบคุมเรา จนเราไม่เป็นอันจะกิน จะนอน หรือ จะใช้ชีวิต พยายามรักษาชีวิตประจำวันของตัวเองเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น การกินข้าว การนอน หรือ การทำงาน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เรารักษาความปกติไว้ได้ และทำให้เรามีแรงสู้กับความผิดปกติทางอารมณ์ด้วย

การไปพบกับผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือ นักบำบัด ก็เป็นทางเลือกในการรับมือกับความเครียด หรือ อาการ Adjustment Disorder ที่ดีเหมือนกัน ฉะนั้น สำหรับใครที่มีอาการนี้นานเกิน 6 เดือน เช่น เจอเรื่องที่ทำให้เครียดหนักบ่อยครั้ง หรือ ไม่เคยชินกับความเครียดสักที เราอยากแนะนำให้ลองไปพบพวกเขาดู อาจเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากกว่า


Appendixs 1 / 2 / 3

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line