การ collaboration ครั้งที่สองของ BMW และ KITH แบรนด์จาก New York ของ Ronnie Fieg ผู้คลั้งไคล้และสะสม BMW รุ่นเด็ด ๆ เอาไว้หลายคัน และการร่วมมือกันครั้งนี้คือ BMW i4 M50 ตกแต่งสีพิเศษ Vitality Green ที่จะมีจำนวนเพียง 7 คันเท่านั้น และยังมีเสื้อผ้า collection พิเศษวางจำหน่ายพร้อมกันอีกราว 51 ชิ้น โดยใช้สี Vitality Green รวมถึงสี Caramel Merino ซึ่งเป็นสีพิเศษของ BMW Individual สำหรับตกแต่งภายในรถคันนี้ ก่อนจะพูดถึง BMW i4 M50 เราขอแนะนำรถคลาสสิคคันข้าง ๆ ก่อน นี่คือ 1972 BMW 1602 Elektro by
เล่นอะไรได้เยอะเลย สำหรับรถ SUV ขวัญใจเศรษฐีอย่าง Mercedes-AMG G63 ซึ่งหลายคนอาจจะชินกับการจูนรุ่นแรงอย่าง P900 edition ที่ Brabus จับมารีดให้ทรงพลังเกือบทุกรุ่น แต่คันนี้ถือว่าพิเศษยิ่งกว่า เพราะไม่ใช่แค่แต่งแล้วจูนแรงม้า แต่ยังปรับแต่งตัวถังให้กลายเป็น Pickup ที่หรู แรง และเท่ที่สุดในตลาดอีกด้วย ด้านขุมพลัง Brabus ลงมือเพิ่มความจุเครื่องยนต์ด้วยการปรับแต่งกระบอกสูบและช่วงชักลูกสูบ พร้อมเปลี่ยนลูกสูบเป็นแบบ forged น้ำหนักเบา จากเดิม 4.0-liter เป็น 4.5-liter V8 และยังมีรายละเอียดอีกเพียบ ตั้งแต่ระบบทางเดินไอเสียใหม่ high-performance exhaust system, อัพเกรด turbocharged เพิ่มแรง boost พร้อมจัดการ software ให้รองรับพละกำลัง 900 HP เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 315 HP แรงบิด 1,250 Nm สามารถพาร่างที่หนักเกือบ 3 ตันวิ่ง 0-100 km/h
หมดเวลาแล้วเธอคงต้องไป เรากำลังพูดถึงหัวใจใหญ่ระดับ V8 ที่เคยประจำการในห้องเครื่องของ Mercedes-AMG C63 ในวันที่โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้ Mercedes-Benz ตัดสินใจใช้ขุมพลังใหม่ที่เรียกว่า ‘E Performance’ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้า plug-in hybrid system การันตีว่ามีแรงมากกว่า V8 แบบเก่า ซึ่งสเปคที่แท้จริงจะเป็นยังไง อีกไม่กี่วันได้รู้กันแน่นอน ล่าสุด Mercedes-AMG ได้แง้มภาพ teaser ของ C63 generation ใหม่ในตัวถังซีดานออกมาแล้ว ซึ่งที่จริงหลายคนอาจเคยเห็น C63 E Performance คันเต็ม ๆ มาแล้วในเทศกาล 2022 Goodwood Festival of Speed โดยสเปกตอนนั้นรายงานว่าได้เฉพาะเครื่อง 2.0 ลิตร ก็ได้แรงม้า 473 ตัว มากกว่า RS5 เครื่องยนต์
Franck Muller ร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี กับบริษัท Cortina Watch หนึ่งในบริษัทด้านการค้าปลีกนาฬิกาและเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสิงคโปร์ โดยได้เปิดตัวคอลเล็กชั่นนาฬิการุ่นพิเศษ Vanguard Revolution 3 Skeleton ซึ่งประกอบไปด้วย 5 รุ่นย่อย ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นรุ่นที่ผลิตออกมาในจำนวนจำกัด นอกจากนี้ในเดือนที่ผ่านมายังได้มีการจัดแสดงคอลเล็กชั่นนาฬิกาที่เป็นสุดยอดของการประดิษฐ์นาฬิกาจากอัญมณีชั้นสูง และเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนแห่งความหรูหราของ Haute Horlogeries ซึ่งเป็นการนำเอารุ่นพิเศษอย่าง ทูร์บิญอง (Tourbillions) แบบสามเข็ม ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่า และได้นำเอาเพชรพลอยที่ได้คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยมเพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่น่าค้นหา นาฬิกา Vanguard Revolution 3 Skeleton อันเป็นเอกลักษณ์ทั้ง 5 รุ่นนี้ ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ที่ Watchland ในเจนีวา เพื่อรำลึกถึงความร่วมมืออันล้ำค่าระหว่าง Franck Muller และ Cortina Watch รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นและจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของ Franck Muller โดย มร. เจเรมี ลิม CEO ของ
Generation ที่ 7 ของ Ford Mustang ที่หลายคนเฝ้ารอ ถูกเปิดตัวเผยโฉมหน้าออกมาแล้ววันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายจุด โดยเฉพาะเส้นสายที่เพิ่มฟิลลิ่งความหรูหราและทันสมัย และยังคงมีขุมพลังที่ใหญ่แรงสะใจสไตล์ American Muscle ให้เลือกใช้เหมือนเดิม ขุมพลังของ Ford Mustang ใหม่ยังคงแบ่งเป็น 2.3-liter turbocharged EcoBoost และรุ่นใหญ่ใน Mustang GT เครื่องยนต์ NA 5.0-liter Coyote V8 generation ที่ 4 ซึ่งเป็นตัวแรงสุดของ Coyote V8 เท่าที่เคยมีมาด้วยการพัฒนาใหม่ เพิ่ม air flows เข้าไปเผาไหม้มากขึ้น พร้อมเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Dark Horse” ที่มากับตัวเลขแรงสะใจถึง 500 แรงม้า จับคู่เกียร์ 6-speed manual พร้อม rev-matching หรือ 10-speed automatic ที่เน้นความสะดวกสบาย
นี่คือครั้งแรกของ Ferrari 4 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ดูคล้าย SUV มากที่สุดเท่าที่ Ferrari เคยมีมา มันใช้เครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 715 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD system ที่ทำเวลา 0-100 km/h ได้ภายใน 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุดทะลุ 300 แรงม้า ชื่อ “Purosangue” เป็นภาษาอิตาลี หมายถึงสายพันธุ์ม้าแข่งที่โด่งดังซึ่งมีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง ซึ่งแม้คนทั้งโลกจะเรียกมันว่ารถ SUV แต่ Ferrari ยังคงยืนยันว่า “นี่ไม่ใช่รถ SUV” เสียงแข็ง เพราะมันมีความสูงเพียง 62.6 นิ้ว เตี้ยกว่า Lamborghini Urus ถึง 2 นิ้ว มีพื้นที่ ground clearance
นาน ๆ จะเปิดตัวสักที แต่เปิดแล้วการันตีว่าไม่ธรรมดาแน่นอนสำหรับ Pagani กับการเผยโมเดลใหม่ในรหัส Utopia หลังจากซุ่มพัฒนาภายใต้ codename C10 มาพร้อมเครื่องยนต์ 6.0-liter twin-turbo V12 852 horsepower 811 lb-ft of torque จาก Mercedes-AMG ที่พัฒนาเป็นพิเศษให้ Pagani โดยเฉพาะ Pagani Utopia ใช้เทคโนโลยีการผลิตตัวถังจากวัสดุ Carbotanium ซึ่งได้จากการผสมระหว่าง carbon fiber และ titanium ให้ความแข็งแกร่งสูงสุด และมีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ใน Zonda และ Huayra โดย Utopia คันนี้มีน้ำหนักเพียงแค่ 1,280 กิโลกรัม ทั้ง ๆ ที่แบกน้ำหนักเครื่อง V12 852 แรงม้าอยู่ด้านหลัง จึงได้ตัวเลขอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักตัวที่ยอดเยี่ยมมาก น่าเสียดายที่ Pagani ยังไม่เปิดเผยอัตราเร่งออกมาในตอนนี้
เป็นปีที่ร้อนแรงที่สุดของ Bulgari หลังทำสถิติโลก the world thinnest นาฬิกาบางที่สุดในโลกไปไม่นานกับ Bulgari Octo Finissimo Ultra ที่ตัวเรือนมีความหนาเพียง 1.80 มิลลิเมตร ล่าสุดได้เปิดตัวเรือนเวลารุ่นใหม่ที่น่าประทับใจอีกครั้งกับ Octo Finissimo Skeleton 8 Days ซึ่งแค่ชื่อก็บอกถึงความซับซ้อนที่น่าทึ่งของมันได้แล้ว Bulgari Octo Finissimo Skeleton 8 Days ถูกออกแบบได้สวยสุด ๆ หน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร ในเคส rose gold ขัดเงา มีความหนาเพียง 5.95 มิลลิเมตร หน้าปัดแบบ Skeletonzied เปิดให้เห็นการทำงานของกลไกอันซับซ้อนและสวยงาม เป็นความสุขของผู้สวมใส่ที่จะได้นั่งมองมันทุกครั้งที่ต้องการดูเวลา สังเกตด้านซ้ายล่าง จะมี sub dial วงเล็ก ๆ ที่เป็น seconds dial และมีตัวบอก power reserve
สองปีก่อน Ducati เคยสร้างมอเตอร์ไซค์สุดพิเศษสำหรับจับคู่กับ Lamborghini Sian ออกมาในชื่อ Ducati Diavel 1260 Lamborghini และวันนี้สองแบรนด์ผู้นำสัญชาติ Italian จากสองโลกคู่ขนานก็ได้โคจรมาพบกันอีกครั้ง กับผลงานชิ้นล่าสุด Ducati Streetfighter V4 Lamborghini โดยครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Lamborghini Huracan STO Ducati Streetfighter V4 Lamborghini โมเดลพิเศษสุดเท่าที่เคยพัฒนา สร้างขึ้นจากพื้นฐานของ Panigale V4 S sport bike 205 แรงม้า และจะผลิตออกมาทั้งหมดเพียง 630+63 คัน ซึ่งจำนวนตัวเลขเป็นการย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นของ Lamborghini ในปี 1963 โดยแบ่งเป็น Ducati Streetfighter V4 Lamborghini 630 คัน และรุ่นตกแต่งเป็นพิเศษอีก 63 คัน ภายนอกของ Ducati Streetfighter
L’Epee เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Desk Clock มีชื่อเสียงด้านความคราฟต์ในการสร้างสรรค์ผลงานเรือนเวลาที่ฉีกกรอบความเชื่อมามากกว่า 180 ปีจาก Switzerland และนี่คือผลงานชิ้นใหม่ที่น่าจะถูกใจคนรัก Sports car แบบพวกเราแน่นอน L’Epee Fast Track II Desk Clock นาฬิกาตั้งโต๊ะใน Time Fast series ล่าสุด สร้างสรรค์บนแรงบันดาลใจจากดีไซน์รถแข่งจากยุค 1960s เป็น ยุคทองของรถแข่งที่โดดเด่นทั้งดีไซน์และสมรรถนะ เป็น race car สองที่นั่งคาดลาย Le Mans บอดี้ของนาฬิกาผลิตจากวัสดุเดียวกับที่ใช้ผลิตรถแข่งคันจริง ตัวกลไกแยกอิสระสองเครื่อง กลไกแรกอยู่ในตำแหน่งคนขับ เป็นเครื่อง 8-day movement 2.5 Hertz ปรับเวลาทั้งชั่วโมงและนาทีที่แสดงผลในห้องเครื่อง V8 ด้วยพวงมาลัย 3 ก้านในห้องโดยสาร ส่วนอีกกลไกทำหน้าที่สร้างความเคลื่อนไหวให้ลูกสูบขยับขึ้นลงได้โดยไม่เกี่ยวกับการบอกเวลา สั่งการด้วยกุญแจรถและเกียร์ภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดถูกวางอยู่ในโครงสร้างที่ขึ้นรูปด้วย H-chassis แบบเดียวกับที่ใช้สร้างรถแข่งในยุค 1960s ด้วย และล้อลายซี่ลวดทั้ง 4


