adidas Originals x Prada ผลงานล่าสุดภายใต้โปรเจกต์ร่วมกันอย่างเป็นทางการ บนรองเท้า PRADA SUPERSTAR ถ่ายทอดความงามเหนือกาลเวลา ความคลาสสิคสุดอมตะ อันแฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ที่ร่วมสมัย นับเป็นการตอกย้ำภาพความตั้งใจของการร่วมงานระหว่างผู้นำวงการสตรีทแฟชั่นและแบรนด์ลักชัวรี่แถวหน้าของโลกอีกครั้ง โดยรองเท้าทรงไอคอนิกรุ่น Superstar นำเสนอผ่าน 3 สีด้วยกัน ประกอบไปด้วย สีดำล้วน สีขาว-ดำ และสีเงิน-ขาว ถือเป็นการเฉลิมฉลองทศวรรษใหม่ในมุมมองใหม่ผ่านโปรเจกต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โปรเจกต์ร่วมระหว่าง adidas และ Prada นั้นได้เน้นย้ำถึงแง่มุมที่มีความคล้ายคลึงกันของทั้งสองแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ความเคารพและยึดถือต่อประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแบรนด์ หรือความหลงใหลในกีฬา ขณะเดียวกัน หัวใจหลักของ PRADA SUPERSTAR คู่นี้คืองานฝีมือสุดประณีต ซึ่งเบื้องหลังการผลิตนั้นเต็มไปด้วยความพิเศษ รองเท้าทุกคู่ล้วนตัดเย็บอย่างพิถีพิถันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญทางด้านรองเท้าของ Prada แทรกซึมมิติความเป็นลักชัวรี่ให้แก่โมเดลรองเท้าสุดคลาสสิก ให้มีความโดดเด่น สะดุดตา และสร้างปรากฏการณ์นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก PRADA SUPERSTAR โดดเด่นด้วยวัสดุหนังแท้ที่ตัดเย็บออกมาในรูปทรงดั้งเดิม บ่งบอกความเป็น Prada ด้วยสัญลักษณ์ Made in Italy บริเวณด้านข้างรองเท้า และปั๊มโลโก้ Prada คู่กับ
Incase (อินเคส) แบรนด์กระเป๋าและแกดเจ็ตชั้นนำระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่โดดเด่นในการออกแบบกระเป๋าเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ร่วมมือกับ BIONIC® (ไบโอนิค) แบรนด์ที่มีจุดประสงค์ในการลดขยะและเป็นมิตรกับธรรมชาติ โดยทั้งอินเคสและไบโอนิคร่วมกันเปลี่ยนพลาสติกในท้องทะเลอันเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมให้กลายมาเป็นกระเป๋าคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่อยากจะช่วยดูแลโลกใบนี้อย่างยั่งยืน อินเคสมองเห็นความสำคัญและตั้งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน คอลเลคชั่นสำคัญที่อินเคสออกแบบเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมและดีต่อสิ่งแวดล้อมตัวอย่างเช่น Ecoya ช่วยลดการใช้น้ำและลดการปล่อยมลพิษที่ออกมาตั้งแต่ปี 2012 หรือคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง ecoNEUE ที่ทางอินเคสปลูกต้นไม้ทดแทน 2 ต้นทุกการตัด 1 ต้นซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็น FSC- certified จาก Forest Stewardship Council ถือเป็นวัสดุที่ได้รับมาตรฐานทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด พลาสติก 91% ไม่สามารถรีไซเคิลได้และถูกทิ้งลงสู่ทะเลมากกว่า 8 ล้านตันทุกปี จนกระทั่งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2050 จะมีจำนวนขยะมากกว่าจำนวนปลาในมหาสมุทรเสียอีก นี่เป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้ทีมอินเคสตัดสินใจร่วมมือกับไบโอนิคซึ่งใช้เวลายาวนานกว่าสองปีในการออกแบบและสรรสร้างภารกิจเปลี่ยนพลาสติกในทะเลให้กลายเป็นคอลเลคชั่นกระเป๋า 3 ใบสุดพิเศษในสี earth tone ให้เลือกระหว่างสีเขียวน้ำทะเล (Ocean Green) หรือสีเทาเหล็ก (Steel Grey) Bionic® Compact Sleeve กระเป๋าสำหรับใส่แล็ปท็อปสองขนาด 13 นิ้ว และ 16 นิ้ว
Ducati Scrambler มอเตอร์ไซค์ที่ใส่ยางบั้งมาพร้อมความคล่องตัว เป็นภาพที่อยู่คู่โลกใบนี้มากว่า 60 ปี แต่วันนี้เราจะพบเห็น Ducati Scrambler ได้ใน 2 เวอร์ชั่นที่เล็กและรักษ์โลกมากกว่า ด้วยจักรยานไฟฟ้า Ducati Urban-E และ SCR-E (Scrambler) Electric Bicycle ผลงาน Electric Bicycle ทั้งหมดนี้เป็นโปรเจคที่ Ducati ร่วมมือกับ Italdesign พัฒนา 2 โมเดลจักรยานไฟฟ้าสำหรับรองรับสองการใช้งานที่ต่างกัน โดย Urban-E เหมาะสำหรับใช้งานในเมือง และ SCR-E / SCR-E Sport เหมาะสำหรับใช้ลุย โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่น Scrambler อย่างชัดเจน โดยเฉพาะตะเกียบคู่และยางบั้งขนาดใหญ่สำหรับสายลุย Off-road ทั้งสามรุ่นสามารถพับเฟรมและถอดแฮนด์เก็บได้อย่างง่ายดายโดยจะมีขนาดเหลือเพียงครึ่ง ซึ่งเหมาะกับการพกพาใส่ท้ายรถได้ไม่ว่าจะเป็น Eco car ที่พื้นที่จำกัดก็ตาม จุดเด่นของ Ducati Urban-E และ SCR-E คือความบางของดีไซน์
ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการสร้างสถิติและคำนิยามใหม่ให้กับมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าที่แรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน Concept Z by ed motorcycle คือผลงานที่ตอบโจทย์ที่สุดในเวลานี้ ด้วยแรงบิดสูง 850 Nm of torque ในดีไซน์ที่ดุดันสไตล์ Street Tracker bike ที่ใช้งานได้ในทุกสภาพถนน เคล็ดลับหัวใจสำคัญที่ทำให้ Concept Z by ed ทำแรงบิดได้มหาศาล มาจากขุมพลังแบตเตอรี่ไฟฟ้า 99V High-performance lithium สร้างแรงบิด 850 นิวตันเมตรสู่ล้อหลัง 100% ขับเคลื่อนแบบ linear torque ด้วยเทคโนโลยี One-gear, No-clutch เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla หรือ Porsche Taycan ระบายความร้อนได้ดีด้วยระบบ Air-Cooled โดยไม่ต้องใช้น้ำหล่อเย็น หมายความว่าการดูแลรักษา Concept Z เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น ควบคุมรถได้อยู่มืออย่างนุ่มนวลด้วยการใช้ co-axial swingarm ด้านหลัง ทั้งหมดเพื่อรองรับความเร็วสูงสุด 150
ที่ผ่านมามีค่ายรถหรูหลายค่ายที่นำรถคลาสสิคของตัวเองมาผลิตใหม่ เปลี่ยนจากเครื่องยนต์เดิมเป็นขุมพลังไฟฟ้า อย่างเช่น Jaguar E-Type Zero แต่เรายังไม่น่าจะได้เห็นโปรเจคแบบนี้จากค่ายรถที่หรูที่สุดอย่าง Rolls-Royce เพราะมหาเศรษฐีระดับนั้นคงไม่ได้ขับรถเอง และไม่ได้สนใจราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้กวนใจชีวิตประจำวัน แต่สำหรับเศรษฐีรุ่นใหม่ที่มีทั้งเงินและแพสชั่นในการขับรถที่เร็ว แรง หรูหรา และแปลกไม่ซ้ำใคร จึงเป็นที่มาของโปรเจคสุดเท่จาก Lunaz Design เตรียมนำ classic Rolls-Royce 2 รุ่นได้แก่ Phantoms และ Silver Clouds โดยข่าวดีคือมันจะไม่ใช่รถแบบ One-off แต่เป็นการผลิตแบบจำนวนจำกัดรุ่นละ 30 คัน ในราคาคันละ $450,000 (ราว 14 ล้านบาท) Lunaz Design บริษัทสัญชาติอังกฤษ บอกว่าการจะเปลี่ยนรถคลาสสิค โดยเฉพาะรถที่ละเอียดอ่อนอย่าง Rolls-Royce เป็นขุมพลังไฟฟ้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ลำพังแค่บูรณะให้ขับได้ยังเป็นเรื่องยาก ต้องเริ่มตั้งแต่การทำ complete ground-up restoration หรือถอดแยกชิ้นแล้วเริ่มประกอบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างและอุปกรณ์ทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบ และแน่นอนว่าชิ้นส่วนเดิมทั้งหมดต้องเป็น original อะไรหาไม่ได้ก็ต้องผลิตขึ้นมาใหม่ ก่อนจะใส่แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าของ Lunaz
หนึ่งในรถคลาสสิคที่มีช่วงชีวิตยืนยาวนานที่สุด คงต้องยกให้ Volkswagen Beetle ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1938 จนถึง 2019 แม้จะมีการเปลี่ยนโครงสร้างจากรถยนต์เครื่องวางหลังในรุ่นคลาสสิค มาเป็นเครื่องยนต์วางหน้าในรุ่น New Beetle แต่ในด้านความนิยม ไม่ต้องสงสัยว่ารถเต่า Type 1 จากยุค 19xx นั้นได้รับความนิยมสูงสุด แม้วันนี้ Beetle ได้หยุดการผลิตไปเรียบร้อยแล้ว แต่จิตวิญญาณของ Beetle Type 1 ก็ยังคงอยู่คู่โลกใบนี้ ด้วยการนำชิ้นส่วน โดยเฉพาะส่วนบังโคลนหรือซุ้มล้อมาดัดแปลงเป็นของเล่นสุดเท่ เช่น VOLKSPOD มินิไบค์คันจิ๋วที่ทำจากซุ้มล้อ Beetle ซึ่งเราเคยนำเสนอไปแล้ว ล่าสุดยังคงมีการนำซุ้มล้อมาดัดแปลงอีกเช่นเคย แต่คราวนี้เท่ยิ่งกว่า เพราะมันคือ Go-Kart Bugkart Wasowski Go-Kart เรียกง่าย ๆ ก็คือ Volkswagen Beetle Fender Go-Kart ผลงานของ Aldekas Studio สัญชาติ Mexican ผู้เชี่ยวชาญด้าน Volks
ถือเป็นสามีตัวอย่างที่เราต้องยอมยกนิ้วโป้งให้เลยจริง ๆ ชายหนุ่มนัก Surf ผู้กล้ากระโดดต่อยปลาฉลามที่กำลังกัดโจมตีภรรยาของเค้าจนมันยอมปล่อยและเอาชีวิตรอดมาได้ Chantelle Doyle สาวนัก Surf สัญชาติ Australia อายุ 35 ผู้กำลังโต้คลื่นอยู่ริมหาด Shelly Beach เมือง New South Wales จู่ ๆ ก็มีปลาฉลามขาวยาวประมาณ 3 เมตร พุ่งเข้าโจมตีขาขวาของเธออย่างรุนแรง เมื่อเห็นภรรยาตกอยู่ในอันตราย Mr. Doyle จึง paddle บนบอร์ดก่อนจะกระโดดพุ่งเข้าไปปลาฉลามและประเคนหมัดใส่ไม่ยั้ง กระทั่งปลาฉลามขาวยาว 3 เมตรต้องยอมแพ้ ถอยหนีหายไปในทะเล เจ้าหน้าที่บอกว่า ผู้คนบนชายหาดช่วยกันปฐมพยาบาล Ms Doyle ได้อย่างยอดเยี่ยมระหว่างที่รอคอปเตอร์มาขนย้ายเธอไปทำการรักษาต่อในโรงพยาบาล และอาการพ้นขีดอันตรายเรียบร้อยแล้ว Surf Life Saving NSW chief executive Steven Pearce พูดถึง Mr Doyle สามีแห่งชาติด้วยความยกย่องว่า “This
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน นวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้พลังงาน และสร้างความสะดวกสบายให้มนุษย์พร้อมกับการรักษ์โลกได้มีการพัฒนาไปอย่างมาก เช่นเดียวกับรถยนต์ ที่ได้มีการพัฒนาในหลายด้าน แต่ที่สำคัญและเป็น Next Big Thing มากที่สุดสำหรับคนเมือง คือการพัฒนาเทคโนโลยีด้านโครงสร้างของระบบส่งกำลัง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ยังใช้พลังงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดการใช้เชื้อเพลิง และลดการสร้างมลพิษ มาดูกันว่า ณ ปัจจุบัน เทคโนโลยีการขับขี่ที่มีให้เลือกในตลาดรถยนต์นั้น ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง PETROL รถยนต์ที่เราใช้กันอย่างแพร่หลายโดยทั่วไปนั้น จะเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในการขับเคลื่อนเป็นหลัก และต้องเติมน้ำมันเพื่อให้พลังงาน ซึ่งระหว่างการทำงานจะมีการปล่อยไอเสียออกมาผ่านทางท่อไอเสีย HEV (Hybrid Electric Vehicle) ต่อมาได้มีการเพิ่มระบบไฟฟ้าเข้าไป ซึ่งอุปกรณ์หลักที่เพิ่มเข้าไปคือ แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยให้มีกำลังมากขึ้นโดยสามารถส่งกำลังทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ อีกทั้งยังประหยัดพลังงานมากขึ้น เพราะมีแบตเตอรี่มาช่วย PHEV (Plug in Hybrid) เป็นการพัฒนาเพิ่มเติมอีกขั้น โดยแบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟฟ้าจากภายนอกได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ได้กำลังที่ดีขึ้นกว่าเดิม และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น BEV (Battery Electric Vehicle) หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน 100% โดยทำการตัดระบบเครื่องยนต์ออกทั้งหมด ไม่ต้องเติมน้ำมัน โดยรถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เติมพลังงานได้จากการชาร์จไฟ ตัวรถทำงานด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด
รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ On Cloudboom (ออน คลาวด์บูม) ที่ออกแบบมาสำหรับการวิ่งระยะไกลและเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Carbon-fiber infused Speedboard™ ซึ่งได้เปิดตัวพร้อมกับหูฟังไร้สายลิมิเต็ดเอดิชัน Beoplay E8 Sport On Limited Edition จากแบรนด์ Bang & Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงจากประเทศเดนมาร์ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Sound of Unstoppable” เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งสองแบรนด์ ที่จะนำปรัชญาการออกแบบและความหลงใหลมาสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ โอลิวิเยร์ เบิร์นฮาร์ด ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ On และเจ้าของแชมป์ Ironman World Champion หลายสมัย กล่าวว่า “ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือการสร้างรองเท้าวิ่งสำหรับการแข่งขันที่ดีที่สุด Cloudboom จึงถูกสร้างขึ้นโดยนำความคิดเห็นของนักกีฬาชั้นนำมาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนา เพราะพวกเขารู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกันรูปทรงของ Cloudboom ยังสื่อถึงดีเอ็นเอของ On คือการออกแบบในสไตล์มินิมอลและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกันกับของ Bang & Olufsen นั่นเอง” ทางด้าน คริสตอฟเฟอร์ โพลเซน
ชื่อ Gordon Murray อาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และนี่อาจจะเป็นครั้งแรกกับ Hypercar ที่มีชื่อว่า Gordon Murray T.50 แต่ที่จริงแล้ว Gordon Murray คือชื่อของ designer ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับ masterpiece หลายคัน ไม่ว่าจะเป็น McLaren F1 ซึ่งทำตลาดอยู่ในช่วงปี 1992 – 1998 อดีตเจ้าของสถิติ the world’s fastest production car ทำความเร็วสูงสุดถึง 386.4 km/h ปัจจุบันมีราคาขายไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท รวมถึง Mercedes-Benz SLR McLaren และรถแข่ง Grand Prix กับ Brabham ครั้งแรกที่ชื่อ Gordon Murray จะปรากฎบนตัวถังรถ Hypercar ของตัวเอง ‘Gordon Murray Automotive


