World

มะเขือเทศแดงสดและสุรากลั่นไร้สี ‘BLOODY MARY’ ค็อกเทลจากสตรี คาวเลือด และเหตุไม่คาดฝัน

By: G-NEAK March 19, 2020

‘Bloody Mary’ ค็อกเทลสีแดงสดจากวอดก้าและน้ำมะเขือเทศแก้วนี้ คงไม่ใช่เครื่องดื่มที่ถูกจริตกับผู้ชายอย่างเรามากเท่าผู้หญิง ยิ่งถ้าเทียบกับคลาสสิกค็อกเทลหัวรุนแรงแก้วอื่น ๆ บอกเลยว่า Bloody Mary ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีเท่าไรนัก

แต่เราเชื่อว่าค็อกเทลแต่ละแก้วล้วนมีเรื่องราว รสชาติ และความพิเศษเฉพาะตัว ซึ่ง Bloody Mary ก็เป็นหนึ่งในค็อกเทลที่น่าสนใจไม่แพ้แก้วไหน วันนี้ UNLOCKMEN เลยขอเสิร์ฟเรื่องราวของค็อกเทลสีแดงสดรสจัดจ้านแก้วนี้ ไม่แน่ว่าอึกแรกที่ยกดื่มอาจเปลี่ยนนัยน์ตาหรี่ปรือของคุณให้เบิกโพลงได้ทันควัน

ส่วนผสมหลักของ Bloody Mary คือน้ำมะเขือเทศ น้ำแข็ง และวอดก้า สุรากลั่นไร้สีจากรัสเซียที่ถูกใช้เป็นเบสของค็อกเทลหลากชนิด ตั้งแต่ Screwdriver, White Russian ไปจนถึง Vodka Martini

ว่ากันว่าค็อกเทลแก้วนี้ได้สามารถรักษาอาการเมาค้างได้ดี เมื่อดื่มจะรู้สึกถึงรสชาติเผ็ดร้อน สดชื่น และร้อนรุ่มไปทั่วร่างกาย แต่สูตรและกรรมวิธีการทำค็อกเทลชนิดนี้วิวัฒนาการและดัดแปลงไปตามยุคสมัย เพื่อให้ถูกปากกับนักดื่มแต่ละคน จึงมีทั้งบาร์เหล้าที่เสิร์ฟ Bloody Mary แบบดั้งเดิม และบาร์ที่เติมเกลือ พริกไทยดำ หรือพริกชี้ฟ้าบ่นเพิ่มเข้าไป

britishheritage.com

ราชินีอังกฤษผู้กระหายเลือด

บ้างว่าชื่อค็อกเทล Bloody Mary ตั้งตามราชินีในศตวรรษที่ 16 นามว่า “Mary Tudor” หรือ ราชินีแมรีที่ 1 ของอังกฤษ เธอเป็นลูกสาวของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และเป็นหนึ่งในรัชทายาทแห่งบัลลังก์ที่ถูกตำหนิมากที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ

ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ครองราชย์ ถ้าไม่นับเรื่องการปฏิรูปภาษาอังกฤษ ศาสนาเป็นอีกเรื่องที่เธอคลั่งไคล้และให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เธอมุ่งมั่นที่จะแผ่ขยายอำนาจของคริสตจักรคาทอลิกให้ปกคลุมทั่วพื้นดินอังกฤษอีกครั้ง

smithsonianmag.com

ราชินีแมรีผู้หลงรักเผด็จการเริ่มใช้ความรุนแรงที่เธอหลงใหล เป็นอาวุธเพื่อคืนอังกฤษสู่อ้อมกอดของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เธอรณรงค์อย่างแข็งขันให้กดขี่ข่มเหง ตลอดจนใช้ความรุนแรงกับผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ต่างนิกาย โดยเฉพาะโปรเตสแตนต์

แม้นักประวัติศาสตร์ยังโต้เถียงกันอยู่ว่าราชินีแมรีคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปทั้งหมดกี่ราย แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือการประท้วง ศรัทธาศาสนาต่างนิกาย หรือไม่ยอมปฏิบัติตามกฎที่เคร่งครัดในรัชสมัยของเธอ จะนำมาซึ่งเหตุนองเลือดและการสังหารอย่างเหี้ยมโหด

ตั้งแต่ตัดหัว แขวนคอ และลนไฟทั่วเรือนร่างให้ตายทั้งเป็น ซึ่งความเด็ดเดี่ยวและเลือดเย็นประกอบกับศพผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังหารอย่างไร้ปราณี ทำให้ราชินีอังกฤษผู้นี้ได้ฉายาว่า “Bloody Mary” หรือ “แมรีบ้าเลือด”

วิญญาณหญิงหม้ายเสียสติ

แม้เรื่องราวของภูต ผี ปีศาจ และความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก อาจไม่ได้หนักแน่นพอจะเป็นที่มาของค็อกเทลชนิดนี้ แต่มีชื่อ Bloody Mary ปรากฏอยู่ในตำนานลี้ลับของยุโรปด้วยเช่นกัน

ตำนานอีกหน้ากล่าวว่า Bloody Mary เป็นหญิงหม้ายที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นแม่มด เธอสูญเสียลูก ซึมเศร้า และเสียสติจนไม่มีใครในหมู่บ้านอยากคบค้าสมาคมด้วย อยู่มาวันหนึ่งเด็ก ๆ ในหมู่บ้านกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ชาวบ้านจึงสะกดรอยตามเธอไปและพบว่าเธอกำลังจับเด็กคนหนึ่งแขวนคอกับต้นไม้

msn.com

ท้ายที่สุดหญิงหม้ายผู้นี้ถูกจับและลนไฟทั่วเรือนร่างจนไหม้เกรียม แต่วาจาสุดท้ายที่เธอลั่นไว้ก่อนสิ้นลม คือถ้าใครเอ่ยชื่อ “Bloody Mary” หน้ากระจก เธอจะกลับมาล้างแค้นและเอาชีวิต

ฝั่งยุโรปเองก็มีวิธีท้าทายวิญญาณไม่ต่างจากผีถ้วยแก้วหรือผีตนอื่น ๆ บ้านเรา และ Bloody Mary ก็เป็นหนึ่งในวิญญาณยอดฮิตที่หลายคนอยากลองดี แม้เรื่องราวหญิงสาวที่ทำชาวยุโรปขนหัวลุกจะเป็นเรื่องเล่าที่ไม่ได้มีหลักฐานประกอบแน่ชัด แต่ยังมีหลายคนที่ไม่กล้าสั่งค็อกเทลแก้วนี้ในบาร์เพียงเพราะกลัววิญญาณอาฆาตของเธอ

imbibemagazine.com

Fernand Petiot บาร์เทนเดอร์ผู้คิดค้น

แม้คนส่วนใหญ่จะเชื่อว่าชื่อค็อกเทลนั้นล้อเลียนกับเรื่องตลกร้ายของราชินีอังกฤษ แต่บางข้อมูลอ้างว่า Fernand Petiot คือบาร์เทนเดอร์ผู้คิดค้นค็อกเทล Bloody Mary และทำให้เมนูนี้เป็นที่โจษจันไปทั่วโลก

ในช่วงปี 1921 Fernand Petiot อ้างว่าเขาคิดค้นค็อกเทลจากวอดก้าและน้ำมะเขือเทศ ขณะทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่ Harry’s New York Bar ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

Fernand Petiot ตั้งชื่อเครื่องดื่มนี้ให้กับหญิงสาวที่มักจะนั่งรอแฟนในบาร์เหล้า โดยที่แฟนของเธอไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นสักครั้ง และเมนู Bloody Mary ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นก็เป็นที่โปรดปรานของลูกค้าอเมริกัน ฝรั่งเศส หรือแม้แต่รัสเซียที่ชื่นชอบวอดก้าเป็นทุนเดิม

หลังจากนั้น Fernand Petiot ลาออกจากร้านและไปเป็นบาร์เทนเดอร์หลักที่ King Cole Bar ในนิวยอร์ก แม้เขาจะปรุงค็อกเทลจากวอดก้าและน้ำมะเขือเทศแก้วนี้ขึ้น แต่กลับไม่ได้เรียกว่า “Bloody Mary” ทว่าเป็น “Red Snapper” และปัจจุบันที่ร้าน King Cole Bar ก็ยังมีเมนูค็อกเทลนี้เสิร์ฟอยู่

แถมบทความของ Walter Winchell ที่เขียนในหนังสือพิมพ์ Chicago Tribune ในช่วงปี 1939 ก็ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความทรงจำของ Fernand Petiot เนื่องจากบาร์เทนเดอร์รายนี้อ้างว่า ตนใช้น้ำมะเขือเทศจากมะเขือเทศกระป๋องเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่ม แต่ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงว่าช่วงเวลาที่ Fernand Petiot คิดค้น Bloody Mary ในตอนนั้นมะเขือเทศบรรจุกระป๋องมีวางจำหน่ายแล้วหรือยัง

todayifoundout.com

George Jessel นักแสดงบรอดเวย์และเหตุบังเอิญ

แม้แต่ George Jessel ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงผู้ประสบความสำเร็จ ยังมีส่วนเอี่ยวกับชื่อค็อกเทล Bloody Mary แก้วนี้ เพราะเขาอ้างว่าคิดค้นค็อกเทล Bloody Mary ในช่วงปี 1927 และข้อมูลดังกล่าวบันทึกไว้ในอัตชีวประวัติ ‘The world I lived in’ ของเขาในปี 1975 ด้วย

George Jessel เล่าว่าร้านอาหาร Palm Beach La Maze คือจุดเริ่มต้นของค็อกเทลแก้วนี้ วันนั้นเขาเมาค้างและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองสร่างเมา ตอนแรกจะดื่มวอดก้าแต่มันดันมีกลิ่นฉุนเกินไป George Jessel จึงใส่ซอสวูสเตอร์ (Worcestershire) น้ำมะเขือเทศ และมะนาวลงไปดับกลิ่นที่รุนแรงของวอดก้า

ประจวบเหมาะกับที่ Mary Brown Warburton หญิงสาวจากตระกูลดังแห่งฟิลาเดลเฟียเดินเข้ามาพอดี และ George Jessel เอ่ยปากให้เธอลองชิมค็อกเทลแก้วนี้ของเขา แต่มันดันหกเลอะชุดราตรีสีขาวที่เธอสวม จนเธอพูดออกมาว่า “ตอนนี้คุณเรียกฉันว่า Bloody Mary ได้แล้วนะจอร์จ”

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่นำมาอ้างอิงอาจไม่เพียงพอจะตัดสินว่าชื่อค็อกเทล Bloody Mary มาจากราชินีในศตวรรษที่ 16 วิญญาณแม่มด บาร์เทนเดอร์มากฝีมือ หรือนักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาทกันแน่ แต่ความจริงคือชื่อ Bloody Mary ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแรก ตั้งแต่รัชสมัยของ Mary Tudor หรือ ราชินีแมรีที่ 1 ของอังกฤษแล้ว

เป็นไปได้ว่า Fernand Petiot และ George Jessel ชายสองคนนี้อาจคุ้นเคยกับวอดก้าที่เป็นเหล้าพื้นฐาน และปรับแต่งส่วนผสมจวบจนได้รสชาติตามความชอบของตน แม้กระนั้นประวัติศาสตร์ที่เราเชื่อก็เป็นได้ทั้งเรื่องจริงและหลอกลวง ถ้าขุดลึกลงไปอีกอาจเจอช่องโหว่ ความย้อนแย้ง หรือความกำกวมบางอย่าง เฉกเช่นที่มาของค็อกเทลสีแดงสดแก้วนี้

แต่ถ้าค็อกเทล Bloody Mary ได้แรงบันดาลใจจากหญิงสาวที่นั่งรอใครสักคนในบาร์ตามที่ Fernand Petiot กล่าวอ้าง เวลาที่เห็นผู้หญิงสักคนสั่ง Bloody Mary มาดื่ม คงเป็นอันรู้กันว่าเธอนั่งรอแฟน ไม่ก็รอใครสักคนเดินมาชนแก้วกับเธอ

 

COVER SOURCE , SOURCES: 12

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line