เพลงร็อกเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการฟังเพลงในช่วงวัยรุ่นที่ใคร ๆ ต่างก็มีวงร็อกในดวงใจกันทั้งนั้น ลองขยับจากเพลงร็อก Mainstream มาเป็นเพลง Indie Rock หรือ Alternative Rock กันดูบ้าง เปิดโลกสู่วงที่ไม่ได้เกาะกระแสมากนัก เปิดโลกฟังเพลงใน Playlist นี้ เพื่อเสพบรรยากาศอินดี้เก่า ๆ ที่เราคิดถึง รวมทั้งวงรุ่นใหม่ไฟแรงของยุคนี้ ให้ได้ฟังกันเพลิน ๆ ได้ไม่มีเบื่อ บอกกันก่อนว่า Playlist นี้ไม่ได้จัดอันดับเพลงดีในดวงใจ แค่เป็นการแลกเปลี่ยนเพลงกันฟังเท่านั้น ไม่ต้องน้อยใจไปหากเพลงโปรดของคุณไม่อยู่ในนี้ สำหรับใครที่สะดวกฟังบน Spotify เราจัด Playlist ไว้ให้เหมือนเดิม Bon Iver – For Emma Fleet Foxes – Mykonos Vampire Weekend – Step The Cure – Friday I’m In Love The Strokes
คอเพลงอาจจะคุ้นหูกับเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังบูมในช่วงนี้ดี และถ้าใครเสพเพลงใหม่อยู่เสมอแล้วล่ะก็ รับรองต้องรู้จักหนุ่ม Cuco เจ้าของเพลงสุด Melodic ที่มาแรงในช่วงนี้เอามาก ๆ ด้วยวัยเพียง 20 แต่ตอนนี้เขามีเพลงฮิตติดหูวัยรุ่นทั่วโลก มีทัวร์คอนเสิร์ตของตัวเอง อาจจะคิดว่าศิลปินที่ประสบความสำเร็จในอายุเท่านี้มีเยอะแยะมาก แต่เชื่อเถอะว่าถ้าได้ทำความรู้จักกับเขาแล้ว จะรู้ว่าเขานั้นไม่เหมือนใครจริง ๆ เขาคือใคร ? แม้เราจะรู้จักหนุ่มแว่นที่ออกจะไปทางเนิร์ด ๆ ที่อนุมานได้ว่าในห้องต้องมีโปสเตอร์สตาร์วอร์ในชื่อ Cuco แต่ชื่อจริง ๆ ของเขาคือ Omar Banos หนุ่ม Mexican American อายุเพียง 20 ปีที่นั่งทำเพลงแรกของเขาในห้องนอน ในเมือง Hawthorne, South L.A. แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำเพลงของเขาเลย เขายังคงมีแฟนเพลงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ปล่อยเพลงออกมา แต่เงินและชื่อเสียงมันไม่ใช่เหตุผลหลักที่ขับเคลื่อนให้เขาทำเพลงเลย สิ่งที่เขาพยายามและกำลังทำอยู่นั้น คือการสะท้อนภาพของวงการดนตรีและพิสูจน์กับครอบครัวว่า อาชีพนักดนตรีที่เขาทำอยู่นั้นมันเป็นอาชีพที่ทำมาหากินได้จริง และปีนี้เขาก็ทำได้จริง ๆ โดยเฉพาะในปีนี้ที่เขามีทัวร์ตามเทศกาลดนตรีตลอดปี (รวมทั้งในไทยด้วยเช่นกัน) ผลงานสุดจี๊ด รูปจาก lollapalooza.com Cuco ได้ปล่อยออกมา อัลบั้มออกมาสองชุด Wannabewithu
‘ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันนะซิ ฉันนะซิ’ นี่คือมุขที่คนอายุ 30+ คุ้นหูเป็นอย่างดีจากเวทีตลกคาเฟ่ แต่วันนี้กลายเป็นมุขไม้ตายก้นถุงของผู้ชายอารมณ์ดี ดีกรีนายแบบ Domon Mini พระเอกภาพยนต์ ดารานักแสดง และบทบาทล่าสุดที่ไม่ต้องขายคาแรคเตอร์ แต่เป็นการขายตัวตนของคนเฮฮาอารมณ์ดี ผู้ชายคนนี้คือ พี่ตูน บริบั๊ก พี่ตั๊ก บริบูรณ์ นั่นเอง มักจะมีคำพูดว่า เบื้องหลังนักแสดง Comedian ส่วนใหญ่ จะต้องเป็นคนจริงจัง ซีเรียส เครียดกับงาน ไม่เล่นมุขพร่ำเพรื่อ ซึ่งดูจากลุคของคุณตั๊กแล้ว เราจินตนาการว่าจะต้องเป็นคนแบบนั้นแน่นอน แต่ภาพในหัวทั้งหมดต้องสลายไปจากประโยคแรกที่ทักทายกัน “ไม่นะ ตัวจริงพี่ก็เป็นแบบนี้แหละ” พี่ตั๊กพูดแทรกขึ้นมา ใช่ครับ สำหรับตั๊ก บริบูรณ์ หน้าจอเราเห็นเค้าเป็นยังไง หลังจอ เค้าก็เป็นคนแบบนั้นล่ะครับ หรือแม้แต่พี่เนี้ยบ คุณเอลซี่ภรรยา และน้อง Believe หลังจอครอบครัวเค้าก็เฮฮาแบบที่เราเห็นเป๊ะเลย สำหรับผู้ชายคนนี้ ไม่ต้องแสดงคาแรคเตอร์อะไร เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ เป็นวิวัฒนาการจากการเข้าวงการในฐานะนายแบบ Domon Mini ดาราพระเอกสุดหล่อ ซึ่งนั่นคือการแสดง มาสู่บทบาทที่เป็นตัวเองมากกว่าในฐานะ Comedian ที่พวกเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
หลายเพลงที่เราฟังในเวอร์ชั่นต้นฉบับอาจจะฟังกันวน ๆ มาเป็นร้อยรอบแล้ว ยิ่งเป็นเพลงโปรดยิ่งนับจำนวนกันไม่ถ้วน ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศฟังเวอร์ชั่น Cover กันบ้าง อาจจะได้เวอร์ชั่นใหม่ที่ถูกใจมากกว่าเดิม หรือได้เพลงโปรดเพิ่มเป็นสองเพลงทั้งเวอร์ชั่นเก่าและใหม่เลยก็ได้ Boyce Avenue – Torn แม้ต้นฉบับจะเป็นเสียงผู้หญิง แต่เขาก็ถ่ายทอดออกมาในแบบ Acoustic ได้ลื่นไหล สมกับที่เป็นวง Cover ที่มียอดวิวอันดับต้น ๆ บน YouTube Iron and Wine – Such Great Heights เป็นอีกเพลงที่เซอร์ไพรส์มาก ๆ ว่านี่ไม่ใช่ Original จาก Iron and Wine ในอัลบั้ม Ariund The Well ปี 2009 จริง ๆ แล้วเพลงนี้ต้นฉบับเป็นของวง The Postal Service อัลบั้ม Give Up ที่ออกมาเมื่อปี 2003 และเพลงเป็นคนละมู้ดกับเวอร์ชั่น Iron and
นับว่าเป็นซีรีส์สุดฮิตอีกเรื่องนึงบน Netflix ที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม สำหรับ ‘The End of the F**king World’ ซีรีส์หลายรสแนว Dark Comedy Drama ที่สร้างจากนิยายของ Charles Forsman เรื่องราวของคู่รักวัยรุ่นที่อาจจะไม่ค่อยปกติทางความคิดมากนัก จากจุดเริ่มต้นที่ James (Alex Lawther) พระเอกอายุ 17 ปีที่มีความอยากฆ่าทุกอย่างรอบตัว รวมถึง Alyssa (Jessica Barden) นางเอกขวางโลกสุดโต่ง การผจญภัยที่ไปไกลจนไม่สามารถย้อนกลับได้ และสุดท้ายกลับกลายเป็นความรักถึงขนาดยอมตายเพื่อเธอ แม้จะมีความยาวเพียง 8 ตอน แต่กระแสตอบรับที่มีทั้งด้านลบ ไม่ได้รับความนิยมมากนักใน UK บ้านเกิด และเกือบจะไม่ได้ถูกนำมาฉายด้วยซ้ำ แต่ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยกลับมีเสียงบอกว่าดีเยี่ยม ทำให้วันนี้มีข่าวดีจาก Official Twitter ว่าเตรียมพบกับ ‘The End of the F**king World Season 2’ บน Netflix ได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าความดาร์คปนโรแมนติกจะเปลี่ยนไป เพราะทั้งคนเขียนบท Charlie Covell และทีมผู้กำกับชุดเดิมอย่าง
หากพูดถึงชื่อผู้กำกับในดวงใจ เชื่อว่าชื่อของ J.J. Abrams จะขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคอหนัง Sci-Fi อย่างแน่นอน นอกจากจะเป็นผู้กำกับในดวงใจแล้ว ตอนนี้อาจจะเป็นเจ้าของค่ายเพลงในดวงใจอีกต่างหาก เพราะเขากำลังจะเปิดค่ายเพลงอินดี้ มาดูกันว่าผู้กำกับคนเก่งคนนี้ทำไมถึงหันมาเปิดค่ายเพลงกัน About J.J. Abrams เราอาจจะคุ้นเคยกับชื่อของ J.J. Abrams ในฐานะผู้กำกับมือฉมังชาวอเมริกัน ที่ฝากผลงานเอาไว้ให้เราได้จดจำมากมายนับไม่ถ้วน นอกจากผลงานกำกับแล้ว เขาไม่หยุดตัวเองไว้แค่นั้น ทั้งงานเขียนบท Producer โดยผลงานที่สร้างชื่อให้เขามักจะเป็นภาพยนตร์แนว Sci-Fi อย่าง Armageddon, Cloverfield, Star Trek, Star Wars: The Force Awakens ความอัจฉริยะของเขานั้นถูกส่งต่อจากคุณพ่อของเขา Gerald W. Abrams ก็เป็นผู้กำกับละครทีวีเช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ ในตอนแรกเขาตัดสินใจอยากจะเข้าโรงเรียนศิลปะแบบเฉพาะทาง แต่สุดท้ายเขาก็เข้ามหาวิทยาลัยตามคำแนะนำของพ่อเขา เขาฉายแววความสามารถในวงการจอเงินตั้งแต่อายุ 15 เขาเริ่มทำเพลงให้กับภาพยนตร์ของ Don Dohler และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มจับงาน Producer จนมาถึงภาพยนตร์เรื่องแรกที่เขาเขียนบทอย่าง Taking Care
‘งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา’ คือสัจธรรมความจริงของทุกอย่างบนโลก เช่นเดียวกับวงการมังงะที่ตอนนี้งานเลี้ยงซึ่งเฉลิมฉลองต่อเนื่องยาวนานมากว่า 15 ปีกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะล่าสุดมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า ‘Gintama’ มังงะจอมกวนที่อยู่คู่นิตยสาร Shonen Jump มาอย่างยาวนานจะจบบริบูรณ์ในอีก 5 ตอนข้างหน้า ถึงแม้ว่าจะพอรู้อยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อมีประกาศออกมาจริง ๆ เราก็อดใจหายไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แฟนเดนตายแต่ก็ติดตามมาโดยตลอด และตัวละครอย่าง ‘ซากาตะ กินโทกิ’ ก็กลายเป็นหนึ่งใน Iconic ของ Shonen Jump ไปแล้วก็ว่าได้ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง นารูโตะ, ลูฟี่, และกอร์น ดังนั้นอย่างน้อยก่อนจากลากันเราจึงอยากเขียนถึง Gintama ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้มังงะเรื่องนี้ครองใจนักอ่านและอยู่ยั้งยืนยงใน Shonen Jump มากว่า 15 ปี ผสมความสนุกกับเกร็ดประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน เรื่องราวของ Gintama เกิดขึ้นในยุคเอโดะ เป็นช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านอำนาจการปกครองจากระบบโชกุนสู่ระบบบริหารโดยรัฐบาลกลาง ซึ่งผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือการที่เหล่าซามูไรผู้อารักษ์ขาบรรดาโชกุนต่างพากันตกงานกันอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนต่างต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความหวังในการมีชีวิต Gintama อ้างอิงบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีตัวตนอยู่จริงมากมายหลายคน จึงทำให้ผู้อ่านอย่างเราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เสิร์ฟมาพร้อมความสนุกไปในตัว ใครบอกว่า Gintama เป็นการ์ตูนตลกโปกฮาไร้สาระไปวัน ๆ เราขอเถียงขาดใจ! ทุกตัวละครต่างมีด้านดี ไม่เว้นแม้แต่ตัวร้าย ตัวละครฝ่ายร้ายส่วนใหญ่ที่เราเจอในมังงะมักจะมีแค่มิติเดียว สีดำสนิทจิตใจเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
ผ่านพ้นไปที่เรียบร้อยสำหรับงาน MTV Video Music Awards ประจำปี 2018 ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมเพลงทางฝั่งอเมริกา สำหรับเด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยอิน แล้วสงสัยว่า MTV เพราะเกิดมาในยุคที่วิดีโอทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ใน YouTube หรือ Vimeo แต่ทว่าคนวัย 25 อัพล้วนเติบโตมากับยุคของ MTV ที่ต้องเฝ้ารอมิวสิควิดีโอจากศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ โดยในปีนี้ศิลปินที่เข้าชิงรางวัลมากที่สุดได้แก่ Cardi B ด้วยจำนวนทั้งหมด 13 รางวัล ซึ่งงานนี้ถือเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกต่อสาธารณะชน หลังจากเธอให้กำเนิดลูกสาวเมื่อเดือนกรกฎามที่ผ่านมา วันนี้ UNLOCKMEN ขอนำเสนอ Music Video ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขาต่าง ๆ มาให้ทุกคนได้ติดตามกัน Video of the Year Camila Cabello (featuring Young Thug) — “Havana” Artist of the Year Camila Cabello Song of the
คนรวย คนไม่รวยวัดกันที่ตรงไหน? ถ้าบอกว่าวัดกันที่การแต่งกาย ของใช้ที่มองเห็นภายนอกนี่อาจจะเป็นวิธีวัดที่เก่าไปแล้ว เพราะสำหรับเรื่องล่าสุดที่เพิ่งมีงานวิจัยออกมาเผยแพร่คือเขาสามารถใช้สิ่งที่มองไม่เห็นอย่างเสียงเพลง หรือแนวเพลงที่เราชื่นชอบนำมาใช้จำนวนวัดเงินในกระเป๋าของเราได้ แต่ก่อนจะไปอ่านผลวิจัย…ลองซื่อสัตย์กับตัวเองด้วยการคิดคำตอบในใจกันก่อนว่าคุณชอบฟังเพลงแนวไหน และเมื่ออ่านจบอย่าลืมบอกเราอีกครั้งด้วยว่าตรงหรือเปล่า เริ่มต้นที่เศรษฐีอเมริกันส่วนใหญ่มักจะฟังเพลงคลาสสิก ซึ่งแน่นอนว่ายังคงมีศิลปินไม้ตายอย่าง บีโทเฟน โมสาร์ต และบาช อยู่ใน track ที่เปิดเสมอ งานนี้แม้พวกเราอ่านไปแล้วจะเริ่มส่ายหน้าเพราะฟังดูเหมือนเรื่องอุปโลกน์ที่เดาขึ้นมาแบบส่ง ๆ แต่มันก็เป็นจริงแล้ว และรับรองได้ มาจากผลการสำรวจของกลุ่มคน millennials จำนวน 1,500 คนที่จัดทำขึ้นโดย TDAmeritrage งานนี้แม้จะเป็นการสำรวจจากกลุ่มคนจำนวนไม่มากเพียงช่วงวัยเดียว แต่เหล่านักวิจัยก็ยังยืนยันว่าผลลัพธ์สามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับช่วงวัยอื่นได้ รักเพลงแนวไหน รายได้เท่าไหร่ หลายคนคงเริ่มอยากรู้แล้ว ลองดูกันว่าแนวเพลงที่เราชอบกันหน่อย ว่าตรงกับสิ่งนี้ไหม แนวเพลงคลาสสิก – $114,000 หรือ 3,730,071.29 บาท แนวเพลงอิเล็กทรอนิกส์ – $92,000 หรือ 3,010,232.97 บาท แนวเพลงแร็ป / ฮิปฮอป – $69,000 หรือ 2,257,674.73 บาท แนวเพลงยุค 80 และ 90 – $67,000 หรือ 2,192,234.88
หลายคนใช้เสียงเพลงเป็นสื่อบันเทิง ให้ความเพลิดเพลินไปกับเนื้อร้อง ทำนองที่ผ่อนคลาย หรือหนักหน่วง เร้าใจ ที่เราเลือกมาแล้วใน Playlist หลายคนใช้เป็นหนทางหลีกหนีไปสู่อีกโลกหนึ่งทุกครั้งที่กดปุ่ม Play ไปสู่โลกที่เราไม่ต้องคิดอะไร ไม่ว่าเราจะเลือกใช้มันเป็นอะไรก็ตาม พวกเขา “STOIC” เลือกที่จะใช้เสียงเพลงบอกเล่าเรื่องราวที่พวกเขาเจอมาในชีวิตในรูปแบบที่สื่อถึงตัวตนของพวกเขาที่สุด ใช้เพลงสื่อสารกับคนฟังอย่างเรา ๆ ให้รับรู้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเนื้อเพลงและทุกตัวโน้ตที่พวกเขาตั้งใจเรียบเรียงขึ้นมา สำหรับคอเพลงอินดี้อาจจะคุ้นเคยกับเพลงของพวกเขาอย่าง เพลง “วิวรณ์” และเพลงล่าสุดอย่างเพลง “วัฎจักร” ที่เพิ่งปล่อย Official MV ไปเมื่อหลายวันก่อน UNLOCKMEN มีโอกาสได้พูดคุยกับวง STOIC ถึงเรื่องราวของวงและผลงานที่ใคร ๆ ต่างก็รู้สึกถึง Touching กับทุกเพลงของพวกเขา โดยวง STOIC ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน คือ แพ็ค (กีต้าร์-ร้องนำ), หนึ่ง (กีต้าร์), ยู (เบส), เปรียว (กลอง), ฟลุ๊ค (เชลโล) ซึ่งตอนนี้ทางวงยังไม่อยู่ในสังกัดของค่ายไหน กว่าจะรวมตัวเป็น STOIC แพ็ค : ประมาณสองปีที่แล้วครับ
ในช่วงกระแส Netflix มาแรงอย่างนี้ หลายคนคงได้ใช้เวลาไปกับมันแทบจะทั้งวันหยุด ลามไปถึงเวลาว่างในวันธรรมดา จนสามารถรีวิวได้ทั้งเว็บแล้วว่าซีรี่ส์เรื่องไหนดีเรื่องไหนเด็ด หรือบางคนอาจดูเอาเป็นเอาตายตั้งแต่ก่อน Netflix จะบูมในไทยแล้ว การันตีช่วงโมงนอนอันน้อยนิดของพวกเขาได้เลย ว่าจะต้องแปรผกผันกับความสนุกของซีรี่ส์อย่างแน่นอน แต่ดูมาเยอะขนาดนี้แล้ว อาจจะรู้สึกเบื่อ ๆ กับซีรี่ส์บ้างแล้ว ลองขยับมาเป็น Non-Fiction อย่างสารคดีกันดูบ้างดีกว่า UNLOCKMEN ขอแนะนำ 5 สารคดีดูง่าย ได้สาระ ที่สามารถหาดูได้บน Netflix สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากจะเพิ่มความประเทืองปัญญาให้ตัวเอง Explained เป็นสารคดีที่อยากแนะนำมาก ๆ เพราะเหมาะสำหรับคนเวลาน้อย ตอนละไม่ถึงชั่วโมง แถมยังอธิบายง่าย ๆ ไม่ใช้คำพูดในหนังสือหรือคำพูดที่ดูจะวกไปวนมาจนชวนเวียนหัว แถมเสียงบรรยายยังฟังง่ายจนอาจจะเปิดทิ้งไว้ไปด้วย ทำอย่างอื่นไปด้วยแบบได้สาระ เอาจริง ๆ มันเหมือนการมาเล่าอะไรสักอย่างในรูปแบบที่ย่อยมาแล้ว ให้มันออกมาง่าย สำเร็จรูปทั้งเนื้อหาและเวลา (แถมยังสนุกด้วย) เนื้อหาของมันมีหลากหลายมาก ตั้งแต่ กีฬา กัญชา รอยสัก อาหาร DNA และอีกสารพัดอย่างที่จะมาเสิร์ฟสาระดี ๆ ให้เราในทุกสัปดาห์ ใครที่อยากเติมความรู้ง่าย ๆ รอบตัวสามารถติดตามรายการนี้ได้เลย
Spoil Alert! เนื้อหาในบทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาในภาพยนตร์บางส่วน หลังจากที่มีทั้ง Trailer และบทสัมภาษณ์มากมายออกมายั่วความอยากตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา ในที่สุดเราก็ได้ดู Girls Don’t Cry ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของวง BNK48 เสียที และเมื่อดูจบเราอยากเขียนถึงมันทันทีเพราะไม่อยากให้อารมณ์ที่ยังตกค้างอยู่ในใจหายไปเสียก่อน Coming of Age อย่างที่เต๋อ นวพล ผู้กำกับบอกไว้ Girls Don’t Cry เป็นสารคดีที่ไม่ว่าคุณจะเป็นโอตะหรือรู้จักเด็กกลุ่มนี้เพียงผิวเผินก็สามารถเข้าถึงสารคดีเรื่องนี้ได้ เพราะนี่ไม่ใช่สารคดีตามติดชีวิตไอดอลแต่คือสารคดี Coming of Age ของวัยรุ่น 26 คนโดยมีคำว่า BNK48 เป็นเพียงฉากหลังเท่านั้น เพียงแต่ Coming of Age ของทั้ง 26 คนนั้นออกจะแตกต่างจากวัยรุ่นทั่ว ๆ ไปสักหน่อย เพราะการก้าวผ่านวัยครั้งนี้ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งราวคลื่นลูกใหญ่ ทุกคนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในเวลาแค่ปีกว่า ๆ ต้องเผชิญกับทุกมิติอารมณ์ที่วัยรุ่นคนหนึ่งจะรับไหว นวพลยังคงร้ายกาจเสมอในการเลือกวิธีการนำเสนอเรื่องราว เขาเล่าเรื่องผ่านมุมมองของทั้ง 26 คนต่อเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่พวกเธอเผชิญทำให้คนดูอย่างเราได้รับรู้ว่าแต่ละคนมีความคิดและทัศคติอย่างไร เป็นการสำรวจตัวตนที่ทำให้คนดูตระหนักว่าพวกเธอแต่ละคนคือ ‘มนุษย์’ คนหนึ่ง ไม่ใช่แค่กลุ่มก้อนที่เรียกว่า ‘ไอดอล’ โรงเรียนแห่งความฝันเลขที่


