Entertainment

CONVERSATION WITH ตั๊ก บริบูรณ์ การใช้ชีวิตแฮปปี้ ที่มาจากการวางแผนและรู้จักช่างแม่ง

By: Chaipohn August 27, 2018

‘ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันนะซิ ฉันนะซิ’ นี่คือมุขที่คนอายุ 30+ คุ้นหูเป็นอย่างดีจากเวทีตลกคาเฟ่ แต่วันนี้กลายเป็นมุขไม้ตายก้นถุงของผู้ชายอารมณ์ดี ดีกรีนายแบบ Domon Mini พระเอกภาพยนต์ ดารานักแสดง และบทบาทล่าสุดที่ไม่ต้องขายคาแรคเตอร์ แต่เป็นการขายตัวตนของคนเฮฮาอารมณ์ดี ผู้ชายคนนี้คือ พี่ตูน บริบั๊ก พี่ตั๊ก บริบูรณ์​ นั่นเอง

มักจะมีคำพูดว่า เบื้องหลังนักแสดง Comedian ส่วนใหญ่ จะต้องเป็นคนจริงจัง ซีเรียส เครียดกับงาน ไม่เล่นมุขพร่ำเพรื่อ ซึ่งดูจากลุคของคุณตั๊กแล้ว เราจินตนาการว่าจะต้องเป็นคนแบบนั้นแน่นอน แต่ภาพในหัวทั้งหมดต้องสลายไปจากประโยคแรกที่ทักทายกัน

“ไม่นะ ตัวจริงพี่ก็เป็นแบบนี้แหละ” พี่ตั๊กพูดแทรกขึ้นมา

ใช่ครับ สำหรับตั๊ก บริบูรณ์ หน้าจอเราเห็นเค้าเป็นยังไง หลังจอ เค้าก็เป็นคนแบบนั้นล่ะครับ หรือแม้แต่พี่เนี้ยบ คุณเอลซี่ภรรยา และน้อง Believe หลังจอครอบครัวเค้าก็เฮฮาแบบที่เราเห็นเป๊ะเลย

สำหรับผู้ชายคนนี้ เป็นโชคดีที่ไม่ต้องแสดงคาแรคเตอร์อะไร เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ เป็นวิวัฒนาการจากการเข้าวงการในฐานะนายแบบ Domon Mini ดาราพระเอกสุดหล่อ ซึ่งนั่นคือการแสดง มาสู่บทบาทที่เป็นตัวเองมากกว่าในฐานะ Comedian ที่พวกเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนั้นเหมือนถูกลิขิตเอาไว้แล้ว

“ตอนนั้นผมกลับมาจากอังกฤษ ก็ได้เจอกับพี่จ๊อบ นิธิ แกทำรายการอยู่ แล้วแกก็ให้ผมไปเป็นพิธีกรรับเชิญ ตอนนั้นผมก็ยังยืนเก๊ก ๆ แสดงเป็นคนคูล ๆ ตามสมัยนิยมอยู่นะ สคริปก็ประมาณว่า ‘สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ แล้วตอนนี้ ผมก็ได้พาทุกท่านได้มาเยี่ยมชมที่จังหวัดนี้……’

“อยู่ ๆ พี่จ๊อบก็บอก เฮ้ย ไม่เอาดีกว่า แนวนี้แม่งไม่ใช่มึงว่ะ เอาแบบหลังกล้องดิ”

ซึ่งแม่งเข้าทางผมเลย เทคที่สองผมก็ซัดไปเต็มที่เลย ‘สวัสดีครับ อ้าววว ท่านผู้ชม วันนี้ กระผมอยู่ที่นี้นะครับผม จังหวัดนี้ครับ โอ้โห เขามีของดี๊ดีครับ อ้าวว เรามาเที่ยวกันนะครับ’

“หลังจากนั้นมาพี่ แสบคอเจ็บคอเลยครับ (หัวเราะ) ไม่ใช่ ๆ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสไตล์นั้นมาเลย ตอนแรก ๆ ก็จะมีคนด่านะ เพียบเลย บนเว็บไซต์พันทิปนี่ตั้งเป็นกระทู้เลย ประมาณว่ามึงเอาคนบ้ามาทำรายการทีวีหรือไงวะ มาแหกปาก แหกคออะไรของมัน เรียกว่าผมนี่เป็น Gen 1 เลยนะที่โดนตั้งกระทู้ด่าตั้งแต่สมัยก่อนนู้นเลยครับ ฮ่าฮ่า”

ถ้าเราเลือกได้ เราคงเลือกเป็นดารามาดเท่ เพราะคิดว่าสาวน่าจะหลงกว่า Rate น่าจะดีกว่า หลายคนอาจจะแปลกใจที่พี่ตั๊กกลับมองอีกมุมนึง

“คือเรื่องแบบนี้มันก็พูดยากนะ ที่จะต้องมา Keep Character ตัวเองตลอดเวลา อย่างในสมัยก่อนที่ผมเล่นหนัง ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสเพล, แรงเป็นไฟละลายแค่เธอ, ด้วยความเป็นมืออาชีพ Look ของผมก็จะเป็นพระเอกไปเลยนะ ในฐานะนักแสดงเราก็เล่นได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่สุดท้ายแล้วมันก็จะมีมุมอึดอัดอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งการได้เป็นตัวของตัวเอง มันก็สบายใจกว่าในระยะยาว อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดนะครับ”

หลังจากวันนั้นเหมือนได้ปลดล็อค เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น “ผมว่า ถ้าเราเกิดเป็นคนยังไง เราก็ควรจะเป็นในสิ่งที่เราเป็น แหม่ พูดดีเว้ย ใช่ครับ สุดท้ายมันดีนะ เพราะเราจะไม่รู้สึกเหนื่อยเวลาทำงาน มันคือการไม่ต้องมาคอยใส่หน้ากาก แต่ในสิ่งที่ผมเป็นเนี่ย ผมก็ต้องรู้จังหวะโอกาสและกาลเทศะในการเล่นด้วย เช่นเราอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ มันก็ไม่สมควรใช่มั้ยล่ะ”

การได้ทำงานบนความเป็นตัวของตัวเองก็ดี แต่สิ่งที่ทำให้พี่ตั๊ก บริบูรณ์ เป็นผู้ชาย Happy นั้นมาจากการวางแผนใช้ชีวิตที่ดี 

“ผมเป็นคนที่วางแผนการใช้ชีวิตตลอดเวลา เช่น ในปีนึงเนี่ย เราก็จะมี goal ให้ตัวเองเสมอ เป็นเป้าหมายในชีวิตว่าเราอยากจะทำอะไร อยากจะเป็นอะไร เมื่อก่อนเราอยากจะลองจัดละครดูสักครั้งนึงในชีวิต เราก็ดิ้นรนพยายามเต็มที่จนได้ขึ้นมาจัดละครช่อง 8, ช่อง True”

“พี่จ๊อบ นิธิ เขาจะสอนมาตลอดเวลาว่า เราอยู่ในวงการบันเทิง เราควรแบ่งปันการใช้เงินให้ฉลาดด้วย เช่น ได้เงินมาสิบบาทเนี่ย อาจจะเก็บไว้ห้าบาท สามบาทอาจจะเอาไปซื้อของที่อยากได้ ส่วนอีกสองบาทเนี่ยผมจะเก็บเงินตลอดตั้งแต่อยู่ในวงการมา ซึ่งทำให้วันนี้เรามีความปลอดภัย ถ้าเกิดมีธุรกิจหรือแพลนอะไรผิดพลาดขึ้นมาจริง ๆ เราก็จะไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ครับ”

“ถ้าทำอะไรผิดพลาดไป ไม่เป็นไปตามแผน หรือมันอาจจะพังก็ได้ ผมจะไม่ค่อยเสียใจนะ ถ้าได้ลงมือทำมันแล้ว ผมจะไม่เสียใจเลย ขอให้ทำมันไปก่อน ถ้าได้คิดแต่ไม่ได้ทำเนี่ย ผมจะเซ็งมาก”

นั่นคือเหตุผลที่เราไม่ได้เห็นพี่ตั๊กขับ Ferrari หรือใส่นาฬิกา Richard Mille

“คือพอวันนึงแล้ว เรามีครอบครัวแล้ว ตัวเองก็ต้องคิดเสมอว่าไอ้สิ่งที่เราจะซื้อ จำเป็นมั้ย”

ข้อพิสูจน์นึงที่ทำให้เราเชื่อว่าพี่ตั๊กพูดจริงเรื่องการวางแผนและการไม่เสียใจถ้าผิดพลาด คือตัวอย่างของ Believe Kloset ธุรกิจขายเสื้อผ้าเด็กที่โดนแซวว่าเป็น เสื้อผ้าน่านัก สุนัขใส่สบาย เราเพิ่งรู้จากปากพี่ตั๊กนี่แหละครับว่า เลิกทำแล้วเรียบร้อย และดูเหมือนจะปิดตัวบนความเฮฮามากกว่าความเครียด

“Believe Kloset ใช่ไหมครับ ป่าวประกาศเลยนะครับ เจ๊งแล้วนะครับ (หัวเราะ)”

“พวกมันชอบมาอำกันไง (แกงค์บริษัทฮา ไม่จำกัด) เปิดธุรกิจมามันก็อำกันแล้วไง พี่บอล เชิญยิ้ม ก็เอาผมตลอดเลย เสื้อผ้าน่ารัก สุนัขใส่สบาย สมพรปากไปเลยครับตอนนี้ หมาแถวบ้านผม เห็นไหมพี่ ใส่ Believe closet กันทั้งนั้น (หัวเราะ) ปิดกิจการแล้ว พูดแล้วก็เศร้า สงสารเมียมากกว่า มึงถามไรกูเนี่ย มึงก็ไม่ศึกษาเลยเนี่ยว่าธุรกิจเขาเจ๊ง ก็ถามหน้าตาเฉย”

ใครเป็นแฟนรายการ บริษัทฮา ไม่จำกัด จะรู้ว่าแกงค์นี้เค้าเล่นกันแรงจริง ๆ แต่บนความแรงนั้นก็ทำให้เราเห็นบรรยากาศความสนิทสนมที่แตกต่างจากรายการตลกทั่วไป 

“สิ่งสำคัญเลยนะพี่ สนิทกันมาก ๆ ครับ ตั๊ก น้าค่อม พี่บอล แจส พี่โรเบิร์ต สายควัน พี่นุ้ย เชิญยิ้ม พี่เหน่ง เชิญยิ้ม ทุกคนรู้จักกันมาก่อนตั้งแต่สมัยยังไม่ดังเลย คือมันเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันทั้งหมดเลย แล้ววันที่มาขึ้นรายการก็ดึงมารวมตัวกัน”

“บริษัทฮา ไม่จำกัด เริ่มต้นจากสองคนครับ คือ พี่บอล เชิญยิ้ม กับผม เพราะผมอยากจะต่อยอดการจัดละครที่เราทำมา เราเลยคุยกับพี่บอลว่า เราน่าจะมีรายการทีวีนะอะไรอย่างนี้ครับ เราก็เลยไปหาทาง ZENSE”

สนิทกันในระดับที่แซวกันแรง ๆ หรือไปหอมภรรยากันแบบไม่มีปัญหาเลย 

“อันนั้นผมว่ามันก็คือการแกล้งกันมากก่า คือการแหย่ การอำกันมากกว่า แต่ว่าสิ่งที่ผมจะมาโกรธจริง ๆ เลยเนี่ยคือ ไอ้นุ้ย เชิญยิ้ม มันชอบตบหัวผมเนี่ย อันเนี้ยผมไม่ค่อยชอบ (หัวเราะ) ผมเคยคิดว่าเนี่ยเดี๋ยววันจันทร์หน้าเนี่ย จะต้องมีถ่าย ถ้าเกิดมันตบหัวผมอีกครั้งนึง ผมจะต่อยมันกลับแล้วนะ อันนี้คือผมพูดตรงนี้แล้วนะ”

“มีอยู่ครั้งนึงฮามาก เรานั่งถ่ายรายการกันอยู่ อ่ะ 5 4 3 2 ปุ๊บ พี่นุ้ย เชิญยิ้ม แกก็เล่นมุขไง คือ เล่นมุขเสร็จปุ๊ป แล้วแกก็มาเตะขาเก้าอี้ผม ผมร่วงจากเก้าอี้บาร์ลงมากระแทกกับพื้น เงียบทั้งสตู ผมก็เงียบ คือช็อคเลย เพราะว่ามันเจ็บมากนะ เสียงกระดูกมันดังกรึ๊บอ่ะ ผมคิดในใจแล้วว่าหักแน่ ๆ เงียบกันหมดเลยพี่ เงียบกริบเลยนะ พี่นุ้ย เชิญยิ้มถึงกับร้องไห้ น่าจะรู้สึกผิดมากเลย”

 

“ไอ้นุ้ย ๆ ไอ้นุ้ยนี่มันฮานะ มันเก่งนะ มันได้อะไรจากผมไปเยอะมากเลยนะ”

 

Challenge ที่ทำให้รายการ บริษัทฮา ไม่จำกัด ประสบความสำเร็จ คือการทำงานที่ทุกคนรักและอยากทำ

“ทีมงานทุกคนสนิทกันมาก รู้ทางกัน รู้ใจกันว่าใครจะเล่นเป็นใคร ใครจะเป็นตัวปู ใครจะเป็นตัวดิ้น ใครเป็นตัวตบ แล้วก็สิ่งสำคัญก็คือทีมงานเบื้องหลังทุกคนด้วย อย่างพี่เป๋า ผู้กำกับ คนนี้เก่ง เขาจะรู้ใจเรา ฝ่ายทำบทด้วยนะ เอาเรื่องที่มันอยู่ในกระแสมาทำได้ดีและเร็ว ทุกอย่างเลยพี่ ผมว่านะ เป็นผลจาก Perfect Team ของทุกฝ่ายหมดเลย”

“การทำงานในกอง ฮา ไม่จำกัด ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยมีการเทคนะครับ เล่นกันสด ๆ เลย ผิดถูกช่างมัน Script ไม่ค่อยมี มีแต่โครงเรื่องมาให้ว่าครจะเล่นเป็นใคร ที่เหลือเราก็ซัดกันเลย สนุกดีครับ”

ในฐานะที่เป็นคนประสบความสำเร็จเร็วตั้งแต่ยังวัยรุ่น อยากให้แนะนำเคล็ดลับความสำเร็จให้กับเด็กรุ่นใหม่

“เด็กรุ่นใหม่บางคน เราจะเห็นเลยว่า แป้ป ๆ หาย สองเดือนสามเดือนลาออกไปกันหมดแล้ว อาจจะไปขายของออนไลน์ ไปขายครีม เด็กเลยอาจจะไม่ทน ผลคือการไม่เก่งในด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าเป็นรุ่นเราเนี่ย เราอยู่กันยันเช้า ถ่ายละคร ถ่ายรายการ เช้าชนเช้า เช้ายันเช้า มันสอนให้เราฮึดและอึดสู้”

“ผมว่าอันนี้เป็นสิ่งที่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ต้องรับฟังเลยนะ ถ้าเราชอบจะทำอะไร สมมุติน้องคนนี้ชอบเป็นตากล้อง ก็ควรจะไปให้มันสุดทาง ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สำเร็จในการใช้ชีวิต เราอาจจะไม่รวย แต่การได้ทำสิ่งที่เรารัก ถ้าเป็นผมนะ ผมจะมุ่งให้สุดทาง ตายเป็นตาย อย่างน้อยผมขอตายในสิ่งที่เรารัก”

“อย่างผมเป็นดารา นี่คือสิ่งที่กูรักนี่หว่า ผมทำมาตั้งแต่เด็ก ๆ สิบขวบ จนโตมา จากเดินออกจากวงการบันเทิงไปแล้ว สุดท้ายก็กลับเข้ามาอีก ผมรู้แล้วว่าผมหนีไม่ได้แล้ว และผมเองก็รักมันด้วย ผมก็จะมุ่งไปสุดทาง ต่อให้ผมจะไม่ดัง หรือ ไม่มีงานมากมายอะไร อย่างน้อยผมก็สบายใจ

ถ้าเราสุดทางแล้ว เราก็เอาความรู้จริงไปต่อยอด หันมาทำกัน จัดเอง ไม่ใช่มาทำงานสองเดือนสามเดือน เฮ้ย เบื่อละ ชีวิตมันไม่ดี เพื่อนทำอย่างนู้นอย่างนี้ ถ้าจะมาขายของ online อ่ะก็ได้เลย มึงก็ต้องไปให้มันสุดทางเลยนะ ไม่ใช่เดี๋ยวอ่ะอันนี้สามเดือน สี่เดือนเปลี่ยน”

อยู่กับโลกออนไลน์ค่อนข้างเยอะ ทั้งรายการของตัวเอง Boriboon Family ที่มียอดคนตามเกือบ 4,000,000 คน ย่อมต้องมี ‘เกรียน’ Comment เยอะแยะ และวิธีรับมือกับ Cyber Bullying สไตล์ตั๊ก บริบูรณ์ เป็นไอเดียที่ดีที่เราอยากแนะนำให้เอาไปใช้กัน

“ผมจะไม่ตอบโต้ อย่างเช่นเขาด่ามา อวัยวะเพศมา ก็บล็อกทันที ผมบล็อกเลย เข้ามาด่าแรง ๆ ผมก็บล็อกหมด เสียเวลาผม (หัวเราะ) จะต้องคอยมาตอบ คร้าบคร้าบ ยังงี้หรอ ผมว่ามันไม่ใช่อะ ผมตอบคนดี ๆ ดีกว่า ชีวิตก็ยุ่งมากพอแล้ว ต้องมาเจอพวกมึงอีก (หัวเราะ) ผมบล็อกครับ ผมไม่ตอบโต้ ไม่คุยมากด้วยครับ เจ็บคอ (หัวเราะ)”

ใครเจอปัญหา หรือเครียดซ้ำซ้อน ชอบจมอยู่กับปัญหา พี่ตั๊กมีคำแนะนำสั้น ๆ ให้ว่า ‘ช่างแม่ง’

“ผมจะมีอยู่สองคำ ช่างแม่ง ช่างมัน แต่เราเองก็ต้องทำมันก่อนนะ ไม่ใช่แบบว่า คือ คิดแล้วก็ไม่ทำอะไร คิดจะทำนู้นทำนี่ สุดท้ายแล้วก็ไม่ทำ แต่ถ้าเกิดเราทำมันแล้ว ผิดถูกช่างมัน ทำไปก่อน”

“คือทุกคนต้องมีเรื่องเครียด ๆ กันอยู่แล้ว แต่แทนที่จะต้องไปยึดติดกับมัน เอาเวลานั้นไปซ้อมใหม่ ฝึกใหม่ ทำมันใหม่ ทำมันไปพี่ ถ้าเกิดมันจะล้มมา ก็อย่าเสียใจนะ เพราะสุดท้ายเราก็ได้ทำมันแล้ว”

ปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้ ตั๊ก บริบูรณ์ เป็นผู้ชายสุด Happy คือ ‘ครอบครัว’

“ผมโชคดีมากที่ผมได้ภรรยาที่ดี เค้าจะไม่เคยมายุ่งกับผมเลยว่าผมจะไปเที่ยวไหน จะทำอะไร แต่เราเองก็ต้องมีเวลาให้ครอบครัว อย่างเช่น เที่ยงคืนเลิกงานต้องกลับบ้าน ไม่ใช่แบบกลับตีสี่ ตีห้า ซึ่งผมเคารพกติกาครอบครัว และภรรยาก็ไม่เคยจะต้องโทรมาจิกผม ไม่มี อันนี้ชนะใจผม แล้วก็เป็นคนที่แบบไม่งี่เง่า มันเลยเป็นสิ่งที่ดี”

“วันที่เรามาทำบริษัท เราจะรู้เลยว่ามันเครียด ต้องคิดงานตลอดเวลา ทำแล้วจะมีคนชอบมั้ย ทำแล้วจะมีลูกค้ามั้ย คิดเสร็จเครียดเสร็จ งานส่วนตัวก็เยอะอีก เบื้องหลังก็เยอะ มันสะเปะสะปะไปหมด ผมเลยกลับมาคิดว่า ในหนึ่งวันเนี่ย ทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด อยู่ที่ว่าเราจะแบ่งเวลายังไง มันไม่ใช่การทำแต่งาน แล้วชีวิตครอบครัวหายไป สมองเรามันจะตื๊อ คิดอะไรไม่ออก แบ่งเวลากลับบ้านมาหาภรรยาและลูกครับ ลองดู แล้วจะรู้ว่าเรี่ยวแรงมันเพิ่มพร้อมออกไปลุยในวันต่อไป”

ความเป็นผู้ชายอารมณ์ดีของพี่ตั๊ก บริบูรณ์ ไม่ใช่เรื่องแสดงหรือแกล้งทำ แต่เป็นการใช้ชีวิตที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย และสิ่งที่เราได้รับการถ่ายทอดมาวันนี้ ก็คือส่วนเด็ดเคล็ดลับที่พี่ตั๊กได้กลั่นออกมาเป็นคำแนะนำดี ๆ เราเชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนที่มีช่วงเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับครอบครัว อยู่กับเพื่อน พร้อมกับไล่ตามความสำเร็จไปพร้อมกันเหมือนพี่ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง ผู้ชายที่มีมากกว่าความอารมณ์ดีคนนี้ครับ

 

Chaipohn
WRITER: Chaipohn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line