นอกจากคนข้าง ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกอยากรีบกลับบ้านแล้ว ทุกวันนี้ความบันเทิงภายในบ้านยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนุ่ม ๆ Urban men อย่างเราติดบ้าน ต่อให้การใช้เวลาว่างของเราจะทุ่มเทไปกับการหากิจกรรมทำเพื่อพัฒนาตัวเอง หรือออกไปเข้ายิม เล่นกีฬา ลุยป่า ปาร์ตี้ถึงไหนถึงกัน สุดท้ายในหนึ่งวันเราก็ต้องการเวลานั่งอยู่เฉย ๆ เอนตัวลงพักผ่อนที่โซฟา กดรีโมทเพื่อเสพความบันเทิงภายในบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ ที่ได้รับจากดีไซน์ของการตกแต่ง, เฟอร์นิเจอร์และ gadget ทุกชิ้นที่เลือกสรรเข้ามาใช้งานและเพื่อความสวยงาม ซึ่งกิจกรรมความบันเทิงยอดฮิตของหนุ่ม ๆ อย่างเราที่ชอบทำเวลาพักผ่อนอยู่บ้านคงไม่พ้นการนั่งยืดขาบนโซฟาดูทีวี ดูหนังดี ๆ ยิ่งถ้าภาพชัด เสียงกระหึ่มนี่ยิ่งสะใจ ไม่ก็ชวนเพื่อน ๆ มาจับจอยดวลเกมกันในวันหยุดก็ยิ่งสนุก เติมพลังก่อนจะเริ่มต้นวันทำงาน แต่ของอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจอไหนก็ได้ สิ่งที่เราต้องการคือจอภาพที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม และต้องเป็นเสมือนประติมากรรมที่สามารถทำให้สเปซสำหรับการพักผ่อนของเราดูดียิ่งขึ้นไปอีก หนึ่งในทีวีที่ตอบโจทย์และน่าสนใจมากก็คือ LG OLED TV ซีรี่ย์ E8 ที่มาพร้อมกับด้วยดีไซน์เท่ ๆ สุดคลาสสิค ราวกับกระจกคริสตัล รวมถึงนวัตกรรมสุดล้ำแห่งวงการทีวีในระดับโลก ที่บอกว่าจอ LG OLED TV ซีรี่ย์ E8 สามารถตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบก็เพราะดีไซน์ Picture-on-Glass ที่มอบมิติแห่งความหรูหราให้กับห้องนั่งเล่นของเราได้ทุกมุมมอง และก็ไม่ได้หล่อแต่เพียงอย่างเดียว ยังขับเคลื่อนการทำงานด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
เจอรถติดใช่มั้ย ไม่เป็นไร เพราะมันไม่ใช่ปัญหาของ taxi คันนี้ (ที่จริงต้องใช้คำว่าลำนี้) ท่ามกลางความเดือดของการแข่งขันด้าน Flying Taxi หรือรถบินได้ ที่มีทั้งบริษัทใน Dubai และทาง Uber ดูจะเป็นผู้นำหน้าเทคโนโลยีอยู่ในขณะนี้ ทางด้าน Rolls-Royce Holdings plc บริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินชั้นนำของโลกที่เรานั่งโดยสารกันอยู่ในปัจจุบัน (เครือเดียวกับ Rolls-Royce Motor Cars ผู้ผลิตยนตรกรรมสุดหรูราคาแพงระยับจากอังกฤษ) ได้ทำการประกาศศักดาลุยธุรกิจสายใหม่ เปิดตัว Hybrid Flying Taxi ในงาน Farnborough International Airshow 2018 Flying Taxi ลำนี้มีรหัสเรียกขานว่า Electric Vertical Take-off and Landing (EVTOL) หรือ “อากาศยานพลังงานไฟฟ้าที่บินขึ้นลงได้ในแนวดิ่ง” สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 4-5 คน ทำความเร็วได้ประมาณ 400 กม. ต่อชั่วโมง ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งสามารถบินได้ไกลราว 800
กี่ Powerbank ก็ไม่เคยพอสำหรับหนุ่ม ๆ อย่างเรา พอกันทีกับเรื่องวนชาร์จแบตเตอรี่ เพราะหนนี้ UNLOCKMEN ขอชวนคุณเดินดิ่งมาตรงนี้เพื่ออัปเดต gadget เฉียบที่ชื่อว่า “Battery Free Phone” โทรศัพท์โคตรมินิมอลสุดกระทัดรัดไว้ใช้ยามจำเป็นแบบไม่ต้องมีเรื่องแบตฯ มาป่วนความสุข เพราะมันทำงานได้โดยไม่ต้องใช้แบตแม้แต่นิดเดียว ความมินิมอลของมันช่างเป็นอะไรที่ได้ใจเราสุด ๆ ตั้งแต่ไซส์ที่แบนกว่าแผ่นขนมปัง หน้าตาเหมือนแกะเอามาเฉพาะแผงเมนบอร์ดเขียว ๆ ติดปุ่มตัวเลขไว้สักหน่อยเผื่อจิ้มและเพิ่มพอร์ตสำหรับหูฟังไว้ให้เสียบด้วยระหว่างคุย บอกตรง ๆ ว่าครั้งแรกที่เห็นข่าวเรายังคิดว่าอาจจะเป็น meme ใหม่ในโลกออนไลน์หรือเปล่า แต่พอสืบไปเรื่อย ๆ ก็เจอว่ามันเป็นเรื่องจริง แถมทีม designer ที่คิดยังเป็นเพียงนักศึกษาอีกด้วย เดี๋ยวนี้ความคิดเด็กรุ่นใหม่ดี ๆ มีให้เห็นเพียบ น่าชื่นชมจริง ๆ ถึงเวลามาไขข้อข้องใจว่า เฮ้ย ไม่มีแบตแล้วจะใช้งานได้อย่างไร เหล่านักประดิษฐ์เขาให้คำตอบว่าแค่ถอดฟังก์ชันอื่นออกให้เรียบ ยกเว้นเรื่องการโทรที่จำเป็น แล้วใช้ประโยชน์จากแสงที่อยู่รอบข้างกับการดึงคลื่นวิทยุที่อยู่ในอากาศมาช่วยในการสื่อสาร แค่นี้ก็เอาอยู่แล้ว วิธีการใช้งานแค่กดปุ่มโทรไม่ต่างจากมือถือทั่วไปที่กดแป้นตัวเลข จากนั้นมันจะส่งต่อไปใช้ Skype เป็นสื่อในการโทรติดต่อโทรศัพท์เครื่องอื่น ๆ อย่างไรก็ตามถึงมันจะดูใช้ง่ายแค่ไหน แต่ด้วยความบางและมินิมอลของมันมีจุดสะดุดเล็กน้อย เพราะเวลาเราจะใช้ไมโครโฟนต้องขอให้กดปุ่มไมค์ค้างไว้หน่อยเพื่อทำงาน (คล้ายพวกวิทยุสื่อสาร) ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันขนทีมกันไปวิจัยเรื่องการใช้เทคโนโลยี gold
เรื่องรักพี่เสียดายน้องมันเป็นของธรรมดา ใจหนึ่งก็ชอบอะไรที่มันคลาสสิค อีกใจหนึ่งก็ถวิลหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ สุดท้ายมาเป๊ะเข้าให้กับรถสปอร์ตระดับไอค่อนอย่าง 1965 Ford Mustang ในเวอร์ชั่นที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ รถสปอร์ตสุดคลาสสิคโมเดลพิเศษนี้ สร้างสรรค์โดย Siemens ที่ผุดไอเดียนำรถคลาสสิคมาผสมผสานกับรถที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือเรียกกันแบบทับศัพท์ได้ว่า autonomous cars และก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างมาโชว์เพียงอย่างเดียว แต่รถโมเดลพิเศษไร้คนขับคันนี้จะได้ลงแข่งในรายการ Goodwood Festival of Speed รายการแข่งรถขึ้นเนินเขาชื่อก้องโลกประจำปีนี้ โดยค่ายยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีอธิบายถึงการสร้าง 1965 Ford Mustang เวอร์ชั่นนี้ว่า พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจาก Cranfield University มหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศกรรมในประเทศอังกฤษ ใข้เทคโนโลยีการสแกนตำแหน่งที่ตั้งของ Bentley Systems ที่สามารถสแกนแบบ 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ก่อนโหลดข้อมูลลงบนออนบอร์ดคอมพิวเตอร์ของรถ เพื่อคำนวนเส้นทางและลักษณะการขับขี่ต่อไป สิ่งที่ทำให้เจ้า Mustang คันนี้เป็น autonomous car ที่แตกต่างก็คือ ส่วนใหญ่แล้วในรถประเภทเดียวกันจะมาพร้อมกับเรดาร์ขนาดใหญ่ กล้องตัวเป้ง และเซ็นเซอร์ที่ดูโดดเด่นเหลือเกิน แต่สำหรับ Mustang โมเลพิเศษคันนี้ หากดูภายนอกก็แทบจะไม่แตกต่างจากโมเดลดั้งเดิม ติดตั้งเซ็นเซอร์ขนาดกะทัดรัดที่ฝากระโปรงหน้าและฝาประโปรงหลัง อย่างไรก็ตามทาง Siemens ยังไม่เปิดเผยภาพภายในรถแต่อย่างใด ใบ้แค่ว่ารถคันนี้สามารถขับขี่ตามปกติได้ด้วย โดยขุมกำลังของคันนี้ได้จากเครื่องยนต์ V8 ขนาดความจุกระบอกสูบ 4.7 ลิตร จูนแรงม้าได้
สมาร์ทโฟนน้องใหม่จากค่าย Samsung มาแรงด้วยเฉดสีใหม่สุดฮอต “กาแลคซี่ เอส 9 พลัส เบอร์กันดี เรด” (Samsung Galaxy S9+ Burgundy Red) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กล้องไม่เหมือนใคร ทำอะไรไม่เหมือนเดิม” (Camera Reimagined) โดดเด่นด้วยฟีเจอร์สุดล้ำเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกาแลคซี่ เอส 9 พลัส ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี ไม่ว่าจะเป็นกล้องรูรับแสงคู่ (Dual Aperture) ที่สามารถปรับรูรับแสงได้เองแบบอัตโนมัติ สำหรับหนุ่ม ๆ ให้ได้ถ่ายภาพสวยชัดแม้ในสภาพแสงน้อยหรือแสงจ้า พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอสุดคูลอย่าง Super Slo-mo และ AR Emoji ที่สามารถเปลี่ยนหน้าคุณให้เป็นสติ๊กเกอร์สุดน่ารักหลากหลายอารมณ์ โดยผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ เฉพาะ กาแลคซี่ เอส 9 พลัส เบอร์กันดี เรด ความจุ 64GB เท่านั้น ในราคา 31,900 บาท โดยในงานเปิดตัวประกอบด้วยโซนต่าง ๆ ทั้งหมด 3
เทรนด์ที่กำลังมาแรงในโลก Technology ด้านยานพาหนะตอนนี้ นอกจากการพัฒนาด้านแหล่งพลังงานที่เข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โลกของ Autonomous Assistant กึ่ง Self-Driving กำลังเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตล์อนาคตการใช้ชีวิตของคนเมืองมากขึ้น แม้แต่ผู้ผลิตเบอร์ใหญ่อย่าง Honda ก็เคยนำเสนอโมเดล 3E-B18 ไปแล้ว แต่วันนี้เรามีอีกโมเดลเทพมาแนะนำ นามของมันคือ CanguRo เดาไม่น่าจะยากเลยว่า CanguRo มาจากคำว่า Kangaroo และมันคือเหตุผลที่เจ้านี่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายจิงโจ้ เป็น Autonomous Assistant ที่สามารถเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้ ระหว่าง Robot Mode และ Vehicle Mode คิดค้นโดย Shunji Yamanaka จาก University of Tokyo และ Takayuki Furuta จาก the Future Robotics Technology Center (fuRo) ใน Robot Mode CanguRo จะเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถแบกข้าวของหนัก ๆ ทีละมาก ๆ ให้เราได้โดยไม่มีบ่น
ผู้ชายทุกคนที่ถือสมาร์ตโฟนในมือคงรู้ดีว่าต่อให้ใช้กระจกสุดอึดหรือเคสราคาแพงแค่ไหน สุดท้ายพอหลุดมือกระแทกลงพื้น หน้าจอก็มีสิทธิร้าวอยู่ดี พวกเราทีมงาน UNLOCKMEN เองก็เจอปัญหานี้บ่อยแต่ยังแก้ไม่ตก ที่สำคัญพอมันร้าวเริ่มเยอะ ไอ้ครั้นจะทนใช้ไปก่อนก็กลัวบาดใบหน้าหล่อ ๆ ตอนแนบใช้งาน เลยต้องยอมจำนนเสียเงินเปลี่ยนเครื่องใหม่อย่างไม่รู้จบ ท่ามกลางความรู้สึกช้ำใจที่ต้องเสียสองทางทั้งเงินทั้งของ นักศึกษาหนุ่มคณะวิศวะจากแดนเบียร์ที่ชื่อ Philip Frenzel ที่เจอปัญหาไม่ต่างจากเราก็คิดค้นเคส airbag อัจฉริยะขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ และผลงานของเขายังได้รับรางวัลชนะเลิศจาก German Society for Mechatronics ซึ่งเป็นรางวัลที่คัดเลือกโปรเจ็กต์น่าสนใจจากเด็กนักเรียนทั้งประเทศด้วย ตัวอย่างผลงานถ้ามองจากด้านข้างหลายคนคงมองภาพไม่ออกว่ามันใช้ยังไงและดีแค่ไหน เพราะหน้าตามันช่างเหมือนโต๊ะกินข้าวขนาดย่อม ๆ เหลือเกินดูยังไงก็ไม่อยากใช้ แต่ถ้ามองจากภาพมุมท็อปขณะปล่อยมือถือให้หลุดมือไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าคุณต้องมองมันด้วยตาลุกวาวเหมือนเราแน่นอน เพราะว่าเจ้าเคสชิ้นนี้มันมีเซ็นเซอร์กางโลหะที่เคยแบนราบติดอยู่บริเวณมุมทั้งสี่ของสมาร์ตโฟนให้ออกมาเป็นรูปร่างโค้งทั้งด้านบนและด้านล่าง 8 ชิ้น ทำหน้าที่ดุจสปริงดีดตัวกันกระแทกก่อนจะ landing ลงพื้นทำให้ไม่ได้รับรอยขีดข่วนสักแอะ หลังกางแล้วถ้าอยากใช้สมาร์ตโฟนตามปกติอีกครั้ง วิธีใช้งานแค่พับสปริงกลับเข้าไปในซองหนังเพื่อล็อกก็เรียบร้อย อย่างไรก็ตามนวัตกรรมชิ้นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงเรื่องตัวแปรอื่น ๆ ที่อาจมีผลกับการใช้งาน ทั้งเรื่องระดับความสูงที่เซ็นเซอร์ทำงาน หรือความเลวร้ายถ้าเกิดจู่ ๆ มันดันกางทั้งที่เราไม่ได้อยากให้กางตอนอยู่ในกระเป๋าคงเป็นภาพที่ดูไม่คูลเสียเลย เพิ่มดอกจันไว้ว่าเจ้า airbag ชิ้นนี้เป็น Prototype เท่านั้นยังไม่ได้ผลิตออกมาขาย แต่ผลตอบรับที่ดีเกินคาดก็ทำให้น้องเขาวิ่งไปจดสิทธิบัตรกันก๊อปเรียบร้อยแล้ว ส่วนอนาคตอันใกล้เชื่อว่าผลงานชิ้นนี้ของเขาจะไปโผล่ในรายการระดมทุนเพื่อประดิษฐ์ใน kickstarter ต่อไป ยังไงก็ต้องไปติดตามฟังข่าวดีกันอีกที
เมื่อหลายปีก่อน คงจำ Viral ตัวนึงกันได้ เป็นรูปภาพชุดเดรสที่ถูกปล่อยออกมาให้ผู้คนถกเพียงกันว่านี่คือสีอะไรกันแน่ เสียงแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน Comment ก็ถกเถียงกันอย่างสนุกสนาน สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีเฉลยออกมาแต่อย่างใดว่าจริง ๆ แล้วมันคือสีอะไรกันแน่ จากกระแส Viral นั้น ทำให้เห็นชัดเจนเลยว่า แต่ละคนมีมุมมองต่อสีที่แตกต่างกันออกไป ไม่ต้องเป็นรูปปริศนาชวนตีกันอย่างรูปเดรสตัวนั้นก็ได้ ในชีวิตจริงหลายครั้งเราก็ถกเถียงกับเพื่อน คนรอบข้างกันเป็นประจำอยู่แล้ว ว่าไอ้สีที่เห็นเนี่ย มันคือสีอะไรกันแน่ โดยเฉพาะหนุ่มสายดีไซน์ที่จำแนกสีได้เยอะกว่าคนทั่วไป อาจจะต้องอธิบายกับคนอื่นเหนื่อยหน่อยว่าสีมันต่างกันยังไง โทนไหน เฉดไหน UNLOCKMEN ขอเสนอ Gadget แจ่ม ๆ ที่เอาไว้เป็นของเล่นหรือใช้งานจริงก็ยังได้ กับ Nix Mini Color Sensor ให้เราได้ดูดสีทุกสิ่งรอบตัวได้จริง ๆ มาดูกันว่ามันเจ๋งยังไง ทำไมถึงต้องมี Match colors easily with Nix Mini Color Sensor ทาสีห้อง ออกแบบเว็บไซต์ ซื้อรถสักคัน ช่วยสาวเลือกลิปสติก หรืออีกสารพัดสิ่งรอบตัวเรา ที่เราต้องการคำตอบของสีที่แม่นยำ ว่าสีนี้แน่นะ
ด้วยเทรนด์สุขภาพที่มาแรงในยุคนี้ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ได้จับมือ “สมิติเวช” ร่วมเปลี่ยนประสบการณ์สุขภาพ รูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “The FIRST Prestige Health & Wealth Experience” เปิดตัว “THE FIRST LOUNGE & SCB Investment Center” พื้นที่รับรองรูปแบบใหม่ที่ถูกออกแบบและตกแต่งในสไตล์กลาสเฮ้าส์แห่งแรกในประเทศไทย โดยชูจุดเด่น “เอสซีบี อินเวสต์เม้นต์ เซ็นเตอร์” (SCB Investment Center) ศูนย์รวมความรู้ และให้คำแนะนำด้านการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้า FIRST class ของโรงพยาบาลสมิติเวช และกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง หรือ SCB Wealth ที่เป็นสมาชิก “SCB PRIVATE BANKING” และ “SCB FIRST” ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านดิจิทัล ไลฟ์สไตล์แบงก์กิ้ง เปิดตัวระบบ “สมิติเวช ฟาสต์เพย์” (Samitivej FastPay) ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่สะดวก รวดเร็ว
เชื่อว่าหนุ่มชาว UNLOCKMEN หลายคนคงต้องเคยมีประสบการณ์ Party pool หรือการดื่มเล่นสุดเหวี่ยงริมสระน้ำกันสักครั้งในชีวิต หากการ PLAY ของเรากลับมีจุดสะดุดตรงที่ เวลาดื่มแต่ละทีเราทำได้แค่นั่งริมขอบสระเอาเท้าแช่น้ำทุกครั้งไป หรืออย่างดีถ้าเอาตัวลงไปในสระก็ต้องคอยระวังไม่ให้เครื่องดื่มกระฉอกลงน้ำ ครั้นถ้าแก้ปัญหาให้ไปโดดขึ้นห่วงยางสีหวานที่สาว ๆ เอาไว้ใช้เซลฟี่ พวกเราน่าจะคิดเหมือนกันว่า ‘ไม่ไหว มันไม่คูล’ แล้วกลับไปใช้วิถีเดิมดีกว่า “ถ้ามีอุปกรณ์สักอันที่ทำให้เราตีขาในน้ำตัวลอย มือว่าง ๆ ชนแก้วหรือกดสมาร์ทโฟนได้คงดี” กำลังรำพันแบบนี้อยู่ จู่ ๆ ก็เจอ GADGET เตะตาชิ้นนี้เข้า มันชื่อว่า Floating pant หรือการเกงลอยน้ำเข้า วิถีการลอยของมันจะเป็นแบบเดียวกับชูชีพ แต่ใส่ไว้ที่ท่อนล่าง ติดด้วยแป๊กแน่นหนาแบบเดียวกันรับรองได้ว่าไม่หลุดไปไหน คำถามคือถ้ามันยกตัวเราลอยขึ้นแบบชูชีพ แล้วทำไมเราถึงไม่คว่ำ เหตุผลหลักมันอยู่ที่ดีไซน์ที่เขาออกแบบให้มีด้านหน้าสั้นกว่าด้านหลัง เพื่อให้ด้านหลังสามารถพยุงหลังเราไว้ให้รู้สึกสบาย ด้วยศูนย์ถ่วงที่วางไว้เลยทำให้การลอยนั้นพยุงครึ่งบนของเราให้ลอยได้สบาย ๆ ขณะที่ด้านล่างยังคงสามารถเป็นอิสระตีขา และมือเราก็พร้อมจะถืออะไรก็ได้ Floating pant ผลิตจากไนลอนกันน้ำรั่วซึมได้ดี ด้านในมีสัมผัสนุ่มสบายก้นไม่รู้สึกรำคาญ มีให้เลือกถึง 7 แบบตามความชอบด้านล่าง แต่ถ้าอยากได้มู้ดแมน ๆ กวนใช่ย่อย 3 ลายที่แนะนำด้านล่างกำลังดี เหมาะกับหนุ่ม
อยากตัดขาดความเป็นเมืองแต่ไม่อยากตัดขาดการติดต่อทางโซเชียลคือเรื่องปกติของผู้ชายอย่างเรา เพราะอย่างน้อยเวลาผู้ชายอย่างเราบุกป่าฝ่าดงเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่ไหน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันถึงคราวคับขันเจ้าสมาร์ตโฟนในมือยังช่วยชีวิตพวกเราได้ ทั้งเรื่องการเดินทาง เพราะเป็นแผนที่ การเชื่อมต่อกับคนทางบ้านเพื่อส่งคราวคราวกับความคิดถึงให้กัน หรือกระทั่งเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดอย่างการแก้ไขหรือนัดหมายงานสำคัญที่รีบร้อนมาในวันหยุด แต่เมื่อตัดสินใจท่องเที่ยวธรรมชาติแบบลุย ๆ ไม่สนใจความสบาย จึงเป็นธรรมดาว่าทุกที่ที่เราไปอาจจะไม่ได้มีไฟฟ้าพอให้ใช้งาน ไม่มีปลั๊กให้เสียบ การต่อสัญญาณชีพของสมาร์ตโฟนในมือไม่ให้กลายเป็นก้อนหินจึงต้องพกพาพาว์เวอร์แบงก์ แต่เหมือนแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเพราะพาวเวอร์แบงก์เมื่อไฟหมดก็ไม่ต่างจากก้อนหินอีกก้อนหนึ่งเช่นกัน ดังนั้น UNLOCKMEN เลยแสวงหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์มากกว่า นั่นก็คือที่ชาร์จพกพาจากธรรมชาติไร้สายที่ชื่อว่า Waterlily นี่เอง “Waterlily” มีลักษณะเป็นล้อสีเหลืองขนาด 7 x 7 นิ้ว หน้าตาเรียบง่าย ปลายล้อยึดกับเชือก สุดปลายเชือกอีกด้านหนึ่งเป็นช่องสำหรับเสียบพอร์ต USB เพื่อต่อสายชาร์จเข้าโดยตรงเข้ากับอุปกรณ์ที่เราต้องการชาร์จได้ทันที วิธีการใช้งานสามารถใช้ได้ง่ายเพราะอาศัยพลังจากธรรมชาติคือพลังงานลมหรือแรงดันน้ำเท่านั้น เมื่อเราพบแหล่งน้ำเราสามารถโยนล้อลงไปในแหล่งน้ำนั้นได้ทันที ล้อจะหมุนด้วยแรงดันน้ำและปั่นกระแสไฟส่งขึ้นมาให้ใช้งานได้ ข้อดีของเครื่องนี้ไม่เพียงพวกเราจะไม่ต้องปวดหัวจากการหาแหล่งชาร์จไฟให้เสียเวลาแล้ว เรายังต้องถูกใจกับความทนทานเพราะเขาออกแบบมาเพื่อการเดินทางจึงไม่พังง่าย ๆ แถมยังสามารถชาร์จทิ้งไว้ได้ตลอดทั้งคืนไม่ต้องกังวลเหมือนการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย ที่สำคัญเมื่อจบทริปแล้วใครอยากจะนำมาใช้ต่อที่บ้านหลังกลับจากวันหยุดเอาไปวางไว้แถวที่ลมโกรกยังช่วยประหยัดค่าไฟให้เราได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากได้ไว้ในครอบครองสั่งซื้อกันได้จากเว็บไซต์ Official ที่ https://waterlilyturbine.com เจ้า Waterlily สนนราคาเบาะ ๆ ที่ 159.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,277 บาทเท่านั้น เชื่อว่าบางคนที่อ่านเจอราคานี้อาจจะชะงัก แต่กับคนที่ท่องเที่ยวสายลุยบ่อย ๆ
ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินเข้าป่าตามรอยเพลง แม็กซ์ เจนมานะ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะถอยชุดแคมปิ้งเซ็ตใหม่เพื่อให้การเดินทางพักผ่อนของคุณมีสไตล์ และได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น วันนี้ UNLOCKMEN ได้นำอุปกรณ์เดินป่าสุดเท่ ที่แม้ว่าคุณเองจะไม่ใช่สายแคมปิ้ง แต่ถ้าเห็นเซ็ตอุปกรณ์เหล่านี้อย่างน้อยต้องอยากซื้อมาเก็บไว้ในห้องนอนเลยทีเดียว เพราะ White Mountaineering แบรนด์แฟชั่นจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้แรงบันดาลใจการผลิตเสื้อผ้ามาจากกิจกรรมเดินป่า ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยล่าสุด Yosuke Aizawa เจ้าของแบรนด์ได้พาร์ทเนอร์กับ Helinox ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับกิจกรรม Outdoor แบบ Luxury จนเกิดเป็นคอลเลคชั่น W.M.B.C by Helinox ที่ประกอบไปด้วยเต้นท์ เก้าอี้พับ เตียงนอน โต๊ะ ลวดลาย Camoflage ทำวัสดุ Polyester อย่างดี นอกเหนือจากนี้ยังมีเสื้อผ้าและหมวกโลโก้ White Mountaineering ให้ใส่รวมกันเป็นเซ็ตใหญ่ทีเดียว สำหรับคนที่สนใจสินค้าทั้งหมดเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ที่ FREAKS STORE’s ZOZOTOWN และร้าน W.M.BX. คอลเลคชั่นดี ๆ เอ็กซ์คูลซีฟขนาดนี้ เหมาะสำหรับจะเป็น Toy For Boy สำหรับหนุ่ม ๆ


