ในโลกของ Porsche 911 คำว่า “สุด” มักจะมีอายุสั้นมาก เพราะทุกครั้งที่ Porsche ทำ GT3 RS ออกมา โลกก็จะคิดว่านี่แหละ peak แล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นาน aftermarket ฝั่งบ้าพลังจะลุกขึ้นมาถามกลับแบบนิ่ง ๆ ว่า “แน่ใจเหรอ?” นี่คือ Talos 911 RT รถที่เริ่มต้นชีวิตจาก 911 GT3 RS ก่อนจะถูกถอดความเป็นเครื่องจักรอีกระดับโดย Talos Vehicles สำนักอังกฤษที่เลือกไม่แตะ 911 แบบสุภาพ แต่เล่นมันให้สุดทางในแนว carbon-bodied, race-inspired, road-legal monster ตัวถังของ 911 RT ถูกทำใหม่ด้วย carbon fibre ทั้งชุด โดย Talos ทำงานร่วมกับ MCT Carbon ชื่อที่เกี่ยวข้องกับงาน carbon parts
ABT ชื่อที่เราคุ้นจากโลก Audi ตอนนี้ข้ามมาทำมอเตอร์ไซค์แล้ว และคันแรกของพวกเขาคือ MV Agusta Brutale 1000 ABT พื้นฐานของมันคือ MV Agusta Brutale 1000 RR อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเรื่องความบ้า เครื่อง 998cc inline-four ให้กำลังระดับเกือบ 200 แรงม้า ตั้งแต่โรงงาน แต่ ABT ใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกชุดใหญ่ ทั้ง carbon fiber 19 ชิ้น, ฝาครอบล้อหลังแบบ turbofan, สีพิเศษ Nero Carbonio Metallizzato ตัด Rosso Fuoco, เบาะ Alcantara ลาย honeycomb และงานตกแต่งที่ทำให้มันดูเป็นลูกครึ่ง Italian hyper-naked กับ German tuner car แต่จุดที่ต้องพูดตรง ๆ
PORSCHE 935 KREMER K3 รถแข่ง Group 5 ที่ Kremer Racing จับ 935 มาสร้างใหม่ในแทบจะทั้งคัน แต่ยังไม่ถึงขั้น full spaceframe chassi แบบ K4 Porsche 935 Kremer K3 คือ evolution ของ Porsche 935 ตัวแข่ง Group 5 ซึ่งตัว 935 เองพัฒนามาจากพื้นฐานของ 911 Turbo หรือ Type 930 แต่ Kremer Racing เอา platform 935 นั้นไป re-engineer ต่อให้เป็น race weapon สร้างมาเพื่อสนาม endurance ช่วงปลายยุค ’70s ถึงต้น
Honda VFR800FI คือรถที่อธิบายยุคทองของ Honda ได้ดีมาก ยุคที่แบรนด์ยังกล้าใส่วิศวกรรมซับซ้อนลงใน production bike ไม่ใช่เพื่อทำให้ brochure ดูแพง แต่เพื่อให้รถคันหนึ่งขี่ดีขึ้นจริง heritage ของมันโยงกลับไปถึงตระกูล V4 ของ Honda ที่เริ่มสร้างชื่อมาตั้งแต่ VF750S ก่อนจะพัฒนาเป็น VFR และต่อยอดเทคโนโลยีจาก RC45 รถ homologation superbike ของ Honda ในยุค 90s สำหรับรุ่นปี 1998 เครื่องยนต์ 781cc V4 ของ VFR800FI ถูกพัฒนาจากพื้นฐานของ RC45 ใช้ PGM-FI fuel injection, gear-driven cams และ cylinder sleeves แบบ sintered aluminium powder ผสม ceramics กับ
Porsche Cayman R น่าจะเป็นรถที่ต้องใช้เวลามองนิดหนึ่งถึงจะเข้าใจ ต่างจาก limited edtion Porsche ในยุคนี้ที่เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนทั้งชุดแต่งและแรงม้า เพราะถ้าดูจากภายนอก มันไม่ได้ต่างจาก Cayman S จนคนต้องหยุดเดินมาถามหน้าร้านกาแฟ มันมี headlight trim สีดำ กระจกดำ ช่องดักลมดำ side logo แบบย้อนกลิ่น 911 R และ fixed rear wing ทรงเรียบ ๆ พอให้รู้ว่ามีอะไรพิเศษ แต่ไม่ได้พยายามแต่งตัวเป็น GT car และนั่นอาจเป็นเสน่ห์ที่สุดของมัน ตัวอักษร R ในชื่อ Cayman R ไม่ได้ถูกหยิบมาใช้เล่น ๆ เพราะ Porsche เคยใช้มันกับ 911 R ปี 1967 รถ racing-focused ที่ถูกสร้างขึ้นเพียง 23 คัน
ในโลกที่ Subaru กับ Porsche ต่างยืนหยัดกับเครื่องยนต์ boxer แบบจริงจังมาตลอด มันมีอะไรบางอย่างที่ makes sense แบบประหลาดอยู่ในตัวเอง ว่าสองแบรนด์นี้ควรเคยจับมือกันมากกว่าที่เกิดขึ้นจริง แต่เอาเข้าจริง โปรเจกต์ร่วมกันที่ชัดที่สุดกลับมีน้อยมาก และหนึ่งในชิ้นที่ลึกที่สุดก็คือ Subaru Impreza Sports Wagon TYPE EURO รถพิเศษที่ Subaru เปิดตัวในเดือนมกราคม 2002 โดยระบุชัดว่าเป็นการร่วมพัฒนาชิ้นส่วนภายนอกกับ Porsche Design และเริ่มขายในญี่ปุ่นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน หลายคนชอบเล่าว่ารถคันนี้เป็น “Subaru ที่ Porsche ออกแบบทั้งคัน” ซึ่งไม่จริงขนาดนั้น TYPE EURO ไม่ใช่รถใหม่ที่ Porsche มานั่งเขียนใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง แต่มันคือ Impreza Sports Wagon เจเนอเรชันสอง ที่ถูกนำมาปรับบุคลิกภายนอกใหม่ผ่านชิ้นส่วนเฉพาะ เช่น กันชนหน้า กันชนหลัง กระจังหน้า และ roof spoiler
ก่อนจะมี Impreza TYPE EURO จริง ๆ แล้ว Subaru เคยเปิดประตูให้ Porsche Design เข้ามาแตะงานของตัวเองก่อนหน้านั้นแล้วกับ Legacy B4 Blitzen รถพิเศษที่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นช่วงต้นปี 2000 และต่อยอดต่อเนื่องเป็น Blitzen 2001 model, Blitzen 2002 model, BLITZEN6 และ BLITZEN 2003 model ในช่วงไม่กี่ปีถัดมา นี่ไม่ใช่โปรเจกต์ที่ Porsche เข้าไปยุ่งกับวิศวกรรมหลักของรถแบบสร้างใหม่ทั้งคัน แต่มันคือการเอา Legacy ที่ดีอยู่แล้ว มาทำให้มี character ที่คมกว่า แพงกว่า และยุโรปกว่าเดิมผ่านงานออกแบบร่วมกับ Porsche Design อย่างเป็นทางการจากฝั่ง Subaru เอง Blitzen ไม่ได้มีรุ่นเดียวจบ และนี่แหละที่ทำให้มันน่าสนใจกว่า Type Euro เพราะตัวแรกเริ่มจาก Legacy B4 BLITZEN
มาแล้ว Mercedes-Benz C-Class EV ไฟฟ้าล้วนคันแรกในประวัติศาสตร์แบรนด์ พร้อมตัวเลขที่เรียกความสนใจได้ทันทีด้วยระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งสูงสุด 760 กิโลเมตร จากแบตเตอรี่ขนาด 94kWh จุดขายของมันไม่ใช่แค่เรื่องระยะทาง แต่คือการมาของภาษาการออกแบบใหม่ที่พยายามทำให้ C-Class คันนี้ทั้งลื่น หรู และล้ำในจังหวะเดียวกัน ตัวรถมาในทรงคล้าย coupe หลังคาไหล ท้ายต่ำ และมีบุคลิกแบบ GT ชัดเจน ภาพรวมให้ความรู้สึกเหมือน Mercedes-Benz เอา GLC Electric มาย่อส่วน แล้วเก็บเส้นสายให้เพรียว คม และดูแพงขึ้นอีกขั้น ความล้ำถูกอัดมาแบบไม่กั๊ก โดยเฉพาะกระจังหน้าแบบใหม่ที่ฝังจุดไฟเรืองแสงมากถึง 1,050 จุด เพื่อให้รถคันนี้ดูเป็นรถยุคใหม่ตั้งแต่แรกเห็น ภายในห้องโดยสารมีออปชัน MBUX Hyperscreen จอขนาด 39.1 นิ้วที่พาดเต็มหน้าคอนโซลแบบเต็มความกว้างจริง ๆ เป็นจอความละเอียดสูง พร้อมระบบ backlighting และ LED กว่าพันดวง ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน C-Class ด้านระบบอัจฉริยะ Mercedes-Benz ก็ใส่มาเต็มข้อ
MIDO Multifort TV Big Date กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชัน Rose Gold PVD ที่ทำให้นาฬิกาทรง TV shape icon ของแบรนด์ดูคมขึ้นแบบชัดเจน ความเด่นของเรือนนี้อยู่ที่การบาลานซ์ระหว่างความสปอร์ตและความหรูได้ดี หน้าปัดไล่เฉดน้ำเงินไปดำตัดกับตัวเรือนสีโรสโกลด์อย่างลงตัว ขณะที่พื้นผิวขัดลายแนวนอนก็ช่วยให้หน้าปัดมีมิติขึ้นทันทีเมื่MIDO Multifort TV Big Date กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชัน Rose Gold PVD ที่ทำให้นาฬิกาทรง TV shape icon ของแบรนด์ดูคมขึ้นแบบชัดเจน ความเด่นของเรือนนี้อยู่ที่การบาลานซ์ระหว่างความสปอร์ตและความหรูได้ดี หน้าปัดไล่เฉดน้ำเงินไปดำตัดกับตัวเรือนสีโรสโกลด์อย่างลงตัว ขณะที่พื้นผิวขัดลายแนวนอนก็ช่วยให้หน้าปัดมีมิติขึ้นทันทีเมื่อกระทบแสง จุดเด่นสำคัญยังคงเป็นหน้าต่าง Big Date ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็น signature ของรุ่นนี้มาตั้งแต่ต้น และเป็นรายละเอียดที่ทำให้ Multifort TV Big Date แตกต่างจากสปอร์ตวอทช์ทรงเหลี่ยมทั่วไป มันไม่ได้เป็นแค่ฟังก์ชันใช้งานที่อ่านค่าง่ายทุกมุมมอง แต่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้ดีไซน์ทั้งเรือนมีคาแรกเตอร์มาตั้งแต่ยุคของ Mido’s original 1973 TV-shaped case
Porsche Cayman generation 987 คือหนึ่งใน Porsche ยุคท้าย ๆ ที่คนเล่นรถจำนวนมากยกให้เป็นจุดพีกของ analog Porsche experience เพราะมันยังขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกมากกว่าระบบช่วยขับที่เข้ามาแทรกทุกอย่างแบบรถรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ layout แบบ mid-engine และพวงมาลัย hydraulic steering ที่ยังถ่ายทอด feedback จากล้อหน้ากลับมาถึงมือคนขับอย่างชัดเจน ต่างจากยุค 981 ที่เริ่มเปลี่ยนไปใช้ electric steering rack และมีบุคลิกที่ผ่านการกรองมากขึ้น ในจักรวาลของ 987 ทั้งหมด ตัวที่เรามองว่าน่าเล่นที่สุดยังคงเป็น Cayman S เพราะมันคือจุดลงตัวที่สุดระหว่างราคา สมรรถนะ และ character ของรถ ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหาและ connection ถึงจริง แน่นอนว่า Boxster Spyder กับ Cayman R คือรุ่นที่น่าสะสมกว่าในเชิง rarity แต่เมื่อราคาขยับไปไกลเกิน 4 ล้านบาท
ไม่ได้แค่โชว์ความซับซ้อน แต่เลือกโชว์ให้เราเห็นทุกอย่างแบบตรง ๆ H. Moser & Cie. Endeavour Minute Repeater Cylindrical Tourbillon Skeleton คือการจับเอาสอง grand complications ที่โหดที่สุดของแบรนด์ ทั้ง minute repeater และ flying tourbillon พร้อม cylindrical hairspring มาเปิดด้านหน้าแบบเต็มระบบในโครงสร้าง skeletonised ตั้งแต่ hammers, gongs, bridges ไปจนถึงโครงสร้างที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับการเปิดเปลือยระดับนี้ หนึ่งในจุดที่น่าสนใจมากคือระบบ minute repeater ซึ่งถูกเปิดโชว์แบบเต็มตา แต่เพราะตำแหน่งของ flying tourbillon กินพื้นที่สำคัญที่ด้านล่าง การวาง gongs จึงต้องถูกคิดใหม่หมด โดย Moser เลือกใช้ gongs แบบโค้ง และจัดให้อยู่บนระนาบเดียวกัน ตัวเรือนทำจาก titanium ขนาด 40 มม.
ถ้า M3 GTS คือเวอร์ชันที่ชัดเจนว่าเกิดมาเพื่อ track day และความดิบแบบไม่ประนีประนอม BMW M3 CRT ก็คืออีกคำตอบหนึ่งของ BMW M ที่ฉลาดกว่า ลึกกว่า และสุขุมกว่า เพราะมันเอาแนวคิด lightweight engineering จากสนามแข่งมาหลอมเข้ากับตัวถังซีดาน 4 ประตู จนกลายเป็นหนึ่งใน M3 ที่หายากและน่าสนใจที่สุดของยุค E90 แบบที่คนเล่น BMW จริงเท่านั้นถึงจะเข้าใจว่ามันพิเศษแค่ไหน CRT ย่อมาจาก Carbon Racing Technology และนั่นไม่ใช่แค่ชื่อเท่ ๆ ที่แปะไว้ข้างรถ แต่มันคือแกนกลางของโปรเจกต์นี้เลย BMW M สร้างรถรุ่นพิเศษคันนี้ขึ้นในปี 2011 โดยใช้เทคโนโลยี CFRP หรือ carbon fibre-reinforced plastic อย่างจริงจังในหลายจุดสำคัญของตัวรถ รวมถึงฝากระโปรงหน้า เพื่อลดน้ำหนักลงจากรถโปรดักชันมาตรฐานราว 70 กิโลกรัม ผลลัพธ์คือรถที่มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ที่ 3.5


