Entertainment

CONVERSATION WITH “CLASH” มิตรภาพบนเสียงเพลงที่ทำให้พวกเขากลับมาอีกครั้ง

By: april August 1, 2018

วันเวลาที่บังคับให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าแบบไม่มีหยุดพัก แม้จะชั่วโมง นาที หรือวินาที เราและโลกใบนี้ที่ก้าวไปพร้อมกัน เคยสังเกตไหมว่าในตอนเริ่มเดินทาง เรามีสิ่งที่ติดตัวมาเท่าไหร่ พอเดินทางมาได้สักพักแล้ว เราเหลืออะไรอยู่กับเราบ้าง ไม่ว่าการเดินทางของคุณจะเป็นยังไง วันนี้เพื่อนในวันวานที่หายไประหว่างทางอย่าง “CLASH” ได้กลับมาเดินทางพร้อมกันทั้งห้าคนอีกครั้ง แม้เขาจะหยุดพักระหว่างทางไปถึง 7 ปี แต่สิ่งที่ไม่เคยหายไปเลยแม้จะหยุดเดินทางนั่นคือ “มิตรภาพ” ของพวกเขา เป็นสิ่งที่ยังคงเหนียวแน่นและไม่เคยจางหายไปตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ครั้งนี้ไม่ได้กลับมารวมตัวกันเฉย ๆ เท่านั้น แต่พวกเขากลับมาอีกครั้งเพื่อคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ในรอบ 7 ปีของพวกเขาในคอนเสิร์ต “Leo Presents CLASH AWAKE Concert” วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561 เวลา 20:00 น. มาดูกันว่ากว่าจะกลับมารวมตัวกัน เรื่องราวระหว่างทาง มิตรภาพที่ยังเหนียวแน่น และเสียงเพลงที่ยังคงยึดพวกเขาไว้ด้วยกัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้พวกเขาเดินทางมาไกลแค่ไหนกันแล้ว

ช่วงเวลาที่หายไป

เมื่อช่วงต้นปี 2554 หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว แฟน ๆ เพลงหรือแม้จะไม่ใช่แฟน ๆ ก็ตามต่างต้องช็อกกับข่าวคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของวง CLASH อย่าง “CLASH REBIRTH THE FINAL CONCERT” ที่ได้มีขึ้นในวันที่ 30 เมษายนในปีนั้น ซึ่งมันหมายถึงการยุติบทบาทศิลปินของพวกเขาลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ และมันก็เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งใจไว้จริง ๆ ตั้งแต่วันนั้น ไม่มีผลงานในนามของวง CLASH ออกมาสู่สายตาของแฟน ๆ อีกเลย แม้แต่รูปรวมของวงที่ครบห้าคนก็ยังมีโอกาสได้เห็นอยู่น้อยครั้ง

ช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้เห็นผลงานของพวกเขาในนามของวง CLASH แต่หลายคนที่ยังติดตามสมาชิกในวง คงทราบข่าวคราวของแต่ละคนที่ต่างแยกย้ายไปทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ นักร้องนำอย่าง “แบงค์” น่าจะเป็นคนที่มีผลงานในเบื้องหน้าเยอะที่สุดในวง ทั้งละครเวที ซีรี่ส์ อัลบั้มเดี่ยว ซิงเกิ้ลเดี่ยว มือกีต้าร์อย่าง “แฮ็ก” แยกตัวออกไปทำวงดนตรีในชื่อ “S.D.F.” มีเพลงฮิตให้เราได้คุ้นหูอย่าง “ทำไมไม่คิดดี ๆ” “กลับมาได้ไหม”  มือเบส “สุ่ม” ถือว่าหลุดวงโคจรของเส้นทางสายดนตรีมากกว่าคนอื่นเสียหน่อย หันไปหลงใหลการปั่นจักรยานแบบเต็มตัว เป็นผู้จัดการร้านจักรยานแบรนด์ไทย ส่วนมือกีต้าร์ “พล” และ มือกลอง “ยักษ์” ได้หันไปทำงานเบื้องหลังใน Music Move ที่เราคุ้นหูกันในชื่อ Boxx Music นั่นเอง

แม้ว่าแต่ละคนดูจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว แต่วันหนึ่งพวกเขาก็ยังโหยหาการทำงานร่วมกัน การเล่นดนตรีที่ใช้มิตรภาพเป็นส่วนผสมหลัก จนทำให้มีโปรเจ็กต์กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

สิ่งที่บอกว่าถึงเวลาให้ทุกคนกลับมารวมตัวกันคืออะไร ?

แฮ็ก : จริง ๆ ผมกับแบงค์มีโอกาสได้ไปทัวร์ยุโรปด้วยกัน เลยได้คุยกันเรื่องนี้ เหมือนกับแบงค์ก็มาบอกว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว ที่จะกลับมาเล่นดนตรีด้วยกัน ผมก็เอาเรื่องนี้มาคุยกับพี่พล พี่ยักษ์ ช่วงเวลามันได้ด้วยแหละ เลยมีโปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นมา

กลับมาเพราะแฟน ๆ เรียกร้องด้วยหรือเปล่า ?

แบงค์ : ก็ด้วยครับ โดนสะกิดให้กลับมาจนเนื้อจะถลอกอยู่แล้ว ต้องขอบคุณที่สะกิดนะ เพราะมองย้อนกลับไป 7 ปี มันนานมากเลยนะสำหรับคนที่เป็นแฟนเพลงแล้วรอ สำหรับเราอาจจะทำงานจนรู้สึกว่าไม่นานหรอก แต่ในฐานะแฟนเพลงมันนานมาก ขอบคุณทุกคนที่ยังสะกิดกันตลอดเวลา 

การกลับมาในรอบ 7 ปี

เมื่อการกลับมารวมตัวของ CLASH ไม่ได้เป็นแค่เพียงความหวังหรือเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ อีกต่อไป มันได้เกิดขึ้นจริงจากทั้งความตั้งใจของวงเองและแฟน ๆ ที่ต่างตั้งหน้าตั้งตาคอยเวลานี้มาเกือบสิบปี แม้ทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าพวกเขาไม่ได้ซ้อมด้วยกันจริงจัง ไม่ได้อยู่รวมกันในนามของวงมานานมาก โดยเฉพาะมือเบส ที่ห่างไกลจากดนตรีมากกว่าคนอื่น

พอไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับดนตรีแล้ว คิดถึงการทำวงบ้างมั้ย ?

สุ่ม : มันก็มีอยู่แล้วครับ คือถ้าถามว่าคิดถึงการทำวงหรือเปล่า มันอาจจะไม่ได้คิดถึง แต่มันจะเป็นการคิดถึงการเล่นดนตรีด้วยกันห้าคน อย่างผมมีโอกาสได้ช่วยงานคนอื่นบ้าง บันทึกเสียงเบสในห้องอัดอะไรอย่างนี้ครับ มันก็จะไม่เหมือนกับการเล่นดนตรีกันในวงแคลช ตรงนี้มันหาที่ไหนไม่ได้

ไม่ได้เล่นด้วยกันนาน ๆ พอกลับมาเล่นด้วยกัน มีสะดุดบ้างมั้ย ?

พล : ก็มีนะ เป็นเรื่องปกติ เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันค่อนข้างเยอะหลังจากที่ตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะกลับมาแล้ว สมมติเราซ้อมทีนึงนัดบ่ายโมง กว่าจะเลิกก็ทุ่มสองทุ่ม เราซ้อมเสร็จเบรกกินข้าว กินข้าวเสร็จซ้อมต่อ ซ้อมเสร็จก็ประชุมต่อ คุยว่าอะไรที่เราต้องทำบ้าง

มันเป็นเจตนารมณ์ของแฮ็กด้วย ที่อยากให้เรากลับมานั่งรวมกัน ทำทุกอย่างที่เราเคยเป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเราเข้าใจ เราเล่นดนตรี มองตาแล้วรู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ความต้องการของเพื่อนคืออะไร

ก่อนหน้านี้ทางวงมี Live ใน fanpage อยู่เป็นระยะ ซ้อมบ้าง เล่น ๆ บ้าง ถือว่าเป็นสัญญาณบอกแฟน ๆ ว่ากำลังจะกลับมาหรือเปล่า ?

แฮ็ก : จริง ๆ เวลาที่เรา Live ไม่เชิงส่งสัญญาณนะ เวลาเราซ้อมเราก็อยากรู้ว่ายังมีคนอยากดูมั้ย จริง ๆ อยากลองโซเชียลด้วย ในวันที่ก่อนจะเลิกไป ตอนนั้นเราไม่ได้อยู่ในโซเชียลด้วย ไม่รู้จักด้วยซ้ำ

Clash ในวันนั้น vs Clash ในวันนี้ 

ระยะเวลา 7 ปีอาจจะไวสำหรับคนที่ยังเดินหน้าตามหาในสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างพวกเขา แต่สำหรับแฟน ๆ มันเป็นระยะเวลาที่นานจนแทบจะลืมอะไรหลายอย่างไปแล้วด้วยซ้ำ นานพอที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงในช่วง 7 ปีทั้งกับแฟน ๆ และกับวงเอง

แบงค์ : ก็โตขึ้นนะ ตามวัย โตขึ้น นิ่งขึ้น มีเหตุผลมากขึ้น แต่ก่อนตอนวัยรุ่นเนี่ยเราก็สาดใส่กันแบบวัยรุ่น เดี๋ยวนี้คุยกันแบบผู้ใหญ่ขึ้น คอยช่วยกันคอยดูกัน ส่วนหนึ่งมันทำให้การทำงานง่ายขึ้นด้วย แรก ๆ ก็มีงงเหมือนกันนะ ตอนกลับมาประกอบร่าง เอ๊ะ! แคลชวันนี้เป็นยังไงดีวะเพื่อน

แน่นอนว่า คนที่ไม่ได้ทำงานด้วยกันมานาน กลับมาทำงานด้วยกันจริงจังเป็นครั้งแรก และเป็นคอนเสิร์ตใหญ่อีกด้วย มาดูกันว่า ความยากของการกลับมารวมตัวอีกครั้ง ตั้งแต่การซ้อมไปจนถึงเตรียมการในคอนเสิร์ตมีอะไรบ้าง ? 

พล : โอเค อย่างแรกเลยเราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมาเลย 7 ปีที่เล่นเป็นทางการ อาจจะเคยมีรวมตัวกันเล่นเพื่อรุ่นพี่เราที่แต่งงาน หรือเพื่อนเราที่แต่งงานที่สนิทมากแล้วเราไปเล่น แต่อย่างเป็นทางการนี่ แม้แต่พวกเราเองก็ตื่นเต้น แล้วมันดันเป็นคอนเสิร์ตแรกใน 7 ปีที่เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ด้วย ซึ่งเราไม่ได้มีสนามให้ลองให้เทสต์เลย วิธีคิดเราที่เราคิดมันจะตรงมั้ย หรือไม่ตรง เราก็ไม่รู้ไง ต้องไปวัดกันอีกที

สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่านี่แหละคือความเป็น CLASH สิ่งที่มีเหมือนกัน และยึดทุกคนเอาไว้ด้วยกัน คืออะไร ?

แฮ็ก : เพื่อนครับ คำว่าเพื่อนแหละ เราไม่ได้โตมาแบบฐานะดีสักเท่าไหร่ เราเป็นครอบครัวปานกลางที่พออยู่ได้ ใช้ชีวิตร่วมกันมาตั้งแต่วันที่ไม่มีตังค์ขึ้นรถเมล์อะ ขึ้นรอบเดียวห้ามพลาด ตกคือตก เราฝ่าฟันกันมา ตรงนี้แหละที่ยึดให้พวกเราอยู่กันได้

สำหรับที่ผ่านมา ถือว่า Complete “CLASH” หรือยัง ? มีอะไรที่ยังอยากทำในนามของ CLASH แล้วยังไม่ได้ทำบ้าง ?

แบงค์ : จริง ๆ ก็ทำมาหมดแล้วนะ

พล : แคลชก็ประสบความสำเร็จแล้วนะสำหรับเรา

แบงค์ : มันโตขึ้นแหละ มองย้อนกลับไปตั้งแต่เล่นกับคนดูห้าสิบคน จนวันนึงที่เล่นกับคนดูในสนามฟุตบอลมันก็โอเคแล้วนะ ถ้าจะไปต่อมันก็เข็นไปได้เอง

พอย้อนกลับไปฟังเพลงของตัวเอง จากมุมมองในตอนนี้ รู้สึกพอใจกับความเป็น CLASH ที่ผ่านมามั้ย ?

พล : สำหรับผมคือพอใจมาก ๆ เราไม่ได้บอกว่าเราเก่ง เราโชคดีที่มีโอกาสที่ดี แล้วทำโอกาสนั้นให้มันสำเร็จ

แบงค์ : เรามีแฟนเพลงที่ดีด้วยนะ ดีมาก จากวันนั้นจนวันนี้ที่วิ่งตาม โดนด่าว่าโดดเรียนมาป่าวเนี่ยมาตามพี่ ไม่ได้ ต้องเรียนก่อน ของก็ไม่ต้องซื้อมาให้เยอะ เปลืองตัง จนวันนี้ทำงานกันแล้วเขาก็ยังตามอยู่เหมือนเดิม จนเมื่อวานซืนมานั่งรอ ก็หน้าเดิม ๆ จะยี่สิบปีแล้ว มีลูกมีครอบครัวแล้วก็มี

สุ่ม : บางทีเห็นแฟนเพลงที่ดูจากการแต่งตัวอะไรแบบนี้ หน้าที่การงานดีแน่ ๆ เราคิดว่าอาจจะมีส่วนอะไรในการพัฒนาของเขา เห็นเขาดูมีภูมิฐาน ก็ดีใจที่แฟนเพลงเราก็เอาเรื่องนะ

ในช่วงที่แยกวงกันไปแล้ว แต่ยังคงอยู่ในวงการดนตรีเหมือนกัน มีเดินผ่านกัน เดินสวนกันบ้างมั้ย พอเดินผ่านกันในตอนที่ไม่ได้เป็นวง CLASH แล้ว ตอนนั้นรู้สึกยังไง ?

พล : ผมกับยักษ์ไม่ได้อยู่ที่แกรมมี่แล้ว ประมาณ 3 ปีกว่า ๆ ไปเปิดบริษัท Music Move ทำค่ายเอง มันคงมีลึก ๆ  เรารู้ว่าสักวัน Clash จะกลับมาทำงานร่วมกัน แค่รอเวลาที่มันจะพาเราไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ระหว่างทางเนี่ย คนก็ไม่รู้หรอกว่าเราเลิกจากเบื้องหน้าไป เบื้องหลังเราช่วยงานกันหมดเลย มันช่วนกันวน ๆ ไปหมดเลย หลังบ้านเราไม่ห่างกันเลยนะ หลังบ้านเราเหนียวแน่นเหมือนเดิม แค่ไม่ได้มีผลงาน Official ในนามของวงออกไปเท่านั้นเอง

เรารู้สึกว่าเรายังต้องสร้างงานศิลปะในนามของแคลชให้มันอยู่ในวงการอีก ด้วยความคิดที่เราเติบโตขึ้น ประสบการณ์ 7 ปีที่ผ่านมา ที่เราหายไปหา Input ของแต่ละคน เอามาใช้กับแคลชในวันนี้ เราทำในสิ่งที่เป็นแคลช 100% แต่สิ่งที่มันเคลือบอยู่ คือสิ่งที่เราไปเก็บเกี่ยวมาประกอบกัน ถ้ามันเป็นแจกันใบนึง แบงค์อยากใส่อะไร เราจะมี Texture อะไร การจัดวางควรอยู่ใน Position ไหน นี่คือข้อดีของการที่ทุกคนมาช่วยกัน

คอนเสิร์ตใหญ่หลังจากห่างหายไป 7 ปี

เราคงรู้ข่าวกันแล้วว่า CLASH จะกลับมาอีกครั้งโดยมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นการต้อนรับการกลับมาของพวกเขา ถือว่าเป็นการเลือดการกลับมาได้ยิ่งใหญ่ และปลุกแฟน ๆ ขึ้นมาอีกครั้งได้แบบยอดเยี่ยมในชื่อ “Leo Presents CLASH AWAKE Concert” มาดูกันว่า คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายใช้ชื่อ Rebirth แล้วคร้งนี้ทำไมถึงเลือกใช้คำว่า Awake ?

แบงค์ : ก็เหมือนเราหลับไป ปีแรกหลับสนิท หลับปุ๋ยเลยนะ พอปีที่สามที่สี่เริ่มมีคนปลุก เห้ย พวกมึงตื่นได้แล้ว กูรอนานแล้ว 

พล : ตื่นเหอะ มาทำมาหากินเหอะ (หัวเราะ)

แบงค์ : ก็เลยไปคุยกับพี่แฮ็กว่ารวมกันดีกว่า ที่ผ่านมาเราก็เหมือนหลับไปจริง ๆ นั่นแหละ เราก็อยากจะปลุกทุกคนให้ตื่นด้วยนะ แฟนคลับทุกคนให้ตื่นขึ้นด้วย 

สิ่งที่อยากให้คนดูได้กลับไปจากคอนเสิร์ตครั้งนี้

แฮ็ก : ความสนุกต่าง ๆ ในคอนเสิร์ตที่เราร่วมกันคิดเนี่ย มันน่าสนุกนะ มันมีไอเดีย แม้แต่เวทีจะรู้เลยว่า ไม่ใช่รูปแบบปกติที่เป็น Flat ตรง ๆ แบบเดิมแล้ว มันมีจุดที่เดินออกไปได้ไกล มีหลุมตรงกลางของ VIP มันมีฟังก์ชั่นที่หลากหลายมาก แบงค์เองยังกังวลว่า ผมจะถึงคนดูมั้ย ? เราไม่เคยใช้เวทีแบบนี้ด้วยไง

พล : จริง ๆ เราซ้อมกันตั้งแต่ต้นปีเลย เรารู้ว่าพอเล่นคอนเสิร์ตใหญ่เต็ม ๆ ในวันที่เป็น Clash เมื่อก่อนนะ สี่ครั้งใหญ่ ๆ เรารู้ว่ากระบวนการของมันหนักหน่วงอยู่แล้ว ทั้งแสงสีเสียง เราหายไปเจ็ดปีกลับมาทำครั้งนี้ มันไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนเราฟิต เหมือนเราวิ่งอยู่ตลอดเวลา วิ่งได้ดี เราหยุดวิ่งมาเจ็ดปีแล้วต้องกลับมาวิ่งอีก เราต้องฟิตนิดนึง

ยักษ์ : เราคิดถึง และเราเชื่อว่าเราคิดถึงกันและกัน เราอยากเจอกัน อยากมาร้องเพลงด้วยกัน เราอยากเล่นดนตรีให้ทุกคนร้องไปกับเรา สนุกสนานไปกับเรา มันเหมือนเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันแล้วไม่ได้เจอกันเลย อยากจะชวนไปคอนเสิร์ตนี้ อย่าลืมนะว่าวันขายบัตรเนี่ย คือวันที่ 1-5 สิงหาคมที่ขายบัตร Early Bird ที่จะถูกกว่า เราก็ไม่แน่ใจว่ามันจะหมดเลยหรือเปล่า ไม่อยากให้พลาดกัน เพราะคราวที่แล้วมีคนพลาดเยอะ

เราอยากปลุกทุกคนเหมือนชื่อคอนเสิร์ต ให้มาเจอกันที่งานนี้ และกลับมาบ้านที่เราเคยอยู่ด้วยกัน

รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่อยากชมการกลับมาของพวกเขาหรือแฟน ๆ เองที่รอคอยมานานสามารถซื้อ บัตร EARLY BIRD บัตรยืน VIP* 3,000 บาท (ราคาปกติ 3,500 บาท) / บัตรยืน A 2,000 บาท (ราคาปกติ 2,500 บาท) / บัตรยืน B และบัตรนั่ง 1,500 บาท (ราคาปกติ 2,000 บาท) เริ่มขายบัตร 1-5 สิงหาคมนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com

ความเจ๋งคือ บัตรยืน VIP ทุกใบ จะได้รับ POSTER CONCERT ขนาด 70 x 100 ซม. พร้อมลายเซ็น 5 สมาชิกที่เป็นลายเซ็นจริง ๆ ที่ทางวงแอบกระซิบมาว่าเซ็นจนมือหงิก แถมได้ยืนดูคอนเสิร์ตใกล้ชิด ติดเวที พร้อม FAST LANE ทางเข้าออกส่วนตัว และรับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดี 200 คนที่จะได้ MEET&GREET หลังเวที

เฉพาะผู้ซื้อบัตรยืน VIP ในช่วง EARLY BIRD(1-5 สิงหาคม 2561) มีสิทธิ์ร่วมงาน CLASH FAN MEETING : ROAD TO AWAKE CONCERT ในวันที่ 7 สิงหาคม GMM LIVE HOUSE @ CENTRAL WORLD เวลา 20.00 น. ในงานคุณจะได้พบกับโชว์พิเศษจากวง CLASH และกิจกรรมสุดใกล้ชิดที่ขนมาเอาใจพรรคพวกวง CLASH พร้อมรับ POSTER CLASH AWAKE CONCERT กับมือสมาชิกวง CLASH ด้วยตัวเอง

แม้เส้นทางจะยาวไกลแค่ไหน สิ่งที่เราสัมผัสได้ในทุกการตอบคำถามของพวกเขาคือความเหนียวแน่นของมิตรภาพ ความรักในสิ่งที่ทำ ที่มันไม่เคยจางหายไปเลยแม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม แม้จะไม่ได้ทำวงกันอย่างต่อเนื่อง มีการหยุดพัก มีการออกไปค้นหาในสิ่งที่แต่ละคนต้องการ แต่สุดท้ายมิตรภาพของพวกเขาก็ยังคงเรียกร้องให้กลับมายืนในจุดที่พวกเขาเคยได้ยืน ในตำแหน่งของแต่ละคนในวง ที่ทั้งพวกเขาและแฟน ๆ เองยังคิดถึงอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่ 7 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line