Life

อัพเดทความเคลื่อนไหวของ 5 แบรนด์วัคซีน COVID-19 ตัวไหนใช้ดีและเข้าไทยบ้าง ?

By: BAO January 8, 2021

ตอนนี้หลายประเทศเริ่มทยอยได้ฉีดวัคซีน COVID-19 กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ อังกฤษ หรือ รัสเซีย และในอนาคตอันใกล้คนไทยก็จะได้ฉีดวัคซีนแล้วเช่นกัน แต่พอพูดถึงเรื่องวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้มันก็มีอยู่หลายแบรนด์

เราเลยอยากมาพูดถึงความคืบหน้าของวัคซีนแต่ละตัวว่ามันไปถึงไหนแล้ว โดยได้หยิบยก 6 แบรนด์วัคซีนที่อยู่ในความสนใจของคน ณ ตอนนี้ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจถึงประสิทธิภาพ และมีความเข้าใจในเรื่องวัคซีนอย่างถ่องแท้


Pfizer-BioNTech

วัคซีนตัวแรกที่เราอยากพูดถึงชื่อว่า ‘BNT162b2’ หรือ ‘Tozinameran‘ ซึ่งเป็นวัคซีนประเภท m-RNA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์แบบใหม่ที่ใช้การส่งสารเคมีที่ชื่อว่า Messenger RNA เช้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างโปรตีนและภูมิคุ้มกัน

วัคซีนตัวนี้เป็นผลงานร่วมของสองบริษัท ได้แก่ Pfizer บริษัทด้านเภสัชกรรมสัญชาติอเมริกัน และ BioNTech บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพจากเยอรมัน หลังจากมีการเปิดตัววัคซีน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาคนทั่วโลกก็ฮือฮากับมันมาก เพราะมีการเคลมว่า วัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพในการหยุดยั้ง COVID-19 ได้สูงถึง 95% เลยทีเดียว (ข้อมูลจากการทดลองในเฟส 3 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการทดลองราว 4 หมื่นคน) เรียกได้ว่าเป็นวัคซีนแห่งความหวังของใครหลายคน

สำหรับข้อมูลจำเพาะของวัคซีนนี้คือเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ต้องมีการฉีดถึง 2 โดส เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการฉีดแต่ละครั้งต้องห่างกันเป็นเวลา 21 วันด้วย

และนอกจากนี้ การได้รับวัคซีนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ  ได้แก่ หนาวสั่น เหนื่อยล้า ปวดหัว รวมถึง อาการบวม แดง และเจ็บ บริเวณที่ฉีดอย่างไรก็ตาม ก็มีข่าวที่น่ากังวลเกี่ยวกับวัคซีนตัวนี้อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น บุคลากรทางการแพทย์ในโปรตุเกสที่ได้เสียชีวิตหลังจากรับวัคซีนตัวนี้ หรือ ชาวสหรัฐฯ ที่เกิดอาการแพ้ หลังจากได้รับวัคซีนตัวนี้เช่นกัน แต่ทั้ง 2 เคสนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากวัคซีนจริงหรือไม่ เรียกได้ว่าต้องติดตามข่าวกันต่อไป


Moderna

ต่อมาเป็นวัคซีนของ Moderna บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพในสหรัฐฯ วัคซีนตัวนี้มีชื่อว่า ‘mRNA-1273‘ เป็นประเภท m-RNA เช่นเดียวกับ BN162b2 และมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคสูสีกันด้วย โดยจากการทดลองในเฟส 3 (มีผู้เข้าร่วมการทดลองประมาณ 3 หมื่นคน) พบว่า มันมีประสิทธิภาพในการยับยั้ง COVID-19 ได้มากถึง 94% เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในวัคซีนตัวท็อปของโลกในตอนนี้

น่าเสียดายที่ โรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) เคยเปิดให้คนไทยสั่งจองวัคซีนตัวนี้ แต่ก็ถูกกระทรวงสาธารณสุขระงับการขายไป โดยให้เหตุผลว่ามันยังไม่ผ่าน อย.ไทย (ในขณะที่มันผ่าน อย.ของต่างประเทศ และทั่วโลกเริ่มฉีดวัคซีนตัวนี้กันหมดแล้ว)

อย่างไรก็ตาม วัคซีนตัวนี้ก็ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ มีเคสหนึ่งที่เป็นแพทย์ในเมืองบอสตัน และมีอาการแพ้หอยอยู่เป็นทุนเดิม หลังจากได้รับวัคซีนไม่นาน ก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ และใจสั่น จนต้องส่งเข้าโรงพยาบาล แต่ก็อาการดีขึ้นแล้ว นอกจากนี้มันยังมีผลข้างเคียงคล้ายกับ BNT162b2 โดยผู้ที่สามารถรับวัคซีนตัวนี้ได้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องได่รับ 2 โดส ซึ่งแต่ละโดสเว้นห่างกัน 28 วัน


AstraZeneca

พูดถึงวัคซีนตัวท็อปไปแล้ว 2 ตัว ตอนนี้มาดูวัคซีนตัวรองกันบ้างดีกว่า เริ่มจาก ‘ChAdOx1‘ หรือ ‘AZD1222‘ เป็นวัคซีนประเภท Chimpanzee Adenovirus หรือ การนำเชื้อไวรัสอะดีโนในลิงชิมแปนซีมาทำให้ฤิทธิ์อ่อนลง และผสมสารพันธุกรรมของเชื้อ COVID-19 เข้าไป เพื่อส่งเข้าร่างกายและกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกัน

วัคซีนตัวนี้ ได้รับการพัฒนาโดย AstraZeneca บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ร่วมกับ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาออกซฟอร์ด และยังอยู่ในระหว่างการทดลองเฟสที่ 3 (มีกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมเกิน 20,000 คน)

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยได้มีการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวัคซีนก่อนสิ้นสุดการทดลอง (interim analysis) พบว่ามันมีประสิทธิภาพอยู่ที่ราว 70% แต่ถึงกระนั้นรัฐบาลไทยของเราก็ออเดอร์มาแล้วจำนวน 26 ล้านโดสด้วยกัน คาดว่าคนไทยจะได้ฉีดในเดือนพฤษภาคม

นอกจากนี้ ทาง AstraZeneca ได้มีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตวัคซีนให้ประเทศไทย ทำให้ในอนาคตจะมีวัคซีนประเภทนี้ฝีมือคนไทยออกมาด้วยเช่นกัน สำหรับวัคซีนตัวนี้ ผู้รับวัคซีนควรมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องฉีดกันคนละ 2 เข็ม โดยแต่ละเข็มห่างกันอย่างน้อย 28 วัน  และเมื่อได้รับวัคซีนอาจเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น เหนื่อยล้า ปวดหัว หรือ ป่วย


Sinovac​

วัคซีน ‘CoronaVac‘ ของ Sinovac​ บริษัทยาชีวเภสัชภัณฑของจีน ถือเป็นวัคซีนอีกตัวหนึ่งที่ยังอยู่ในการทดลองเฟส 3 ที่จัดขึ้นในบราซิล ชิลี และตุรกี โดยผลการทดลองเฟส 3 ในบราซิล (กลุ่มตัวอย่างกว่า 12,000 คน) พบว่ามันมีประสิทธิภาพในการป้องกัน COVID-19 สูงถึง 78% ในกลุ่มติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรง และ 100% ในกลุ่มที่มีอาการในระดับปานกลางและรุนแรง ส่วนการทดลองในตุรกี ได้มีการ interim analysis และพบว่า มันมีประสิทธิภาพในการป้องกัน COVID-19 อยู่ที่ 91.25%

แม้จะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องประสิทธิภาพ แต่ไทยก็ได้สั่งซื้อมาแล้ว 2 ล้านโดส คาดว่าจะจัดส่งถึงไทยล็อตแรก 200,000 โดสในเดือนหน้า 800,000 โดส ในเดือนมีนา และ 1 ล้านโดสในเดือนเมษายน ผู้ที่รับวัคซีนชนิดนี้ควรมีอายุ 18 ปีขึ้น ต้องได้รับเป็นจำนวน 2 โดส โดยแต่ละโดสควรห่างกัน 21 วัน


Janssen

Ad26.COV2.S‘ หรือ JNJ-78436735 จาก Jassenen บริษัทเภสัชภัณฑ์ในเบลเยี่ยม ในเครื่อของ Johnson and Johnson ถือว่าเป็นวัคซีนที่มีความพิเศษกว่าประเภทอื่น เพราะมันเป็นแบบฉีดแค่เข็มเดียวอยู่ (single-dose) โดยวัคซีนตัวนี้จะเป็นประเภท Human adenovirus หรือ การนำ เชื้อก่อโรคหวัดในมนุษย์มาทำให้อ่อนแรงลง และสอดไส้สารพันธุกรรมของ COVID-19 เพื่อส่งเข้าร่างกายและกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกัน

วัคซีนตัวนี้กำลังอยู่ในการทดลองเฟส 3 พร้อมกับ วัคซีนสูตรฉีด 2 โดส ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปว่า ผลการทดลองที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ถ้าประสบความสำเร็จก็น่าจะลดต้นทุนเรื่องวัคซีนได้พอสมควร

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวัคซีน COVID-19 ที่น่าสนใจ ซึ่งเราได้รวบรวมมาฝากทุกคนกัน ซึ่งวัคซีนบางตัวที่อยู่ในลิสต์นี้เราอาจจะได้ฉีดมันแบบฟรี ๆ ก็ต้องติดตามข่าวกันต่อไปว่า ทางรัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการฉีดวัคซีนฟรีกันเมื่อไหร่ และจะสั่งซื้อวัคซีนมาเพียงพอสำหรับคนไทยทุกคนหรือไม่

 


SOURCE

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line