Life

DON’T GET LOST IN LOGIC : ติวเข้มตรรกะวิบัติที่เจอบ่อย หากรู้แล้วอย่าเผลอทำ!

By: april July 10, 2018

ประเด็นร้อนในสังคม ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเสมอ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ตโฟนอยู่ในมือ การใช้ Social Media เสพสื่อและเป็นช่องทางในการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ได้กว้างมากขึ้น เราจะได้เห็นความคิดเห็นจากผู้คนหลากหลายความคิดมากขึ้น ฟังขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง ตลกร้ายบ้าง เหตุผลหนักแน่นบ้าง ปะปนกันไป

แต่สิ่งที่เห็นแล้วน่าหงุดหงิดที่สุดก็ยังคงเป็นตรรกะวิบัตินี่แหละ ที่มันรบกวนใจเราเหลือเกิน  UNLOCKMEN จะพามาทำความรู้จักกับตรรกะวิบัติที่เราเคยแนะนำกันไว้ในคอนเทนต์ “DON’T GET LOST IN LOGIC แนะนำ 5 ตรรกะวิบัติที่พวกเราควรรู้ ก่อนไปเสียเวลาอันมีค่าเถียงกับคนอื่น”  ใครที่ยังไม่เคยอ่าน Part แรกไปตามอ่านกันได้ แล้วมาต่อกันในคอนเทนต์นี้

เปรียบเทียบผิด (False Analogy)

ตรรกะวิบัติอันนี้ เรียกว่ากำลังมาแรงในช่วงนี้เลยล่ะ มันไม่ได้มาแรงด้วยตัวของมันเอง แต่มันมาพร้อมกับพวกไลฟ์โค้ช นักหว่านคำคมที่ดูเหมือนจะเท่ เหมือนจะสะกิดใจให้ข้อคิด แต่มาตกม้าตายตรงที่มันกลวง เพราะใช้ Metaphor หรือหยิบจับอะไรมาเปรียบเทียบกันแบบผิด ๆ

พูดง่าย ๆ คือเอาสิ่งที่มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ มาเปรียบเทียบในบริบทเดียวกัน พูดเฉย ๆ อาจจะยังง มาดูตัวอย่างกันดีกว่า

Ex. เทเบียร์ให้หมากิน หมามันยังไม่กินเลย แล้วคนอย่างเราจะกินไปทำไม ?

ฟังแล้วก็ชวนหงุดหงิด แม้คนพูดอาจจะพูดเชิงขำ ๆ หรือคิดจริงจังว่ามันช่างเท่ซะเต็มประดา แต่ถามตาม Common Sense เลยว่าหมามันเอามาเปรียบเทียบกับคนได้มั้ย ? ไม่ใช่ในเชิงคุณค่าของชีวิต แต่หมายถึงบริบทนี้เนี่ย มันเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ถ้าจะเทียบ ควรยกคนสองคนมาเทียบกัน อะไรก็ว่าไป แต่เอาหมามาเปรียบเทียบเพื่อโจมตีอีกฝ่ายแบบนี้ ไม่เท่แล้วยังดูไม่ค่อยฉลาดอีกต่างหาก

หลักฐานไม่สมบูรณ์ (Cherry Picking)

มันคือการหยิบแต่ส่วนดี ส่วนที่น่าพอใจ เป็นแง่บวก ที่อาจเป็นเพียง 10% จากตัวอย่างทั้งหมดขึ้นมา เพื่อเคลมว่าทั้ง 100% เป็นแบบนั้นด้วย เปรียบเทียบกับการหยิบเชอร์รี่ที่สวยที่สุด อร่อยที่สุด มาหนึ่งผล และดันเคลมไปว่ามันจะเป็นแบบนั้นทั้งต้น มาดูตัวอย่างกัน

Ex. Elon Musk นี่เขาลงเรียนปริญญาเอกแค่สองวันก็เลิกไป แต่ยังประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ คนเราถ้าเจ๋งจริง ไม่ต้องไปนั่งเรียนก็ประสบความสำเร็จได้

โอ้โห! เอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหนกัน จากคำพูดนี้คือการจงใจเลือกเอาคนที่เป็นเหมือนผลเชอร์รี่ที่สวยที่สุดอย่าง Elon Musk มาซัพพอร์ตให้พวกที่ไม่อยากเข้าสู่ระบบการศึกษา ว่าถึงแม้จะไม่ได้เรียนแต่ก็ประสบความสำเร็จได้ แต่ถามว่ามีความรู้ ความพยายามอย่าง Elon Musk มั้ย ? ก็ไม่ การนอนกระดิกเท้าอยู่บ้านจะไม่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จอย่าง Elon Musk แน่นอน

Elon Musk เองก็มีบริบทของการใช้ชีวิตในส่วนของเขาที่ต้องเป็นไปตามนั้น คนอื่น ๆ ก็ต้องมีบริบทการใช้ชีวิตของตัวเองที่แตกต่างกันไป ด้วยปัจจัยด้านสติปัญญา เงินทุน การสนับสนุนของคนรอบข้าง โอกาสในหน้าที่การงาน ง่าย ๆ คือต่างกรรมต่างวาระ ใจคอจะให้มาเหมือน Elon Musk กันทั้งโลกก็ไม่ได้ 

Loaded Question

คำถามที่ตอบยังไงก็ดูผิดทั้งนั้น ไม่ว่าจะตอบในตัวเลือกบวกหรือลบ ไม่ว่าจะตอบในตัวเลือกไหนก็ตาม มาดูตัวอย่างกัน

Ex. เลิกแอบเมียไปลงอ่างหรือยัง ?

คงเห็นภาพกันได้ในคำถามเดียว จะตอบว่าเลิกแล้วก็แย่ ตอบว่ายังก็แย่ไปใหญ่ ไม่เหลือทางให้พี่เดินบ้างเถอะน้อง คำตอบที่เราทำได้ดีที่สุดก็คงเป็น ไม่เคยโว้ย! จะเห็นได้ว่ากรณีนี้ คำถามจะส่งผลกับผู้ฟังและเป็นใจความของเรื่องมากกว่าการตอบของเรา การที่โดนยิงคำถามแบบนั้นมาแล้ว คนอื่นที่ได้ยินคงไม่ได้สนใจแล้วว่าเราจะตอบว่ายังไง แต่คิดไปแล้วว่าไอ้นี่มันแอบเมียไปลงอ่างนี่หว่า อาจจะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่กลายเป็นว่าเรามีภาพติดตัวไปแล้วว่าเป็นแบบไหน 

Ambiguity

มาจากช่องโหว่ของภาษาที่มันดิ้นได้เสมอ ตรรกะวิบัติอันนี้เลยเอาความคลุมเครือของภาษา หรือการหลีกเลี่ยงไปใช้คำอื่น มาใช้เอาตัวรอดนั่นเอง พูดง่าย ๆ คือ “แถ” มาดูตัวอย่างของอันนี้กัน

Ex. อย่าเรียกว่าน้ำขังเลยครับ ให้เรียกว่าน้ำรอการระบาย

ได้ยินแล้วก็อยากขำออกมาดัง ๆ เหมือนรู้ทั้งรู้ว่าความจริงคืออะไร แต่หาทางเลี่ยงไม่ได้แล้ว จวนตัวมาก ๆ แล้ว เลยพลิกลิ้นเล่นคำมันซะอย่างนั้นนั่นแหละ แต่ถามว่าคำที่เลี่ยงไปมันคือสิ่งเดียวกับสิ่งเดิมมั้ย มันก็คือสิ่งเดียวกัน แต่พอเรียกคนละอย่างแล้วมันก็ช่วยให้สบายใจขึ้น รู้สึกผิดน้อยลงแหละมั้ง

Burden Of Proof 

อีกตัวอย่างของการหาทางลงแบบทุลักทุเลเมื่อจนตรอก คือการถามหาหลักฐานเมื่อถูกกล่าวหา ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันมาก็จะไม่ยอมรับ เหมือนพูดอะไรไป ก็จะได้คำตอบสุดน่าเบื่อกลับมาแบบเดิมซ้ำ ๆ ว่า “ไหนล่ะหลักฐาน”

Ex. คุณกล่าวหาว่าผมเบิกงบไปเหมือนจะสร้างเรือรบ แต่ออกมาเป็นเรือแจว ไหนล่ะหลักฐาน เอามาให้ผมดูหน่อย 

แม้ว่าการกล่าวหาใครสักคนด้วยหลักฐานจะทำให้มันดูหนักแน่นกว่า แต่เชื่อเถอะว่าหลายครั้ง เราไม่อาจหยิบหลักฐานทุกอย่างมาอยู่ในมือได้ ช่างเหนื่อยใจซะจริง เพราะบางครั้งมันเหนือความสามารถของเราที่จะหามาได้ แต่ทั้งที่เห็น ๆ กันอยู่ว่าความจริงคืออะไร 

สุดท้ายแล้วการมี EQ รู้จักควบคุมอารมณ์คงเป็นสเต็ปแรกที่เราควรมีที่สุด เพื่อโชว์กึ๋นที่ควรมี เพราะต่อให้เรารู้ทันตรรกะวิบัติทั้งหมดแล้ว แต่จะตามไปแหกคนอื่นทุกคร้ังที่เจอก็คงไม่ได้ เอาเป็นว่ามีสติให้มากก่อนจะพูด และคิด วิเคราะห์ แยกแยะให้ดีก่อนตัดสินใจในทุกเรื่องจะดีที่สุด

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line