Life

“WHAT IS THE MEANING OF LIFE ?” รู้จัก Existential Crisis เมื่อปัญหาชีวิตทำเราเศร้าจนไม่เห็นอนาคตของตัวเอง

By: BAO April 8, 2021

เมื่อต้องอยู่กับปัญหาโลกแตก และไม่สามารถ MOVE ON ได้เป็นเวลานาน สิ่งที่มักเกิดขึ้นกับเรา คือ การสูญเสียความสามารถในการมองเห็นคุณค่าชีวิตของตัวเอง เราอาจเริ่มรู้สึกเหมือนไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ส่งผลให้เราใช้ชีวิตได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ปัญหานี้เรียกกันว่า “Existential Crisis”


WHAT IS EXISTENTIAL CRISIS?

Existential Crisis คือ ภาวะที่เราเกิดความไม่สบายใจในเรื่องความหมาย ทางเลือก และอิสระในชีวิตของตัวเอง โดยคำนี้มีรากมาจาก ปรัชญาอัตถิภาวนิยม (Existentialism) ที่ให้ความสำคัญกับทางเลือกหรือการใช้ชีวิตอย่างมีเสรีภาพของมนุษย์

ภาวะนี้เกิดขึ้นได้ เมื่อเราเจอกับปัญหาชีวิตหรือความยากลำบากที่สามารถแก้ไขได้ยาก ต่อให้หาคำตอบมาเป็นเวลานานเท่าใด ก็ยังไม่เจอทางออกที่น่าพอใจสักที และพอเราจมอยู่กับปัญหานาน เราก็จะไม่สบายใจจนรู้สึกสิ้นหวังเรื้อรัง และสูญเสียความสุขในการใช้ชีวิตอย่างหนัก

นอกจากนี้มันยังเกิดขึ้นได้เมื่อเรารู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต สูญเสียคนรัก ไม่พอใจในตัวเอง หรือ เก็บกักความรู้สึกแย่ ๆ เอาไว้ในใจเป็นเวลานานเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้มักทำให้เราจมปัก และรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตได้

คนที่เป็น Existential Crisis มักจะรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองไร้ค่าไร้ความหมาย และเกิดอาการสิ้นหวังในการใช้ชีวิต เพราะเหมือนกับว่า โลกทั้งใบของพวกเขาได้พังลงแล้ว จะทำอะไรต่อไปก็คงไม่ดีขึ้น พวกเขาจึงตั้งคำถามกับการมีตัวตนของตัวเอง เช่น ”เกิดมาเพื่ออะไร” หรือ ”ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่นะ” ฯลฯ


HOW TO OVERCOME EXISTENTIAL CRISIS?

เมื่อเราสิ้นหวังกับชีวิต ปัญหาด้านการใช้ชีวิตก็เกิดขึ้นได้ เพราะเราจะขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต รู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น และกังวลกับเรื่องต่าง ๆ หนักเกินไป จนสุขภาพจิตได้รับผลกระทบ และอาจเป็นซึมเศร้าได้ ดังนั้น เราเลยอยากมาแนะนำวิธีเอาชนะอาการ Existential Crisis โดยเริ่มจาก

ทบทวนความหมายของชีวิต

บางทีเราก็ใช้เวลาอยู่กับสิ่งอื่นมากเกินไปจนหลงลืมเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง ทำให้เกิด Existential Crisis ดังนั้น ลองกลับมาสำรวจตัวเองดูว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรามีคุณค่าต่อตัวเองและคนอื่น เพื่อให้เราไม่ลืมมันและใช้ชีวิตต่อไปได้ แต่ถ้าเรามีปัญหาเรื่องการมองเห็นคุณค่าหรือข้อดีของตัวเอง ให้ลองถามเพื่อน ครอบครัว หรือ คนรอบข้างดู อาจได้คำตอบที่ดี ได้เห็นด้านดีของตัวเองที่เรามองไม่เห็นเกินกว่าที่คาดไว้ก็ได้

ลองเปลี่ยนมุมมองดู

บางทีอาการ Existential Crisis ก็เกิดขึ้นได้จาก Pessimism หรือ การมองโลกในแง่ลบ ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ทำให้คนรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตอยู่เสมอ ดังนั้น การเปลี่ยน mindset หรือ มุมมองที่มีต่อปัญหา จะช่วยให้เราเอาชนะ Existential Crisis ได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มจากการมองเรื่องหรือปัญหาที่เราคิดว่าเลวร้าย ให้มองว่ามันเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วเราจะพอใจกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น

อย่ายึดติดกับอดีต

แน่นอนว่าความต้องการให้ตัวเองพัฒนาขึ้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่บางครั้งเราไม่ได้มองอดีตเพื่อเรียนรู้ กลับกันเรามองมันด้วยความกังวล ยึดติดกับความผิดพลาด และมีความปราถนาที่อยากจะเปลี่ยนแปลงมัน เมื่ออดีตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การพยายามเปลี่ยนแปลงมันจึงทำให้เราเป็นทุกข์และยิ่งจิตตกหนักกว่าเดิม ดังนั้น จะดีกว่าถ้าเรามองไปข้างหน้าแทนที่จะมองไปข้างหลัง

แตกปัญหาที่ซับซ่อนออกเป็นปัญหาย่อย

บางปัญหามันก็มีความซับซ้อน และยากเกินจนเราไม่สามารถหาคำตอบทีเดียวจบได้ เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ เราขอแนะนำให้ลองแตกมันออกเป็นปัญหาย่อย ๆ 1 2 3 4 ฯลฯ และค่อย ๆ แก้มันไปทีละสเต็ป แบบนี้จะช่วยให้เรามีความสุขมากกว่า เพราะได้เห็นว่าเราทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ แม้จะเป็นข้อย่อย ๆ ก็ตาม แถมยังทำให้ปัญหาดูง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย

ให้พลังงานกับสิ่งอื่น

ช่วงนี้คงมีหลายเรื่องให้เราเครียด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องปัญหา COVID-19 การเงิน เศรษฐกิจ หรือ ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งการคิดถึงปัญหาเหล่านี้ตลอดเวลา ก็คงทำให้หลายคนจิตตกและรู้สึกสิ้นหวังได้เหมือนกัน ดังนั้นการเปลี่ยนจุดโฟกัสจากเรื่องนี้จะช่วยป้องกัน Existential Crisis ได้ อาจลองเปลี่ยนมาทุ่มเทให้กับเรื่องอื่น เช่น เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน ทิ้งคอมทิ้งงานออกไปท่องเที่ยว จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้

และที่สำคัญ คือ เราควรจะรักษาคอนเนคชั่นกับคนรอบข้างเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน คนรู้ใจ หรือ คนในครอบครัว เพราะมันจะช่วยให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และต้าน Existential Crisis ได้ดีขึ้น แต่ถ้ารู้สึกว่าปัญทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เราขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคำแนะนำและการรักษาที่ได้ผลมากกว่า


 

SOURCES: 1 / 2 / 3

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line