GADGETs

รู้จัก Glove 80 คีย์บอร์ดสุดเท่สไตล์ถุงมือที่ทำให้เราใช้แป้นพิมพ์ได้ดีขึ้น

By: BAO January 27, 2022

เวลาใช้งานคีย์บอร์ด ปัญหาที่เราพบเจอกันบ่อย คือ มันมีขนาดที่ใหญ่เกินไปจนขาดพื้นที่ในการวางเม้าส์ แถมคีย์บอร์ดบางยี่ห้อยังทำให้เราเกิดอาการปวดมือได้ง่ายอีกด้วย ตอนนี้มีสตาร์ทอัพที่พยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการทำให้คีย์บอร์ดสามารถพกพาไดง่ายขึ้น และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

MoErgo สตาร์ทอัพในประเทศ New Zealand ได้พัฒนา Glove 80 ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดแบบแยก (split keyboard) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากถุงมือ โดยคีย์บอร์ดอันนี้มาในดีไซน์แบบเออร์โกโนมิคส์ (ergonomic) และเลย์เอาท์ (layout) ที่สอดคล้องกับรูปมือมนุษย์

ผู้พัฒนาเผยว่า พวกเขาใช้เวลาพัฒนาคีย์บอร์ดนี้มานานกว่า 6 ปี โดยมีการทำ comparative A/B testing มากกว่า 500 ครั้ง จน Glove 80 ออกมาเป็นคีย์บอร์ดที่มีปุ่มกดที่เหมาะสมกับปลายนิ้วมือของเรา มันมาพร้อมกับปุ่มกด 80 คีย์ (ข้างละ 40 คีย์) และมีรูปร่างเหมือนถุงมือ พร้อมด้วยที่พักฝ่ามือ และขาคียบอร์ดแบบปรับแต่งได้ เพื่อให้คีย์บอร์ดสามารถปรับแต่งได้ตามใจผู้ใช้งานมากที่สุด

นอกจากนี้ ดีไซน์ของคีย์บอร์ดยังช่วยให้ ข้อมือ แขน และไหล่อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เวลาใช้งานจึงเกิดความเหนื่อยล้าน้อยลง แถมมันยังมี layout ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษช่วยให้เราสามารถพิมพ์ได้โดยไม่ต้องยกข้อมือ หรือ ยืดเหยียดนิ้ว ทั้งหมดนี้ช่วยทำให้เกิดการพิมพ์ที่สะดวกสบาย และลดความเสี่ยงของอาการประสาทมือชา (Carpal Tunnel Syndrome) อีกด้วย

มันยังมาพร้อมกับ Layout แบบ 6 คีย์ที่อยู่ใต้นิ้วโป่ง ช่วยให้ง่ายต่อการกดและลดการขยับนิ้ว ดีไซน์นี้ไม่ได้ทำให้เราใช้งานคีย์บอร์ดได้สะดวกสบายขึ้นเท่านั้น แต่มันยังทำให้เราพิมพ์เร็วขึ้นอีกด้วย

Glove 80 จะรองรับการใช้งานทั้งระบบ Wireless และสาย USB โดยเราสามารถเชื่อมต่อคีย์บอร์ดกับอุปกรณ์ Bluetooth ได้มากกว่า 4 เครื่อง แถมยังมาพร้อมกับ POM Keycaps และ Kailh Choc v1 mechanical switches อีกด้วย โดยเราสามารเลือกปุ่มกด (Switches) ได้ 3 แบบ ได้แก่ clicky, tactile, และ linear

มันยังมาพร้อมกับ keycap puller และ keycap สำรอง ทำให้เราปรับแต่ง key layout ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ keyboard ยังมาพร้อมกับ ZMK firmware ที่ทำให้คุณสามารถเพิ่ม shortcut, marco รวมไปถึงการปรับแต่งแสง LED RGB Lighting ภายในคีย์บอร์ดด้วย

คียบอร์ดตัวนี้จะทำงานร่วมกับ USB-C และมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 500 mAh จำนวน 2 ก้อน รองรับการทำงานบน Bluetooth LE 5.2 และรองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Linux, Android, iOS, iPadOS, ไปจนถึง Chrome และสามารถพาพาได้ง่ายด้วยน้ำหนักเพียง 600 กรัม หากใครสนใจลองไปดูที่เว็บไซต์นี้

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line