Guide

GUIDE: RED DIAMOND CAFE กาแฟที่ใช่คือความใส่ใจที่คุณเลือก ตั้งแต่เมล็ดถึงเมนู

By: april February 26, 2019

กาแฟหนึ่งแก้ว อาจมีความหมายที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน สำหรับบางคนอาจเป็นเครื่องดื่มรสขมหลายมิติ อาจเป็นแหล่งคาเฟอีนชั้นเยี่ยม อาจเป็นงานศิลปะ และอาจเป็นผลงานมาสเตอร์พีซสักชิ้น แต่สำหรับ “RED DIAMOND CAFE” คืออย่างหลัง กาแฟคือเครื่องดื่มที่ไม่ได้อัดแน่นไปด้วยคาเฟอีนเพียงอย่างเดี่ยว แต่ยังเต็มไปด้วยความประณีต ความพิถีพิถัน ตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการทำกาแฟอย่างการเลือกเมล็ด การคั่ว ไปจนถึงการเสิร์ฟแก้วต่อแก้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่ทำให้เราหลงใหลไปกับกลิ่นหอมที่อบอวลเหมือนนั่งอยู่ในโรงคั่วกาแฟ มาเดินทางไปทำความรู้จักที่นี่ไปพร้อมกับเรา แม้คุณจะไม่ใช่คอกาแฟ แต่รับรองว่าจะต้องหลงรักเสน่ห์ของมันเข้าอย่างจัง

เราเดินทางไปถึงร้านในช่วงสาย เลี้ยวรถไปจอดที่ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามร้าน ถือว่าสะดวกมากสำหรับการมีที่จอดรถรองรับลูกค้าเป็นของตัวเองแบบนี้ เราสะดุดตาเข้ากับวัสดุสี Copper ภายนอกของร้าน ที่เป็นเหมือนโรงงานอะไรสักอย่าง พอได้ก้าวเข้าผ่านประตูบานใหญ่เข้าไป เราจึงเข้าใจว่านี่คือโรงงานคั่วเมล็ดกาแฟนี่เอง ด้วยกลิ่มหอมกรุ่นที่ปะทะเข้ากับผัสสะทางจมูก ผสมผสานเข้ากับการตกแต่งภายในแบบ Industrial Loft การโชว์ท่อ สายไฟ และการโชว์ Texture แท้ ๆ ของวัสดุนั้น ชั้นล่างมีเครื่องคั่วเมล็ดให้เราได้เห็น ยิ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าที่นี่คือโรงงานคั่วกาแฟจริง ๆ

ชั้นบน ค่อนข้างเป็นส่วนตัว พื้นที่ที่ให้ความรู้สึก Homey มากขึ้น ด้วยแสงที่ลอดผ่านหน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์และแมวเจ้าบ้านที่คอยคลอเคลียอาคันตุกะผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนพื้นที่ของพวกเขา ชั้นล่างมีทั้งพื้นที่ ทั้งส่วนที่เป็นบาร์ที่เราจะได้พูดคุยกับบาริสต้า ดูกระบวนการของกาแฟแต่ละแก้ว หรือลงมานั่งในพื้นที่เล่นระดับอีกขั้น สามารถเลือกเอาตามความชอบของเราได้ทั้งนั้น

เราเลือกที่จะนั่งที่บาร์เพราะเราเองก็ไม่ใช่คอกาแฟตัวยง ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องกาแฟสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังคงอยากมานั่งตรงนี้เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวในแต่ละแก้ว เพราะเรารู้ว่ากาแฟนั้นเป็นเหมือน Sub-Culture ที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ และสำหรับที่นี่ก็เช่นกัน

พอได้หย่อนตัวนั่งลงตรงบาร์ เราเริ่มพูดคุยกับบาริสต้าอย่างเป็นกันเอง การเลือกเมนูของที่นี่ เราต้องเลือกเมนูกาแฟขึ้นมาสักอย่างในใจ แล้วมาเลือกเมล็ดกาแฟกันต่อ ซึ่งเราได้รับคำแนะนำอย่างดีว่าแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร มีความพิเศษเฉพาะตัวแบบไหน กลิ่น รส แบบใดที่เหมาะกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ หรือแบบไหนที่เหมาะกับสิ่งที่เราต้องการ

เมนูที่เราได้รับการแนะนำแก้วแรกเป็นเมล็ด “Panama Geisha Elida” คั่วกลาง ใช่ เมนูนี้เป็นกาแฟดำเพียว ๆ  คนที่ไม่ใช่คอกาแฟอย่างเราเกร็งเล็กน้อย แต่พอได้จิบจริง ๆ ด้วยอุณหภูมิที่พอดี บวกกับรสชาติที่ละมุนอยู่ในปากนั้นมันนุ่มเกินกว่าที่เราจินตนาการเอาไว้ ปราศจากรสชาติขมปร่าโดยสิ้นเชิง เหลือไว้เพียงกลิ่นหอม Fruity เล็กน้อย กับรสชาติเปรี้ยวกลาง

มาต่อกันที่ “Red Diamond Reserve Latte” ที่เป็นกาแฟนมแตกต่างจากแก้วที่แล้วโดยสิ้นเชิง เรายิ้มรับเลยล่ะ เพราะเราเคยชินกับกาแฟนมมากกว่า ด้วยเมล็ดแอฟริกาที่นำมาเบลนด์ จึงได้รสชาติเปรี้ยวโดดเด่นขึ้นมา รสชาติของกาแฟยังคงชัดเจนและเป็นพระเอกของแก้วนี้อยู่

ตบท้ายกันที่เมนู Non-Coffee อย่าง “Double Dirty” มองเผิน ๆ คงคิดว่านี่คือโกโก้แก้วนึงที่ถูกตกแต่งอย่างเฉพาะตัว เราได้คำแนะนำให้ดื่มในองศาที่จะได้เลเยอร์ของชั้นล่างมาจนถึงชั้นบน พอได้ยกขึ้นดื่มจริง ๆ แก้วนี้มันมีเลเยอร์จริง ๆ นั่นแหละ นมสดในอุณหภูมิเย็นเฉียบด้านล่าง โกโก้ด้านบน ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มนมช็อกโกแลต ที่มี Crumble ให้เคี้ยวเล่นเล็กน้อยในส่วนของ Topping

นอกจากเมนูเครื่องดื่มแล้ว ที่นี่ยังมีเมล็ดกาแฟตามฤดูกาลจำหน่ายด้วย หากยังไม่มีเมนูหรือเมล็ดที่ต้องการในใจ สามารถพูดคุยกับเจ้าของร้านและบาริสต้าได้อย่างเป็นกันเอง

หลังจากได้ชิมครบทั้งสามแก้ว เราจึงเข้าใจว่าทำไมกาแฟถึงเป็นอะไรที่มากกว่าเครื่องแก้ง่วงในตอนบ่าย ทำไมคนเราถึงถกเถียงกันในเรื่องของเมนูนี้มีร้อนหรือเย็นจริงหรือไม่ เมล็ดแบบไหนคือเมล็ดที่ดี เพราะทุกดีเทลมันควรถูกใส่ใจมาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ออกมาเป็นผลงานมาสเตอร์พีซในแก้วที่เราจะได้ดื่ม

สำหรับใครที่อยากมาดื่มด่ำบรรยากาศนี้แบบเรา สามารถตามลายแทงมาได้ที่ ซอยสังคมสงเคราะห์ เลียบทางด่วนรามอินทรา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Red Diamond Cafe

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line