Life

คนรักเท่าผืนหนัง คนชังก็ช่างมัน ‘HALO EFFECT’ อาการมองข้ามข้อเสียของคนโปรด

By: april February 4, 2019

เมื่อสมัยเรียนเนี่ย เรามักจะมีเพื่อนสักคนที่จะเป็นคนโปรดของครู ทำหน้าที่นักเรียนดีเด่นชนิดที่ต้องยกตำแหน่งอยู่เป็นไปให้แบบไร้คู่แข่ง พอมาในวัยทำงาน เราเองก็รู้สึกได้ว่าสิ่งเหล่านั้นยังไม่หายไป เรายังเจอลูกรักของเจ้านาย ที่ยังไง้ยังไงก็จะเป็นคนโปรดอันดับหนึ่งเสมอ ผิดพลาดไปยังไงก็จะกลับคืนสู่บังลังก์ลูกรักได้ทุกครั้งไป 

มันคืออาการที่มองเห็นแต่ด้านดีของคน ๆ นั้น ไม่ใช่แค่ในมุมของคนที่มีสถานะสูงกว่ามองคนที่ต่ำลงมาอย่างเจ้านาย-ลูกน้อง ครู-นักเรียน เท่านั้น แต่คนทั่วไปอย่างเรา ๆ คนที่สถานะเท่ากันก็สามารถมีภาพมายานี้บังตาได้เหมือนกัน UNLOCKMEN จะพามาดูกันว่า ไอ้อาการนี้มันเป็นยังไง และมันส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง พร้อมทางออกสำหรับทุกฝ่าย

HALO EFFECT

ภาวะ ‘HALO EFFECT’ ถูกค้นพบโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Edward L. Thorndike ตั้งแต่ปี 1920 นู่นแล้ว ซึ่งมันมีความหมายอย่างง่ายที่สุดคือการที่เราเทิดทูนใครคนหนึ่งแต่เพียงด้านดีของเขาเท่านั้น แล้วด้านไม่ดีล่ะ ? เขาก็ยังมีด้านไม่ดีเหมือนกัน แต่เราเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นมันและโฟกัสไปแต่ด้านดีของเขาเพียงอย่างเดียว เหมือนกับว่าเรามองคนโปรดคนนั้นในมิติเดียวนั่นแหละ ราวกับเป็นตัวละครจากวรรณกรรมโรแมนติก ที่คนดีก็จะดี๊ดี ดีมันอยู่อย่างนั้น ไม่ได้มองว่าเขาคือคนทั่วไป ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี

มองข้ามข้อเสียไปแบบเนียน ๆ ยังไม่พอ ข้อดีที่เขามีนั้นก็ถูกเทิดทูนแบบ Overrated อีกด้วย ช่างเป็นคนโปรดแบบหาใครมาเปรียบไม่ได้เสียจริง ๆ 

อาการแบบนี้ฟังดูมันเหมือนเจ้านายที่มีคนโปรดในออฟฟิศ ที่จะได้ทุกอย่างไปแบบไม่ต้องลงแรงเท่าคนอื่น แต่เราอยากให้ทำความเข้าใจว่า จริง ๆ อาการแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเราทุกคนนั่นแหละ เรามีเพื่อนคนโปรดที่ไม่ว่าจะทำตัวเละเทะกับคนอื่นจนโดนด่าตามหลังมายังไง ไอ้เพื่อนคนนี้ก็ยังคงเป็นคนโปรดของเราเสมอ แถมเรายังออกโรงปกป้องอยู่บ่อย ๆ ว่ามันไม่แย่ขนาดนั้น หรือศิลปินสักคนที่เรารัก เราก็จะหมั่นหาแต่ข้อดีของเขามาประดับเอาไว้ และออกโรงปกป้องศิลปินอยู่เสมอเมื่อเขามีข่าวงามหน้าออกสื่อ หมดทางหนีทีไล่จริง ๆ ไม้เด็ดอย่าง คนเราก็มีทั้งดีและไม่ดีนั่นแหละ ใครไม่ดีก็ช่างเขา มองแต่ด้านดีเขาสิ” “ไม่ชอบก็ไม่ต้องดู จะถูกยกขึ้นมาใช้อยู่เสมอ

ใช่ว่าทุกคนจะเป็นแบบนั้นเสียหมด ก็ยังมีคนที่มีคนโปรดในใจ แต่ยังมองเขาด้วยมิติที่เป็นจริง เป็นคนที่มีทั้งขาว ดำ ปะปนกันไปในตัวเอง ไม่ได้เป็นเฉดสีใดเฉดสีหนึ่งอย่างชัดเจน ใครที่ไม่เป็นเรายินดีด้วยและขอชื่นชมที่สามารถมองทุกอย่างได้ตามความเป็นจริง ไม่มีอคติหรือความรักมาบังตา แต่คนที่ถูก ‘HALO EFFECT’ บังตาอย่างแนบสนิทก็มีอยู่จริงเช่นกัน

คนรักเท่าผืนหนังมันเป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วคนชังเท่าผืนเสื่อล่ะ ? ก็มีเหมือนกัน เราเรียกภาวะนี้ว่า ‘DEVIL EFFECT’ อาการเดียวกับ ‘HALO EFFECT’ นั่นแหละ แต่เป็นในมุมกลับกัน คือการถูกมองแต่ด้านเสียอย่างเดียว พลาดหนึ่งครั้งก็โดนเพ่งเล็งตลอดไป หรือเสมอตัวไม่ได้ทำอะไร ก็ยังถูกมองด้านลบอยู่ดี

ทางออกของคนเป็นลูกรัก

ใช่ว่าเป็นลูกรักแล้วจะถือว่าสบายตัว หากเราอยู่ในจุดที่ถูกวางไว้แบบ Overrated แล้วล่ะก็ อย่าลืมว่านั่นคือในมุมของเจ้านายเพียงคนเดียวเท่านั้น เพื่อนร่วมงานคนอื่นที่ไม่ได้มี ‘HALO EFFECT’ ฉาบไว้เขาก็เห็นคุณในทุกด้านอย่างที่มันควรจะเป็น ทีนี้เราก็จะโดนหมั่นไส้ขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ มาดูกันว่าเราจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ได้บ้าง

  • รู้สถานะตัวเอง บอกคนอื่นอยู่เสมอว่าเรามีความสามารถที่แท้จริงอยู่ในระดับไหน ให้มันออกจากปากเราเอง ว่าอย่างน้อยเราก็รู้ดีว่าความจริงแล้วเราถูกวางไว้ Overrated ขนาดไหน 
  • ไม่โอ้อวดหรือเกทับใคร จริง ๆ มันเป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะทำอยู่แล้วล่ะ เพราะมันคือการเรียกตีนดี ๆ นี่เอง นอกจากจะโดนหมั่นไส้แล้ว ยังอาจจะโดนตอกกลับมาด้วยว่าเพราะมึงเป็นลูกรักหรอก ถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ได้ แบบนั้นจะหน้าสั่นคูณสองกันไปเลย
  • ไม่เคลมความดีความชอบเป็นของตัวเองคนเดียว อย่าลืมให้เครดิตเพื่อนร่วมงานทุกครั้งที่ถูกชม (ออกนอกหน้านอกตา) พยายามบอกเสมอว่าที่สำเร็จได้เพราะ Teamwork เพราะความสามารถของทุกคน หรือลองชื่นชมคนอื่นให้เจ้านาย (ที่หลงคุณหัวปักหัวปำ) ได้ยินบ้าง ว่ายังมีคนอื่นที่มีความสามารถไม่แพ้กัน

ทางออกของคนเป็นลูกชัง

ไปบอกให้คนที่มี ‘HALO EFFECT’ บังตากลับมามีสติได้ดั่งใจคงจะยาก ลูกชังอย่างเราหาทางรอดแบบเสมอตัวเองน่าจะง่ายกว่า

  • ไม่ต้องใส่ใจกับคำชมแสน Over ผลงานเสมอกันแต่คำชมไม่เท่ากัน อย่าได้น้อยใจไปถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นกับลูกชัง (ถ้าโดนชมสิ น่าแปลกใจ) ปล่อยผ่านคำเหล่านั้นไป อย่างน้อยก็คิดเสียว่า เราทำได้ในระดับเดียวกับลูกรักเขาเนี่ย แสดงว่าเราก็เจ๋งพอตัวและพอจะอ้อมแอ้มไปกับคำชมนั้นได้เหมือนกัน
  • อุดรอยรั่วของตัวเอง พลาดเมื่อไหร่โดนจี้เมื่อนั้น เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยช่องโหว่ให้โดนโจมตีเอาง่าย ๆ อาศัยความกดดันนี้ ผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า ทำงานทุกชิ้นออกมาให้มันเจ๋งจนไม่มีใครมาติได้ แม้จะชังเราแค่ไหนก็ตาม

แม้ความเป็นกลางที่แท้จริงอาจจะหายากเสียหน่อยบนโลกใบนี้ แต่หากเราปลดอคติบางอย่างลง มองคนให้เป็นคนจริง ๆ เขาสามารถเป็นคนแสนดีที่ทำเรื่องผิดพลาด อาจเป็นคนร้ายกาจที่ทำเรื่องดี ๆ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะคนเราไม่ได้เป็นแผ่นกระดาษอันแบนราบจนมีมุมมองเพียงด้านเดียว

 

 

SOURCE: 1, 2, 3

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line