Business

ขอแค่ 10 นาทีต่อวันเท่านั้นครับ “ความคิดสร้างสรรค์จะกระฉูดได้” แค่ใช้วิธีหนึ่งเดียวนี้

By: SICKPSYCH January 10, 2018

ความคิดสร้างสรรค์กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แทบจะแตะต้องไม่ได้ เรียกว่าไปบีบคั้นมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าจะแหลกสลายลงไปตรงหน้ามากเท่านั้น บางทีเค้นให้ตายก็ไม่ออกมา จนเลือดเราขึ้นหน้าด้วยความโมโห

UNLOCKMEN อยากจะบอกว่าอย่าเพิ่งหัวร้อนไป ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ลอยมาจากอากาศ แต่อยู่ที่การฝึกนิสัยให้เราเป็นคนสร้างสรรค์ แล้วจะสร้างฉัน สร้างฝันนั้นให้สำเร็จได้อย่างไร ใช้เวลานานหรือเปล่า เราบอกเลยว่าขอเวลาแค่ 10 นาทีต่อวันเท่านั้น เพื่อฝึกเราเป็นคนใหม่ คิดอะไรสร้างสรรค์กว่าเดิม

The Journey of A Man And A Dog

การบริหารกล้ามเนื้อส่วนความคิดสร้างสรรค์ ถูกตั้งชื่อตามลักษณะง่าย ๆ แต่ทำได้จริงของมันว่า The Journey of A Man And A Dog มันง่ายสุดง่ายจนผู้ชายทุกคนต้องตะโกนออกมาว่า เฮ้ย รู้อย่างนี้ทำตั้งนานแล้ว!

จุดเริ่มต้นของมันอยู่ที่คุณหลับตาแล้วจินตนาการให้ชัดเจนว่ามีผู้ชายหนึ่งคนและหมาหนึ่งตัว จากนั้นค่อย ๆ พิจารณาความสัมพันธ์ของผู้ชายคนนั้นกับหมาหนึ่งตัวในห้วงจินตนาการสุดบรรเจิดของคุณ

หมาตัวนั้นมาจากไหนกันนะ? หมาตัวนั้นอยู่กับผู้ชายคนนั้นมานานแค่ไหนกัน? สุนัขตัวนั้นเป็นพันธุ์อะไร? หมาตัวนั้นเป็นของผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า? แล้วทั้งเขาและมันกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนกัน?

เริ่มจากคิดถึงรายละเอียดง่าย ๆ พื้นฐานทั้งหมด แต่ครอบคลุมทุก ๆ รายละเอียดเท่าที่เราจะจินตนาการออกในหัว จากนั้นค่อย ๆ พาตัวเองเคลื่อนไปในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนต่อไปคือการใส่รายละเอียดเชิงลึกที่ไม่ใช่แค่รูปกายภายนอก ลักษณะของหมาตัวนั้น หรือสถานที่ที่หมาและผู้ชายอยู่ แต่คิดเจาะลงลึกไปถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ ที่ลึกลงไปอีก เช่น หรือว่าหมาตัวนั้นจะถูกทิ้งไว้อย่างน่าสงสารสุด ๆ แล้วผู้ชายคนนั้นก็ผ่านไปเจอ อ้าว แต่ทำไมหมาตัวนั้นถูกทิ้งล่ะ? มันเป็นหมายังไงกันแน่ มันถูกทิ้งด้วยสาเหตุอะไร?

อย่า อย่าเพิ่งงงว่าวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร? แต่ให้โฟกัสต่อไป และอย่ากลัวที่จะเล่นกับสารพัดความคิดสุดมันส์ของคุณ ไม่ว่ามันจะดูเป็นไปไม่ได้แค่ไหน ก็จงคิดต่อไป!

หรือบางทีหมาตัวนั้นอาจจะหลุดมาจากกรงในวันที่อุกาบาตพุ่งเข้าชนโลก จนกระหืดกระหอบมาเจอผู้ชายที่ก็เพิ่งรอดชีวิตจากอุกาบาตอีกลูกเหมือนกัน ดังนั้นทั้งหมาทั้งคนจึงมีความหมายต่อกันและกันในวันที่เจ้าของตายไปแล้ว และครอบครัวของผู้ชายก็กระจัดกระจายหายไประหว่างการหนีอุกาบาต

ทั้งหมดที่คุณต้องทำคือเพิ่มรายละเอียดสารพัดอย่างลงไปภายในเวลา 10 นาที เริ่มต้นจากลักษณะผิวเผิน ก่อนจะมองกว้าง ๆ มองลึก ๆ พาตัวเองก้าวไปในความสัมพันธ์ระหว่างหมาตัวนั้นและคนคนนั้นที่โลดแล่นอยู่ในจินตนาการของคุณ

อย่าลืมค่อย ๆ สร้างสรรค์อะไรก็ตามที่คุณไม่เคยคิดถึงมันมาก่อนลงไปเรื่อย ๆ จนคุณแปลกใจว่าตัวเองคิดถึงหมาหนึ่งตัวกับคนหนึ่งคนไปขนาดนั้นได้อย่างไร

อย่าหยุดแค่คนกับหมา พาตัวเองไกลออกไป

ภายในเวลา 10 นาทีของแต่ละวันพาตัวเองเข้าไปในความสัมพันธ์และการเดินทางของสิ่งมีชีวิต 2 สิ่งเสมอ ๆ ถ้าคุณรู้สึกว่าคนกับหมานั้นช่างน่าเบื่อและไม่ท้าทายจินตนาการของคุณอีกต่อไปแล้ว ลองนึกถึงความสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ครูกับนักเรียน ตำรวจกับอาชญากรตัวร้าย คนรวยล้นฟ้ากับคนไร้บ้านที่นอนข้างถนน หรือแม้แต่ผู้หญิงกับรอยสักของเธอ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนคุณสามารถเลือกมาเพื่อไว้ใช้บริหารสมองส่วนความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้ทั้งสิ้น

ทำไมวิธีนี้ถึงเวิร์ค?

มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของการทำกิจวัตรประจำวัน 40% ของทุกสิ่งที่เราทำในหนึ่งวันล้วนแต่ถูกสักแต่ว่าทำโดยปราศจากการคิด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทำอย่างเดิม ๆ ไปทุกวันแล้วหวังว่าเราจะมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ลอยขึ้นมา และการจะหวังว่าสามารถพาตัวเองไปในสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกวันเพื่อบริหารความคิดสร้างสรรค์ก็ดูจะมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง

ดังนั้นการปล่อยให้สมองได้พาตัวเองไปในมิติใหม่ ๆ ทุกวันวันละ 10 นาที คิดถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในจินตนาการที่เราไม่ได้คิดถึงหรือมีโอกาสได้เจอในชีวิตประจำวัน จะทำให้เราได้บริหารความคิด ได้จินตนาการสร้างอะไรขึ้นมาในหัวใหม่ ๆ จนเราสามารถเข้าใจกระบวนการการคิดสิ่งใหม่ ๆ ได้ดีมากขึ้น

จากความสัมพันธ์คนกับหมา นำมาสู่ชีวิตจริง

หลังจาก 10 นาทีทุกวันจนเราเข้าใจธรรมชาติของการคิดสิ่งใหม่ ๆ เติมสิ่งใหม่ ๆ รายละเอียดใหม่ ๆ ลงไปในวิธีคิดของเราแล้วกลับกันเราลองนำมันออกมาจากหัวสมองของเราดู พลิกแพลงเข้าสู่ชีวิตจริงในทางที่เราคิดว่าเป็นไม่ได้ ถ้ายังนึกภาพไม่ออกเราขอยกตัวอย่างง่าย ๆ

ถ้าเราคือนักเขียนคอนเทนต์มือใหม่ที่ไม่รู้จะสร้างสรรค์ผลงานบนโลกออนไลน์ยังไงให้สะเทือนเลื่อนลั่นจนคนแชร์ไปทั่ว เราลองจินตนาการถึงนักเขียนคนที่เราชอบที่สุด รักที่สุด แล้วคิดวันละ 10 นาทีว่า ถ้าเราเป็นนักเขียนคนนั้น เราจะคิดวิธีเขียนอย่างไรเมื่อดูจากผลงานเขา? เราจะเลือกใช้คำแบบไหนถ้าเราเป็นเขา? เรื่องราวจะทำให้สนุกได้อย่างไรถ้าเราเป็นเขา?

มันเป็นการพาตัวเองออกไปจากความเป็นไปได้เดิม ๆ ที่เราเผชิญอยู่กับตัวเองทุกวัน โดยการจินตนาการออกมาจากนอกกรอบโดยผ่านตัวคนอื่นที่เราชื่นชม

แรก ๆ เราอาจจะรู้สึกว่าเราดำเนินรอยตามคนนั้น แต่เมื่อเราทำไป เราจะรู้เลยว่าเราไม่มีทางรู้จริง ๆ สักหน่อยว่าถ้าเป็นเขาคนนั้นจะทำอย่างที่เราคิดว่าเขาทำหรือเปล่า แต่ทั้งหมดล้วนเป็นความคิดสร้างสรรค์ของเราเต็ม ๆ เน้น ๆ ดังนั้นจงภูมิใจได้เลยว่าเราจะได้คิดวิธีที่หลากหลายมากขึ้นเมื่อเจอกับปัญหาถ้าได้ฝึกวิธีคิดแบบนี้ทุกวัน วันละ 10 นาที

เชื่อได้เลยว่าจากนี้ไปสมองของคุณจะถูกเทรนมาให้เข้าใจวิธีคิดสิ่งใหม่ ๆ รู้จักการมองจากสายตาคนนอกเข้ามาสู่ชีวิตข้างในของตัวเอง จนคุณกลายเป็นคนใหม่ที่คิดอะไรก็มีความสร้างสรรค์พุ่งกระฉูดจนตัวเองคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

SOURCE

SICKPSYCH
WRITER: SICKPSYCH
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line