Entertainment

KINNIKUMAN ความอดทน การต่อสู้ และความซับซ้อนที่ซ่อนภายใต้หน้ากาก มายาวนานกว่า 40 ปี

By: unlockmen April 30, 2021

เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว หากเอ่ยชื่ออนิเมะและมังงะชื่อดังอย่าง คินนิคุแมน คนในวัยที่เติบโตมาในยุค 80s-90s ต่างก็คิดถึงแต่การ์ตูนมวยปล้ำตลก ๆ เบาสมอง ที่ครองความนิยมด้วยมุกตลกและเพลงประจำตัวอย่าง “ข้าวหน้าเนื้อเจ้าเก่า 300 ปี อะโจ๊ะ โจ๊ะ” ร้องโดยน้าต๋อยเซมเบ้ จนติดปากของเด็กในยุคนั้น

กาลเวลาผ่านไป จากเด็กกลายเป็นผู้ใหญ่ ใครเลยจะรู้ว่าการ์ตูนที่ดูเหมือนจะไร้สาระเรื่องนั้น จะมีอายุยืนยาวจวบจนปัจจุบัน เพราะอะไรการ์ตูนที่เหมือนจะล้มเหลวในตอนต้น ถึงกลายร่างเป็นการ์ตูนยอดนิยมที่ไม่ใช่เพียงแค่ญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังดังไปทั่วทั้งโลกมาอย่างยาวนานขนาดนี้ รวมถึงความเป็นลูกผู้ชายที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากชายคนนี้

เรามาถอดหน้ากากตัวตนที่แท้จริงของมังงะอมตะนิรันดร์กาลเรื่องนี้ไปพร้อมๆกัน

 

Kinnikuman ถือกำเนิดจากคู่หูนักเขียนที่เรียกตัวเองว่า Yudetamago หรือ คู่หูไข่ต้ม นามปากกาของ 2 นักเขียนดาวรุ่ง Yoshinori Nakai และ Takashi Shimada เพื่อนซี้จากโอซาก้า ที่มาตามฝันในเมืองโตเกียวด้วยการเขียนการ์ตูนส่งสำนักพิมพ์ชูเอะฉะ ท่ามกลางการห้ามปรามของพ่อแม่ เพราะอาชีพศิลปินวาดการ์ตูนในช่วงปลายยุค 70s นั้นยังไม่ใช่อาชีพที่สามารถทำเงินทำทองได้มากนักในสายตาของพ่อแม่ยุคนั้น

แต่เด็กหนุ่มทั้ง 2 ก็รั้นที่จะเขียนส่งประกวดรางวัล Akatsuka Award แม้จะไม่ได้รางวัล แต่การ์ตูนสั้นเรื่อง Kinnikuman กลับสร้างความน่าสนใจให้กับกองบรรณาธิการของ Shueisha เพราะในช่วงเวลานั้นมังงะใน Shonen Jump เต็มไปด้วยมังงะต่อสู้แบบลูกผู้ชาย แต่ Weekly Shonen Sunday แมกกาซีนคู่แข่งของ Shonen Jump นั้นมืมังงะเบาสมองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลามู / มาโคโตะ เด็กฮาร์ด เหล่ากอง บ.ก. จึงชวนทั้งคู่เพื่อทำ Kinnikuman ให้เป็นมังงะขนาดยาว ถึงขนาดเดินทางไปยังโอซาก้าเพื่อขออนุญาตพ่อแม่ของทั้ง 2 จนได้รับไฟเขียวให้ย้ายมาทำงานที่โตเกียวในปี 1979 จนได้ตีพิมพ์ลงใน Shonen Jump ในที่สุด

ในตอนต้นนั้น มังงะ Kinnikuman เป็นมังงะตลกที่เล่าเรื่องของ คินนิคุ สึงุรุ เจ้าชายแห่งดาวคินนิคุ ที่มีวัยเด็กอันแสนจะบัดซบจากการถูกทิ้งมายังโลกมนุษย์เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหมู ก่อนจะเติบโตบนโลกในฐานะฮีโร่สุดเห่ย ที่ปกป้องโลกด้วยความฮา และสามารถขยายร่างได้ด้วยกระเทียมเผา ซึ่งโครงเรื่องในตอนต้นเต็มไปด้วยมุกตลกบ้าบอ โดยตั้งใจล้อเลียนซูเปอร์ฮีโร่อย่างอุลตร้าแมน ซีรีส์ยอดฮิตในยุคนั้น นับเป็นมังงะขาย geek ที่หาสาระไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นมังงะยอดฮิตในยุคนั้น จนสามารถพาตัวเองขึ้นอันดับ 1 ได้…แต่ก็ดีใจได้แค่สัปดาห์เดียว เพราะมังงะตลกนั้นแม้จะเข้าถึงคนได้ง่าย แต่มันก็เบื่อง่ายเช่นกัน

พวกเขาจึงต้องหาความเข้มข้นเพื่อยืดอายุของมังงะเรื่องนี้ให้ได้ไปต่อ จากจุดนั้นเองทำให้ Kinnikuman กลายเป็นขวัญของผู้อ่านจวบจนปัจจุบัน


หลังจากที่เสียเวลากับการปราบปีศาจตลกบ้างแป๊กบ้าง คู่หูผู้เขียนทั้ง 2 ก็ค่อย ๆ เพิ่มตัวละครที่มีเสน่ห์ตามมา โดยเฉพาะในศึกโอลิมปิกยอดมนุษย์ที่เผยให้เห็นตัวละครใหม่ ๆ  ไม่ว่าจะเป็น เทอร์รี่ แมน ตัวแทนฝ่ายดีจากอเมริกา ที่มักจะเปรียบเทียบความหล่อเหล่ากับความเห่ยของคินนิคุแมน / โรบิน มาสก์ จากอังกฤษ หน้ากากอัศวินผู้ลึกลับ หรือ ราเมงแมน วายร้ายจากเมืองจีนที่กลายมาเป็นฝ่ายดีในตอนท้าย วอร์สแมน ไซบอร์คนักสู้จากโซเวียต บัฟฟาโร่แมน นักสู้ร่างยักษ์จากสเปนแดนกระทิงดุที่มีภาพลักษ์เป็นเขาขนาดยักษ์ ทำให้ศึกการต่อสู้ที่ตัดสินด้วยมวยปล้ำ และอัตลักษ์ประจำชาติที่บ่งบอกผ่านตัวละครทำให้จำง่าย ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการ์ตูนสุดฮาให้กลายเป็นการ์ตูนที่จริงจังในทันตา

และด้วยคาแรคเตอร์ระดับนานาชาตินั้นเอง Kinnikuman จึงกลายร่างเป็นการ์ตูนขวัญใจคนอเมริกัน ที่ในตอนนั้นรู้จักกันจากของเล่น M.U.S.C.L.E.S. ทั้ง ๆ ที่มังงะและอนิเมะยังไปไม่ถึง แต่ของเล่นจากการนำเข้าของค่ายของเล่นใหญ่ยักษ์ของอเมริกากลายเป็นของยอดฮิตในหมู่เด็กผู้ชาย พร้อมกับเกม Famicom ที่ถือกำเนิดในเวลาใกล้ๆกัน ทำให้ Kinnikuman ถือครองความนิยมในระดับอินเตอร์ที่มาก่อนกาล และถือได้ว่าเป็นมังงะที่ตีตลาดฟากฝั่งตะวันตกก่อนหน้า Dragon Ball มาหลายปี


 

แม้ฮีโร่ของเราจะขึ้นชื่อเรื่องความติงต๊อง ไร้สาระ และความทะลึ่งทะเล้นของตัวคินนิคุแมน แต่ภายใต้หน้ากากที่แสนตลกโปกฮา กลับซ่อนคุณค่าและแบบอย่างที่เราสามารถยึดถือเป็นแบบอย่างได้อย่างน่าอัศจรรย์

1. การเปลี่ยนแปลงตัวตนในทางที่ดีขึ้น

ดังที่กล่าวไว้ตอนต้น ว่ามังงะคินนิคุแมน เริ่มต้นจากการ์ตูนแก๊กที่แสดงให้เห็นด้านแย่ ๆ ของฮีโร่ที่เสมือนเป็นคนละขั้วกับอุลตร้าแมนคนนี้ จนเมื่อมีการแข่งขันศึกโอลิมปิกยอดมนุษย์ ฮีโร่ที่เคยเหลวไหล กลับเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ด้วยความเข้าใจในหน้าที่รับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของตัวเอง จากความเกลียดชังของผู้คนที่พากันส่ายหน้า ก็เปลี่ยนมาเป็นเอาใจช่วยเอาใจเชียร์กันอย่างครึกโครม พิสูจน์ได้ว่า ทุกคนพร้อมที่จะให้อภัยเสมอหากเราเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

 

2. เต็มเปี่ยมไปด้วยสภาวะผู้นำ

ใครจะเชื่อ ว่าฮีโร่ผู้ไม่เอาไหน กลับกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของเหล่าเพื่อนพ้องร่วมสังเวียน โดยเฉพาะเทอร์รี่แมน ฮีโร่จากฝั่งอเมริกา ที่ในตอนต้นเป็นเหมือนคู่แข่ง แต่ท้ายที่สุด เขากลับยอมซูฮกให้กับคินนิคุแมน ทิ้งเป้าหมายที่ตั้งใจจะแข่งมวยปล้ำเพื่อเงิน และพร้อมเป็นฮีโร่ฝ่ายธรรมมะที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่เสมอมา

ฉากที่ประทับใจคือฉากที่เทอร์รี่แมนสู้จนขาตัวเองขาด ในขณะที่หมดหวัง ก็ได้เพื่อนแท้อย่างคินนิคุแมนคอยปลุกกำลังใจให้เขายอมใส่ขาเทียมเพื่อยืนหยัดสู้ต่อไป

ไม่ใช่เพียงเทอรี่เท่านั้น แต่นักสู้ฝั่งธรรมะทุกคน ต่างยกให้คินนิคุแมน เป็นผู้นำและยืนหยัดต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันเสมอมา

 

3. เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร

ในการ์ตูนมากมายที่การต่อสู้ระหว่างธรรมมะกับอธรรมมักจบลงที่การกำจัดตัวร้ายให้สิ้นซาก แต่คินนิคุแมนมักให้โอกาสตัวร้ายได้กลับใจเสมอ เราจึงได้เห็น ราเมงแมน / บัฟฟาโล่แมน หรือ วอร์สแมน ที่ล้วนเริ่มต้นจากการเป็นวายร้ายมาแล้วทั้งสิ้น ท้ายที่สุดความดีของคินนิคุแมน ก็สามารถเอาชนะใจและเปลี่ยนให้กลายเป็นมิตรได้ในทันที

หลายครั้งที่ความขัดแย้งมักเกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจหรือเข้าใจผิดกัน แต่เมื่อได้เปิดใจ โดยใช้ความจริงใจเข้าสู้ ศัตรูก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมิตรได้อย่างไม่ยากเย็นเช่นกัน

 

4. เสียสละเพื่อส่วนรวม

หัวใจสำคัญสำหรับคนทำงานเป็นทีม ปัจจัยสำคัญที่คินนิคุแมนได้ใจไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพ้องหรือแม้กระทั่งนักอ่าน คือความเสียสละ และเต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจนักกีฬา หลายต่อหลายครั้งในศึกต่าง ๆ ที่ต้องฝ่าด่านอันโหดหิน คินนิคุแมนก็มักจะยอมเป็นฝ่ายรั้งท้ายเพื่อให้เพื่อนพ้องได้ถึงจุดหมายปลายทางก่อนเสมอ

รวมไปถึงการสละแม้กระทั่งลาภยศสรรเสริญในฐานะเจ้าชายแห่งดาวคินนิคุ สานฝันบนสังเวียนมวยปล้ำ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป การเสียสละเพื่อส่วนรวม จึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ หรือแม้กระทั่งผู้นำประเทศก็ตาม

 

5. ความอ่อนน้อมถ่อมตน

คินนิคุแมน มักจะมาด้วยภาพลักษณ์ความไม่เอาไหน ทะลึ่งตึงตัง ยอมให้คนอื่นมองเห็นเขาเป็นไอ้ห่วย แต่เมื่อใดที่เขาอยู่ในโหมดจริงจัง เขาจะสวมวิญญาณนักสู้ที่ทุกคนต่างทึ่งในพลังอันล้นเหลือของเขาทุกที

โดยพลังและความแข็งแกร่งนั้นมักซ่อนอยู่ใต้หน้ากากตัวตลกที่ปิดบังอำพรางใบหน้าที่แท้จริง และจนถึงตอนสุดท้ายของภาคแรก เรากลับไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริของตัวคินนิคุแมนเลยสักครั้ง แต่เมื่อใดที่เขาถอดหน้ากากให้ดูเพียงเสี้ยวเดียว แสงแห่งความหวังและพลังที่พร้อมมอบให้นักสู้คนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการชุบชีวิตจากความตายของนักสู้ผู้วายชนม์ หรือเสริมพลังให้กับนักสู้ได้ลุกขึ้นมาแข็งแกร่งอีกครั้ง จึงเป็นการปิดบังตัวตนที่แท้จริง ไม่เหลิงต่ออำนาจของตน อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ

การถ่อมตน ไม่เกรี้ยวกราดหรือแสดงอีโก้ต่อผู้อื่น ไม่เพียงแต่ทำให้คนใกล้ชิดเข้าถึงอย่างง่ายดายเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนพร้อมจะเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวตนและสะท้อนภาพความเป็นสภาวะผู้นำอันน่าเคารพได้อีกด้วย

 

จากชะตากรรมอันแสนรันทดของเจ้าชายตกอับสุดเห่ยบนดาวโลก จากการ์ตูนเน้นฮาสู่การ์ตูนต่อสู้อย่างจริงจัง ทำให้คินนิคุแมนกลายเป็นมังงะยอดเยี่ยมที่ครองใจอย่างยาวนาน และพิสูจน์ได้ว่าภายใต้ภาพลักษณ์ของนักมวยปล้ำตลก กลับเต็มไปด้วยความกล้าหาญ เสียสละ และความมีน้ำใจอย่างเต็มเปี่ยม ที่ทุกคนควรยึดถือเป็นแบบอย่างในคุณธรรมอันยิ่งใหญ่นี้

 

unlockmen
WRITER: unlockmen
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line