CARS

“Wataru Kato” เจ้าสำนักแต่งชื่อดัง ‘Liberty Walk’ กับแรงบันดาลใจจากความอิสระ ที่พาเขาก้าวสู่ความสำเร็จ

By: HYENA December 10, 2017

เราเชื่อว่ามีหลายคนที่ย้อนหันกลับไปมองอดีตของตัวเอง แล้วรู้สึกเสียใจที่ละทิ้งความฝัน และเส้นทางชีวิตที่โคตรจะเป็นตัวเองไป เพื่อที่จะหันกลับมาเดินอยู่ในเส้นทางที่ปลอดภัย และใคร ๆ เขาก็ทำกันในแบบที่สังคม ผู้ใหญ่ ทุก ๆ คนรอบข้างได้สร้างมาตรฐาน ตีกรอบ รวมถึงกฎเกณฑ์ขึ้นมา และนำมันมาใช้ตัดสินคุณว่า สุดท้ายแล้ว ชีวิตคุณดีหรือไม่ดีในสายตาพวกเขา

แต่ก็มีคนบางคนที่เลือกจะไม่หวั่นไหวต่อคำพูดใด ๆ เมื่อพวกเขาได้รู้ว่า เส้นทางที่พวกเขาเลือกที่จะเดินไป มันมีเส้นชัยรออยู่ถึงแม้ว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นเหมือนพวกเขาก็ตาม ถ้าหากให้พูดตรง ๆ เราคงจะบอกว่า มันคงจะรู้สึกโคตรแย่ ถ้าเกิดมาทั้งที รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดี แต่ไม่กล้าที่จะทำ เพียงเพราะสิ่ง ๆ นั้น มันแตกต่าง นอกกรอบ และดูออกจะอิสระเกินไปสำหรับใครบางคน

และนั่นเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งในวันนี้เราได้นำเอาเรื่องราวที่น่าสนใจในชีวิตของเขาที่สามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนที่กำลังหมดไฟได้เป็นอย่างดีมาให้ได้อ่านกัน และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น Wataru Kato ชายชาวญี่ปุ่น และเจ้าสำนักแต่งรถชื่อดังระดับโลก “Liberty Walk” เห็น ๆ เกริ่นมาแบบนี้ อย่าเพิ่งมองว่าชีวิตจะไปมีอะไร วัน ๆ ก็แค่แต่งรถ ถ้าหากคุณคิดแบบนี้ล่ะก็ ลองอ่านดูให้จบซักรอบแล้วผู้ชายคนนี้จะสอนให้คุณรู้ว่า ความสำเร็จที่อยู่นอกกรอบ มันเป็นอย่างไร

Who is Wataru Kato?

หากพูดถึงงานโชว์ยานพาหนะที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกแล้วล่ะก็ The SEMA Show นั้นถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็น เครื่องบิน,รถยนต์ หรือแม้กระทั่งเรือที่เอาเข้ามาโชว์ในงานนี้ได้นั้น เรียกได้ว่าระดับโคตรท็อปเท่านั้น

ซึ่งในงาน The SEMA Show ปี 2013 ก็มีเรื่องที่ทำให้คนงุนงงสงสัยเกิดขึ้น เมื่อมีชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ผู้คนภายในงานต่างงงว่าเขาคือใคร ยืนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่แถวรถ Supercar คันงามอย่าง 2010 Ferrari 458 และ 2009 Nissan GT-R ที่ถูกเพิ่มเติมด้วยชุดแต่งงามหยดย้อยแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แถมผู้ชายคนนี้ยังยืนยิ้มตลอดเวลา แถมยังกลายเป็นไฮไลท์ที่สร้างเสียฮือฮาที่สุดภายในงาน The SEMA Show ปีนั้นเลยอีกด้วย

หลาย ๆ คนมารู้ทีหลังว่า ชายชาวญี่ปุ่นที่ดูภายนอกธรรมดา ๆ คนนั้น จริง ๆ แล้ว เป็น CEO ผู้ก่อตั้งชุดแต่งที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Liberty Walk” ที่ติดอยู่บนรถคันงามทั้ง 2010 Ferrari 458 และ 2009 Nissan GT-R ที่นำมาโชว์ภายในงานนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เอง Wataru Kato ได้กลายเป็นชายที่ทุกคนจับตามอง จนถึงขั้นที่เซียนรถในต่างประเทศหลายต่อหลายคนฟันธงมาว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าคนทั้งโลกจะต้องรู้จักชื่อ “Wataru Kato” และบริษัท “Liberty Walk” ของเขาอย่างแน่นอน

From Crawling To The First Step

บางคนอาจจะมองว่าการแต่งรถนั้นเป็นเรื่องสิ้นเปลืองไร้สาระ มองว่าการเอารถดี ๆ มาตัดนู่นแต่งนี่นั้นเป็นเรื่องที่บ้า แถมยังดูถูกว่า จะไปมีสติปัญญาดีกว่าวิศวกรที่สร้างมาได้ยังไง? ถ้าเก่งขนาดนั้นทำไมไม่ออกแบบรถขายเองไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด? คำพูดทั้งหมดถ้าเป็นคนที่ไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ บางคนอาจจะแต่งรถเพื่อตามกระแส พอโดนใครพูดที่เห็นแย้งแตกต่างก็สะดุดสุดท้ายก็ต้องหยุด และยอมแพ้ไปกลายเป็นรถที่แต่งมา ทุ่มเงินไปมากมายก็ต้องเสียไปเปล่า ๆ

แต่สำหรับ Wataru Kato ผู้ที่เติบโตขึ้นในเขตชานเมือง Nagoya เขาไม่เคยสนใจว่า ใครจะมองว่าตัวเขา และสิ่งที่เขาทำนั้น มันเป็นยังไง รวมไปถึงไม่สนใจปรัชญาการแต่งรถแบบเดิมที่เคยมีมา จนสุดท้ายเขาก็พิสูจน์เห็นว่า ใครจะว่าเขาบ้าก็ว่าไปผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไรเดี๋ยวคอยดู

ย้อนกลับไปประมาน 25 ปีก่อน Wataru Kato ในสมัยวัยรุ่นก็ไม่ต่างจากเด็กหนุ่มญี่ปุ่นทั่วไป ที่เกิดในประเทศผู้ผลิตยนตกรรมรายใหญ่หลายแบรนด์เขาเป็นกัน นั่นก็คือ เขามีความหลงใหลในยานพาหนะทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อแบบสุด ๆ ในสมัยวัยรุ่นของเขายังดูขัดใจใครหลาย ๆ คน

เพราะในตอนนั้น เขาเป็น “Bosozoku” หรือ แก๊งบิดรถมอเตอร์ไซค์ที่ใครต่อใครต่างก็กลุ้มใจจากการกระทำที่คนภายนอกส่วนใหญ่มักจะมองเหมือนกับว่าคนเหล่านี้เป็นปัญหาของสังคม แต่ที่เขาเป็นแบบนั้นก็เพราะใจรัก ความอยากใกล้ชิด และความหลงใหลในเรื่องของยานยนต์กลไกล้วน ๆ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่า จากความชอบส่วนตัวนั้น จะทำให้เขาเจอกับพรสววรค์ที่ทำให้เขามาไกลได้ถึงทุกวันนี้

ครั้งหนึ่ง Wataru Kato ได้เล่าว่า “ตอนผมอายุ 18 ตอนนั้นเป็นพวก Bosozoku  ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ Popular ในหมู่วัยรุ่นชายชาวญี่ปุ่นมาก ๆ จะว่าไปแล้ว ถ้าเปรียบเทียบตอนนั้นกับตอนนี้มันถือว่าไม่ได้เป็นอะไรที่แตกต่างกันมากนัก ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เราจะมีศัพท์เรียกการแต่งรถว่า “Tuner Cars” หรือ “Custom”

แต่สำหรับชาวอย่างเรา เรามีอยู่แค่คำเดียวก็คือ “Kaizo-Sha(Modifued Car)” แค่นั้นเป็นอันรู้เรื่อง และตัวเองก็ยังเป็นพวก “Bosozoku Kaizo-Sha” หรือแก๊งรถแต่งเองด้วย ในตอนนั้นใช้ Nissan Skylines รุ่นเก่ามาก ๆ จนตอนนี้กลายเป็นรถ Classic ไปแล้วล่ะมั้ง แต่ผมนี่เล่นเอามาแต่งซะระเบิดระเบ้อกันเลยทีเดียว”

ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขนาดซุ้มล้อ หรือที่หลายคนเรียกว่า Wide Body ซึ่งนิยมมากในหมู่ “Bosozoku Kaizo-Sha” หรือการแต่งองค์ทรงเครื่องต่าง ๆ เขาก็ทำมันเองกับมือ ลองผิดลองถูกไป พอแต่งเสร็จแล้วก็เอารถออกไปแข่งตอนกลางคืนแต่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือรุ่นพี่ รุ่นน้อง เมื่อเห็นผลงานก็รู้สึกได้เลยว่า นี่มันพรสวรรค์ชัด ๆ เพราะไม่ว่า เขาจะจับรถอะไรมา ถ้าผ่านมือชายที่ชื่อว่า Wataru Kato ผู้นี้แล้วล่ะก็ รับประกันความสวยได้อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเข้าก็ยังไม่ได้เปิดร้านแต่งรถขึ้นมาเป็นของตัวเองตั้งแต่ในตอนแรก แต่เขาเริ่มต้นก้าวแรกสู่ความอิสระที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดร้านขายรถมือ 2 เล็ก ๆ เท่านั้น

Liberty Walk’s Wataru Kato

จุดเริ่มต้นของสำนักแต่งที่ทุกวันนี้กลายเป็นสำนักแต่งท็อปของโลกนั้น เริ่มต้นจากการเปิดเป็นร้านขายรถมือ 2 เล็ก ๆ ที่มีรถขายอยู่เพียงแค่ 3 คันเท่านั้น!! แถมรถแต่ละคันนั้น ยังเป็นรถราคาถูก ๆ ทั่ว ๆ ไปอีกด้วย เมื่อนึกย้อนกลับไปก็จำได้ว่า คนรอบข้างที่ไม่ใช่พวกชาวแก๊งรถด้วยกัน ทุกคนต่างก็พูดว่า การแต่งรถเป็นเรื่องเสียหาย สิ้นเปลือง และมักจะมองว่า พวก “Bosozoku” ส่วนใหญ่ มันจะไปสามารถเอาดีอะไรอย่างอื่นได้ นอกจากวัน ๆ เอาแต่แต่งรถ

คำพูดเหล่านั้น ที่ฟังดูเย้ยหยันสำหรับบางคนอาจจะทำให้รู้สึกว่า ชีวิตของคนที่ใจรักการซิ่ง อย่างพวกเขามันช่างดูไร้ทางเจริญเสียจริง แต่สำหรับ Wataru Kato คนนี้กลับคิดต่างออกไป เพราะเมื่อมีคนบอกว่า คนอย่างพวกเขาจะไปทำไรกินได้นอกจากแต่งรถ แถมยังมีคนตั้งมากมายว่าสไตล์การแต่งรถของเขานั้น เฉียบขาดบาดใจสุด ๆ จึงทำให้เขามองเห็นเป้าหมายที่ท้าทายรออยู่ข้างหน้า และเลือกที่จะเปลี่ยนคำพูดต่าง ๆ นา ๆ มาเป็นแรงผลักดัน และเป็นไอเดียในการดำเนินชีวิตแทน

ในเมื่อรถเก่ามันขายไม่ได้ราคา ฝีมือแต่งก็พอจะเรียกได้ว่า ไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน เลยจัดการลองเอารถเก่ามาแต่งขายดูมันสักตั้ง ไม่น่าเชื่อว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นดีเกินคาด จนกลายเป็นว่า หารถมาแต่งขายกันแทบไม่ทัน เพราะด้วยสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ยึดติดกับกฏเกณฑ์ หรือปรัชญาการแต่งรถใด ๆ เป็นผลงานที่ทำออกมาสดใหม่ และดูมีความอิสระในการแต่งสุด ๆ ที่เป็นอีกเหตุผล ทำให้คนหลั่งไหลกันเอารถเข้ามาปรึกษา และใช้บริการตกแต่งด้วยฝีมือของเขากันอย่างเนืองแน่น

หลังจากนั้นทั้งผลงาน และกลุ่มคนที่สนใจในผลงานก้าวกระโดดไปไกลลิบจนกลายเป็นสำนักแต่งที่มีชื่อเสียง ทำให้ถึงเวลาที่เขาจะจริงจังกับมันมากขึ้น และควรจะตั้งชื่อให้กับสำนักแต่งของเขาอย่างเป็นทางการเสียที จนในที่สุดก็มาลงตัวอยู่ที่ชื่อ “Liberty Walk” โดย Wataru Kato อธิบายที่มาของชื่อนี้เอาไว้ด้วยว่า

“ความหมายของคำว่า ‘Liberty Walk’ นั้น ก็ง่าย ๆ ตรงตัวเลย อย่างที่รู้กันว่าคำว่า Liberty แปลว่า อิสรภาพ ส่วน Walk ก็แปลว่า เดิน บวกกับชื่อของตัวเอง Wataru ก็แปลว่า อิสระ เหมือนกัน ก็เลยเอาความหมายทั้งหมดมารวมกัน โดยให้คำว่า อิสระในที่นี้ แทน การทำรถในแบบที่ตัวเองชอบออก บวกกับคำว่า เดิน จึงกลายเป็น ‘Liberty Walk’ หรือ ‘การเดินอย่างอิสระ’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอด 25 ปี”

Keep Walking

ปัจจุบันนี้ Libety Walk ของ Wataru Kato ในวัย 50 ปี ได้กลายเป็นแบรนด์ผลิตชุดแต่งสำหรับรถมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถแต่ง รถซิ่ง รถแข่ง หรือแม้กระทั่ง Supercar อย่าง Ferrari, Lamborghini, GT-R, Aston Martin, Dodge และอีกมากมาย ด้วยการนำเอาจุดเด่นในรูปแบบ “Kaizo-Sha” ที่เขาชอบออกมานำเสนอได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ปัจจุบัน Liberty Walk ยังเป็น Dealer และออกแบบผลิตชุดแต่งเพิ่มเติมให้กับ Chrylers และ Supercar ทั้งหลายแหล่ภายใต้ชื่อ LB Performance (Liberty Walk Performance) อีกด้วย

หากใครสนใจดูรูปผลงานของ Wataru Kato และ Liberty Walk ก็สามารถหาดูได้ในอินเตอร์เน็ต แต่พิมพ์คำใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเจ้าตัวหรือชื่อบริษัทรับรองว่า รูปรถที่จะทำให้คุณเกิดกิเลสตัณหาจะขึ้นมาต่อหน้ามากมายให้ดูกันจนตาแฉะเลยทีเดียว ส่วนคนไทยคนไหนที่สนใจชุดแต่งของ Liberty Walk ในประเทศไทยเราก็สามารถติดต่อไปที่ Infinite Motorsport กันได้ เพราะที่นี่เขาไปตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการถูกต้องตามกฏหมายเพียงเจ้าเดียวในไทยเท่านั้น

สุดท้ายนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงจะเห็น และรับรู้ได้ถึงแรงบันดาลใจจากเรื่องราวสั้น ๆ ของผู้ชายที่ถือว่า เจ๋งสุด ๆ คนนี้กันอย่างแน่นอน ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะชอบที่จะทำ หรือรักที่จะเป็นแบบไหน ถ้าหากตั้งใจ และรู้จักหมั่นฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลาแล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นความฝัน หรือความสำเร็จใด คุณก็จะค่อย ๆ เข้าไปใกล้มันมากขึ้น จนสุดท้ายคุณจะได้ไปถึงยังจุดนั้นอย่างแน่นอน

SOURCE1, SOURCE2, SOURCE3

HYENA
WRITER: HYENA
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line