ถ้าพูดถึงแบรนด์ Mitsubishi Motors เราเชื่อว่าภาพแรกในหัวของผู้ชายหลายคนคือความแข็งแกร่ง เชื่อถือได้ และพร้อมรับมือกับทุกสภาพถนนได้อย่างมั่นใจ แต่เมื่อวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันเปลี่ยนไป “รถยนต์” ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะที่พาเราจากจุด A ไปจุด B อีกต่อไป แต่คือพื้นที่ใช้ชีวิตสำหรับครอบครัว, เป็นพาร์ทเนอร์ในการทำงาน และเป็นได้แม้กระทั่งเพื่อนร่วมทางที่ทำให้ทุกวันง่ายขึ้น ทำให้ Mitsubishi Motors Thailand เลือกใช้ช่วงเวลาสำคัญอย่างการเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี ในการเปิดตัวทิศทางแบรนด์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Enjoy The Ride” กับการขยับบทบาทจาก Car Maker สู่การเป็น Life Enhancer แบรนด์ที่ช่วยยกระดับชีวิตและเป็นเพื่อนคู่ใจให้ผู้ขับขี่ทุกเจนเนอเรชันได้จอยไปกับทุกเส้นทางของตัวเอง พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์นี้ให้สัมผัสได้จริงผ่านอีเวนต์สุดพิเศษที่เชื่อมความแข็งแกร่งระดับตำนานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว และวันนี้ UNLOCKMEN ขออาสาพาทัวร์ทุกจุดไฮไลต์ในงาน Mitsubishi Motors Thailand “Enjoy The Ride” จอยได้ทุกเส้นทาง ณ centralwOrld ที่บอกเลยว่าประทับใจวัยรุ่นและสาวกมิตซูแบบสุด ๆ เริ่มต้นกันที่โซน Central Court ที่ถูกแปลงโฉมให้เป็น The Heritage Destination
หากจะทำความเข้าใจถึงต้นกำเนิดของ BMW M3 เราจำเป็นต้องสลัดภาพจำของรถสปอร์ตซีดานในยุคปัจจุบันออกไปเสียก่อน เนื่องจากโมเดลระดับตำนานคันนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำการตลาด หัวใจสำคัญของมันคือการเป็นรถแข่งพันธุ์แท้ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลงห้ำหั่นในสนามแข่งทัวริ่งคาร์กลุ่ม Group A หรือรายการ DTM (German Touring Car Championship) ในยุคนั้นโดยเฉพาะ ภายใต้กฎข้อบังคับอันเข้มงวดของ Group A รถแข่งที่จะได้รับการรับรอง ค่ายผู้ผลิตจำเป็นต้องมียอดจำหน่ายรถยนต์รุ่นดังกล่าวในเวอร์ชันใช้งานบนท้องถนนทั่วไปได้อย่างน้อย 5,000 คัน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ทีมวิศวกรจากแผนก BMW Motorsport จึงได้ออกแบบและพัฒนาทั้งเวอร์ชันรถแข่งและเวอร์ชันถนนไปพร้อม ๆ กัน และนี่ก็คือจุดกำเนิดของ BMW M3 E30 รายละเอียดทางวิศวกรรมสะท้อนถึงเจตนารมณ์แห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตอย่างชัดเจน ระบบกันสะเทือน และระบบเบรก ABS ที่ทำงานร่วมกับจานเบรกคู่หน้าแบบมีครีบระบายความร้อน ล้วนถูกคำนวณมาเพื่อรองรับความต้องการในสนามแข่ง แม้กระทั่งรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ที่เป็นระบบเกียร์แบบ Dogleg โดยมีตำแหน่งเกียร์หนึ่งอยู่ทางด้านซ้ายล่าง ก็เป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่ต้องการให้ผู้ขับขี่สามารถสับเปลี่ยนเกียร์สำคัญในการทำความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักตามหลักอากาศพลศาสตร์ ชิ้นส่วนรอบคันอย่างกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง ฝากระโปรงท้าย และสปอยเลอร์ ถูกแทนที่ด้วยวัสดุพลาสติกน้ำหนักเบา ควบคู่ไปกับการปรับองศาของเสา C-pillar ให้มีความลาดเอียงน้อยลงและมีฐานที่กว้างขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐาน
ช่วงนี้หลายคนหันมาสนใจ Porsche มือสองบางรุ่นที่ราคาเริ่มดูเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Boxster & Cayman 986, 987.1, รวมถึง 911 รหัส 996 และ 997.1 แต่ปัญหาคือ Porsche มือสองราคาถูก ไม่ได้แปลว่าค่าใช้จ่ายจะถูกไปด้วย อะไหล่ทุกชั้นยังเป็นของรถราคา 7-8 ล้านบาทอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นการเลือกซื้อคันที่ราคาต่ำสุด หรือซื้อแบบไม่รู้ประวัติการซ่อม จึงมีความเสี่ยงที่จะต้องควักเงินจ่ายอีกหลายแสนบาทตั้งแต่ปีแรกสูงมาก โดยเฉพาะในโมเดลปี 1997 – 2008 จะมีปัญหายอดฮิตที่ควรรู้จักก่อนโอนเงิน นั่นคือ IMS bearing IMS ย่อมาจาก Intermediate Shaft หรือเพลากลางที่ทำหน้าที่ช่วยขับระบบ timing chain ไปยัง camshaft ในเครื่องยนต์ flat-six ตระกูล M96/M97 ของ Porsche บางรุ่น ปัญหาอยู่ที่ตัวลูกปืนเพลาข้อกลาง หรือที่เรียกว่า IMS bearing ความน่ากลัวคือเมื่อลูกปืนตัวนี้เสื่อมสภาพหรือแตกหัก สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่เสียงดัง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกพยายามเอารถไฟฟ้าไปใส่ในร่างของซูเปอร์คาร์ แล้วก็หวังว่าคนจะอินเหมือนเดิม แต่ความจริงคือคนไม่ได้อยากได้แค่ซูเปอร์คาร์ที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นแบตเตอรี่ Ferrari รู้เรื่องนี้ดี และนั่นคือเหตุผลที่ Luce กลายเป็น Ferrari ที่น่าสนใจที่สุดในรอบหลายปี ไม่ใช่เพราะมันคือ EV คันแรกของแบรนด์ แต่เพราะมันคือ Ferrari ที่กล้าทิ้งทุกสูตรสำเร็จที่ตัวเองเคยมี แทนที่จะสร้าง F80 เวอร์ชันไร้เครื่องยนต์ หรือเอาแบตเตอรี่ไปแทนเครื่อง V8 ใน layout เดิม พวกเขากลับเริ่มใหม่ทั้งหมดด้วยคำถามว่า “ถ้าเราไม่ติดกรอบเดิมเลย รถไฟฟ้าของ Ferrari ควรเป็นยังไง?” ผลลัพธ์คือรถทรง monobox ขนาดเกือบ 5 เมตร สูงกว่า Ferrari ทั่วไป มี 5 ที่นั่ง มี hatchback และหน้าตาเหมือนรถจากหนัง sci-fi มากกว่ารถจาก Maranello ซึ่งดูก็รู้ว่าคนออกแบบมันไม่ใช่ Pininfarina แต่เป็น Sir Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมออกแบบ Apple
BMW Motorrad Vision K 18 เป็นรถ concept ที่ควรถูกมองในฐานะงานทดลองทางความคิด มากกว่ารถต้นแบบที่รอวันลงสายการผลิต เพราะแก่นแท้ของมันไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “BMW จะขายคันนี้จริงไหม” แต่อยู่ที่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเดินไปสู่ความเงียบ ความเรียบ และระบบไฟฟ้า BMW ยังสามารถใช้เครื่องยนต์สันดาปเป็นภาษาหลักของอนาคตได้อยู่หรือไม่ คำตอบของ BMW คือ Vision K 18 หัวใจของรถคันนี้คือเครื่องยนต์ six-cylinder in-line ขนาด 1,800 cc ที่ BMW Motorrad ระบุว่าเป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับรถ concept คันนี้โดยเฉพาะ นี่จึงไม่ใช่การนำ R 18 มาปรับตัวถังใหม่ และไม่ใช่ความพยายามจะสร้าง cruiser อีกรุ่นเพื่อไล่ตามวัฒนธรรมอเมริกันแบบ Harley-Davidson แต่เป็นการนำสิ่งที่อยู่ใน DNA ของ BMW มานานหลายทศวรรษกลับมาเป็นตัวตั้งต้นของงานออกแบบ BMW มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับเครื่องยนต์หกสูบเรียง ตั้งแต่โลกของรถยนต์จนถึงมอเตอร์ไซค์ touring รุ่นใหญ่ และ
ในโลกของ Porsche 911 คำว่า “สุด” มักจะมีอายุสั้นมาก เพราะทุกครั้งที่ Porsche ทำ GT3 RS ออกมา โลกก็จะคิดว่านี่แหละ peak แล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นาน aftermarket ฝั่งบ้าพลังจะลุกขึ้นมาถามกลับแบบนิ่ง ๆ ว่า “แน่ใจเหรอ?” นี่คือ Talos 911 RT รถที่เริ่มต้นชีวิตจาก 911 GT3 RS ก่อนจะถูกถอดความเป็นเครื่องจักรอีกระดับโดย Talos Vehicles สำนักอังกฤษที่เลือกไม่แตะ 911 แบบสุภาพ แต่เล่นมันให้สุดทางในแนว carbon-bodied, race-inspired, road-legal monster ตัวถังของ 911 RT ถูกทำใหม่ด้วย carbon fibre ทั้งชุด โดย Talos ทำงานร่วมกับ MCT Carbon ชื่อที่เกี่ยวข้องกับงาน carbon parts
ABT ชื่อที่เราคุ้นจากโลก Audi ตอนนี้ข้ามมาทำมอเตอร์ไซค์แล้ว และคันแรกของพวกเขาคือ MV Agusta Brutale 1000 ABT พื้นฐานของมันคือ MV Agusta Brutale 1000 RR อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเรื่องความบ้า เครื่อง 998cc inline-four ให้กำลังระดับเกือบ 200 แรงม้า ตั้งแต่โรงงาน แต่ ABT ใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกชุดใหญ่ ทั้ง carbon fiber 19 ชิ้น, ฝาครอบล้อหลังแบบ turbofan, สีพิเศษ Nero Carbonio Metallizzato ตัด Rosso Fuoco, เบาะ Alcantara ลาย honeycomb และงานตกแต่งที่ทำให้มันดูเป็นลูกครึ่ง Italian hyper-naked กับ German tuner car แต่จุดที่ต้องพูดตรง ๆ
ในยุคที่รถแรงขึ้นทุกปี ตัวเลขแรงม้ากลายเป็นเกมที่ทุกแบรนด์ต้องเล่น แต่ BMW เหมือนเลือกปิดท้าย M3 เจเนอเรชันนี้ด้วยมุกที่คนรักรถเข้าใจทันที นั่นคือทำ M3 CS ที่แรงน้อยลง แต่ขับจริงน่าจะมันขึ้น นี่คือ BMW M3 CS Handschalter รุ่นพิเศษที่ตั้งใจส่งให้สาย purist โดยตรง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น “เกียร์ธรรมดา” และใช่ครับ มันมากับ six-speed manual พร้อม rear-wheel drive เท่านั้น ไม่มี xDrive ไม่มีระบบช่วยให้รถดูเก่งเกินคนขับ มีแค่เครื่อง หน้า คนขับ เกียร์ และล้อหลัง ตัวรถยังใช้พื้นฐานจาก M3 CS เหมือนเดิม เครื่องยนต์ 3.0-liter twin-turbo inline-six เหมือนเดิม แต่แทนที่จะได้ 543 hp แบบ M3 CS ปกติ รุ่น
PORSCHE 935 KREMER K3 รถแข่ง Group 5 ที่ Kremer Racing จับ 935 มาสร้างใหม่ในแทบจะทั้งคัน แต่ยังไม่ถึงขั้น full spaceframe chassi แบบ K4 Porsche 935 Kremer K3 คือ evolution ของ Porsche 935 ตัวแข่ง Group 5 ซึ่งตัว 935 เองพัฒนามาจากพื้นฐานของ 911 Turbo หรือ Type 930 แต่ Kremer Racing เอา platform 935 นั้นไป re-engineer ต่อให้เป็น race weapon สร้างมาเพื่อสนาม endurance ช่วงปลายยุค ’70s ถึงต้น
Honda VFR800FI คือรถที่อธิบายยุคทองของ Honda ได้ดีมาก ยุคที่แบรนด์ยังกล้าใส่วิศวกรรมซับซ้อนลงใน production bike ไม่ใช่เพื่อทำให้ brochure ดูแพง แต่เพื่อให้รถคันหนึ่งขี่ดีขึ้นจริง heritage ของมันโยงกลับไปถึงตระกูล V4 ของ Honda ที่เริ่มสร้างชื่อมาตั้งแต่ VF750S ก่อนจะพัฒนาเป็น VFR และต่อยอดเทคโนโลยีจาก RC45 รถ homologation superbike ของ Honda ในยุค 90s สำหรับรุ่นปี 1998 เครื่องยนต์ 781cc V4 ของ VFR800FI ถูกพัฒนาจากพื้นฐานของ RC45 ใช้ PGM-FI fuel injection, gear-driven cams และ cylinder sleeves แบบ sintered aluminium powder ผสม ceramics กับ


