ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกพยายามเอารถไฟฟ้าไปใส่ในร่างของซูเปอร์คาร์ แล้วก็หวังว่าคนจะอินเหมือนเดิม แต่ความจริงคือคนไม่ได้อยากได้แค่ซูเปอร์คาร์ที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นแบตเตอรี่ Ferrari รู้เรื่องนี้ดี และนั่นคือเหตุผลที่ Luce กลายเป็น Ferrari ที่น่าสนใจที่สุดในรอบหลายปี ไม่ใช่เพราะมันคือ EV คันแรกของแบรนด์ แต่เพราะมันคือ Ferrari ที่กล้าทิ้งทุกสูตรสำเร็จที่ตัวเองเคยมี แทนที่จะสร้าง F80 เวอร์ชันไร้เครื่องยนต์ หรือเอาแบตเตอรี่ไปแทนเครื่อง V8 ใน layout เดิม พวกเขากลับเริ่มใหม่ทั้งหมดด้วยคำถามว่า “ถ้าเราไม่ติดกรอบเดิมเลย รถไฟฟ้าของ Ferrari ควรเป็นยังไง?” ผลลัพธ์คือรถทรง monobox ขนาดเกือบ 5 เมตร สูงกว่า Ferrari ทั่วไป มี 5 ที่นั่ง มี hatchback และหน้าตาเหมือนรถจากหนัง sci-fi มากกว่ารถจาก Maranello ซึ่งดูก็รู้ว่าคนออกแบบมันไม่ใช่ Pininfarina แต่เป็น Sir Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมออกแบบ Apple
BMW Motorrad Vision K 18 เป็นรถ concept ที่ควรถูกมองในฐานะงานทดลองทางความคิด มากกว่ารถต้นแบบที่รอวันลงสายการผลิต เพราะแก่นแท้ของมันไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “BMW จะขายคันนี้จริงไหม” แต่อยู่ที่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเดินไปสู่ความเงียบ ความเรียบ และระบบไฟฟ้า BMW ยังสามารถใช้เครื่องยนต์สันดาปเป็นภาษาหลักของอนาคตได้อยู่หรือไม่ คำตอบของ BMW คือ Vision K 18 หัวใจของรถคันนี้คือเครื่องยนต์ six-cylinder in-line ขนาด 1,800 cc ที่ BMW Motorrad ระบุว่าเป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับรถ concept คันนี้โดยเฉพาะ นี่จึงไม่ใช่การนำ R 18 มาปรับตัวถังใหม่ และไม่ใช่ความพยายามจะสร้าง cruiser อีกรุ่นเพื่อไล่ตามวัฒนธรรมอเมริกันแบบ Harley-Davidson แต่เป็นการนำสิ่งที่อยู่ใน DNA ของ BMW มานานหลายทศวรรษกลับมาเป็นตัวตั้งต้นของงานออกแบบ BMW มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับเครื่องยนต์หกสูบเรียง ตั้งแต่โลกของรถยนต์จนถึงมอเตอร์ไซค์ touring รุ่นใหญ่ และ
ในโลกของ Porsche 911 คำว่า “สุด” มักจะมีอายุสั้นมาก เพราะทุกครั้งที่ Porsche ทำ GT3 RS ออกมา โลกก็จะคิดว่านี่แหละ peak แล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นาน aftermarket ฝั่งบ้าพลังจะลุกขึ้นมาถามกลับแบบนิ่ง ๆ ว่า “แน่ใจเหรอ?” นี่คือ Talos 911 RT รถที่เริ่มต้นชีวิตจาก 911 GT3 RS ก่อนจะถูกถอดความเป็นเครื่องจักรอีกระดับโดย Talos Vehicles สำนักอังกฤษที่เลือกไม่แตะ 911 แบบสุภาพ แต่เล่นมันให้สุดทางในแนว carbon-bodied, race-inspired, road-legal monster ตัวถังของ 911 RT ถูกทำใหม่ด้วย carbon fibre ทั้งชุด โดย Talos ทำงานร่วมกับ MCT Carbon ชื่อที่เกี่ยวข้องกับงาน carbon parts
ABT ชื่อที่เราคุ้นจากโลก Audi ตอนนี้ข้ามมาทำมอเตอร์ไซค์แล้ว และคันแรกของพวกเขาคือ MV Agusta Brutale 1000 ABT พื้นฐานของมันคือ MV Agusta Brutale 1000 RR อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเรื่องความบ้า เครื่อง 998cc inline-four ให้กำลังระดับเกือบ 200 แรงม้า ตั้งแต่โรงงาน แต่ ABT ใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกชุดใหญ่ ทั้ง carbon fiber 19 ชิ้น, ฝาครอบล้อหลังแบบ turbofan, สีพิเศษ Nero Carbonio Metallizzato ตัด Rosso Fuoco, เบาะ Alcantara ลาย honeycomb และงานตกแต่งที่ทำให้มันดูเป็นลูกครึ่ง Italian hyper-naked กับ German tuner car แต่จุดที่ต้องพูดตรง ๆ
ในยุคที่รถแรงขึ้นทุกปี ตัวเลขแรงม้ากลายเป็นเกมที่ทุกแบรนด์ต้องเล่น แต่ BMW เหมือนเลือกปิดท้าย M3 เจเนอเรชันนี้ด้วยมุกที่คนรักรถเข้าใจทันที นั่นคือทำ M3 CS ที่แรงน้อยลง แต่ขับจริงน่าจะมันขึ้น นี่คือ BMW M3 CS Handschalter รุ่นพิเศษที่ตั้งใจส่งให้สาย purist โดยตรง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น “เกียร์ธรรมดา” และใช่ครับ มันมากับ six-speed manual พร้อม rear-wheel drive เท่านั้น ไม่มี xDrive ไม่มีระบบช่วยให้รถดูเก่งเกินคนขับ มีแค่เครื่อง หน้า คนขับ เกียร์ และล้อหลัง ตัวรถยังใช้พื้นฐานจาก M3 CS เหมือนเดิม เครื่องยนต์ 3.0-liter twin-turbo inline-six เหมือนเดิม แต่แทนที่จะได้ 543 hp แบบ M3 CS ปกติ รุ่น
PORSCHE 935 KREMER K3 รถแข่ง Group 5 ที่ Kremer Racing จับ 935 มาสร้างใหม่ในแทบจะทั้งคัน แต่ยังไม่ถึงขั้น full spaceframe chassi แบบ K4 Porsche 935 Kremer K3 คือ evolution ของ Porsche 935 ตัวแข่ง Group 5 ซึ่งตัว 935 เองพัฒนามาจากพื้นฐานของ 911 Turbo หรือ Type 930 แต่ Kremer Racing เอา platform 935 นั้นไป re-engineer ต่อให้เป็น race weapon สร้างมาเพื่อสนาม endurance ช่วงปลายยุค ’70s ถึงต้น
Honda VFR800FI คือรถที่อธิบายยุคทองของ Honda ได้ดีมาก ยุคที่แบรนด์ยังกล้าใส่วิศวกรรมซับซ้อนลงใน production bike ไม่ใช่เพื่อทำให้ brochure ดูแพง แต่เพื่อให้รถคันหนึ่งขี่ดีขึ้นจริง heritage ของมันโยงกลับไปถึงตระกูล V4 ของ Honda ที่เริ่มสร้างชื่อมาตั้งแต่ VF750S ก่อนจะพัฒนาเป็น VFR และต่อยอดเทคโนโลยีจาก RC45 รถ homologation superbike ของ Honda ในยุค 90s สำหรับรุ่นปี 1998 เครื่องยนต์ 781cc V4 ของ VFR800FI ถูกพัฒนาจากพื้นฐานของ RC45 ใช้ PGM-FI fuel injection, gear-driven cams และ cylinder sleeves แบบ sintered aluminium powder ผสม ceramics กับ
Porsche Cayman R น่าจะเป็นรถที่ต้องใช้เวลามองนิดหนึ่งถึงจะเข้าใจ ต่างจาก limited edtion Porsche ในยุคนี้ที่เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนทั้งชุดแต่งและแรงม้า เพราะถ้าดูจากภายนอก มันไม่ได้ต่างจาก Cayman S จนคนต้องหยุดเดินมาถามหน้าร้านกาแฟ มันมี headlight trim สีดำ กระจกดำ ช่องดักลมดำ side logo แบบย้อนกลิ่น 911 R และ fixed rear wing ทรงเรียบ ๆ พอให้รู้ว่ามีอะไรพิเศษ แต่ไม่ได้พยายามแต่งตัวเป็น GT car และนั่นอาจเป็นเสน่ห์ที่สุดของมัน ตัวอักษร R ในชื่อ Cayman R ไม่ได้ถูกหยิบมาใช้เล่น ๆ เพราะ Porsche เคยใช้มันกับ 911 R ปี 1967 รถ racing-focused ที่ถูกสร้างขึ้นเพียง 23 คัน
ในโลกที่ Subaru กับ Porsche ต่างยืนหยัดกับเครื่องยนต์ boxer แบบจริงจังมาตลอด มันมีอะไรบางอย่างที่ makes sense แบบประหลาดอยู่ในตัวเอง ว่าสองแบรนด์นี้ควรเคยจับมือกันมากกว่าที่เกิดขึ้นจริง แต่เอาเข้าจริง โปรเจกต์ร่วมกันที่ชัดที่สุดกลับมีน้อยมาก และหนึ่งในชิ้นที่ลึกที่สุดก็คือ Subaru Impreza Sports Wagon TYPE EURO รถพิเศษที่ Subaru เปิดตัวในเดือนมกราคม 2002 โดยระบุชัดว่าเป็นการร่วมพัฒนาชิ้นส่วนภายนอกกับ Porsche Design และเริ่มขายในญี่ปุ่นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน หลายคนชอบเล่าว่ารถคันนี้เป็น “Subaru ที่ Porsche ออกแบบทั้งคัน” ซึ่งไม่จริงขนาดนั้น TYPE EURO ไม่ใช่รถใหม่ที่ Porsche มานั่งเขียนใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง แต่มันคือ Impreza Sports Wagon เจเนอเรชันสอง ที่ถูกนำมาปรับบุคลิกภายนอกใหม่ผ่านชิ้นส่วนเฉพาะ เช่น กันชนหน้า กันชนหลัง กระจังหน้า และ roof spoiler
ก่อนจะมี Impreza TYPE EURO จริง ๆ แล้ว Subaru เคยเปิดประตูให้ Porsche Design เข้ามาแตะงานของตัวเองก่อนหน้านั้นแล้วกับ Legacy B4 Blitzen รถพิเศษที่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นช่วงต้นปี 2000 และต่อยอดต่อเนื่องเป็น Blitzen 2001 model, Blitzen 2002 model, BLITZEN6 และ BLITZEN 2003 model ในช่วงไม่กี่ปีถัดมา นี่ไม่ใช่โปรเจกต์ที่ Porsche เข้าไปยุ่งกับวิศวกรรมหลักของรถแบบสร้างใหม่ทั้งคัน แต่มันคือการเอา Legacy ที่ดีอยู่แล้ว มาทำให้มี character ที่คมกว่า แพงกว่า และยุโรปกว่าเดิมผ่านงานออกแบบร่วมกับ Porsche Design อย่างเป็นทางการจากฝั่ง Subaru เอง Blitzen ไม่ได้มีรุ่นเดียวจบ และนี่แหละที่ทำให้มันน่าสนใจกว่า Type Euro เพราะตัวแรกเริ่มจาก Legacy B4 BLITZEN


