Entertainment

ใส่หน้ากากไว้ รับรองได้ดี! ที่มาของ 8 วงดนตรี ที่ได้ดีเพราะมีหน้ากาก

By: HYENA April 7, 2020

ในปัจจุบันนี้หน้ากากอาจกลายเป็นสิ่งที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อรวมไปถึงฝุ่น PM 2.5 ซึ่งใคร ๆ เขาก็ทำกัน แต่หากมองย้อนกลับไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใส่หน้ากากคงไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปที่ใคร ๆ ก็ใส่กัน โดยเฉพาะในกลุ่มนักดนตรีระดับโลกทั้งหลาย ที่ส่วนใหญ่จะมาถึงจุดที่เรียกว่าโด่งดังได้นั้น อาจจะต้องใช้ใบหน้าอันหล่อเหลาเข้าช่วยบวกกับความต้องการให้คนทั่วไปจดจำใบหน้าของตัวเองได้ซึ่งก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไร

เพียงแต่มันอาจใช้ไม่ได้กับวงดนตรีทั้ง 8 วงนี้ เพราะนอกจากพวกเขาเลือกจะใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองแล้ว การปกปิดตัวตนและใบหน้าให้ลึกลับกลับช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และเป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้นอีก วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่าพวกเขาเหล่านี้ว่าจะเป็นวงอะไรกันบ้าง ทำไมพวกเขาต้องใส่หน้ากากทุกครั้งที่ออกสู่สาธารณชน

1. The Residents

44 ปี มาแล้วสำหรับวงดนตรีที่ชื่อว่า The Residents กับการเก็บตัวตนสุดลึกลับของพวกเขาเอาไว้ภายใต้หน้ากาก The Residents ก่อตั้งขึ้นในโรงเรียนมัธยม Shreveport รัฐ Louisiana และขยับขยายย้ายถิ่นไปมีชื่อเสียงอยู่ที่ California

อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงรักษาความลึกลับของหน้าตาที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้หน้ากากรูปลูกตากับหมวกนักมายากลมาเสมอ เพราะเขาต้องการให้คนสนใจที่ผลงานเพลงมากกว่าที่จะมาสนใจที่ตัวพวกเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมา The Residents ปล่อยผลงานเพลงออกมาแบบบ้าพลังถึง 40 ชุด รวมไปถึง Multimedia Collection อีกมากมาย

 

2. Slipknot

วง Slipknot ถือเป็นวงดนตรี Metal ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดวงหนึ่งในโลก เคยคว้ารางวัลใหญ่ ๆ มาแล้วคับคั่ง รวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่าง Grammy Award ทั้งที่วงดนตรีแนว Metal น้อยวงนักจะทำได้ แต่รู้หรือไม่ว่าหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้วง Metal สุดโหดจากรัฐ Iowa โด่งดังเป็นพลุแตกติดชนิดติด Billboard Chart นั้น มีส่วนมาจากการที่พวกเข้าใส่หน้ากากสุดสยดสยองไว้ตลอดเวลาที่ปรากฏตัว

สมาชิกของ Slipknot ทุกคนจะออกแบบหน้ากากของพวกเขาขึ้นมาให้สอดคล้องกับบุคลิกตัวเอง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราคงได้เห็นหน้ากากของพวกเขาอัปเกรดความน่ากลัวสะอิดสะเอียนกันมาอย่างต่อเนื่อง

ครั้งหนึ่งช่วงปี 2002 Corey Taylor นักร้องนำของวงอธิบายถึงการใส่หน้ากากของพวกเขาเอาไว้ว่า “มันเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงอารมณ์ของดนตรีที่พวกเราทำได้มากขึ้น มันทำให้เราไม่ต้องสนใจว่าเราทำบ้าอะไรกันอยู่ เราทำอะไรที่มันแหวกแนว และคลั่งสุด ๆ ที่สำคัญคือผลแม่งดันออกมาเวิร์กด้วยว่ะ”

 

3. Insane Clown Posse

ที่ Detroit Michigan ปี 1989 Joseph Bruce (Aka Violent J) และ Joseph Utsler (Aka Shaggy 2 Dope) ได้เปิดตำนานคู่หูสยองขวัญในคราบ Hip-Hop อย่าง Insane Clown Posse ขึ้น เพลงของพวกเขาเต็มไปด้วยความรุนแรง และความหดหู่สิ้นหวังแบบสุด ๆ

Joseph Bruce และ Joseph Utsler ยังอำพรางใบหน้าของพวกเขาเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มแบบหลอน ๆ ของตัวตลก เพราะพวกเขาตั้งใจจะถ่ายทอดคนดูเห็นความน่าสะพรึงของ Dark Carnival ซึ่งเป็นสถานที่เปรียบเปรยว่าเป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณก่อนจะถูกตัดสินให้ไปยังนรก หรือสวรรค์

 

4. The Locust The Locust

วง Punk สุดเพี้ยน ที่ประกอบด้วยคนบ้าถึง 4 คน นอกจากความระห่ำในการเล่นดนตรีแล้ว การแต่งตัวของพวกเขาก็ต้องทำให้กุมขมับกับความอุบาทว์ตาได้ไม่แพ้กัน แต่ด้วยเอกลักษณ์การแต่งกาย และการปกปิดใบหน้าของพวกเขานี่เอง ที่ทำให้เกิดแรงดึงดูดความสนใจมหาศาล “สภาพของพวกเราเหมือนเด็ก Punk ที่โคตรจะยากจน และบางครั้งด้วยภาพลักษณ์แบบนี้มันก็ทำให้เรากลายเป็นที่พูดถึงขึ้นมาในวงการเพลง”

Justin Pearson นักร้องและมือเบสของวงพูดถึงการแต่งกายของพวกเขาเอาไว้ในบทสัมภาษณ์กับ Chicago Suntime หลังจากนั้นพวกเขาก็รู้ว่าวิธีเรียกร้องความสนใจด้วยการแต่งตัว และปิดหน้าปิดตาแบบบ้า ๆ บอ ๆ มันได้ผล จึงขยันทำอะไรแปลก ๆ กันอยู่เรื่อย ๆ จนล่าสุดดูเหมือนว่าพวกเขาจะพยายามแปลงร่างตัวเองให้กลายเป็นแมลงเสียแล้ว

 

5. The Knife

คู่พี่ชายและน้องสาวจากวงที่มีชื่อว่า The Knife วง Electronic Pop จากประเทศ Sweden พวกเขาเข้าสู่เส้นทางดนตรีตั้งแต่ปี 1999 แต่ถึงจะพยายามกันมากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งพวกเขาได้พบกับนักแต่งเพลงชื่อว่า Jose Gonzalez ได้ทำการ Re-arranged เพลง “Heartbeats” ให้พวกเขานำไป Cover

ในที่สุดหวยก็ออกที่พวกเขาจนได้ เมื่อบริษัท Sony ได้นำเพลง “Heartbeats” ไปยัดใส่ไว้ในโฆษณาจนผู้คนนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้ The Knife ดังเป็นพลุแตก ถึงขั้นได้รับรางวัล Swedish Grammis Awars ในปี 2003 และ 2007 แต่ที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นก็คือ พวกเขาไม่เคยโผล่หน้าไปรับรางวัลเลยสักครั้ง นอกจากนี้พวกเขายังไม่เคยเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงต่อหน้าสาธารณชนเลย เว้นแต่ว่าพวกเขาจะสวมหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าที่แท้จริงของพวกเขาอยู่

 

6.Clinic

วง Post-Punk จากเมือง Liverpool ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 โดย 2 สมาชิกหลัก Ade Blackburn และ Jonathan Hartley หลังจากนั้นพวกเขาจึงได้ค้นหาสมาชิกที่เหลือว่าเติมจนครบ จนกระทั่งปี 2002 เพลงของพวกเขาที่มีชื่อว่า “walking with Thee” ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Award ในสาขา Best Alternative Music Album ด้วยภาพลักษณ์ที่สะดุดตาของวง ที่เหมือนกับหมอที่หนีออกมาจากห้องผ่าตัด เพราะทุกครั้งระหว่างการแสดงสดสมาชิกวง Clinic ทุกคนจะสวมหน้ากากอนามัยเพื่อซ่อนใบหน้าเอาไว้เสมอๆ

ตัว Ade Blackburn เองเคยอธิบายเหตุผลเอาไว้ว่า “ชอบนะที่ภาพของวงมันออกสู่สาธารณชนแบบนั้น เราไม่ได้จริงจังอะไรกับการใส่หน้ากากมากมายหรอก มันเป็นแค่เอกลักษณ์ของวงมากกว่า ซึ่งบางอย่างที่พวกเราทำมันระหว่างโชว์แม่งไร้สาระ และน่าสนใจกว่าการที่พวกเราใส่หน้ากากซะอีก”

 

7. Deadmau5 Joel Thomas Zimmerman

Deadmau5 (ออกเสียงว่า Dead-Mouse) หรือหนูตาย โปรดิวเซอร์ และดีเจชื่อดังระดับโลกกับเพลงแนว Progressive-House ของเขานั้น จะว่าไปในยุคนี้ก็คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Joel Thomas Zimmerman มีถิ่นฐานอยู่ที่ Toronto ประเทศ Canada และที่นั่นเองเป็นที่มาของสมญา Deadmau5

เรื่องมีอยู่ว่าครั้งที่เขายังเป็นวัยรุ่นคอมพิวเตอร์ของเขาเกิดเจ๊งขึ้นมา เลยจัดการชำแหละแยกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะซ่อมมัน แต่อนิจจาที่ Joel ดันไปเจอกับหนูตัวหนึ่งนอนตายแน่นิ่งอยู่ข้างใน

หลังจากเหตุการณ์นั้น Joel เริ่มที่จะออกแบบโลโก้ Deadmau5 ด้วยตัวเองผ่านโปรแกรมออกแบบ 3D Modeling และเมื่อเขาทำ Logo ออกมาได้แล้วเขาก็นำไปถามคนนั้นคนนี้ว่ามัมแจ่มพอรึยัง และเมื่อ Joel ไปถามนักร้องของวง Industrial Metal อย่าง Orgy เขาจัดการยุยงให้ทำ Logo นี้ออกมาใหญ่ ๆ เพื่อเอามาสวมเป็นหน้ากากขณะเล่นสดไปเลย หลังจากนั้น Deadmau5 ก็แจ้งเกิดหัวหนูที่ว่านี้ และทุกครั้งที่เราเห็นเขาอยู่บน Stage หัวของเขาก็จะเป็น Logo ของ Deadmau5 มาตลอดนับจากนั้น

 

8.Daft Punk

2 เพื่อนซี้นักดนตรีชาวฝรั่งเศสอย่าง Guy-Manuel de Homem-Christo และ Thomas Bangalter เริ่มวงดนตรีของพวกเขาครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่า Darlin ร่วมกับ Laurent Brancowitz ในปี 1987 แต่หลังจากนั้น Feedback ของพวกเขากลับไม่ดีอย่างที่คิด มีคนวิจารณ์ผลงานเพลงในแง่ลบว่าเป็น “a daft punky thrash.” ทำให้ Guy-Manuel de Homem-Christo และ Thomas Bangalter ตัดสินใจยุติวงนี้ และออกมาก่อตั้งวงใหม่กัน 2 คน ภายใต้ชื่อ Daft Punk ถือกำเนิดคู่หูหมวกกันน็อคขึ้น ส่วนทางด้าน Laurent Brancowitz แยกย้ายไปเข้าร่วมกับวงดนตรี Pop ที่ใช้ชื่อว่า Phoenix แทน

หลังจากนั้น Daft Punk เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ จากความสามารถทางการสร้างดนตรีที่แปลกใหม่ รวมไปถึงรูปลักษณ์ที่เหนือชั้นกว่าใครในร่างแฝดหมวกกันน็อค ครองใจตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งทั้งคู่เคยบอกถึงสาเหตุการใส่หมวกกันน็อคเอาไว้ว่า “มันมี 2 เหตุผล อย่างแรกก็คือมันดูล้ำเข้ากับแนวดนตรีของเรา ส่วนอีกข้อก็คือมันช่วยเราปกปิดความประหม่า ความตื่นเต้น ทำให้เราไม่รู้สึกเขินอายเวลาเราอยู่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ๆ”

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเบื้องลึกเบื้องหลังของเหล่าวงดนตรีที่มีหน้ากากติดหน้าทุกครั้งที่ออกสู่สาธารณะที่เราได้เอามาให้อ่านกันในวันนี้ ส่วนพวกเราในตอนนี้ก็คงต้องใส่หน้ากากกันต่อไป ถึงแม้ว่าใส่แล้วจะไม่ได้ดัง ไม่ได้เป็นที่รู้จักอะไรขึ้นมา แต่เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของเราเองรวมไปถึงคนรอบข้าง ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน อดทนสู้ไปด้วยกัน อย่าเพิ่งท้อ และหวังว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม เราจะได้ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันอีกต่อไป

SOURCE: 1

HYENA
WRITER: HYENA
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line