Music

Fight The Power : ศิลปินและผลงานเพลงระดับโลก กับการเป็นกระบอกเสียงที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

By: HYENA July 22, 2021

การออกมาส่งเสียงเรียกร้องความยุติธรรม และความถูกต้องมันเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนควรมี โดยเฉพาะในดินแดนที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยด้วยแล้ว เสียงของคนส่วนใหญ่นั้นคือสิ่งสำคัญ และเมื่อมีอะไรไม่ถูกต้องหรือข้อสงสัย ผู้คนก็ควรที่จะออกมาส่งเสียงทักถึงประเด็นที่ควรแก้ไขนั้นได้

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศอะไร รวยหรือจน คนก็มีสิทธิที่จะเรียกร้องความถูกต้องและการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น ศิลปินคนดังระดับโลกมากมายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่สามารถส่งเสียงได้ดังกว่าและไกลกว่าคนทั่วไป เมื่อต้องการเรียกร้องความถูกต้อง เราจึงเห็นการออกมาเป็นกระบอกเสียง หรือที่เราเรียก ‘Call Out’ จากคนมีชื่อเสียงกันเป็นเรื่องปกติ

แต่ในยุคปัจจุบัน เรากลับได้เห็นผู้มีอำนาจสั่งให้ศิลปิน สื่อ หรือเหล่าคนดังหุบปาก ห้ามออกมาวิจารณ์ และห้ามแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ที่กระเทือนภาพลักษณ์ของรัฐบาล รวมถึงห้ามเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็น่าตลกที่เวลาหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ทำโครงการช่วยสังคมเพียงนิดหน่อย กลับจ้างศิลปินเหล่านี้มาช่วยกันตะโกนโปรโมทกันปาว ๆ  มันช่างย้อนแย้งซะจริง ๆ

Janelle Monáe (left), Bob Marley and Kendrick Lamar have each written potent protest songs. Picture By sandiegouniontribune.com

การ Call Out ในอดีตเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน ยกตัวอย่างเช่น การต่อต้านการเหยียดสีผิว ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ ต่อต้านการเหยียดเพศ ต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ ต่อต้านสิ่งเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ที่ไม่ยุติธรรม ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่เหล่าศิลปินนักดนตรีเท่านั้น แต่นักกีฬาชื่อดัง นักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ของ Hollywood ก็มักจะออกมาสนับสนุน และเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้องกันอย่างเสรีโดยไม่มีใครมาห้าม

และในวันนี้เราได้นำเอาศิลปินนักดนตรีระดับโลกที่เคยออกมาเรียกร้องความถูกต้อง เรียกร้องสิ่งที่ดีกว่า เรียกร้องในสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับผ่านเรื่องราว และบทเพลง ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจจนสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้ในที่สุดมาฝากกัน

ตั้งแต่เริ่มมีการประท้วงของชาวนาในประเทศอังกฤษที่มีต่อระบบศักดินา ไปจนถึงการประท้วงครั้งใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน คนมีชื่อเสียง ศิลปิน นักดนตรี ได้นำเอาเสียงพวกเขา เป็นสื่อกลางสำคัญที่ต่อต้านกับอำนาจ และการกดขี่ แม้กระทั่งในประเทศแห่งประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกาเอง ในช่วงปี 1960 ก็ถือว่าเป็นยุคทองที่ศิลปิน และคนดังสามารถใช้ความโด่งดัง รวมไปถึงผลงานของพวกเขาเปลี่ยนแปลง และแก้ไขปัญหาได้อิสระเสรี

Zack de la Rocha & Tom Morello from Rage Against The Machine vs The U.S Government Picture By exclaim.ca

ในปัจจุบันก็ยังคงมีศิลปินที่ออกมาแสดงจุดยืน และเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลง และต่อต้านสิ่งที่ผิดอยู่อย่างต่อเนื่อง และผลงานของพวกเขาเหล่านี้ก็ยังคงตราตรึง และคอยย้ำเตือนอุดมการณ์กับแนวทางการเรียกร้องความถูกต้องที่ไม่เคยจากหายไป ไม่ว่าจะเป็น John Lennon, Bob Dylan, Bob Marley, Nina Simone, R.E.M., Rage Against The Machine หรือแม้กระทั่ง Kendrick Lamar และต่อไปนี้คือผลงานเพลงที่แฝงไว้ด้วยการต่อสู้ การเรียกร้องความถูกต้องที่กลายเป็นที่จดจำ


Public Enemy – “Fight The Power”

 

M.I.A. – “Born Free”

 

Kendrick Lamar – “The Blacker The Berry

 

Nina Simone – “Mississippi Goddam”

 

Sam Cooke – “A Change Is Gonna Come”

 

Bob Dylan – “The Lonesome Death of Hattie Carroll”

 

Bright Eyes – “When The President Talks to God”

 

Bob Marley & The Wailers – “Get Up, Stand Up”

 

Rage Against The Machine—“Killing In the Name”

 

System Of A Down—“Fuck the System”

 

Bikini Kill—“Rebel Girl”

 

R.E.M.—“Orange Crush”

 

Tom Robinson Band—“Glad to Be Gay”

 

K’NAAN—“Somalia”

 

John Lennon—“Imagine”


ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านี้จะเป็นคนดังระดับโลก มีคนรู้จักมากมาย แต่เราก็เห็นได้ว่า พวกเขาก็คือ มนุษย์ เป็นประชาชน เป็นคนที่ต้องการเรียกร้องในสิ่งที่ถูกที่ควร ซึ่งทุกคนก็ควรจะมีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีตามข้อเท็จจริง อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ในหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีรูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ยิ่งต้องมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น และความคิดเห็นควรถูกรับฟัง และนำไปพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสียงของคนส่วนใหญ่พูดไปในทิศทางเดียวกัน เรียกร้องในสิ่งที่เหมือน ๆ กัน เห็นปัญหาที่ต้องแก้เป็นจุดเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้แล้วว่า ปัญหานั้น จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังได้สักที

 

 

SOURCE

HYENA
WRITER: HYENA
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line