Life

มาดูวิธีรับมือกับ Passive Suicidal Ideation เมื่อผู้ชายหมดอาลัยตายยากกับชีวิต

By: BAO June 23, 2021

ทุกคนคงเคยมีช่วงเวลาแย่ ๆ ในชีวิต ซึ่งแต่ละคนได้รับผลจากมันแตกต่างกัน บางคนอาจเครียดจากเรื่องเหล่านั้นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อาจมีภาวะซึมเศร้า และร้ายกว่านั้นบางคนอาจคิดถึงการฆ่าตัวตายอย่างหนัก หรือที่เรียกกันว่าเกิด Suicidal Ideation ขึ้นมา

ในบทความนี้เราอยากมาพูดถึงวิธีการรับมือกับอาการ Passive Suicidal Ideation หรือ Passive Death Wish ซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้ตัว และทุกคนควรรู้จักวิธีรับมือกับมัน

What is Passive Suicidal Ideation

Passive Suicidal Ideation ถือเป็นประเภทหนึ่งของ Suicidal Ideation หรือ อาการที่เราหมกหมุ่นกับความคิดฆ่าตัวตายอย่างหนักจนจิตใจเราห่อเหี่ยว และมีอาการต่าง ๆ เช่น คิดถึงวิธีการฆ่าตัวตาย หรือ ความตายของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นต้น ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นได้จากภาวะซึมเศร้า ความเครียด เจอเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างคนรักตาย หรือ การรับประทานยาบางประเภท เช่น antidepressant

อาการของ Suicidal Ideation จะมีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ Active Suicidal Ideation และ Passive Suicidal Ideation ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

Active Suicidal Ideation จะหมายถึง กลุ่มคนที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการฆ่าตัวตาย และได้วางแผนสำหรับการฆ่าตัวตายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพวกเขาอาจลงมือหรือพยายามฆ่าตัวตาย ในเวลาที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว และคนใกล้ชิดควรพาไปพบแพทย์โดยด้วน

ส่วน Passive Suicidal Ideation หรือ Passive Death Wish จะหมายถึง กลุ่มคนที่ต้องการตาย แต่ไม่ได้วางแผนฆ่าตัวตายแต่อย่างใด พวกเขาอาจคิดลอย ๆ ว่าสักวันหนึ่งพวกเขาอยากประสบอุบัติเหตุที่ถึงแก่ชีวิต เช่น ถูกรถชน หรือ ตายในขณะหลับอยู่ นอกจากนี้อาจมีความคิดในเชิงว่าโลกนี้จะดีขึ้นถ้าไม่มีพวกเขา

Dealing with Passive Suicidal Ideation

Passive Suicidal Ideation ถือเป็นกลุ่มที่สังเกตอาการได้ยาก เพราะพวกเขามักไม่แสดงความผิดปกติออกมาให้เราเห็นอย่างเด่นชัด และดูเหมือนคนปกติทั่วไป เราเลยอยากมาแนะนำวิธีรับมือเมื่อเรามีอาการ Passive Suicidal Ideation หรือ เห็นคนรอบข้างมีอาการดังกล่าว

ถ้าเราเริ่มมีความคิดอยากตาย สิ่งแรกที่เราควรทำ คือ การเปลี่ยนความคิดหรือความเชื่อของตัวเองใหม่ เพราะคนที่อยากตายส่วนใหญ่ มักเป็นคนที่ปล่อยให้อารมณ์ด้านลบเข้าครอบงำตัวเอง ถ้าพวกเขาสามารถคิดได้ว่าอารมณ์ลบเป็นสิ่งชั่วคราว และทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการผ่อนคลายตัวเอง พวกเขาก็จะพยายามหยุดความคิดอยากตายมากขึ้น

ต่อมา เราควรหาทางลดความเครียดของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะมันคือต้นตอของอาการ ซึ่งเราสามารถลดความเครียดลงได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การผ่อนคลายตัวเอง การออกกำลังกาย หรือ การพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อความเครียดลดลงแล้ว เราจะรู้สึกดีขึ้น และก้าวข้ามความคิดฆ่าตัวตายได้ดีขึ้น

การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นก็ช่วยให้เราเอาชนะอาการนี้ได้เหมือนกัน เพราะการสนใจคนอื่น มักทำให้เราได้ออกมาจากหัวของตัวเอง ไม่จมปักอยู่กับอารมณ์ด้านลบ และทำให้เรามองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราเอาชนะความคิดอยากตายได้

ถ้าเราไม่ใช่มนุษย์ที่ชอบเข้าสังคมเท่าไหร่ การมองหากิจกรรมที่เราสนใจ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เราดีขึ้นได้เหมือนกัน การทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น และลดอารมณ์ลบให้น้อยลง เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากเป็นอาสาสมัคร อยากเที่ยว หรือ อยากทำงานอดิเรกใหม่ ๆ ก็อย่าหยุดตัวเอง และจงลงมือทำมันซะ

สุดท้าย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก็ยังคงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เพราะพวกมีความรู้ในการรับมือกับกลุ่มคนที่มีอาการเหมือนเรา และสามารถแนะนำวิธีการรักษาที่ถูกต้องให้เราได้ ดังนั้น ถ้ารู้สึกว่าไม่โอเคแล้ว ก็อย่าลืมคืดถึงการไปพบแพทย์ หรือนักบำบัดด้วย


Appendix: 1 / 2

 

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line