Nikola Tesla, Leonardo da Vinci, Salvador Dali, Thomas Edison, Napoleon Bonaparte, Buckminster Fuller อัจฉริยะระดับโลกเหล่านี้แตกต่างกันทั้งยุคสมัย เชื้อชาติ วัฒนธรรม แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือการนอนที่มีประสิทธิภาพ ครบวงจร ซึ่งถ้าคนเรามีคุณภาพการนอนที่ดีแล้ว ต่อให้นอนเพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยาวนานติดต่อกันได้ถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ละคนมีความต้องการในการนอนหลับแตกต่างกัน เป็นเรื่องปัจเจก ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ สภาพแวดล้อม การที่ในบทเรียนที่เราเรียนมาตั้งแต่เด็กบอกว่าคนเราควรนอนหลับวันละ 8 ชั่วโมงนั้นเป็นแค่ค่าเฉลี่ยเท่านั้น เช่นถ้าอยู่ในวัยเด็ก การนอนหลับนั้นจำเป็นมากเพราะมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ตรงกันข้ามถ้าอยู่ในวัยชรา การนอนหลับไม่จำเป็นต้องยาวนานมากนัก เนื่องจากในแต่ละวันผู้สูงอายุมีการขยับร่างกายน้อย เผาผลาญพลังงานน้อย การนอนหลับเพียง 5-6 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือเราไม่รู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมการนอนหลับอย่างไร ต้องการการนอนหลับแค่ไหนจึงจะเพียงพอ ด้วยปัญหาดังกล่าวจึงเกิดเป็นไอเดียให้เกิด Neuroon Open อุปกรณ์สุดเจ๋งที่จะช่วยให้การนอนของคุณมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเจ้า Gadget ตัวนี้มาในรูปแบบที่คาดศรีษะซึ่งถึงแม้ดูจากรูปร่างภายนอกจะแสนธรรมดาแต่ประโยชน์ของมันมหาศาล เรียกว่าดูแลการนอนของเราอย่างครบวงจรเลยทีเดียว การใช้ Neuroon Open ก็ไม่ได้สลับซับซ้อน เพียงแค่คุณเชื่อมต่อเจ้านี่กับ Application ของมันในโทรศัพท์มือถือ
เมื่อพูดถึงหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงคราม ผู้ชายอย่างเรามักจินตนาการออกแต่ทหาร เสียงปืน การสู้รบ เลือดพุ่งกระฉูด การปกป้องแผ่นดิน แต่ในความเป็นจริงสงครามยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ที่มากกว่าสนามรบอีกมาก ทั้งชีวิตประชาชนตาดำ ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งเชลยสงครามที่ถูกกักขังอยู่นานแสนนาน ทั้งคนที่ไม่ได้ออกหน้าสู้รบแต่วางแผนเบื้องหลังสงคราม สงครามจึงไม่ใช่แค่เรื่องการสู้รบของทหาร แต่สงครามคือชีวิตของผู้คนที่ต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากพามาตะลุยกับหนัง 5 เรื่องที่มีฉากหลังเป็นช่วงสงคราม แต่แทบไม่ได้พูดถึงสนามรบและการสู้รบเลย แต่จะว่าด้วยอะไรบ้างนั้น เราก็อยากชวนมาดูไปพร้อม ๆ กัน The Reader หนังว่าด้วยความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มอายุ 15 กับสาววัย 36 ปี ทุก ๆ ครั้งก่อนเธอกับเขาจะร่วมรักกัน เขาจะต้องอ่านหนังสือให้เธอฟังเสมอ ๆ กาลเวลาและเหตุผลบางอย่างทำให้พวกเขาต้องพลัดพรากจากกัน กว่าจะมาเจอกันอีกทีก็คือในศาลซึ่งเธอกำลังรอการพิพากษาในฐานะ อาชญากรสงคราม! ใช่ นี่คือหนังที่เล่าถึงเหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บางคนคือคนที่อยู่ในค่ายกักกัน ในขณะที่บางคนก็คือเจ้าหน้าที่จากฟากนาซีที่ลงมือสั่งปลิดชีพผู้คน และเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในนั้น หนังเรื่องนี้พาเราเข้าสู่ความสัมพันธ์ ปมชีวิต ชี้ให้เห็นทุกซอกมุมของความเป็นมนุษย์ และสิ่งที่สงครามกระทำต่อพวกเราอย่างเลือดเย็นแม้ว่าสงครามจะจบลงไปแล้ว รับรองว่าชวนดื่มด่ำ ขัดข้อง และโศกเศร้าจนเราจะมองสงครามและชีวิตมนุษย์ได้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป Life
ไม่ว่าชื่อเต็มจะเรียกว่าอะไร แต่ผู้ชายนักอ่านก็เป็นอันรู้กันว่า “งานสัปดาห์หนังสือ” จะวนมาปีละ 2 ครั้งในทุกเดือนเมษายนและเดือนตุลาคม เดือนตุลานี้ก็เช่นกันที่งานหนังสือวนมาให้เราได้เลือกหาหนังสือถูกใจมาอ่านอีกหน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวันแบบนี้ ถ้าใครไม่รู้จะทำอะไรหรือไม่รู้จะไปไหน ลองพาตัวเองไปสูดกลิ่นกระดาษ เสพความรู้และความบันเทิงที่งานหนังสือดูได้ แต่ถ้าหนังสือกองพะเนินทำให้หนักใจไม่รู้จะหยิบเล่มไหนกลับบ้านดี UNLOCKMEN ภูมิใจนำเสนอว่า 5 เล่มนี้ที่เราอยากแนะนำ เมา: ประวัติศาสตร์แห่งการร่ำสุรา ผู้เขียน : Mark Forsyth ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายขี้เมาหรือไม่เคยคิดจะเมาเลย การมี “เมา: ประวัติศาสตร์แห่งการร่ำสุรา” ผลงานของ Mark Forsyth เล่มนี้อยู่ในครอบครองเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเล่มนี้จะพาเราดื่มด่ำเมามายไปกับประวัติศาสตร์แห่งการเมาที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ย้อนยาวไกลไปได้ถึงชาวอียิปต์โบราณ หรือยาวไกลไปถึงความเมาของจักรพรรดิจีน ในเล่มนี้เราจะได้พบความเมาในสารพัดมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม ถ้าเป็นผู้ชายขี้เมาเราก็อ่านเล่มนี้เพื่อดื่มเหล้าครั้งต่อไปได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่สายเมา แต่มีเหตุให้ต้องไปอยู่ในวงสนทนาของเพื่อนหรือธุรกิจที่เมากันเป็นประจำ อ่านเล่มนี้ไว้เป็นข้อมูลพูดคุยในวงเหล้า รับรองว่าดูมีชั้นเชิงขึ้นหลายระดับแน่นอน ไฟต์คลับ ผู้เขียน : Chuck Palahniuk กฎข้อแรกของ “ไฟต์คลับ” คือ เราจะไม่พูดถึง “ไฟต์คลับ” คงไม่มีอะไรต้องโน้มน้าวเชิญชวนให้มากความสำหรับหนังสือเล่มนี้
เพราะปัจจัยหลักที่ Urban Men อย่างพวกเรามองหาจากที่อยู่อาศัยสักแห่งนั้น มีรายละเอียดมากเกินกว่าที่จะเจาะจงลงไปแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ทําเล งานดีไซน์ สิ่งอํานวยความสะดวก หรือราคา แต่มัน คือดีเทลเล็ก ๆ ของรายละเอียดการใช้ชีวิตที่สามารถตอบโจทย์ทุกด้านของไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทําให้การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยจําเป็นต้องใช้เหตุผลที่พิเศษกว่าที่เคย และแน่นอนว่าแต่ละคนนั้นมีเหตุผลในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน และคนที่จะให้เหตุผลที่ใช่ และเหมาะสมที่สุดนั้น คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตัวเราเอง For Your Extraordinary Reasons หากใครกําลังมองหาที่อยู่อาศัย ที่สามารถตอบเหตุผลการใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดาได้อย่างครบถ้วนตรงใจ เราเชื่อว่าที่นี่คือที่ ๆ ให้นิยามของคําว่า “เหตุผลที่ไม่ธรรมดา” ได้ชัดเจนที่สุด MAZARINE Ratchayothin คอนโดมิเนียมโครงการใหม่ล่าสุดใจกลางรัชโยธิน ที่ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “พบดีเทลการใช้ชีวิต สำหรับเหตุผลที่ไม่ธรรมดา For Your Extraordinary Reasons” ซึ่งผ่านการคิดอย่างรอบด้านในทุกกระบวนการ เพื่อตอบโจทย์ “เหตุผลที่ไม่ธรรมดา” ที่หลายคนกําลังตามหาอยู่ เหตุผลแรกที่ทําให้ MAZARINE Ratchayothin เป็นคอนโดมิเนียมที่ไม่ธรรมดา คงหนีไม่พ้นเรื่องของทําเลที่ตั้ง ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในย่านรัชโยธิน ซึ่งเป็นย่านที่มีความเป็นมายาวนานรายล้อมไปด้วยบ้านเดี่ยวสุดหรู และโครงการคอนโดมิเนียม ระดับ High-end มากมาย
ถ้าจะยกให้ใครเป็นเจ้าแห่งการประดิษฐ์และเทคโนโลยีแล้วล่ะก็ หนึ่งประเทศมหาอำนาจตะวันออกที่ทั่วโลกห้ามมองข้ามเด็ดขาดคงหนีไม่พ้นประเทศจีนอย่างแน่นอน เพราะเขาประดิษฐ์ “เก่ง” ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ซึ่งล่าสุดเก่งกาจขนาดประดิษฐ์ดวงจันทร์เพื่อยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นของตัวเองแล้ว พระจันทร์เทียมดวงใหม่นี้สร้างขึ้นจากดาวเทียม มีกำหนดการจะแตะท้องฟ้าเหนือเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ด้วยการยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าและปล่อยให้มันลอยค้างอยู่บนชั้นบรรยากาศ ส่องแสงลงมายังเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเฉิงตูในปี 2020 People’s Daily สื่อท้องถิ่นของจีนได้ระบุเหตุผลในการออกแบบพระจันทร์เทียมครั้งนี้ว่า “ออกแบบขึ้นเพื่อเติมเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน” ซึ่งนักพัฒนากับศูนย์วิทยาศาสตร์และสถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศของเฉิงตูอ้างว่ามันน่าจะให้แสงที่สว่างกว่าพระจันทร์ธรรมชาติถึง 8 เท่า กล่าวคือการเรืองแสงของพระจันทร์เทียมนี้จะสามารถส่องสว่างทั่วพื้นได้ในระยะเส้นผ่าศูนย์กลาง 1080 กิโลเมตรและสามารถควบคุมความแม่นยำของแสงได้ในระยะ 10 เมตรเพื่อทดแทนดวงไฟบนท้องถนนเลยทีเดียว ไอเดียสร้างพระจันทร์ยักษ์เป็นของตัวเองครั้งนี้ People’s Daily เผยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปินฝรั่งเศสที่จินตนาการการแขวนสร้อยคอกระจกทรงกลมเหนือโลกที่ทำให้มันสามารถสะท้อนแสงจากพระอาทิตย์สาดลงสู่ถนนทุกสายในปารีสตลอดทั้งปี แม้นี่จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ที่ทำให้หลายประเทศเห็นข่าวแล้วต้องร้องว้าว! แต่ท่ามกลางความก้าวหน้าด้านสิ่งประดิษฐ์ครั้งใหญ่ของจีนที่มีต่อการเอาชนะธรรมชาติในครั้งนี้ บางคนได้ออกมาให้ความเห็นในเชิงลบมากกว่าบวก โดยพวกเขามองว่าแสงเทียมเหล่านี้น่าจะสร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศ เช่นเดียวกับฟากของนักดาราศาสตร์เองก็อาจจะไม่ค่อยปลื้มนักเพราะเป็นการสร้างมลภาวะทางแสง (Light Pollution) ทุกวันนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็วไม่เพียงทำให้เราสะดวกสบายขึ้น แต่ก็สร้างความกังวลเพิ่มขึ้นไม่แพ้กัน สุดท้ายสิ่งที่เราทุกคนต้องตั้งคำถามคงไม่ใช่การหยุดพัฒนาหากเป็นการสร้างขอบเขตของการนำสิ่งที่พัฒนามาใช้งานให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ในองค์รวม เราจะจับจองดวงดาว หรือเป็นเจ้าของท้องฟ้าทำไม ถ้าปลายทางของมันคือการทำร้ายซึ่งกันและกัน SOURCE: 1 / 2 / 3
เดี่ยวนี้เราทำงานนอกบ้านตามคาเฟ่หรือ co-working space กันเยอะ กระทั่งออฟฟิศรุ่นใหม่ทุกวันนี้ก็ออกแบบให้มีความชิลขึ้นกว่าเก่า ดังนั้นเราเลยมองเห็นภาพทุกอย่างได้เต็มสายตา สภาพแวดล้อมที่รายล้อม เพื่อนโต๊ะนั้นเล่นเกม หัวหน้าจีบสาว ฯลฯ เก็บได้หมดครบทุกเม็ดแม้ว่าเราจะไม่ต้องการก็ตาม ด้วยสายตาที่เราบังคับมันไม่ได้ดั่งใจ เผลอมองโน่นนี่จนเป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตเหลือเกิน ทาง Panasonic’s design studio หรือโรงงานดีไซน์รูปแบบไลฟ์สไตล์อนาคต จึงได้จับมือกับ Kunihiko Morinaga ดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นประดิษฐ์อุปกรณ์สวมสร้างพื้นที่ที่ช่วยลดการรบกวนที่ชื่อว่า WEAR SPACE ขึ้น คุณสมบัติของมันแม้จะดู “เล่นง่าย” แต่ก็ใช้งานได้ดีทีเดียว เพราะมันสามารถลดการรบกวนได้ถึง 60% คราวนี้เราจะสามารถโฟกัสกับการทำงานเต็มที่ เพราะเราจะมองไม่เห็นสิ่งแวดล้อมรอบข้าง มองเห็นแค่จอหรือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น เว้นแต่เรามองขึ้นด้านบนไว้รับแสง หรือมองด้านล่างเวลาทำของตกจะได้เก็บสะดวกเดินไม่สะดุด ที่สำคัญคือเขาฝังอุปกรณ์เสริมเป็นหูฟังตัดเสียงรอบข้างไว้ให้ด้วย ดังนั้น เวลาเราเอาใช้ที่ไหนก็พร้อมสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับเราทันทีที่สวมใส่ ลักษณะหน้าตาของเจ้าอุปกรณ์ไฮเทคชิ้นนี้ก็เป็นแบบที่เห็น คือเป็นแผงคล้ายผ้าปิดตาที่โค้งบดบังทุกทิศทาง เพรียวบางไม่เทอะทะ เหลือช่องว่างแค่บริเวณสายตาด้านหน้าเท่านั้น สำหรับตัวที่เห็นนี่ยังเป็นชิ้นต้นแบบที่คนทดลองใช้งานกันในงานนิทรรศการ Panasonic’s SXSW เท่านั้น ยังไม่ได้วางจำหน่าย เห็น Gadget นี้ชาว UNLOCKMEN คิดอย่างไรกันบ้าง อยากใช้กันบ้างไหม แต่เราคิดหากออกมาวางขายตอนนี้คงใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ เพราะคงใส่ออกไปเดินกลางแจ้งไม่ได้
เวียนมาถึงอีกแล้วสำหรับวันที่หลายคนรอคอย มีกิจกรรมตื่นเต้นให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแฟนซีสยองขวัญมาประชันกัน หรือสำหรับเด็ก ๆ ก็คงเป็นการตระเวนเดินเคาะประตูบ้านขอขนมลูกกวาดให้สมใจ แน่นอนว่าเกริ่นมาขนาดนี้แล้ว วันที่เราจะพูดถึงคงเป็นวันอื่นไปไม่ได้นอกจากวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี ‘วันฮัลโลวีน’ นั่นเอง แม้ว่าบ้านเราจะไม่ได้อินกับวัฒนธรรมจากโลกตะวันตกนี้เท่าไรนัก แต่ในเรื่องการปาร์ตี้บอกเลยว่าประเทศไทยไม่เป็นสองรองใคร และทุกปีเมื่อเทศกาลแห่งฟักทองนี้มาถึง ทุกผับทุกบาร์ต่างก็จัดปาร์ตี้สยองขวัญออกมาแข่งกันเต็มที่ ไม่มีใครยอมใคร ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำปาร์ตี้ฮัลโลวีนที่น่าสนใจให้เพื่อน ๆ UNLOCKMEN เก็บเข้าลิสต์ไปเป็นตัวเลือก จะได้เตรียมตัวปล่อยของกันตั้งแต่เนิ่น ๆ Trasher Halloween : Bitchy Land ปาร์ตี้แรกที่เราอยากแนะนำคือ Trasher Halloween : Bitchy Land เพราะ Trasher คือทีมจัดอีเวนต์ปาร์ตี้ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความมันส์และรักษามาตรฐานนี้มาอย่างยาวนาน แต่กลุ่มเป้าหมายหลักของปาร์ตี้ Trasher คือสาว ๆ และ LGBT มาโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ดูได้จากโปสเตอร์และธีมงานที่จะมีการเปิดเพลงของ Beyonce, Rihanna, Britney Spears, Ariana Grande, Cardi B, Nicki Minaj ดังนั้นงานนี้อาจจะไม่เหมาะกับหนุ่ม ๆ เท่าไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปไม่ได้ เพราะเราเองก็เคยหลงไปปาร์ตี้ของ Trasher แบบงง
อยากจะเอาใจสาว เรียกคะแนนสุภาพบุรุษบนเตียงด้วยการให้เกียรติเธอเสร็จก่อน หรือเสร็จไปพร้อม ๆ กัน แต่เสร็จไปกี่ครั้งก็ดูเหมือนเธอยังไม่พอใจสักเท่าไหร่ เพราะว่าจำนวนครั้งที่เสร็จมันไม่ได้การันตีคุณภาพที่ตามมาด้วยยังไงล่ะ หนุ่ม ๆ เองก็คงเคยเหมือนกัน ที่รู้สึกว่าตอนถึงจุดสุดยอดของแต่ละครั้งมันไม่ได้ฟินเต็มสิบเหมือนกันทุกครั้งไป ของสาว ๆ เองก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาติวเข้ม พาสาวไปถึงจุดหมายแบบมีคุณภาพ จนเธออยากจะยกป้ายคะแนนเต็มสิบให้คุณเดี๋ยวนั้นเลย อย่าลืมการ Cuddle มาถึงก็จู่โจม Make Out อย่างเมามันเลยก็ดูจะหิวเกินไปเสียหน่อย สาว ๆ เขาไม่ได้เครื่องติดไวอย่างเรา ถ้ายังอยากให้เซ็กซ์เป็นความสุขของคนสองคน ควรเริ่มต้นเอาใจเธอตั้งแต่ต้นทางอย่างการ Cuddle เอาอกเอาใจ หอมแก้ม กอด ใส่ความรัก ความรู้สึกลงไปใน Skinship เล็กน้อยพอให้เธอเคลิ้มตามแล้วค่อยเริ่มต้นเล้าโลม จะช่วยปูทางให้อารมณ์ของเธอพุ่งขึ้นสูงแบบมีที่มาที่ไป เหมือนช่วยเธออุ่นเครื่องก่อนลงสนามจริงนั่นแหละ ฟินบ่อยไม่ได้อร่อยทุกครั้งไป ไม่ใช่ว่าเห็นเธอฟินแล้วก็อยากให้เธอฟินแบบนั้นทุกครั้งเช้าเย็น วันละรอบสองรอบ รวม ๆ แล้วก็แทบจะนับนิ้วมือเดียวไม่พอ ลองให้เธอได้พักสักหน่อย การเสร็จติดต่อกันหลาย ๆ ครั้งมันอาจทำให้ความฟินของช่วงเวลาจุดสุดยอดในครั้งหลัง ๆ ลดลงไปแบบเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้น
ขึ้นชื่อว่าความรักที่เป็นเรื่องของความรู้สึก เป็นอีกสิ่งที่เราไม่อาจเอาบรรทัดฐานไหนไปตัดสินเรื่องของใครได้ “รักไร้พรมแดน” จึงดูไม่ใช่เรื่องเกินจริงสักเท่าไหร่ เพราะความรักไม่จำกัดเพศ สถานะ สีผิว หรือแม้แต่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยกัน ความรักก็สามารถเกิดขึ้นได้ UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาดูมุมมองความรักแบบที่อาจพบเจอได้ไม่บ่อย อย่างเรื่องราวความรักของคนและสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยกัน ที่จะมาเปิดโลกความรักของเราให้กว้างไกลมากขึ้น ว่าสุดท้ายแล้วความรักมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกที่แท้จริงจนไม่อาจมีอะไรมาขวางกั้น Cyborg She เรื่องราวสูตรสำเร็จของหนังโรแมนติกคอมเมดี้ หนุ่มเฉิ่มที่ไม่ได้เป็นที่สนใจของใคร ใช้ชีวิตธรรมดาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอกับสาวคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มชวนฝันให้กับเขา เวลาแห่งความสุขมักจะอยู่ไม่นาน เขาและเธอมีเหตุให้ต้องจากกัน หนึ่งปีผ่านไปทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีกครั้งแต่เธอนั้นกลายเป็นหุ่นยนต์สาวซะได้ แถมบอกว่าเธอมาจากอนาคต เขาจะจัดการกับเรื่องยุ่ง ๆ นี้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นทั้งรักแรกพบและหุ่นยนต์สาว Bee Movie เราคงพอนึกภาพออกในความรักของสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่นี่คือเรื่องราวที่ Beyond ไปยิ่งกว่านั้น เพราะนี่คือความรักของคนกับผึ้ง! ใช่แล้ว ผึ้งที่ผลิตน้ำหวานให้เรานั่นแหละ ไม่ผิดตัว เรื่องราวของโลกในรังผึ้ง ที่มีการฝึกฝนผึ้งไปเป็นผึ้งงาน มีการพูดคุยกัน ใช้ชีวิตกันเหมือนกับคนนี่แหละ ผึ้งที่ออกมานอกรังได้คือผึ้งที่จบการศึกษาแล้ว Barry B. Benson ก็เป็นหนึ่งในผึ้งที่จบการศึกษา แต่เขามีความคิดที่ต่างจากผึ้งทั่วไป เขาได้พบกับสาวเจ้าของร้านดอกไม้อย่าง Vanessa Bloome ความซุกซนในดวงตาของเธอเย้ายวนเขาเสียจนลืมกฎข้อสำคัญอย่างการพูดคุยกับมนุษย์ไปซะ Blade


