Yohji Yamamoto สุดยอดดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น ผู้ซึ่งมีจุดเด่นในการออกแบบคอลเลคชั่นเสื้อผ้า Oversize และเลือกใช้สีดำกับชิ้นงานของเขาเป็นหลัก จนกลายเป็นลายเซ็นบนเส้นทางอาชีพดีไซน์เนอร์ที่ผู้คนจดจำมาตลอด 30 กว่าปี เคยให้คำกล่าวถึง ‘สีดำ’ ที่เขาหลงใหลเอาไว้ว่า “Black is modest and arrogant at the same time. Black is lazy and easy – but mysterious. But above all black says this: “I don’t bother you – don’t bother me”.” ที่ตีความได้ว่า “สีดำนั้นช่างถ่อมตน แต่ในขณะเดียวกันมันคือสีที่เย่อหยิ่ง สีดำดูเป็นสีที่เข้าถึงได้ง่าย ๆ สบาย ๆ แต่เต็มไปด้วยความลึกลับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สีดำอยากบอกว่า เราไม่เคยก่อกวนคุณ ฉะนั้นอย่ามาทำให้เรารำคาญก็แล้วกัน”
วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ก็มีอีเว้นท์เจ๋ง ๆ มาแนะนำสำหรับคอปาร์ตี้สายอิเล็กโทรนิคส์อย่างงาน Kolour in The Park 2018 ที่กำลังจะอุบัติขึ้นในเดือนนี้ โดยเราเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรคือ Kolour ? ซึ่งเราต้องท้าวความกลับไปสักเล็กน้อยสำหรับทีมจัดอีเว้ทน์ชื่อ Kolour เป็นการรวมกลุ่มของคนที่ชื่นชอบในเสียงดนตรีที่พยายามแสวงหาเพลงล้ำยุคดี ๆ มาให้ผู้คนได้เสพในสถานที่ที่ดูลึกลับแต่จับใจได้ พร้อมอาหารและเครื่องดื่มระดับคุณภาพเพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 และโด่งดังที่สุดในเรื่องการจัดปาร์ตี้ยามราตรีในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา Kolour ได้จัดงานเพื่อมอบความสุขให้แก่ผู้คนไปแล้วกว่า 30,000 คน ในสถานที่ 20 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ร่วมกับดีเจที่ทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะได้มาร่วมงานอย่าง Sven Vath, Oliver Koletzki และ Booka Shade นอกจากนี้ Kolour ยังได้โอกาสร่วมงานกับบรรดาผู้จัดงานระดับแม่เหล็กของประเทศไทยอย่าง Wonderfruit Festival, 808 Festival, Mixmag ,W Hotel และโกอินเตอร์ไปถึงงาน Sunshine Nation ในสิงคโปร์ และ Quest Festival ในเวียดนาม
เรามักจะตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่าการทำงานสไตล์ไหนถึงเหมาะสมกับตัวเรา บ้างก็อยากออกมาทำฟรีแลนซ์เพื่อความอิสระ หรือบางคนอาจจะชอบอยู่ในกรอบ safe zone ทำงานเป็นทีมในบริษัท แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหนทีมงาน UNLOCKMEN ได้มีข้อคิดมานำเสนอให้คุณลองมองในมุมที่ต่างออกไป เนื่องจากการทำงานทุกรูปแบบย่อมมีข้อดี และข้อเสียที่ไม่เหมือนกัน มาดูกันว่าสถานการณ์ไหนการทำงานแบบ Teamwork หรือ Individual ถึงเหมาะจะนำมาใช้และให้ได้ผลลัพธ์การทำงานในแบบที่ต้องการ #INDIVIDUAL เชื่อว่าทุกคนต้องอยากให้ผลลัพธ์ของงานออกมาดีที่สุด แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำงานคนเดียวเพื่อให้ไอเดียออกมาตามความคิดเรา หรือว่าจะทำเป็นทีมเวิร์คดีเพื่อจะได้มีคนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ถ้าอย่างนั้นเราอยากแนะนำให้ดูที่สไตล์งานและความสามารถของคุณดู เพราะข้อดีของการทำงาน Individual หรือ การทำงานคนเดียวนั้นก็คือ 1. งานที่ได้รับมอบหมายจะเสร็จอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคุณไม่ต้องคอยการตัดสินใจจากใครอำนาจสิทธิ์ขาดต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับคุณโดยตรง อีกทั้ง 2. คุณจะได้ใช้ไอเดียของคุณอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมีความคิดคนอื่นเข้ามาผสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็จำเป็นจะต้องมีความสามารถด้านนั้นให้เพียงพอที่จะสามารถฉายเดี่ยวได้ 3. คุณจะได้เครดิตเป็นของคุณคนเดียวเต็ม ๆ เพราะว่างานที่เสร็จสมบูรณ์นั้นผ่านจากฝืมือของคุณเท่านั้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความกดดันอันมหาศาลหากชิ้นงานนั้นล้มเหลว ดังนั้นการทำงานแบบฉายเดี่ยวที่ไม่ต้องพึ่งใครอาจจะเหมาะกับสายงานประเภทศิลปิน นักแต่งเพลง โปรแกรมเมอร์ กราฟิกดีไซน์ ที่ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์อะไรมาบีบคั้นมากนัก พอรับบรีฟแล้วก็มานั่งขลุกอยู่กับตัวเองเพื่อสร้างสรรค์งานออกมา แต่ที่สำคัญคือการทำงานคนเดียวคุณต้องคอยกระตุ้นตัวเองอยู่เสมอไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่มีงานป้อนเข้ามาอย่างแน่นอน #Teamwork Teamwork ถือเป็นการทำงานที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นทำงานและอยากจะได้รับความรู้ความก้าวหน้าทางอาชีพการงานอย่างมั่นคง เนื่องจากคุณจะได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้คนมากมายที่มีความสามารถจนนำมาปรับปรุงเป็นสกิลของตนเอง โดยข้อดีของการทำงานเป็นทีมคือ 1. คุณจะรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง เนื่องจากการทำงานเป็นทีมจำเป็นจะต้องแยกตำแหน่งดูแลกันอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนของงาน ดังนั้นคุณจะได้โฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่เพื่อไม่ให้ชิ้นงานทั้งหมดมาเกิดปัญหาที่คุณเพียงคนเดียว 2.ถ้าได้ทีมงานดี
4 ปีมีหน และก็ถึงเวลาแล้ว กลางปีนี้พวกเราชาว UNLOCKMEN ที่คลั่งไคล้ในเกมลูกหนังเตรียมนอนดึกกันได้เลย เพราะการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ได้เวียนมาฟาดแข้งชิงความยิ่งใหญ่ในฐานะเจ้าโลก (แห่งฟุตบอล) กันอีกครั้ง ซึ่งศึกฟุตบอลโลก 2018 ท่าทางจะมันส์หยดย้อย เพราะปีนี้ไประเบิดแข้งกันที่ดินแดนหมีขาว ประเทศรัสเซียของท่านวลาดิเมียร์ ปูติน ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. ถึง 15 ก.ค. นี้ โดยจะมีเพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น จาก 32 ทีมทั่วโลก ที่อาบเหงื่อต่างน้ำ ทำทุกอย่างในเกมกีฬาเพื่อจะได้เป็นไม่กี่คนในโลกนี้ ขึ้นแท่นยืนชูถ้วยแห่งเกียรติยศ “FIFA World Cup Trophy” หรือ “ถ้วยฟีฟ่า เวิร์ลด์ คัพ” อย่างยิ่งใหญ่สมชายชาตรี “FIFA World Cup Trophy” มนต์ขลังอันเป็นสัญลักษณ์แห่งแชมป์ลูกหนังโลกใบนี้ ถูกนำมาใช้แทนที่ถ้วย “Jules Rimet” (จูลส์ ริเมต์) ชื่อที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธาน FIFA ในสมัยนั้น ตั้งแต่ปี 1930 – 1970
หนึ่งสกิลที่ผู้ชายหลายคนหลงไหล คงไม่แพ้เรื่องการถ่ายภาพ เพราะวันว่าง ๆ พวกเราพร้อมจะสะพายกล้องคล้องคอไปเที่ยวไหน ๆ โดยเก็บเอาภาพบรรยากาศดีที่เจอกลับมาอวดกับ บางคนสาย landscape บางคนสาย portrait แต่สำหรับอีกหลาย ๆ คนเช่นเดียวกับเรา แค่ภาพนิ่งก็ไม่พอ มันต้องมีความเคลื่อนไหว ใส่เสียง จัดเต็มสิถึงจะใช่ทาง! วันนี้ UNLOCKMEN เลยเอาเคล็ดลับเทิร์นโปรสำหรับผู้ชายสายวิดีโอมาฝาก บอกเลยว่างานนี้ไม่ผิดหวัง 1. ทำความเข้าใจอุปกรณ์ที่มีให้ครอบจักรวาล ทุกอุปกรณ์ส่งผลกับมุมมองภาพที่ปรากฏในวิดีโอ จะเริ่มต้นให้ดีต้องดูคุณสมบัติของสิ่งที่มีด้วย ลักษณะเฉพาะของกล้องแต่และเลนส์ที่นักท่องเที่ยวมือใหม่อยากถ่ายคลิปเจ๋ง ๆ อวดความมันส์ชิ้นไหนคือสิ่งที่คุณมี? – Go Pro มีคุณสมบัติเรื่อง water proof ที่นับเป็นข้อได้เปรียบด้านการสร้างเรื่องราวสุดยูนีคได้เองเหนือกล้องใหญ่ประเภทอื่นซึ่งอาจสร้างภาพเด็ดแต่พอเจอน้ำก็เดี้ยงถอยทัพ – เลนส์ Wide ใบ้กินเสมอกับการเล่าเรื่องระยะไกล ดังนั้นแม้ว่าบางอย่างจะอยู่ห่างจากคุณแค่ 20 ฟุต (ราว 6 เมตร) มันก็จะโชว์ภาพให้เห็นเป็นแค่จุดจิ๋วในวิดีโอนั้น แต่ถ้ามืออีกข้างถือ Canon t5i rebel หรือกล้องที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ก็ต้องทำความเข้าว่าเลนส์กล้องที่ต่างกันจะสร้าง shot
ภาพจำของเศรษฐกิจโลกอย่างหนึ่งที่ติดตาคนทั่วโลกคือวิกฤตตลาดอสังหาฯ ที่พาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดิ่งเข้ายุคมืดเมื่อปี 2008 ชนิดที่ไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไรจะกลับมาฟื้นอีก การลงทุนทั้งหลายชะงักงัน แต่ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง เพราะฟ้าใหม่การลงทุนกลับมาอีกครั้งในปี 2018 นี้แล้ว หลังทุกข์ทนกันมาเกือบทศวรรษ มีชาว UNLOCKMEN คนไหนที่ทันกระแสช่วงนั้นเป็นแนวหน้าบนยอดดอยกันบ้างหรือเปล่า อาการยังดีอยู่ไหม? คงไม่เท่าไรใช่ไหม เพราะตอนนี้บาดแผลของผู้กล้าสายลงทุนทั่วโลกก็เริ่มจะเลือนไปบ้างแล้ว และเริ่มหันมาใช้ประสิทธิภาพดวงตาเพื่อมองหาหนทางการลงทุนใหม่ ๆ อีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ The New York Times ออกมาบอกโครม ๆ เรียกแขกว่า “ทุกหน่วยเศรษฐกิจในโลกขณะนี้กำลังออกมาเริงร่าหาทางขยายกันยกใหญ่อีกครั้ง” แม้ใครจะไม่สามารถออกมาฟันธงเหตุผลเบื้องหลังการกระเตื้องตัวของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่ก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันในวงกว้างบอกว่าเศรษฐกิจที่ง่อนแง่นใน 10 ปีที่ผ่านมาคือความอ่อนแอที่จัดได้ว่าเป็นหายนะสูงสุดที่เคยเกิดมาเลย Barret Kupelian นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ PricewaterhouseCoopers (PwC) หนึ่งใน BIG4 หรือบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ระดับโลกออกมาคอนเฟิร์มว่าเศรษฐกิจอยู่ในจุดขาขึ้นจริง ๆ ชนิดฉุดไม่อยู่กับถ้อยคำเหล่านี้ “The world is less reliant on a few star
เข้าใจอยู่ว่าเวลาที่หนุ่ม ๆ อย่างเราตัดสินใจเลือกเข้าคลาส “โยคะ” คงจะเป็นกิจกรรมท้าย ๆ ที่เรานึกถึง อาจเป็นเพราะเราคิดว่าไม่หนักพอ หรือดูเป็นคลาสที่เหมาะกับผู้หญิงมากกว่า แต่ที่จริงแล้วการฝึกโยคะมีประโยชน์กับผู้ชายมากกว่าที่คิด Brendon Rooney ครูสอนโยคะชื่อดังประจำ YogaWorks ในเมือง New York เคยกล่าวว่า “ปกติแล้วผมจะออกกำลังกายอย่างหนักถึงขีดสุดของร่างกายและจิตใจจนบางทีผมก็บาดเจ็บ หมดแรง และรู้สึกเบื่อ ผมต้องการสิ่งที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ช่วยบาลานซ์พลังที่เราได้โหมหนักไปกับการวิ่งและยกเวท” ทีมงาน UNLOCKMEN อยากให้ผู้ชายอย่างเราทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพให้หลากหลายขึ้น และนี่คือประโยชน์ 5 อย่างของศาสตร์เพื่อสุขภาพดีอย่างโยคะที่เราควรลอง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ สำหรับท่านที่ประสบปัญหาถึงจุดสุดยอดรวดเร็วเกินไปตั้งใจอ่านให้ดีครับ นักวิจัยจากอินเดียได้ทำการทดลองแบ่งชายที่มีปัญหาเรื่องการหลั่งเร็วออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ฝึกโยคะ อีกกลุ่มใช้วิธีการรักษาทางการแพทย์ ผลปรากฏว่า ทุกคนในกลุ่มที่ใช้โยคะช่วยบำบัดมีการพัฒนาเรื่องเวลาการถึงจุดสุดยอดได้ดีขึ้น ขณะที่กลุ่มที่ใช้การรักษาตามปกติมีผู้ที่อึดทนนานขึ้น 82 เปอร์เซ็นต์ เจอชายตัวอ่อนขิงกันเห็น ๆ อีกหนึ่งงานวิจัยเมื่อปี 2011 ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Sexual Medicine ยังระบุด้วยว่า การฝึกโยคะ 12 สัปดาห์ทำให้ความสมรรถภาพทางเพศโดยรวมดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการฝึกทั้งร่างกายและจิตใจของโยคะนั่นเอง ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น
อยากดื่มสังสรรค์กับเพื่อน อยากดื่มเผาหัวก่อนไปมันส์ยาว ๆ อยากจิบแก้กลุ้ม อยากดื่มฉลองโอกาสพิเศษ และอีกสารพัดโอกาสฟ้าฝนและคนเป็นใจให้กระดกเบียร์เข้าปาก แต่เปิดเบียร์ขึ้นกระดกทีไรภาพตัวเองลงพุงลอยมาตัดหน้าทุกที (แต่ก็กินอยู่ดี) ปัญหาโลกแตกแบบนี้ใช่ว่าจะมืดแปดด้านเสมอไป UNLOCKMEN มีทางออกมานำเสนอ กับคราฟต์เบียร์แคลอรี่ต่ำ ที่ไม่ทำให้ลงพุง(ไปมากกว่านี้) เบียร์มันชุ่มคออะครับ ทำไมต้องทำให้อ้วนด้วย? เพราะแอลกอฮอล์ตัวร้ายเนี่ย ทำให้เราอ้วนด้วยสองเหตุผลหลัก ๆ เลย “แคลอรี่เยอะ” กับ “ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ” เพราะเวลาเรามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย ร่างกายต้องเบิร์นมันออกก่อน ทำให้อาหารอื่น ๆ ที่กินเข้าไปต่อคิวรอจนกลายเป็นไขมันสะสม ชัดเจนแจ่มแจ๋วเลยว่าทำไมเราถึงบวมเบียร์กันแบบสุด ๆ หากจะต้องดื่มเบียร์สักแก้วแล้วล่ะก็ ลองเป็นเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 5% ดูจะดีกว่า สายบางเบา ชาว Hoppy มาทางนี้ก็คงไม่พ้น IPAs แน่นอน ตัวเด็ดของสายนี้คงไม่พ้น Founders All Day (4.7%) และ Firestone Walker Easy Jack (4.5%) มีแบบกระป๋องให้ดื่มกันแบบสะดวก ๆ ถึงจะชอบแค่ไหนแต่ก็อย่าลืม APAs ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันอย่าง
คอกาแฟ (และคนทั่วไปด้วยนั่นแหละ) คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Starbucks” เพราะถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จระดับโลกที่อีกแบรนด์หนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยคุณภาพของเมล็ดกาแฟ วัตถุดิบ เมนูแปลกใหม่ตามเทศกาล หรือจะเป็นสินค้าพรีเมียมจากแบรนด์นี้ ล้วนเป็นสิ่งหวานหอมยั่วยวนให้เหล่าคอกาแฟต้องขอลิ้มลองกันสักแก้วในชีวิต (บางคนก็แก้วที่นับไม่ถ้วนไปแล้ว) แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต่างพิศวงในแบรนด์ Starbuckss คงไม่พ้น “ชื่อไซส์” ที่ไม่เหมือนแบรนด์อื่น แล้วยังให้ขนาด tall มาเป็นขนาดเล็กสุดซะอีก นี่มันยังไงกัน วันนี้ UNLOCKMEN มีคำตอบมาให้ทุกคนแล้ว ที่มาที่ไปของ Starbucks แบบคร่าว ๆ ขอเล่าถึงความเป็นมาของ Starbucks แบบไว ๆ กันสักนิด เพื่อที่เวลาจะเล่าอะไรต่อไปจะได้เห็นภาพกันมากขึ้น เริ่มต้นเลยนั้น Starbucks เป็นแค่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ในซีแอตเทิล จน Howard Schultz ได้มาโดนกาแฟไปหนึ่งแก้วแล้วเกิดประทับใจในร้านเล็ก ๆ นี้ขึ้นมา จนภายหลังจากนั้นหนึ่งปี เขาได้เข้ามาร่วมธุรกิจกับ Starbucks ปีต่อมาเขาได้ไปเที่ยวอิตาลี แล้วเกิดประทับใจในบรรยากาศของร้านกาแฟที่นั่นมาก จนเกิดแรงบันดาลใจให้ไปเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเองในชื่อ “Il Giornale” และออกจาก Starbucks ไปในระยะเวลาไม่กี่ปี


