Life

PROACTIVE MINDSET แนวคิดที่ช่วยเบาแรงและประหยัดเวลาในการทำงาน

By: BAO April 20, 2021

เวลาทำงานร่วมกับคนอื่น เรามีโอกาสเจอปัญหาได้สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ ปัญหาเรื่องระยะเวลาในการทำงาน ปัญหาเรื่องบัดเจท ไปจนถึง ปัญหาเรื่องความสะอาดของที่ทำงาน และเมื่อปัญหามีจำนวนมากอย่างที่บอกไป ‘การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า’ คงเป็นเรื่องที่ทำให้เหนื่อยพอสมควร ดังนั้น  PROACTIVE MINDSET (แนวคิดการทำงานเชิงรุก) เลยเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนทำงาน เพราะมันจะช่วยให้เรา handle ปัญหาเหล่านั้นได้ล่วงหน้า และปลดล็อกประสิทธิภาพในการทำงานของเราด้วย

PROACTIVE MINDSET คือ แนวคิดในการทำงานอย่างมีเป้าหมายและการวางแผนไว้ล่วงหน้า โดยคนที่มี PROACTVE MINDSET มักจะมองการณ์ไกล และพยายามทำอะไรบางอย่าง เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปดั่งที่หวัง ต่างจากคนที่มี REACTIVE MINDSET ที่มักรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยลงมือแก้ แต่คนกลุ่มนี้ก็มีข้อดีตรงที่ว่ามีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม คนที่มี REACTIVE MINDSET มักจะสะดุดเมื่อ ‘ปัญหาจำนวนมาก’ เข้ามารุมเร้าต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาเหมือนต้องเล่นวิ่งไล่จับกับปัญหาอยู่ตลอดเวลา และเกิดความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจได้ เราอยากแนะนำให้ทุกคนนำ PROACTIVE MINDSET มาปรับใช้ เพราะมันจะช่วยให้เรามองเห็นปัญหาได้ล่วงหน้า และมีความพร้อมในการรับมือกับปัญหาเหล่านั้นมากขึ้น แถมงานวิจัยบางชิ้นยังบอกว่าคนที่มีลักษณะ PROACTIVE จะทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

สำหรับใครที่อยากพัฒนา PROACTIVE MINDSET ในบทความนี้เราก็ได้นำวิธีการพัฒนา PROACTIVE MINDSET ที่ง่ายและทุกคนสามารถทำได้ มาฝากกันด้วย จะมีวิธีอะไรบ้างต้องลองอ่านต่อไปดู

ก่อนอื่นเลยเราอยากให้ทุกคนโฟกัสกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมากขึ้น และโฟกัสกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้น้อยลง เพราะชีวิตก็คล้ายกับการขับรถ ถ้าเรามองไปข้างหลังอย่างเดียว เราก็ไม่สามารถขับรถได้ มันต้องมองทั้งกระจกหน้า กระจกข้าง และกระจกหลัง เพื่อให้เราเห็นทิศทางที่จะไปอย่างชัดเจน

การฝึกมองภาพใหญ่ อาทิ การคิดถึงเป้าหมายสูงสุดในการทำงานแต่ละชิ้น ก็สำคัญต่อการพัฒนา PROACTIVE MINDSET เหมือนกัน เพราะมันจะช่วยให้เราสามารถวางแผนการทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายเหล่านั้นได้ และพร้อมรับมือกับปัญหาได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะฉะนั้น ถ้ากังวลเรื่องอนาคต ควรหลีกเลี่ยงการจมอยู่กับข้อกังวลเหล่านั้น จนหลงลืมเป้าหมายสูงสุดของการทำสิ่งต่าง ๆ ไป

แต่เราต้องอย่าลืมจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายของเราด้วย เพราะเราแต่ละคนมีเรี่ยวแรงและความสามารถที่จำกัด บางครั้งเราเลยไม่สามารถทำทุกอย่างให้เสร็จในช่วงเวลาที่จำกัดได้ แม้เราจะมีเป้าหมายหลายอย่างที่อยากทำ เราเลยต้องเลือกเพียงแค่เป้าหมายที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้มากที่สุด

การโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมได้ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าเราจมอยู่กับความคิดในแง่ลบในเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ นอกจากเราจะเสียเวลาแล้ว เรายังเกิดความเครียด และสุขภาพจิตเสียไปเปล่า ๆ จะดีกว่าถ้าเราโฟกัสเพียงว่าตัวเองสามารถทำอะไรกับเรื่องนั้นได้บ้าง มันจะช่วยให้เรามีเวลาคิด และวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย

และเหนือสิ่งอื่นใดเลย คือ อย่ากลัวความไม่แน่นอน เช่น ความล้มเหลว หรือ ความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพราะถ้าเรากลัวจนไม่ลงมือทำอะไร เราก็จะไม่มีวันได้สิ่งที่ต้องการ และไม่เติบโตขึ้น เราเลยต้องพยายามทำให้สิ่งที่เราหวังไว้เกิดขึ้น ถึงแม้ลงมือทำแล้ว สุดท้ายจะผิดหวังหรือล้มเหลว เราก็ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วโอกาสชนะเราจะมีมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีในการพัฒนา PROACTIVE MINDSET เพื่อให้เรากลายเป็นคนเก่งและเข้าใกล้ความสำเร็จกันมากขึ้น โดยเราหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคนทำงานทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ ผู้จัดการ ผู้บริหาร หัวหน้า ยัน พนักงานบริษัท ที่ต้องการพัฒนาความสามารถในการทำงานของตัวเอง


SOURCES: 1 / / 3

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line