Advertisement
FASHION

PUMA ‘SPEEDCAT’ รองเท้าที่มีต้นกำเนิดจากโลกมอเตอร์สปอร์ต สู่สตรีตไอเทมของคนรักความเร็ว !

By: SPLESS November 23, 2020

รองเท้า คือหนึ่งในไอเทมสำคัญที่ผู้ชายอย่างเราให้ความสำคัญ​ จึงไม่แปลกที่หนุ่ม ๆ แต่ละคนจะมีรองเท้าหลากรุ่นหลายสไตล์เก็บเอาไว้ในครอบครองสำหรับสวมใส่ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่หรือรองเท้ารุ่นคลาสสิก

ขณะเดียวกัน ทุกคนคงทราบดีว่ารองเท้ารุ่นคลาสสิกที่เราเห็นในปัจจุบันหลายรุ่น ต่างมีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็น “รองเท้ากีฬา” ไม่ว่าจะเป็น Converse Chuck Taylor Allstar ที่มีพื้นฐานจากการเป็นรองเท้าบาสเกตบอล หรือ Adidas Stan Smith ที่พัฒนามาจากรองเท้าเทนนิส ซึ่งต่อมารองเท้าทั้ง 2 รุ่นก็ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยและกลายมาเป็นโมเดลรองเท้าที่อยู่เหนือกาลเวลาไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม นอกจากรองเท้าที่มีพื้นฐานมาจากกีฬาอย่างบาสเกตบอลหรือเทนนิสแล้ว ยังมีรองเท้าอีกหนึ่งรุ่นที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการแข่งขันในโลกความเร็วอย่าง Formula1 กับรองเท้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “Puma SpeedCat” และวันนี้เราจะพาทุกคนไปกับความรู้จักกับ Racing Shoe คู่นี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปพร้อมกัน !

Renarts

กำเนิด Racing Shoes

ก่อนจะพูดถึงรองเท้าสำหรับสวมใส่ขับรถที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เราขอพาทุกคนย้อนกลับไปทำความรู้จักกับรองเท้าสำหรับแข่งรถ (Racing shoe) คู่แรกของโลกกันก่อน โดยต้องย้อนกลับไปในปี 1963 เมื่อ Gianni Mostile ช่างทำรองเท้าชาวอิตาลีได้ทำการจดสิทธิบัตรรองเท้าสำหรับแข่งรถที่ตัวเขาออกแบบขึ้นมาเองกับมือ

งานดีไซน์ของรองเท้าคู่ดังกล่าว ถูกออกแบบให้ส่วน Outsole โอบรัดเท้าไปบรรจบกันด้านหลังตัวรองเท้าเพื่อป้องกันส้นเท้าผู้สวมใส่จากแรงกระแทกระหว่างขับรถ ขณะเดียวกันยังออกถอดพื้นด้านในออก เพื่อให้ฝ่าเท้าของผู้สวมใส่สามารถสัมผัสและรู้สึกถึงคันเร่งและแป้นเบรกได้ดีขึ้น รวมถึงตัดเชือกรองเท้าออกไป เพื่อป้องกันการพันกันของเชือกรองเท้าซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างแข่งขันได้ ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นดีไซน์พื้นฐานสำหรับออกแบบ Racing Shoe มาจนถึงปัจจุบัน

นักแข่งรถสูตร 1  คนแรกที่ใส่รองเท้าของ Puma 

เดิมทีแบรนด์อย่าง Puma ไม่เคยเกี่ยวข้องกับวงการมอเตอร์สปอร์ตมาก่อน มีเพียงค่าย Adidas ที่ทำรองเท้าอย่าง Adidas Monza ให้กับแชมป์โลกอย่าง Mario Andretti ด้านแบรนด์ทางซีกโลกเอเชียก็มีรองเท้าอย่าง ASIC ARD-336 อย่างไรก็ตามรองเท้าของ Puma เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการมอเตอร์ครั้งแรกในช่วงต้นยุค 80’s ผ่านยอดนักแข่งที่ชื่อ Stefan Bellof

Stefan Bellof และรองเท้า Puma ของเขา

Stefan Bellof คือนักแข่งรถที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์และฝากสถิติทางความเร็วเอาไว้หลายสถิติ ไม่ว่าจะเป็นการทำทำเวลาต่อรอบที่สนาม Nurburgring Nordschleife ร่วมกับ Porsche 956 ด้วยเวลา 6 นาที 11.13 วินาที โดยทำความเร็วสูงสุดถึง 386 กิโลเมตร/ชั่วโมง จนได้รับฉายาว่า “King of The Ring” รวมถึงประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ World Sportcar Championship

ต่อมาในปี 1984 Stefan Bellof ตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่วงการ F1 ร่วมกับทีม Tyrrell Racing โดยเลือกสวมรองเท้า Racing shoe ที่ออกแบบโดย Puma ทำให้เขากลายเป็น “นักแข่งคนแรกในวงการรถสูตร 1 ที่สวมใส่รองเท้าของ Puma” ในการแข่งขัน แต่น่าเศร้าที่ตัวเขาต้องเสียชีวิตด้วยวัย 27 ปี จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่สนาม Spa หลังจากได้รับสัญญานักแข่งจาก Enzo Ferrari แต่นั่นก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รองเท้าสุดไอคอนเกิดขึ้นในเวลาต่อมา

Puma Speed Cat

เดินทางมาถึงปี 2001 แบรนด์ Puma ตัดสินใจสร้างรองเท้าสำหรับสวมใส่ในการแข่งรถสูตร 1 ขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า Puma Speedcat ช่วงเวลานั้นรองเท้ารุ่นนี้ถูกแบบมาให้ Outsole ทำจากวัสดุหนังนุ่มและพื้นรองเท้าที่ผลิตจากยางคุณภาพสูงทำให้ยืดเกาะได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเวอร์ชันสำหรับใส่แข่งขันจะมาพร้อมทรงหุ้มข้อสูงและแถบคาดสำหรับสวมใส่กับ Racing Suit โดยเฉพาะ

ต่อมาในปี 2004 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ทีม Scuderia Ferrari ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นด้วยการคว้าแชมป์โลก 5 สมัยซ้อน รวมถึงฝีมือการขับที่ไร้เทียมทานของมิคาเอล ชูมักเกอร์ ก็ทำให้ Puma ตัดสินใจเซ็นต์สัญญาในการเป็นผู้สนับสนุนให้กับ Scuderia Ferrari  ซึ่งพวกเขามีทำหน้าที่จัดหาชุดให้ทีม รวมถึงรองเท้าสำหรับบุคลากรทุกตำแหน่ง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของตำนาน Puma Speedcat คู่สีแดงที่มิคาเอล ชูมักเกอร์สวมใส่ในเวลาต่อมา

Puma

พัฒนาสู่การเป็นรองเท้าแข่งรถที่สมบูรณ์แบบ 

อย่างไรก็ตาม วงการ Formula1 ไม่ได้มุ่งเน้นพัฒนาแค่เรื่องเครื่องยนต์หรือระบบของตัวรถเท่านั้น เพราะรองเท้าและชุดของนักแข่งรถสูตร 1 ก็ถูกพัฒนาให้มีความเหมาะสมกับการแข่งรถมากขึ้น ทั้งเรื่องวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ป้องกันความร้อนได้ รวมถึงน้ำหนักของรองเท้าที่เบาขึ้น โดยน้ำหนักของรองเท้าแข่งรถในยุคแรก มีน้ำหนักถึง 432 กรัมในขณะที่รองเท้าแข่งรถในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 100 กรัม ทั้งหมดเป็นสาเหตุที่ทำให้ Puma Speedcat ถูกพัฒนาออกมาเป็นรองเท้ารุ่นต่าง  ๆ ไม่ว่าจะเป็น Puma Future Cat หรือ Puma Speedcat PRO ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ที่นักแข่งหลายคนใช้งานมาถึงปัจจุบัน

พัฒนาตัวเองสู่โลกแฟชั่น

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จและชื่อเสียงของ Puma Puma Speedcat ไม่ได้จบลงที่สนามแข่งรถเท่านั้น เพราะความสวยงามของรองเท้าโมเดลนี้ทำให้มันได้รับความนิยมในการสวมใส่ในชีวิตประจำด้วย โดย Puma เองก็ต้องการชูให้ Speedcat มีความเป็นรองเท้าเป็นแฟชั่นมากขึ้น พวกเขาจึงเลือกปรับงานดีไซน์ของ Puma Speedcat ออกมาเป็นแบบข้อต่ำ รวมถึงวัสดุและสีสันที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์การสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญคือมันยังคงเป็นรองเท้าที่เหมาะสมกับการสวมใส่สำหรับขับรถเสมอ

อย่างไรก็ตามเรื่องราวของ Puma Speedcat ไม่ได้หยุดแค่ในวงการแข่งรถสูตร 1 เท่านั้น เพราะล่าสุด Puma ยังเลือกปัดฝุ่นโมเดลนี้กลับมาอีกครั้งพร้อมงานดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Porsche 911 Turbo ซึ่งถูกปรับดีไซน์ให้สวยงามและกลายร่างมาเป็นสตรีตไอเทมที่สมบูรณ์แบบอีกหนึ่งชิ้น โดยเฉพาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลในความเร็วและสนีกเกอร์ทุก ๆ คน

Porsche

Source: 1/2/3/4

SPLESS
WRITER: SPLESS
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line