Advertisement
Featured

สวยที่สมอง เซ็กซี่ที่ความสามารถ ปูเน่ – อนัญญาลันน์ รองนางสาวไทยปี 2544

By: unlockmen March 1, 2015

หากพูดถึงนางงาม เรามักจะนึกถึงผู้หญิงที่มีกิริยามารยาทเพียบพร้อม มาคู่กับไหวพริบที่ชาญฉลาด โดยส่วนใหญ่เราจะติดภาพว่าพวกเธอจะต้องเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ แต่เธอคนนี้ทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไป

ปูเน่ – อนัญญาลันน์ วัฒนะนุพงศ์ สาวมั่นหน้าตาสวย ที่เธอบอกกับเราว่าเธอไม่ได้เป็นคนเรียบร้อยแต่อย่างใด อาจจะจริงเพราะเธอเป็นถึงนักแข่งบิ๊กไบค์ กีฬาที่ดูโลดโผนเกินตัวผู้หญิงสวยอย่างเธอ แต่เธอก็มีดีกรีเป็นถึงรองนางสาวไทยปี 2544 (ปีเดียวกับนุ้ย สุจิรา) เท่านั้นไม่พอ เธอยังควบตำแหน่งอาจารย์สอนแฟชั่นด้วย วันนี้เราจะพาไปพบกับตัวตน และความคิดของเธอที่ต้องบอกว่ารูปสวยและยังรวยรสอีกต่างหาก

ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้ก็เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ศิลปะและการออกแบบ สาขาแฟชั่นดีไซน์ สอนมา 10 ปีแล้วค่ะ แล้วก็รับแคสติ้งโฆษณาบ้างเล็กน้อย ขี่มอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์อันนี้จะเน้นแข่งมากกว่า แล้วก็มีขายสินค้าที่เป็นโปรดักส์ของตัวเองก็ขายใน Social Network

พอจะบอกเราได้ไหมว่าคุณเป็นผู้หญิงสไตล์ไหน หรือคำจำกัดความสั้นๆ เกี่ยวกับตัวคุณ

ปูเน่ชอบให้ตัวเองเป็นแบบเท่ๆ เป็นผู้หญิงลุยๆ ง่ายๆ สบายๆ แล้วก็เป็นคนมีเพื่อนผู้ชายมากกว่าเพื่อนผู้หญิง เพื่อนผู้หญิงจะไม่ค่อยสนิทมาก สนิทกับเพื่อนผู้ชายมันไม่ต้องอะไรมากมาย มันง่ายๆ สบายๆ  ไม่เรื่องมาก เราไม่ช้อปปิ้ง ไม่ซื้อเครื่องสำอาง ไม่ซื้อกระเป๋ารองเท้า แต่ละเดือนไม่เป็นอย่างนั้นเลย ตอนนี้จะหมดไปกับเรื่องมอเตอร์ไซค์มากกว่า

p-7

เราทราบมาว่าคุณทำกิจกรรมเยอะมาก เป็นทั้งอดีตนางงาม เป็นอาจารย์ และนักแข่งบิ๊กไบค์ ทำไมต้องทำเยอะขนาดนั้น แล้วมีการแบ่งเวลาอย่างไร

ตอนประกวดนางสาวไทย คือคุณพ่อบังคับ เราเป็นคนกระโดกกระเดก ระหว่างเก็บตัวตอนประกวดพี่บุ๋ม ปนัดดา เป็นรุ่นพี่ปีนึงเขาก็จะบอก “ปูเน่ แกมานี่ดิ๊ มึงเดินอย่างกะผู้ชาย จะไปเข้ารอบอะไรกับเค้า” แล้วจะให้เดินยังไง เราเดินไม่เป็น เราก็เดินแบบนี้ เด็กๆ ก็เล่นกับเด็กผู้ชาย ไม่มีตุ๊กตามีแต่หุ่นยนต์ เราก็เลยหัดเดินใหม่ หลังจากนั้นก็ได้ตำแหน่งรองนางสาวไทย เสร็จก็ไปเรียนต่อด้านแฟชั่น แล้วก็ได้มาเป็นอาจารย์ที่ ม.รังสิต ส่วนตัวเป็นคนชอบเล่นกีฬาก็ต่อยมวยมาก่อน พอมาดูการแข่งมอเตอร์ไซค์ทาง  youtube ก็ชอบ อยากทำได้แบบนั้น สุดท้ายก็ลองไปเรียนดู ทั้งๆ ที่ยังไม่มีมอเตอร์ไซค์ ที่ยังไม่ซื้อเพราะว่า จะลองมาเรียนกับอ. โฮ้ เพื่อดูว่าเราชอบจริงไหม เป็นแฟชั่นรึเปล่า พอมาเรียนได้สองวัน อาจารย์ก็บอกขี่ได้แล้วนี่แข่งเลยไหม เราก็เลยลองดู แข่งเสร็จแล้วก็ติดใจแข่งมาเรื่อยๆ ส่วนการแบ่งเวลาก็จะไปซ้อมวันเสาร์อาทิตย์ เวลาแข่งก็แข่งเสาร์อาทิตย์ คือตัวเองก็จะไม่ได้เก่งเท่าน้องๆ ในทีม เพราะเรามีงานประจำต้องทำ ชีวิตประจำวันเราขับรถยนต์ไม่ได้ขี่มอไซค์ ถ้าฝีมือเราจะด้อยกว่าน้องๆ เราก็ไม่เป็นไร

กิจกรรมแต่ละอย่างที่คุณทำดูเหมือนจะตรงข้ามกันสุดขั้ว คุณคิดว่าเสน่ห์ของแต่ละอย่างคืออะไร  

คือความเป็นอาจารย์ เราชอบตรงที่ได้ถ่ายทอดความรู้ คือมันเป็นประสบการณ์แชร์ประสบการณ์ เราจะบอกนักศึกษาเสมอว่า เป็นอาจารย์ไม่ได้เก่งกว่า เพียงแต่รู้มาก่อน เราก็จะรู้สึกว่ามันเป็นอาชีพที่มีความน่าเคารพ เหมือนกับเรามีลูก ได้อยู่กับลูก ได้อยู่กับเด็กมันสดใสกว่า ส่วนเสน่ห์ในการแข่งมอเตอร์ไซค์ มีเพื่อนในเฟสบุ๊คบอกว่า การมาแข่งมอไซค์ไม่ใช่แค่การกีฬาอย่างเดียว มันต้องใช้ทักษะความแข็งแรงของร่างกายอย่างมาก ทักษะความรวดเร็วในการตัดสินใจเพื่อให้ได้ชัยชนะ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องออกกำลังกายพอสมควร เพื่อนำไปใช้ในการแข่ง

ทำไมถึงเลือกบิ๊กไบค์ คือมันดูอันตรายสำหรับผู้หญิง

ใช่! ทุกคนก็จะบอกว่ามันเป็นเนื้อหุ้มเหล็ก มันค่อนข้างอันตรายอันนี้ยอมรับ แต่ว่าก็จะระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุด เราไม่ได้มาแนวนักแข่งอาชีพ เรามีพ่อที่หวงคอยอยู่ที่บ้าน เพราะฉะนั้นเราไม่อยากทำให้ทุกอย่างมันดูพลาด เพราะขี่มอเตอร์ไซค์ แต่มันก็จะมีชุดที่ป้องกันได้ใช้ได้อยู่แล้ว ตัวเราชอบกีฬา เราชอบความตื่นเต้นท้าทายอยู่แล้ว ก็เลยเลือกบิ๊กไบค์

ptest

พอมาอยู่ในจุดที่มันเป็นกิจกรรมของผู้ชาย มีถูกแซว หรือโดนดูถูกไหม

มี มีเยอะ มีประมาณว่ามาทำไมเนี่ย ไร้สาระ เถื่อน ถ่อย ดูเป็นคนไม่ดี มันก็จะมีกลุ่มเด็กแว๊นใช่ไหม ทำให้ภาพตรงนั้นติดมา เราก็จะแบบเราไม่ได้แว๊น เรามาขี่ด้วยใจรัก คนที่ไม่ขี่จะไม่เข้าใจ อย่างเวลาออกทริปเจอตรงไหนสวยก็จอดถ่ายรูปได้ มันได้สัมผัสบรรยากาศดีกว่าขับรถยนต์ เวลามีคนรู้จักดูถูกว่าแบบมาขี่ทำไม ไปทำอย่างอื่นดีกว่า เราก็จะแบบที่คุณไปทำอย่างงั้นอย่างงี้เรายังไม่ว่าเลย แต่พอเรามาถูกทาง เขาก็จะให้เกียรติเราก็เลยจะไม่โดนดูถูกมาก แต่มีแข่งครั้งแรกเลยร่วมกับผู้ชาย ตอนไปสมัครก็มีคนพูดว่า “น้องๆ ไปกางร่มเป็นพริตตี้ให้พี่ดีกว่า!” เราก็ปากจัดนะ แต่เก็บเงียบไว้ ถ้าด่าไปนี้จบเลย (หัวเราะ)

แล้วแบบนี้ผู้ชายที่คุณชอบเป็นอย่างไร ต้องขี่บิ๊กไบค์เหมือนกันไหม

ถ้าขี่บิ๊กไบค์ด้วยกันก็ดี ชอบคนเล่นกีฬา แต่ถ้าเขาขี่บิ๊กไบค์ เขาก็น่าจะชอบเล่นกีฬานะ ถ้าอืดๆ อยู่บ้านก็คงจะไปด้วยกันไม่ไหว ขอแบบไลฟ์สไตล์ใกล้ๆ กัน ช่วยๆ กันส่งเสริม ไปเล่นกีฬาไปขี่มอไซค์ ถ้าเขาไม่ขี่มอไซค์จะไปกับเรายังไง ซ้อนท้ายเหรอ (หัวเราะ) ก็คงตลกดี

มีคนเคยพูดไว้ว่าคนที่มีงานอดิเรกหลากหลาย ส่วนใหญ่แล้วคือคนที่ไม่เก่งสักทาง คุณเห็นด้วยกับคำพูดนี้ไห

จริง ก็มีบ้างที่เห็นคนเป็นแบบนี้ แต่กับตัวเองเราอยากให้ตัวเราทำอะไรหลากหลาย คือเราก็ทำอาชีพอาจารย์ให้มันตกผลึกไปแล้ว เราก็อยากลองอาชีพอื่น วิถีชีวิตแบบอื่น เพราะรู้สึกว่าคนวัยกลางคนช่วงนี้อยากหาอะไรทำเพื่อให้กำไรแก่ชีวิต เราก็คิดว่าเดี๋ยวเราก็ตายแล้ว ทำไมเราไม่ทำในสิ่งที่เรารักล่ะ ตอนนี้อยากทำอะไรก็ทำ อยากใช้ชีวิตแบบไหนก็ใช้ ไม่เบียดเบียน ไม่ทำให้ใครเป็นทุกข์ มันก็มีแหละคนที่ชอบทำอะไรอย่างเดียว เราก็ไม่ก้าวก่าย ไม่บอกว่าคนนี้ใช้ชีวิตผิด คนนี้ใช้ชีวิตเจ๋ง มันก็แล้วแต่คนชอบ เราให้เกียรติเขา

เป็นทั้งอดีตนางงาม เป็นอาจารย์ เป็นนักแข่งบิ๊กไบค์ มีอะไรที่อยากจะเป็นอีกไหม

ไม่ได้คาดฝันว่าอยากเป็นอะไรอีกนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้บ้าอยากทำอะไรก็ทำให้มันดีที่สุด ตอนที่มอไซค์คว่ำแล้วไหล่เจ็บ แต่ตอนนี้หายดีแล้ว ก็จะบอก อ. โฮ้ว่าอยากไปเรียนต่อยมวยอะ ให้อาจารย์เป็นเทรนเนอร์ให้ ( หัวเราะ) ตอนนี้ก็อยากเล่นแอเรียลซิลค์ที่โหนตัวบนอากาศให้ตัวแข็งแรงอะ ก็คือทุกอย่างเนี่ยมันใช้กับการแข่งได้หมดเลย มีความรู้สึกอยากจะเล่นอะไรแค่นั้นมากกว่า

unlockmen
WRITER: unlockmen
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line