Life

รู้จัก ‘Revenge Bedtime Procrastination’ เมื่อเรานอนดึกเพื่อระบายความเครียดจากการทำงาน

By: BAO April 1, 2021

ชีวิตผู้ชายวัยทำงานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไหนจะต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต้องหาคนเลี้ยงในครอบครัว และบางคนอาจต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นหลายเท่าด้วย เมื่อเราหมดเวลาและพลังงานไปกับงานที่เคร่งเครียด สิ่งที่เรามักทำกัน คือ เอาตอนดึกมาใช้ในการ ‘พักผ่อน’ เช่น ดู Netflix หรือ ทำในสิ่งที่เราสนใจ เพื่อเยียวยาจิตใจตัวเองจากความเหนื่อยล้า แทนที่จะ ‘นอนหลับ’ ปรากฎการณ์นี้มีชื่อว่า ‘Revenge Bedtime Procrastination’ และสามารถกระทบชีวิตของคนทำงานอย่างรุนแรงได้ ดังนั้น เราต้องรู้จักวิธีการรับมือกับมัน เพื่อป้องกันสุขภาพกายและใจไม่ให้พังไปซะก่อน !!


 Revenge Bedtime Procrastination เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

Revenge Bedtime Procrastination มักเกิดกับคนที่เครียดกับการทำงานทั้งวัน วันละหลายชั่วโมง จนแทบไม่มีเวลาเหลือสำหรับการทำอย่างอื่น ส่งผลให้ต้องสละเวลานอนในตอนกลางคืน มาทำกิจกรรมผ่อนคลายตัวเอง เหมือนเป็นการแก้แค้นเวลา Daytime ที่ทำให้เราต้องเหน็ดเหนื่อยกับความเครียดและภาระต่าง ๆ ซึ่งคนที่ Revenge Bedtime Procrastination มักมีอาการเหล่านี้ ได้แก่ ตั้งใจเข้านอนช้าเพื่อเอาเวลามาทำกิจกรรมผ่อนคลายจิตใจ ไม่มีเหตุผลที่ดีในการนอนดึก รวมถึง รู้ตัวว่านอนดึกจะส่งผลเสียแต่ก็ยังทำ

แม้การสละเวลานอน เพื่อดูหนัง หรือ ทำงานอดิเรกที่เราชอบ จะช่วยให้เรา feel good มากขึ้นจริง แต่มันก็ส่งผลเสียที่อาจทำลายชีวิตเราได้เหมือนกัน เพราะการนอนหลับไม่เพียงพอเป็นเวลานาน ทำลายทั้งสุขภาพกายและใจ พร้อมทำให้เราฟังก์ชันได้แย่ลงตลอดเวลา ดังนั้น เราเลยอยากมาแนะนำวิธีการรับมือกับ Revenge Bedtime Procrastination เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


เราจะรับมือกับ Revenge Bedtime Procrastination ได้อย่างไร ?

เวลาทำงานหนักจนเหนื่อย ใคร ๆ ก็ต้องการเวลาพักผ่อนพิเศษทั้งนั้น แถมการนอนอาจทำให้เราไปเจอกับความเครียดที่รออยู่ในวันรุ่งขึ้นได้เร็วขึ้นอีกต่างหาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะนอนดึกกัน แต่การนอนน้อยก็ไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่บอกไป เพราะฉะนั้น เราอยากแนะนำให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการนอน ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

ทำกิจกรรมผ่อนคลายตัวเองก่อนนอนให้เป็นนิสัย

ถ้าเราเครียด วิตกกังวล หรือ คิดมาก เราก็คงนอนหลับได้ยาก ดังนั้น เราต้องผ่อนคลายตัวเองก่อนนอนอย่างสม่ำเสมอจนเป็นกิจวัตรประวันจำ ไม่ว่าจะเป็น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือ ฝึก mindfulness เป็นต้น โดยเลือกกิจกรรมที่ตัวเองชอบจะดีที่สุด

บอกลาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์

แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ หรือ แท็บเล็ต มักก่อกวนนาฬิกาชีวิต หรือ ทำให้ร่างกายจำเวลานอนที่ถูกต้องไม่ได้ และเราจะตื่นนานขึ้น ดังนั้น ก่อนนอนอย่างน้อยสักครึ่งชั่วโมง เราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์เลย เพื่อให้เรานอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ และควรใช้นาฬิกาปลุกแทนโทรศัพท์มือถือ

ทำให้ห้องนอนมืด

เมื่อแสงสว่างส่งผลต่อการตื่นหรือหลับของเรา ดังนั้น ถ้าเราควบคุมแสงได้ เราก็พร้อมที่จะนอนมากขึ้น นอกจากการหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์แล้ว การไม่เปิดไฟสว่างในห้องก็จำเป็นเช่นกัน เมื่อห้องเรามืดและไม่มีแสงใดกวนเราได้แล้ว รับรองว่า จะนอนหลับได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน !!

อย่าปั๊มคาเฟอีนในช่วงบ่ายหรือเย็น

คาเฟอีน มักทำให้เรารู้สึกตื่นนานขึ้น ซึ่งจะไปก่อกวนเวลานอนของเราด้วย ถ้าเรารับคาเฟอีนผิดเวลา ดังนั้น พยายามหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ก่อนเวลานอน 6 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายของเราปลอดคาเฟอีนมากที่สุด และจะหลับสบายมากที่สุด เช่นกัน

ถ้าง่วงก็ต้องงีบ

เมื่อเราควบคุมให้ตัวเองนอนเช้าไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่จะทำให้เรา survive อาการนอนไม่พอได้ คือ การงีบ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้เวลาในการงีบเกิน 15 – 20 นาที เพราะจะทำให้เราเข้าสู่โหมดหลับลึกขึ้น และเจอผลข้างเคียงเมื่อตื่นขึ้นมา จะทำการหลับครั้งต่อไปได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การนอนดึกก็เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น นิสัยแบบ Night Owl ไร้ความสามารถในการควบคุมตัวเองให้นอนเช้า ความเครียด รวมถึง ปัญหาด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ ดังนั้น การไปพบกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการเยียวยานิสัยนอนดึกที่ดีเหมือนกัน


Appendixs: 1 / 2

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line