DESIGN
เฉลิมฉลอง 145 ปีแห่งตำนาน!! SEIKO ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งโตเกียวผ่าน “สีม่วงเอโดะ” ในคอลเลกชันเรือนเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
By: NTman September 28, 2026 237311
ย้อนกลับไปในปี 1881 ท่ามกลางความคึกคักของย่านกินซ่า ณ กรุงโตเกียว ตำนานแห่งเรือนเวลาได้ถูกจุดประกายขึ้น จากร้านจำหน่ายและซ่อมนาฬิกาเล็กๆ ของชายที่ชื่อ ‘คินทาโร ฮัตโตริ’ ใครจะรู้ว่าวันนั้นคือจุดเริ่มต้นของ SEIKO แบรนด์ที่ก้าวเดินและเติบโตเคียงคู่มากับลมหายใจของมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึมซับเอาวิวัฒนาการ สุนทรียภาพ และวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง มาหลอมรวมไว้ในเรือนเวลาบนข้อมือของผู้คนทั่วโลกจากรุ่นสู่รุ่น
เมื่อพูดถึงโตเกียว ภาพจำอันงดงามในอดีตคือเมืองหลวงเก่าแก่นามว่า ‘เอโดะ’ (ค.ศ. 1603–1868) ยุคสมัยที่เป็นดั่งรากฐานทางศิลปะและวิถีชีวิตของญี่ปุ่น และในยุคที่วัฒนธรรมเบ่งบานนี้เอง เฉดสีอันเปี่ยมเสน่ห์อย่าง “สีม่วงเอโดะ” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น นี่ไม่ใช่แค่เพียงสีสันที่สวยงาม แต่คือตัวแทนที่สะท้อนรสนิยม จิตวิญญาณ และตัวตนอันโดดเด่นของชาวเมืองในยุคนั้น ซึ่งยังคงส่งต่อมนต์ขลังอันคลาสสิกข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน

และเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 145 ปีแห่งความยิ่งใหญ่ SEIKO จึงพาเราย้อนเวลากลับไปสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมอีกครั้ง ผ่านนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันคอลเลกชันใหม่ ที่หยิบเอา “สีม่วงเอโดะ” มาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ ถ่ายทอดร่วมกับรายละเอียด “สีทอง” อันหรูหราประณีต ที่ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อความสวยงาม แต่ยังซ่อนความหมายที่สื่อถึงความมุ่งมั่นในการเติมเต็มชีวิตให้เปี่ยมด้วยความสุข
ทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้ปรัชญาอันแน่วแน่ตั้งแต่วันแรกที่ว่า “Always one step ahead of the rest” หรือการก้าวล้ำไปข้างหน้าก่อนหนึ่งก้าวเสมอ จนเกิดเป็นเรือนเวลา 6 รุ่นพิเศษที่หลอมรวมหน้าประวัติศาสตร์ นวัตกรรม และศิลปะแห่งการใช้ชีวิต ไว้บนข้อมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Seiko Prospex Alpinist Mechanical: จิตวิญญาณนักสำรวจในรูปโฉมใหม่ – เริ่มต้นกันที่ซีรีส์ยอดฮิตอย่าง Alpinist ที่ครั้งนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน Prospex โดยยังคงสืบทอด DNA อันแข็งแกร่งจากปี 1959 ซึ่งเป็นยุคบุกเบิกนาฬิกาสปอร์ตของแบรนด์ หน้าปัดโดดเด่นด้วยหลักชั่วโมงทรงลิ่มและตัวเลขอารบิกที่อ่านเวลาได้ชัดเจนในทุกสถานการณ์
ความพิเศษของรุ่นนี้คือโลโก้คำว่า “Alpinist” แบบดั้งเดิมได้ถูกนำมาตีความใหม่และจัดวางอย่างลงตัวใต้โลโก้ SEIKO ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา แมตช์เข้ากับสายหนังที่ซ่อนกิมมิกการเดินตะเข็บด้าย “สีม่วง” พร้อมเติมความหรูหราด้วยเข็มวินาทีและโลโก้ “สีทอง” ที่เปล่งประกายอย่างมีระดับ

Seiko Prospex SPEEDTIMER Solar Chronograph: มนต์เสน่ห์ความเร็วแห่งยุค 60s-70s – สำหรับใครที่หลงใหลในความเร็วและดีไซน์เรโทร รุ่นนี้คือคำตอบ! SPEEDTIMER เรือนนี้ดึงเอาเอกลักษณ์ของนาฬิกาโครโนกราฟยุค 1960s-1970s กลับมาปัดฝุ่นใหม่ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์
โฉบเฉี่ยวด้วยขอบตัวเรือนอะลูมิเนียมสเกล Tachymeter ผสมผสานรายละเอียด “สีม่วงเอโดะ” บนหน้าปัดและขอบตัวเรือน ตัดกับชุดเข็ม หลักชั่วโมง และโลโก้ “สีทอง” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SEIKO ในการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาที่เปี่ยมด้วยความแม่นยำและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Seiko Astron GPS Solar Dual-Time Chronograph: นวัตกรรมเหนือชั้นใต้แสงแห่งยามพลบค่ำ – ย้อนกลับไปในปี 2012 SEIKO ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วย Astron GPS Solar ที่ปรับเวลาได้ทั่วโลกเพียงปลายนิ้วสัมผัส มาในคอลเลกชันนี้ Astron ได้จำลองความงามของท้องฟ้าเปลี่ยนสียามพลบค่ำ ผ่านหน้าปัดไล่เฉด “สีม่วง” ในแนวตั้ง ผสานลวดลายเส้นแนวนอนที่มีความกว้างแตกต่างกัน สร้างมิติที่ลุ่มลึกและดึงดูดสายตาขั้นสุด เสริมความประณีตด้วยข้อต่อกลางสายที่ทำจากวัสดุเซรามิก มอบลุคที่ดูสปอร์ตและล้ำสมัยในคราวเดียว

Seiko Presage Cocktail Time: สุนทรียภาพแห่งค่ำคืนกับ “Edo Murasaki” – เรือนเวลาสำหรับผู้ที่หลงใหลในศิลปะและไลฟ์สไตล์ Presage Cocktail Time รุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากค็อกเทลแก้วพิเศษชื่อว่า “Edo Murasaki” รังสรรค์โดย ‘ฮิซาชิ คิชิ’ บาร์เทนเดอร์ระดับ “Contemporary Master Craftsman” แห่ง STAR BAR
หน้าปัดโปร่งแสงมาในโทน “สีม่วงเข้ม” ซ่อนประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดทองคำในแก้วค็อกเทล ผสานลวดลายรัศมีที่ช่วยเพิ่มมิติให้ดูน่าหลงใหล ปิดท้ายด้วยเข็ม GMT และโลโก้ “สีทอง” ที่มอบภาพลักษณ์หรูหรา เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิต

Seiko 5 Sports SKX Series: ตำนานสปอร์ตคลาสสิกที่ถูกยกระดับ – อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Seiko 5 Sports ที่พัฒนามาจากซีรีส์ SKX อันโด่งดังของแบรนด์ ครั้งนี้กลับมาในรูปโฉมที่ถูกยกระดับให้พรีเมียมยิ่งขึ้น หน้าปัด “สีม่วงเข้ม” ถูกเบรคความสปอร์ตให้ดูสง่างามด้วยรายละเอียด “สีทอง” ความประณีตถูกซ่อนไว้ที่หลักชั่วโมงลวดลายเส้นแนวตั้ง และขอบหน้าปัด Hardlex ที่มีผิวสัมผัสเงางาม เป็นการผสมผสานระหว่างความลุยและความหรูหราที่ลงตัวสุด ๆ

Seiko Selection (“Rotocall”): การกลับมาของดีไซน์เรโทร-ฟิวเจอริสติก – ปิดท้ายคอลเลกชันด้วยเรือนเวลาสุดไอคอนิกที่นักสะสมรู้จักกันดีในชื่อ “Rotocall” (เปิดตัวครั้งแรกปี 1982 และเพิ่งนำกลับมาผลิตใหม่ในปี 2025) ดีไซน์นี้เคยสร้างตำนานจากการถูกนำไปใช้งานโดยนักบินอวกาศมาแล้ว
รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้ยังคงเสน่ห์ของสวิตช์แบบหมุนสำหรับเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ (นาฬิกาปลุก, จับเวลา) โดยเลือกใช้สวิตช์หมุน “สีม่วง” ตัดกับตัวเรือนสีดำสนิท เสริมความโดดเด่นสะดุดตา (Out-standing) ด้วยตัวแสดงฟังก์ชันและโลโก้ “สีทอง” นับเป็นความคลาสสิกที่แฝงกลิ่นอายไซไฟไว้อย่างไร้ที่ติ

นาฬิกา Seiko 145th Anniversary Limited Edition ทั้ง 6 โมเดล ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่คือการสวมใส่หน้าประวัติศาสตร์และศิลปะแห่งกรุงโตเกียวไว้บนข้อมือ ทุกเรือนทวีความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยฝาหลังที่สลักคำว่า “Limited Edition” อย่างภาคภูมิ
คอลเลกชันพิเศษนี้เตรียมพร้อมให้เหล่านักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลาได้ครอบครอง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 เป็นต้นไป สามารถไปสัมผัสความงามของ “สีม่วงเอโดะ” ด้วยตาตัวเองได้ที่ ไซโก บูติก เกษร, เคาน์เตอร์ไซโก ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายผ่านเว็บไซต์หลัก www.seikoboutiquethailand.com