Advertisement
DESIGN

‘Seiko x Alex Face’ หยิบแนวคิดแบบ Impressionism ของแสง สี และเวลาที่เปลี่ยนไป มาใช้ในงานออกแบบ

By: HYENA June 23, 2021

ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาส่วนใหญ่มักจะมองหานาฬิกาที่มีความพิเศษมาเพิ่มเติมใน Collection ตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่ทำขึ้นเป็นที่ระลึกในเหตุการณ์สำคัญ ๆ รุ่นที่มีการ Collaboration หรือเป็นรุ่น Limited Edition ซึ่งมีจำนวนจำกัด นั่นก็เพราะนาฬิกาเหล่านี้มีความพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว คุณค่าทางจิตใจ ความหายาก รวมถึงแนวโน้มมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ยกตัวอย่างแบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลกอย่าง ‘Seiko’ ถ้าหากใครติดตามจะรู้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ‘Seiko’ ถือเป็นแบรนด์นาฬิกที่มีรุ่นยอดนิยม รวมไปถึง Collection เจ๋ง ๆ ออกมาให้นักสะสมได้จับจองเป็นเจ้าของกันอยู่ตลอด

และใน Collection ล่าสุด พิเศษยิ่งกว่ากับ ‘Seiko x Alex Face’ นาฬิกาที่ได้ศิลปินกราฟฟิตี้ผลงานระดับโลกของไทย มาเป็นผู้ออกแบบ Collection นาฬิกาสุดพิเศษนี้ด้วยตัวเอง


ถ้าพูดถึงชื่อ ‘Alex Face’ ทุกคนจะต้องนึกถึงภาพผลงานเด็ก 3 ตา ซึ่งเป็น Signature ของเขามาพอสมควร แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกเกี่ยวกับตัวศิลปิน Street Art คนนี้ ย้อนกลับไปถึงจุดเร่ิมต้น และเส้นทางความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาของคาแรคเตอร์ที่ปรากฎตัวมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก

‘Alex Face’ คือศิลปิน Street Art ชาวไทยแท้ ๆ ที่มีชื่อว่าเล็ก หรือ พัชรพล แตงรื่น

แม้คุณจะไม่รู้จักชื่อหรือไม่เคยเห็นหน้าของเขามาก่อน แต่คุณจะต้องเคยเห็นผลงานของเขาผ่านตามาแล้วอย่างแน่นอน

คาแรคเตอร์เด็ก 3 ตาหน้าตาบูดบึ้ง มีขนปกคลุมร่างกายในอริยาบถต่าง ๆ ปรากฏอยู่ตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกำแพง กระดาษ ยอดตึก บนสินค้า แม้แต่บนผืนผ้าใบภายในงานจัดแสดงศิลป์  พร้อมเนื้อหาที่แฝงมุมมองแง่คิดทางสังคมเอาไว้ได้อย่างแยบยล ทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเด็ก

จริงแล้ว เราเป็นคนชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ๆ  จำความได้เราก็ชอบวาดรูป ชอบขีดเขียนแล้ว มันเป็นของเล่นของเราตั้งแต่เด็ก ความฝันตอนเด็ก

ความชอบก็ช่วยให้เราพัฒนามาเรื่อย ๆ จนเรารู้แล้ว่านี่คือเส้นทางของเราจริง ๆ ก็เลยเรียนทางนี้มาตลอด แล้วก็มาเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับศิลปะอีก

ตอนอยู่มหาวิทยาลัย ก็มีกลุ่มเพื่อนที่ชอบกราฟฟิตี้ ชอบพ่นสี เราก็เลยอินไปวัฒนธรรมการพ่นกำแพง

ถ้าย้อนกลับไปก็ 20 ปี ตั้งแต่ที่เราเริ่มพ่นสีมาตั้งแต่ปี 2002 ก็ถือว่านานพอสมควรที่ได้ทดลอง ได้ผจญภัย กว่าจะมาถึงวันนี้เราก็ทำมาเยอะมากตั้งแต่เด็ก ๆ เลยอะ เราทำเพราะว่าเราชอบ มันสนุก


ที่จริง ช่วงแรกที่พ่นก็ไม่ได้พ่นคาแร็กเตอร์นี้ ก็เริ่มจากชื่อตัวเองก่อน เริ่มจากฟอร์มง่าย ๆ ก่อน แล้วค่อยมาพ่นเป็นหน้าโผล่ออกมาจากกำแพง

มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์เราตอนนั้น เป็นการประกาศตัวตนของกราฟฟิตี้ เหมือนเราได้มาเสนอหน้าตามกำแพงตามมุมต่าง ๆ ของเมืองเรียบร้อยแล้ว

เราพ่นหน้าแบบนั้นมาประมาณ 8-9 ปี บวกกับเพื่อนที่มหาลัยเรียกเราว่า ‘Alex’ หน้านั้นก็เลยกลายมาเป็นชื่อ ‘Alex Face’ โดยอัตโนมัติ

จากเดิมที่เริ่มต้นการพ่นงานด้วยรูปแบบสไตล์ Font แล้วก็เริ่มมีการพัฒนาจนกลายเป็นคาแร็กเตอร์เด็กใส่ชุดกระต่าย ใส่ชุดสัตว์ต่าง ๆ

และคาแร็กเตอร์นี้เองก็ได้กลายมาเป็นตัวแทนการเล่าเรื่องที่ ‘Alex Face’ ใช้ในการทำงาน และสื่อสารแนวคิดต่าง ๆ ออกมา

เด็กหน้าบึ้ง มันมีที่มาจากลูกสาวผมเองนี่แหละ คือตอนเกิดมาเขาชอบทำหน้าบึ้ง ทำหน้าสงสัย ซึ่งเรารู้สึกประทับใจกับใบหน้าแบบนั้น ทำหน้าบึ้งมันตลกดีว่ะ แต่เราก็มาคิดจริง ๆ นะว่า ทำไมเด็กต้องทำหน้าบึ้งวะ ? หรือว่าเด็กมันกำลังกังวลกับอนาคตหรือเปล่า

แล้วเราก็พบกับความจริงว่าเด็กไม่ได้กังวลหรอก เรานี่แหละกังวล เรากังวลว่าจะเลี้ยงเขายังไง? เขาจะโตมายังไง? โลกจะเป็นยังไง? อนาคตจะมีทรัพยากรเหลือมั้ย?

คือมันมีคำถามเยอะมาก มันเป็นห่วง ด้วยความที่เป็นพ่อมือใหม่ ความพร้อมต่าง ๆ ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง ระหว่างที่คิดเราก็เลย Sketch เด็กหน้าบึ้งขึ้นมา เป็นการตั้งคำถามให้คนเห็นว่า ทำไมเด็กต้องหน้าบึ้งด้วย เด็กที่ปกติต้องยิ้มแย้มทำไมต้องทำหน้าสงสัยด้วย

ส่วนทำไมเด็กต้องมีตา 2 สี มีนัยอะไรหรือเปล่า? เอาจริง ๆ ตอนนั้นสีมันหมด (หัวเราะ) เราก็ต้องคิดวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการแก้ปัญหาแบบนี้ หลายครั้งมันก็ทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ด้วย”



เชื่อว่า ‘Seiko’ คือนาฬิกาที่ใครหลายคนต้องมีไว้ในครอบครอง และมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกันมาก่อน ศิลปินอย่าง ‘Alex Face’ ก็มี Moment ที่พิเศษกับนาฬิกาแบรนด์นี้ด้วยเหมือนกัน

“จริง ๆ ผมมีความทรงจำที่น่าประทับใจกับ  ‘Seiko’ อยู่นะ เป็นช่วงที่คบกับภรรยาแรก ๆ แล้วเขาซื้อนาฬิกา ‘Seiko’ ให้ผม (หัวเราะ) บวกกับเดิมทีเราชอบอยู่แล้ว มันเลยเป็นความประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนการร่วมงานกับ ‘Seiko’ ตอนที่ได้รับการติดต่อว่าอยากให้มาทำงานร่วมกันก็รู้สึกสุดยอดมาก ซึ่งพอได้ทำงานจริง แล้วได้เห็นผลงานตอนออกมา มันสุดยอดยิ่งกว่า”

“ตั้งแต่ทำงานดีไซน์ชิ้นงานที่เป็นนาฬิกามา การทำงานกับ ‘Seiko’ ครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดเต็มมากที่สุด เพราะการดีไซน์ทั้งหมดที่มาจากผม สามารถเอาไปใส่ในตัวเรือนได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นภายในตัวเรือนที่มีคาแรคเตอร์เล็ก ๆ อยู่ด้านใน ซึ่งปกติ ‘Seiko’ บอกว่าไม่ได้ทำงานกับศิลปินที่ลงรายละเอียดมากขนาดนี้มาก่อน

อย่างเม็ดมะยม ถ้ามองดี ๆ จะมีลายเซ็นผมซ่อนอยู่ด้วย แล้วก็ด้านหลังก็จะมีเรือนที่โปร่งแสง ต้องบอกเลยว่า ตั้งใจมากแล้วผลที่ออกมาก็ประทับใจมาก”


“พอรู้ว่าเราต้องทำ Product ที่เป็นนาฬิกา เราก็มานั่งคิดถึงเรื่องนาฬิกา เรื่องของเวลา ว่าชีวิตเราสัมพันธ์อะไรกับนาฬิกาบ้าง ก็เลยมองถึงงานศิลปะที่มันเกี่ยวข้องกับเวลา ย้อนกลับไปใน Exhibition  เมื่อปี 2016

ตอนนั้นผมทำ Exhibition ชื่อว่า ‘Alive’ มันเป็นงานที่เกี่ยวกับ Impressionism ศิลปะที่ว่าด้วยการบันทึกแสงและสีที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา โดยนำเอาความเกี่ยวข้องในเรื่องของ Timing เรื่องของช่วงเวลากับนาฬิกาเข้ามารวมไว้ด้วยกัน มันจะได้ส่งผลไปถึงตัว Product ด้วย จะได้เห็นความแตกต่างในเรื่องของการดีไซน์ บวกกับการที่นาฬิกามีดีเทลเยอะมาก ๆ เลยคิดว่ามันจำเป็นต้องมีสีในนั้น ก็เลยเอาสีจากงานชุดนั้นมาแมชกับตัวนาฬิกา เป็นไอเดียตั้งต้นเรื่องของสีแต่ละสีที่จะถูกดีไซน์ลงบนนาฬิกาเรือนต่าง ๆ

ความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้ คือต้องทำความเข้าใจข้อจำกัดต่าง ๆ ของนาฬิกาด้วยขนาดพื้นผิวที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับแผ่น Canvas จึงต้องดูว่าจุดไหนสามารถเก็บดีเทลได้เล็กละเอียดขนาดไหน ในพื้นที่ที่เล็กมาก ยิ่งต้องอาศัยความละเอียด พิถีพิถันมากกว่าพื้นที่ใหญ่ ๆ

ถ้าเราจะดีไซน์คาแร็กเตอร์ลงไปในนั้น มันก็ต้องเล็กลงไปอีก เราเลยกังวลว่าจะเอาใส่เข้าไปในนาฬิกาได้ไหม แต่ในที่สุดผลงานออกมาได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ผมก็พอใจมากเลย ที่เราสามารถเก็บดีเทลเล็ก ๆ ในตัวเรือนนาฬิกาได้”



สำหรับ Collection สุดพิเศษ ‘Seiko x Alex Face’ นี้ จะมีทั้งหมด 5 สี 5 สไตล์การออกแบบ ซึ่งแต่ละสีจะมีที่มาที่ไปแตกต่างกันออกไป และคงไม่มีใครที่จะอธิบายที่มาที่ไปของผลงานเหล่านี้ได้ดีเท่ากับตัวเจ้าของผลงานอย่างแน่นอน

สำหรับสีแรกใน  Collection ก็คือ ‘สีเขียว‘ จากผลงานที่ชื่อว่า Breath in Green’

ป็นตัวแทนช่วงเวลากลางวันของฤดูร้อนที่แสงแดดกำลังส่องกระทบใบไม้ จึงเลือกใช้สีเขียวเป็นสีหลักของเรือน เป็นสีเดียวกับที่ใช้ในงาน Painting

ในส่วนของสายก็จะใช้เป็นสายไนล่อนสีเขียวให้อารมณ์ลุย ๆ พร้อมแท็ก ‘Alex Face’ อยู่ที่สาย ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า สีเขียว เวลามันอยู่บนนาฬิกามันสวย แล้วมันก็ออกมาดูดีจริง ๆ


สีต่อมาคือ ‘สีชมพู’ จากผลงานที่ชื่อว่า ‘Stuck’

เรือนนี้ตั้งใจออกแบบให้เป็นสายเหล็ก เป็นตัวแทนของแสงยามเช้าที่สะกดเราให้ติดอยู่กับความงามของมัน เลยพลาดไม่ได้ที่จะนำเอาสีนี้มาอยู่ใน Collection นี้ด้วย

ผลงานชิ้นนี้ทำให้นึกถึงช่วงเวลาหวาน ๆ มีฟ้าน้อย ๆ แสงชมพู ๆ เหมือนกับสีบนชิ้นงาน โดยส่วนตัวผมชอบสีชมพู ทุกงานของผมมักจะต้องมีชมพูเสมอ พอมันเป็นภาพเขียนแล้วมันจะดูหวาน ๆ หน่อย ขัดแย้งกับหน้าตานิดนึง


สำหรับเรือนนี้ก็เป็น ‘สีฟ้า’ มาจากผลงานที่มีชื่อว่า ‘In Between’

เป็นการหยิบเอา Element ตัวแทนของแสงยามเย็นที่ยาวนานในวันฟ้าสลัว เป็นตัวแทนของช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เคยพูดถึงอยู่ในภาพเขียน นำมาถ่ายทอดลงไปบนนาฬิกาเรือนนี้

คนที่ชอบใส่นาฬิกาสไตล์เรียบ ๆ สายหนัง เรือนนี้ก็น่าจะถูกใจได้ไม่ยาก นอกจากนี้บนสายหนังยังมีดีไซน์เป็นลวดลายบนสายอีกด้วย


นาฬิกาเรือนนี้จะโดดด้วยสายเหล็กรมดำตัดกันเป็นอย่างดีกับ ‘สีเหลือง’ ที่โดดเด่นอยู่บนหน้าปัด

ได้แรงบันดาลใจมาจาก Painting ชิ้นนึงที่ชื่อว่า ‘Breath in Yellow’ เป็นตัวแทนของแสงเย็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกในฤดูใบไม้ร่วง ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีเหลือง บวกกับการที่อยากจะมีนาฬิกาสายเหล็กที่ใช้สีดำใน Collection สักเรือนจึงเป็นที่มาของนาฬิกาเรือนนี้


ชิ้นสุดท้ายจะเป็น ‘สีเทา-ดำ’ จากผลงานที่ชื่อว่า ‘BREATH in Shadow’

สีนี้จะเป็นสีที่พิเศษนิดนึง เพราะเป็นงานที่ไม่ได้อยู่ใน Collection ‘Alive’ ได้ทำการวาดขึ้นมาใหม่ สีนี้เป็นตัวแทนของช่วงเวลาที่ความมืดเข้าปกคลุม ทุกอย่างมันจะดูหม่นและมืดมิดไปหมด มันจะดูแตกต่างแตกต่างจากงานชิ้นอื่น ๆ ที่อยู่ใน Collection นี้ชัดเจน เพราะเรือนนี้จะเน้นให้ออกมาเรียบ ๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบความฉูดฉาดมาก


สวยเฉียบ มีสตอรี่ มีความพิเศษครบครัน สมกับเป็น Limited edition Collaboration สุดพิเศษจริง ๆ ​สำหรับแฟน ‘Seiko’ และ ‘Alex Face’ ซึ่งหากใครสนใจคงต้องรีบสอบถามข้อมูลกันเร็วหน่อย เพราะแต่ละรุ่นจะมีผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 500 เรือนเท่านั้น โดยทุกเรือนจะมีตัวเลข Edition No. กำกับอยู่ด้านหลังของนาฬิกาอีกด้วย 

และสุดท้าย คุณ ‘Alex Face’ ก็ได้ฝากถึงแฟน ๆ ‘Seiko x Alex Face’ เกี่ยวกับ collection สุดพิเศษนี้ว่า

“มันเป็นผลงานที่ความความละเอียดมากจริง ๆ ไม่ว่าจะหน้าปัดนาฬิกา เข็มต่าง ๆ แล้วก็มีหมุดนาฬิกากับแท็กที่เป็นลายเซ็นของผมด้วย ถ้าใครเป็นแฟน Seiko และเป็นคนที่ชื่นชอบผมอยู่แล้ว ผมคิดว่าน่าจะต้องรีบจัดจริง ๆ ครับ เพราะมีผลิตมาน้อยมาก อุดหนุนผมด้วยนะ อย่าลืมผมด้วยนะ (หัวเราะ)” 

 

HYENA
WRITER: HYENA
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line