“No Dial. No Hands. No Crown.” — ไม่มีหน้าปัด ไม่มีเข็ม ไม่มีเม็ดมะยม นี่ไม่ใช่เพียงนิยาม… แต่คือแนวคิดที่พลิกโฉมการออกแบบนาฬิกาแบบดั้งเดิม และเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาสวิส ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา Ulysse Nardin ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า นาฬิกาสามารถบอกเวลาได้โดยให้กลไกทำหน้าที่แทนเข็มนาฬิกา แนวคิดอันล้ำสมัยนี้ไม่เพียงท้าทายขนบเดิมของอุตสาหกรรม แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำเหนือยุคสมัย และนั่นคือจุดกำเนิดของนาฬิกาไอคอนิกที่ชื่อว่า “Freak” ล่าสุด Ulysse Nardin ร่วมกับ PMT The Hour Glass จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของคอลเลกชัน Freak ภายใต้แนวคิด “180 Years of Always Challenging Convention. 25 Years of The Watch That Proved It.” เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการท้าทายขนบเดิมที่แบรนด์ยึดมั่นมาตลอด 180 ปี และความสำเร็จของ
Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 การกลับมาอีกครั้งของซีรีส์เรือนเวลาที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความครีเอทีฟเหนือจินตนาการ ผลงานล่าสุดจากแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง MIDO สำหรับ Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 เรือนนี้ พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดสีสันสดใส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นสัญญาณรบกวนหลากสี ชวนให้หวนคิดถึงยุคทองของโทรทัศน์ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถันลงบนตัวเรือนทรงทีวีขนาด 40 มม.สุดคลาสสิก โดดเด่นสะดุดตากับมิติความลึกของชิ้นงาน ด้วยลวดลายที่ใช้เทคนิคขึ้นรูปนูน มีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ใช้ตัวเลขสีขาวบนพื้นดำพร้อมเสริมขอบแสดงนาทีด้านในหน้าปัด ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และถือเป็นครั้งแรกของตระกูล Multifort TV ที่ใช้วัสดุตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบพีวีดีสีเทาขัดซาตินสุดเรียบหรู มาพร้อมสายนาฬิกา 3 สไตล์ที่ไปกันได้กับทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นสายสายสเตนเลสสตีลขัดเงาบริเวณข้อตรงกลางให้ลุคเรียบหรูดูสุขุม เติมเต็มความสดใสด้วยสายนาฬิกายาง 2 เฉดสีที่มีดีไซน์ปั๊มลวดลายนูน ทั้งสีน้ำเงินสดเติมความเท่แบบโมเดิร์น และสีเหลืองสดที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับวันสบาย ๆ ฝาหลังของ Multifort TV Big Date Special
หากพูดถึงการก้าวข้ามผ่านเวลามากว่า 50 ปี คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่น้อยเมื่อเทียบกับอายุของคนเรา แต่คงเร็วไปที่จะตัดสินว่าสิ่งที่ผ่านเวลามานานขนาดนี้ จะต้องเป็นสิ่งที่ตกยุคเสมอไป เพราะทุกหน้าปฏิทินที่เปลี่ยนผ่าน ย่อมหมายถึงประสบการณ์ที่สั่งสม ยิ่งผสานด้วยการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ยิ่งลบล้างภาพจำเรื่องความล้าสมัย แต่กลับเด่นชัดในมิติของความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลา เปรียบได้กับ LAUREATO คอลเลกชันนาฬิการะดับไอคอนิกของ GIRARD-PERREGAUX ที่ปรากฎสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1975 เดิมทีมีชื่อเรียกว่า Quartz Chronometer ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ขนาดเล็ก ที่มีดีกรีเป็นกลไกควอตซ์แบบแรกของสวิส โดยงานดีไซน์แรกเริ่มจากฝีมือของสถาปนิกแห่งเมืองมิลาน ที่ตั้งใจออกแบบตัวเรือนให้มีลักษณะของขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมผสานกับตัวเรือนทรงกลม ให้เหลือบเงาที่งดงามเมื่อกระทบกับแสงในมุมต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น LAUREATO ซึ่งเป็นคำภาษาอิตาเลียน ที่มีความหมายถึงผู้สำเร็จการศึกษา สื่อถึงความสมบูรณ์แบบของนาฬิการุ่นนี้ อีกทั้งขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมยังมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับมงกุฎลอเรล สำหรับประดับให้กับเหล่าผู้สำเร็จการศึกษาของอิตาลีในยุคนั้น จนกระทั่งในปี 1984 นาฬิกา LAUREATO ได้พัฒนาสู่กลไก Mechanical calibres และยังคงได้รับพัฒนาด้านวัสดุ กลไก และงานดีไซน์มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศของนาฬิกาที่ผสานศาสตร์ของกลไกบอกเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำ และงานดีไซน์ที่วิจิตรงดงามเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ลงตัวกับนาฬิกาที่เหมาะกับผู้คนในทุกยุคทุกสมัย ยืนยันได้จากนาฬิกา GIRARD-PERREGAUX LAUREATO CHRONOGRAPH Ti49 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 49 ปี
หลังจากเปิดตัวด้วยบรรยากาศ Private Vibe เลิศหรูในคอนเซปต์ “The Beautiful Sunset of Tokyo” ที่ 2463 Speakeasy ไปแล้ว ถึงเวลาที่ Seiko Presage Cocktail Time จะยกประตูของค็อกเทลบาร์เปิดให้ทุกคนเข้ามาร่วมดื่มด่ำกันอีกครั้งในแบบ Public Space ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม กับ Pop Up Store กลาง Central World นี่คือเรือนเวลาที่เกิดขึ้นในปี 2017 ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากเครื่องดื่มค็อกเทลชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นไอเดียของ Hisashi Kishi หัวหน้าบาร์เทนเดอร์ของ STAR BAR บาร์ชื่อดังในย่านกินซ่ากรุงโตเกียว ผู้ที่เคยได้รับรางวัลสำคัญสูงสุดในสายอาชีพบาร์เทนเดอร์ของตัวเองอย่าง “International Bar Association World Championships” มาแล้ว ปี 2024 เรือนเวลาในแก้วค็อกเทลจากซีรีส์ Cocktail Time ถูกปรุงแต่งด้วยความพิเศษยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ โดยมี
หากจะบอกว่านี่คือเรือนเวลาสำหรับใครที่หลงใหลในความ Modern Classic และชื่นชอบในสิ่งที่เป็น Timeless Design ก็คงจะไม่ผิดนัก กับ Longines Conquest Heritage Central Power Reserve รุ่นฉลองครบรอบ 70 ปีของคอลเลกชัน Conquest ที่มี Story มายาวนานนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 1954 โดยเรือนนี้จะได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นที่ 2 ในคอลเลกชัน คือ Longines Conquest Power Reserve ปี 1959 ที่นำมาปรับเพิ่มเติมรายละเอียดให้มีความคลาสสิกร่วมสมัยลงตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมนำเอาจุดเด่นอย่างดิสเพลย์บอกสถานะพลังงานสำรองบนจานหมุนกลางหน้าปัดจากในรุ่นเดิมมาให้ได้สัมผัสในยุคปัจจุบัน ซึ่งถ้าย้อนไปในปี 1959 มันคืองานดีไซน์และเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะที่ทาง Longines ได้คิดค้นขึ้นมาได้อย่างล้ำหน้ามาก ๆ เรียกได้ว่างานออกแบบของ Longines Conquest Heritage Central Power Reserve เรือนนี้ เป็นการเอาเทคโนโลยีมาผสมผสานกับงานดีไซน์ได้อย่างสวยงาม เป็นนาฬิการุ่นใหม่ที่บาลานซ์ความคลาสสิกและให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว ด้วยคุณสมบัติในการสำรองพลังงานได้สูงสุดประมาณ 72 ชั่วโมง ถึงจะถอดทิ้งไว้วันสองวัน ก็หยิบมาใส่ต่อเนื่องได้ทันที
รวมภาพบรรยากาศค่ำคืนแสนพิเศษ จากงาน Seiko Presage Cocktail Time : The Beautiful Sunset of Tokyo เนรมิตพื้นที่ 2463 Speakeasy ค็อกเทลบาร์ Vibe ดี ย่านเอกมัย ให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ STAR BAR บาร์ชื่อดัง ณ กรุงโตเกียว พร้อม Mixology Workshop ชวนผู้เข้าร่วมงานเปิดประสบการณ์ทำค็อกเทลแก้วพิเศษอย่างใกล้ชิด เมื่อคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์สำคัญกับการรวมตัวของ Seiko Presage หลากรุ่นที่แมทช์กับค็อกเทลหลากสี พร้อมเผยโฉม Seiko Presage STAR BAR Limited Edition เรือนเวลา 2 รุ่นใหม่ในคอลเลกชัน Presage ที่รังสรรค์โดย Hisashi Kishi หัวหน้าบาร์เทนเดอร์ของ STAR BAR บุคคลแรกที่ได้รับรางวัล
เมื่อปฏิทินเปลี่ยนผ่านมาถึงหน้าสุดท้ายของปี ทุกคนคงสัมผัสได้ได้ถึงบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง กับเทศกาลแห่งการให้ ส่งต่อของขวัญแทนความรู้สึกแก่คนสำคัญ วันนี้เราจึงอยากแนะนำไอเดียของขวัญทรงคุณค่า อย่างเรือนเวลาสุดพิเศษจาก OMEGA ซึ่งแต่ละเรือนต่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดดเด่นด้วยตัวตน สไตล์ และวัสดุที่น่าหลงใหล เปรียบได้กับเกล็ดหิมะที่เมื่อขยายดูโครงสร้างภายในจะพบกับเสน่ห์ของรูปทรงที่แตกต่าง รับรองว่าแต่ละรุ่นแต่ละเรือนคือของขวัญที่เหนือกาลเวลา พร้อมเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบทั้งผู้ให้ และผู้รับแน่นอน เริ่มต้นที่เรือนแรกกับ OMEGA Seamaster Diver 300M ตัวเลือกคลาสสิก ในฐานะของขวัญสำหรับผู้รักการเดินทางและการผจญภัย กับคุณสมบัติสุดแกร่งผสานดีไซน์งดงาม สามารถติดตามผู้สวมใส่ไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม, งานเลี้ยง, ลุยป่าเขา หรือแม้กระทั่งในมหาสมุทร ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ทว่าพร้อมที่จะไปทุกแห่งหน นาฬิกาขนาด 42 มม. รุ่นตัวเรือนที่ผลิตจากสแตนเลสสตีลและทอง Sedna™ 18K นี้มาพร้อมกับหน้าปัดและขอบตัวเรือนที่ผลิตจากเซรามิกสีดำ โดดเด่นด้วยรายละเอียดระดับไอคอนิกอย่างลวดลายคลื่นอันโด่งดังและเข็มนาฬิกาแบบฉลุ สำหรับ OMEGA De Ville Prestige ที่ได้มีการปรับเส้นสายงานออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่บริสุทธิ์และเพรียวบางมากขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังคงติดอันดับคอลเลกชันของขวัญที่เจิดจรัสอยู่เสมอมา ทั้งในรุ่นขนาด 34 มม. ที่ผลิตจากวัสดุสเตนเลสสตีลและทอง Sedna™ 18K มาพร้อมกับหน้าปัดเปลือกหอยมุกซึ่งดูคล้ายกับหิมะที่โปรยปราย รวมไปถึงเรือนเวลา De
ย้อนไปในปี 2013 เป็นปีที่นาฬิกา Constant Escapement L.M. หนึ่งใน Collection Bridges จาก Girard-Perregaux ได้อวดสายตาแก่ชาวโลก พร้อมเสียงตอบรับที่ดีมากมาย ทำให้สามารถคว้ารางวัล ‘Aiguille D’Or’ ของงาน GPHG (Grand Prix d’Horlogerie de Genève) ได้ในปีเดียวกัน ด้วยจุดเด่นของ Constant Force Escapement ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยจัดการพลังงานได้อย่างลื่นไหล สร้างความเสถียรแม่นยำให้กับอัตราการเดินอย่างน่าทึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจของ Constant Girard ช่างทำนาฬิกาชาวสวิสผู้อุทิศชีวิตให้กับความก้าวหน้าของโครโนมิเตอร์ มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 กับการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายในภารกิจการพัฒนาโครโนมิเตอร์ ได้มีการสร้างนาฬิกาพกที่มีความแม่นยำสูงหลายเรือนพร้อมกลไก Tourbillon ความเป็นเลิศของนาฬิกาเหล่านี้ได้รับการพัฒนาจนได้รับรางวัลมากมาย ในปี 1860 เขาได้ร่างภาพการออกแบบกลไกด้วยสะพานจักรกลที่ขนานกันสามแห่ง ซึ่งนาฬิกาพกนี้เปิดตัวในปี 1867 โดยสะพานจักรกลทั้ง 3 ชิ้นผลิตจากเงินนิกเกิล และได้รับรางวัลอันดับหนึ่งจากหอดูดาว Neuchâtel ในปีเดียวกัน ก่อนที่ในปี 1889 ได้มีการพัฒนาสะพานจักรกลทั้งสามส่วนโดยใช้วัสดุเป็นทองคำ เพื่อเอกลักษณ์ความงดงามมากขึ้น
อัพเดท Hot Item ส่งท้ายปี กับซีรีส์เรือนเวลารักษ์โลกขวัญใจสายสตรีท รวมถึงชาวแฟชั่นนิสตาทั้งหลาย อย่าง AIKON #tide จาก MAURICE LACROIX ที่ได้เวลาปล่อยของ ออกคอลเลกชันใหม่ AIKON #tide Camo ที่แรกเริ่มเดิมที มีไอเดียในการหยิบลาย Camo หรือลายพรางมาใช้เพื่อให้ได้ฟีลกลมกลืนไปกับธรรมชาติ แต่ท้ายที่สุดต้องบอกเลยว่า เมื่อรูปทรงสปอร์ตของตัวเรือน มาเจอกับลวดลาย Camo และสีสันที่หลากหลาย ทำให้ AIKON #tide Camo กลายเป็นความกลมกลืนที่เฉิดฉาย สะท้อนสไตล์สนุกจัดจ้านของเหล่า City Girls, City Guys ให้โดดเด่น โดดเด้งขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยนาฬิกา AIKON #tide Camo รุ่นใหม่ มาพร้อมตัวเรือนขนาด 40 มม. จัดเต็มสีสัน 4 สี 4 สไตล์ ลงตัวกับ Total Look ทุกรูปแบบ
เข้าสู่ช่วงปลายปีแบบนี้ ทาง SEIKO ก็ไม่พลาดที่จะมีของดีมายั่วใจนักสะสม และต้องบอกเลยว่าเรือนเวลารุ่นล่าสุดเรือนนี้นั้นไม่ธรรมดา เพราะถือเป็นเรือนส่งท้ายปีแห่งการเฉลิมฉลองวาระสุดพิเศษภายใต้ปีแห่งความภาคภูมิใจ ครบรอบ 55 ปี SEIKO 5 SPORTS กับ SEIKO 5 SPORTS YUTO HORIGOME LIMITED EDITION ที่ได้ร่วม Collab กับนักสเก็ตบอร์ดดาวรุ่งชื่อดังแห่งประเทศญี่ปุ่นอย่าง Yuto Horigome (ยูโตะ โฮริโกเมะ) อีกครั้ง ซึ่งความสามารถของ Yuto Horigome ได้เริ่มฉายแสงตั้งแต่วัยเด็ก โดยได้รับอิทธิพลความหลงใหลในสเก็ตบอร์ดมาจากคุณพ่อ และเริ่มหัดเล่นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ก่อนที่จะขยับตัวเองให้ขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดของการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่น ได้ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น ๆ เท่านั้น ภายหลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายในประเทศญี่ปุ่น Horigome ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ดินแดนที่ความสามารถและพรสวรรค์ของเขา ได้เฉิดฉายอย่างเต็มที่ เพราะหลังจากการเปิดตัวครั้งแรกของเขาเมื่อปี 2017 ใน Street League Skateboarding (SLS) ซีรีส์การแข่งขันสเก็ตบอร์ดชั้นนำของโลกแค่เพียง 1 ปี


