Rolex Submariner หนึ่งในเบญจภาคีของ Rolex ที่นักสะสมทุกคนต้องมี แต่ย้อนไปในปี 1953 ปีที่ Rolex Submariner Reference 6204 วางขายเป็นครั้งแรกในฐานะนาฬิกา Dive watches ธรรมดาที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Rolex Datejust Turn-O-Graph 6202 ปีนั้นมี Rolex Submariner ออกมาทั้งหมด 3 Reference ในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ Reference 6200, Reference 6204, Reference 6205 ซึ่งแม้จะไม่เป็นทางการ แต่มีการฟันธงว่า Ref 6204 น่าจะเป็นรุ่นแรกสุดที่วางขายแบบ commercial release เพราะมี serial number บนเคสระบุช่วงเวลา “II.53” แต่จะไม่มีการระบุความสามารถในการกันน้ำ เพราะเข้าใจว่ายุคนั้น Rolex ยังไม่สามารถพิสูจน์ depth rating ของ Ref 6204
กว่าจะขึ้นแท่นตำนานเจ้าสมุทรของ OMEGA ในทุกวันนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นของ Seamaster ต้องย้อนไปในปี 1932 ซึ่ง ณ ขณะนั้นชื่อของ Seamaster ยังไม่ถูกกล่าวขาน แต่เป็นปีที่โลกได้รู้จักกับบรรพบุรุษของ Seamaster อย่าง OMEGA “Marine” เรือนเวลาที่มาจากฝันอันทะเยอทะยานในการสร้างนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีสำหรับใช้งานใต้น้ำ เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมที่สามารถนำนักสำรวจให้ดิ่งลึกไปยังโลกเบื้องล่างที่ไม่มีใครรู้จัก นอกจากนี้ “The Marine” ยังครองตำแหน่งนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของโลกที่วางจำหน่ายให้แก่พลเรือน ถือเป็นการปูเส้นทางให้กับอนาคตของนาฬิกาดำน้ำ ก่อนที่ OMEGA จะให้กำเนิด Seamaster ในปี 1948 หลังจากผ่านมา 16 ปี ก็ได้เวลาที่ประวัติศาสตร์ของ Seamaster เริ่มต้นจารึกเรื่องราวปฐมบท เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในปี 1945 ทาง OMEGA ได้ใช้เวลาหลังจากนั้นร่วม 3 ปี ในการนำความรู้ทางการทหารจากประสบการณ์การสนับสนุนเครื่องบอกเวลาให้เหล่านักบินของกองทัพอากาศ และราชนาวีแห่งสหราชอาณาจักรมากกว่า 110,000 เรือน มาประยุกต์ให้เป็นคอลเลกชั่นเรือนเวลาสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน และผลลัพธ์ที่ได้คือนาฬิกา OMEGA Seamaster ซึ่งเปิดตัวในปี 1948
นอกเหนือจากอาการลุ้นเรื่องราวที่ยังค้างคา รอให้ติดตามบทสรุปใน Stranger Things SS4 Vol.2 ซึ่งกำลังจะลงสตรีมมิ่งในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ เราเชื่อว่าสาวก Stranger Things หลายท่าน คงกำลังอินกับแฟชั่นยุค 80s จากพร็อพและคอสตูมต่าง ๆ ของเหล่าตัวละครในซีรีส์ ที่ทีมงานทำการบ้านมาอย่างดี หาไอเทมมากมายมาให้แต่ละคาแรกเตอร์สวมใส่กันแบบตรงยุค และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในไอเทมที่โดดเด้งสะดุดตาออกมาคือนาฬิกาสวย ๆ หลากรุ่นหลายแบรนด์ ที่บอกไปเป็นต้องรู้อายุ เพราะเพียงแค่เห็นโผล่มาในจอแค่ไม่กี่วิ เป็นต้องอุทานด้วยภาษากึ่งไม่ทางการว่า “เชี่ยย นี่มันรุ่นที่เคยอยากได้” หรือ “เฮ้ย เรือนนี้เราเคยมีใส่ไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนนี่นา” งานนี้ใครที่รู้สึกว่านาฬิกาของเหล่าตัวละครใน Stranger Things นั้นมันทัชใจ แต่จำได้แค่คลับคล้ายคลับคลา ไม่ได้รู้ลึกถึงขนาดว่ามันชื่อรุ่นอะไร บอกเลยว่าไม่ต้องไปเหนื่อยค้นหาให้ตาแตก เพราะเราได้รวบรวมลายแทงชื่อรุ่นเด่นจากตัวละครดังเกือบทุกคาแรคเตอร์เท่าที่เราสามารถหาได้ มาให้ชาว UNLOCKMEN ทั้งหลายนำชื่อรุ่นลากเข้า Google เพื่อสะกดรอยไปตามสอยกลับมาครอบครองให้หายคิดถึง ข่าวดีคือมีหลายเรือนที่วางขายมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยได้กลายเป็นงานวินเทจเข้าขั้น Rare Item ที่อาจต้องใช้กำลังกาย บวกกำลังใจ เสริมด้วยกำลังภายในกระเป๋าตังค์ในการตามล่าของดีมาประดับข้อมือ เอาเป็นว่าก่อนจะเวิ่นเว้อไปมากกว่านี้ เชิญไปดูกันเลยดีกว่าว่าตัวละครไหนใส่นาฬิกาอะไรเข้าฉากกันบ้าง เอ้า…
ในปี 2564 ที่ผ่านมา มอริส ลาครัวซ์ ได้รับกระแสตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งจุดเริ่มต้นของความสำเร็จกับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามนั้น เริ่มจุดประกายมาจากคอลเล็กชั่น Aikon รุ่น Limited Edition อย่าง Aikon Urban Tribe ที่เข้ามาไทยเพียง 24 เรือนเท่านั้น และได้ถูกจับจองหมดภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์ ถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับแบรนด์เลยทีเดียว จนทำให้ทางแบรนด์ตัดสินใจที่จะจัดงานเลี้ยง เพื่อส่งมอบนาฬิกา ซึ่งเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ได้พรีออเดอร์กันเข้ามาล่วงหน้า ที่ห้องอาหารรีเดล เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยภายในงานนั้นทางผู้บริหารของแบรนด์ คือ คุณ Marcel Gut (คุณมาแซล กู้ด) Global Sales Director of Maurice Lacroix เป็นผู้เดินทางมาส่งมอบนาฬิการุ่น Aikon Urban Tribe ให้ถึงมือลูกค้าไทยด้วยตัวเอง นอกจากนี้แล้วการกำเนิดขึ้นของ Maurice Lacroix Club Thailand ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แบรนด์เติบโตได้อย่างชนิดเรียกว่าก้าวกระโดด และอยู่ในกระแสนิยมของวงการนาฬิกาในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ซึ่ง Maurice Lacroix
ปัจจุบันนาฬิกาได้ก้าวข้ามมาสู่ในยุค Smartwatch กันอย่างเต็มตัวเพื่อตอบโจทย์ Lifestyle ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบายเป็นหลัก อีกทั้งยังมอบความบันเทิงด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลในความคลาสสิคแบบอนาล็อก แต่สำหรับใครที่มอบใจให้ทั้งแบบดิจิตัลและอนาล็อกหรือเรียกง่าย ๆ ว่าไฮบริด แถมยังชอบดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นพิเศษ ลองมาทำความรู้จักกับ Garmin Vivomove Sport กันครับ รูปลักษณ์ภายนอกของ Garmin ถูกดีไซน์มาเพื่อให้เข้ากับทุกลุคทุกสไตล์ ภายใต้คอนเซปต์ “More Than Stylish, It’s Traditional Watch” รูปลักษณ์ดูเรียบ ภูมิฐาน ให้ความรู้สึกเท่แบบสุขุม มีความสปอร์ตตรงกับชื่อรุ่นทุกตารางนิ้ว มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ดำ, ขาว, น้ำตาล และเขียวอ่อน มาพร้อมกับตัวเรือนทรงกลมขนาด 40 มม. และเมื่อเรามองผ่านเรือนกระจกเข้าไปจะพบกับเข็มนาฬิกา 2 เข็มที่ทำหน้าที่บอกชั่วโมงและนาที ส่วนตัวเลขกำกับเวลาจะมีเพียงเลขคู่เท่านั้นพร้อมกับชื่อของ Garmin ที่เด่นสง่ากลางตัวเรือน มาถึงตรงนี้มันก็ดูไม่ต่างจากนาฬิกาอนาล็อกที่เราคุ้นเคยทั่วไป แต่อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่สายตาเห็น คุณต้องลองใช้ปลายนิ้วของคุณสัมผัสลงไปบริเวณกระจกเบา ๆ เพียง 2
เชื่อว่าบรรดาผู้หลงใหลในมนต์เสน่ห์แห่งเรือนเวลา คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของแบรนด์ Longines (ลองจินส์) อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของนวัตกรรมเวลาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ยืนหยัดมายาวนานเกือบ 190 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาในปี 1832 ที่เมือง Saint-Imier ก่อนที่จะใช้ชื่อ Longines ซึ่งเป็นการนำเอาชื่อบริเวณที่ตั้งโรงงานมาใช้เป็นชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ชื่อของ Longines และโลโก้นาฬิกาทรายติดปีกได้กลายเป็นที่รู้จักและจดจำของผู้คนทั่วโลก กับเรื่องราวของประสิทธิภาพการบอกเวลาที่แม่นยำ, ความแข็งแรงทนทาน รวมไปถึงเทคโนโลยีแบบฉบับดั้งเดิมที่ทำให้ Longines ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของนักบุกเบิกและเหล่าผู้กล้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Amelia Earhart, Elinor Smith, Paul-Emile Victor และ Howard Hughes ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างมอบความไว้วางใจให้เรือนเวลาของแบรนด์นาฬิกาทรายติดปีกนี้เป็นเพื่อนคู่ใจเคียงข้างตลอดการผจญภัยอันเหลือเชื่อมากมาย ทั้งการบุกป่าฝ่าดงผ่านสภาพอากาศอันสุดเหวี่ยง, ล่องเรือท่ามกลางความเหี้ยมโหดของมหาสมุทร อีกทั้ง Longines ยังมีบทบาทในการเปิดเส้นทางเดินอากาศใหม่ ๆ รวมถึงการบันทึกสถิติการเดินทางอากาศอีกด้วย นอกจากนี้ Longines ยังได้ทำการถ่ายทอดจิตวิญญาณของนักบุกเบิก และเรื่องราวอันมหัศจรรย์จากโลกแห่งการบิน ผ่านเรือนเวลาคอลเลกชั่น Longines Spirit ซึ่งหลายคนคงมีโอกาสสัมผัสความงามที่เต็มไปด้วยเรื่องราวซึ่งเปรียบเสมือนการสดุดีแด่สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษผู้หาญกล้าแห่งประวัติศาสตร์กันมาแล้ว และล่าสุดคอลเลกชั่น Longines Spirit ยังได้ก้าวไปอีกขั้นกับ Longines Spirit Titanium ซึ่งยังคงได้แรงบันดาลใจมาจากโลกแห่งการบินอันเป็นจุดกำเนิดของคอลเลกชั่น พร้อมทะยานสู่ยุคแห่งนวัตกรรมใหม่ด้วยเรือนเวลาที่ผลิตจากไทเทเนียมซึ่งเรากำลังจะพาชาว
เชื่อว่าผู้หลงใหลในเรือนเวลาทั้งหลาย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ‘Captain Cook’ อีกหนึ่งซีรีส์ระดับ Masterpiece ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ RADO มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1962 ซึ่งล่าสุดความคลาสสิกจากอดีต และความล้ำสมัยด้านนวัตกรรมวัสดุ รวมถึงกลไกบอกเวลาคุณภาพสูง ได้ถูกนำมากล่าวขานเป็นตำนานบทใหม่กับเรือนเวลาสุดพิเศษอย่าง RADO Captain Cook High-Tech Ceramic ที่รวบรวมทุกความเจ๋งของ RADO เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่นวัตกรรมซึ่งถือเป็น DNA ของผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุอย่าง RADO กับโครงสร้างตัวเรือนที่ใช้วัสดุ High-Tech Ceramic ชิ้นเดียวที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนและอาการแพ้ อีกทั้งขับเคลื่อนโดยกลไกออโตเมติก Cal.R734 ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง ปกป้องการรบกวนของสนามแม่เหล็กรอบตัวด้วยแฮร์สปริง Nivachron™ พร้อมถ่ายทอดความสวยงามของจักรกลให้ผู้สวมใส่ได้ยลโฉมเป็นสุนทรียภาพทางสายตา ด้วยหน้าปัด Skeleton และฝาหลังไทเทเนียมกรุแผ่นกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ เผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายในอย่างชัดเจน นอกจากนี้เรื่องราวการเดินทางแห่งท้องทะเล ที่ถูกนำเสนอผ่านรูปแบบของ Diver Watch มาอย่างยาวนาน ยังได้ถูกตีความใหม่ใน RADO Captain Cook High-Tech
ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาส่วนใหญ่มักจะมองหานาฬิกาที่มีความพิเศษมาเพิ่มเติมใน Collection ตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่ทำขึ้นเป็นที่ระลึกในเหตุการณ์สำคัญ ๆ รุ่นที่มีการ Collaboration หรือเป็นรุ่น Limited Edition ซึ่งมีจำนวนจำกัด นั่นก็เพราะนาฬิกาเหล่านี้มีความพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว คุณค่าทางจิตใจ ความหายาก รวมถึงแนวโน้มมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่างแบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลกอย่าง ‘Seiko’ ถ้าหากใครติดตามจะรู้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ‘Seiko’ ถือเป็นแบรนด์นาฬิกที่มีรุ่นยอดนิยม รวมไปถึง Collection เจ๋ง ๆ ออกมาให้นักสะสมได้จับจองเป็นเจ้าของกันอยู่ตลอด และใน Collection ล่าสุด พิเศษยิ่งกว่ากับ ‘Seiko x Alex Face’ นาฬิกาที่ได้ศิลปินกราฟฟิตี้ผลงานระดับโลกของไทย มาเป็นผู้ออกแบบ Collection นาฬิกาสุดพิเศษนี้ด้วยตัวเอง ถ้าพูดถึงชื่อ ‘Alex Face’ ทุกคนจะต้องนึกถึงภาพผลงานเด็ก 3 ตา ซึ่งเป็น Signature ของเขามาพอสมควร แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกเกี่ยวกับตัวศิลปิน Street Art คนนี้ ย้อนกลับไปถึงจุดเร่ิมต้น และเส้นทางความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาของคาแรคเตอร์ที่ปรากฎตัวมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ‘Alex Face’
หากให้หยิบยกเอาเรื่องของนาฬิกาดำน้ำรุ่นเด่นจาก SEIKO มาพูดคุยกัน เชื่อเหลือเกินว่าบรรดาสาวกทั้งหลายคงใช้สมญานามหรือชื่อเล่นแทนตัวของแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็น เต่า, มอนสเตอร์, ซูโม่, ซามูไร ไปจนถึงระดับจอมทัพอย่าง ‘โชกุน (Shogun)’ มาสนทนากันอย่างออกรส ชนิดที่ว่าคนวงนอกฟังแล้วอาจมีอาการงง พาลฟันธงไปว่ากำลังคุยเรื่องมังงะกันอยู่เป็นแน่แท้ ซึ่งต้องบอกว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้คุยกันเรื่องการ์ตูน หรือหนังแฟนตาซีอะไรอย่างที่เข้าใจกัน แต่ต้องอธิบายว่าชื่อเล่นมากมายที่ถูกใช้ในการขนานนามนาฬิกาเรือนโปรด นั้นถูกนำมาจากจุดเด่นของรูปลักษณ์งานดีไซน์ในแต่ละรุ่น ยกตัวอย่างเช่น SEIKO โชกุน คือชื่อเล่นที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับ SEIKO PROSPEX รุ่น SBDC007 ที่โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของโลหะที่ใช้ ซึ่งก็คือวัสดุไทเทเนียมที่มีน้ำหนักเบาและมีความทนทานสูง เปรียบได้กับชุดเกราะที่โชกุน หรือเจ้าของตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในสมัยก่อนสวมใส่ในยามออกรบ และไม่ใช่เพียงแค่วัสดุที่ทำให้ได้มาซึ่งสมญานามโชกุน แต่งานดีไซน์ในส่วนต่าง ๆ ยังสะท้อนจิตวิญญาณชุดเกราะของจอมทัพออกมาอย่างได้ชัดเจน ทั้งในส่วนของ Pointed Markers บนขอบหน้าปัดที่ดูแข็งแกร่ง และ Triangular Notches ที่ออกแบบเพื่อให้หมุนขอบตัวเรือนได้อย่างกระชับ มั่นคง แม่นยำ ตอกย้ำให้ผู้ที่ได้สวมใส่นาฬิกาเรือนนี้รู้สึกได้ว่าความแกร่ง ผสานกับความประณีต รวมถึงน้ำหนักที่เบาของวัสดุไทเทเนียม นั้นควรค่าที่จะเป็นชุดเกราะคู่ใจของโชกุนผู้เกรียงไกร จนกลายเป็นที่มาของชื่อ ‘โชกุน’ นาฬิกาดำน้ำที่เบาที่สุดจาก SEIKO ที่หลายคนยกให้เป็นตำนาน โดยเหตุผลที่ได้กลายเป็นตำนานนั้น
‘ความคล่องตัว’ คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนล้วนตามหา โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความรีบเร่ง เส้นแบ่งเวลาทํางาน เวลาพักผ่อน และเวลาออกไปทํากิจกรรมสุดเหวี่ยงนั้นไม่เคยตายตัว การมีนาฬิกาที่ตอบโจทย์เรื่องดีไซน์ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานทรงคุณภาพ และที่สำคัญคือต้องใช้งานได้จริง ถือเป็นหัวใจสําคัญสำหรับผู้ชาย Work Hard Play Hard อย่างเรา ๆ อย่างไรก็ตาม นาฬิกาที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันลุย ๆ หรือเสริมความคล่องตัว อาจจะมีดีไซน์ไม่ค่อยจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องไปทํางาน หรือไม่สามารถแมทช์กับการแต่งตัวของ Urban men ได้เสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาที่ผู้ชายต้องสวมใส่ติดตัวทุกวัน เรื่องฟังก์ชันต้องตอบโจทย์การใช้งานสูงสุด แต่ดีไซน์ก็ต้องเติมเต็มสไตล์ของ Urban Men จึงไม่ได้เจอที่ถูกใจกันง่าย ๆ แต่สำหรับ Tissot Seastar 1000 นี่คือนาฬิกาคุณภาพ Swiss ในราคาที่ครอบครองได้ง่าย และพร้อมใช้งานบนข้อมือของเราได้ในทุกสถานการณ์ทั้งในเมืองหรือในทะเล Tissot Seastar 1000 เรือนเวลาที่มีสุดยอดนวัตกรรมของนาฬิกาสปอร์ตในตัว ควบคู่กับดีไซน์โมเดิร์นร่วมสมัย สวมใส่ได้ทั้งในเมือง และพร้อมเติมเต็มความหลงใหลและกิจกรรมลุย ๆ ของผู้ชายได้ โดยเฉพาะผู้ชายที่หลงใหลการท่องเที่ยวทะเลหรือกีฬาทางนํ้า ชื่นชอบการเติมสีสันให้ชีวิตด้วยการโต้คลื่น เล่นเจทสกี ฟลายบอร์ด เวคบอร์ด เซิร์ฟ


