‘ความคล่องตัว’ คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนล้วนตามหา โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความรีบเร่ง เส้นแบ่งเวลาทํางาน เวลาพักผ่อน และเวลาออกไปทํากิจกรรมสุดเหวี่ยงนั้นไม่เคยตายตัว การมีนาฬิกาที่ตอบโจทย์เรื่องดีไซน์ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานทรงคุณภาพ และที่สำคัญคือต้องใช้งานได้จริง ถือเป็นหัวใจสําคัญสำหรับผู้ชาย Work Hard Play Hard อย่างเรา ๆ อย่างไรก็ตาม นาฬิกาที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันลุย ๆ หรือเสริมความคล่องตัว อาจจะมีดีไซน์ไม่ค่อยจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องไปทํางาน หรือไม่สามารถแมทช์กับการแต่งตัวของ Urban men ได้เสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาที่ผู้ชายต้องสวมใส่ติดตัวทุกวัน เรื่องฟังก์ชันต้องตอบโจทย์การใช้งานสูงสุด แต่ดีไซน์ก็ต้องเติมเต็มสไตล์ของ Urban Men จึงไม่ได้เจอที่ถูกใจกันง่าย ๆ แต่สำหรับ Tissot Seastar 1000 นี่คือนาฬิกาคุณภาพ Swiss ในราคาที่ครอบครองได้ง่าย และพร้อมใช้งานบนข้อมือของเราได้ในทุกสถานการณ์ทั้งในเมืองหรือในทะเล Tissot Seastar 1000 เรือนเวลาที่มีสุดยอดนวัตกรรมของนาฬิกาสปอร์ตในตัว ควบคู่กับดีไซน์โมเดิร์นร่วมสมัย สวมใส่ได้ทั้งในเมือง และพร้อมเติมเต็มความหลงใหลและกิจกรรมลุย ๆ ของผู้ชายได้ โดยเฉพาะผู้ชายที่หลงใหลการท่องเที่ยวทะเลหรือกีฬาทางนํ้า ชื่นชอบการเติมสีสันให้ชีวิตด้วยการโต้คลื่น เล่นเจทสกี ฟลายบอร์ด เวคบอร์ด เซิร์ฟ
บรรดาแฟนหนัง และเหล่าผู้หลงใหลในเรือนเวลา คงรู้กันดีว่านาฬิกา Hamilton เป็นแบรนด์โปรดของเหล่าผู้สร้างภาพยนตร์มานานหลายทศวรรษ ได้รับบทบาทสำคัญในภาพยนตร์มาหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ออกแบบสำหรับ 2001: A Space Odyssey ในปี 1968 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้งของผู้กำกับ Stanley Kubrick และยังเป็นผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้มีการประดิษฐ์นาฬิกาดิจิทัลเรือนแรกของโลกขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเรือนที่เรียกได้ว่าเป็นอีกชิ้นงาน Masterpiece ที่ Hamilton ได้รังสรรค์ให้กับวงการภาพยนตร์ กับ The Murph Watch จาก Interstellar ของผู้กำกับ Christopher Nolan ที่ได้กลายมาเป็นนาฬิกาข้อมือยอดนิยมของแฟนหนังเรื่องนี้ ที่ยังคงตราตรึงกับเรื่องราวความรักความผูกพันของพ่อลูกในภาพยนตร์ที่ถูกเชื่อมโยงเอาไว้ด้วย The Murph Watch จาก Hamilton จากวันนั้นถึงวันนี้ ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง Hamilton และ Hollywood ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง กับการรวมเอายอดทีมนักออกแบบและวิศวกรจาก Hamilton และ ทีม Production Design ระดับหัวกะทิผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง TENET มาสร้างสรรค์เรือนเวลารุ่นพิเศษสำหรับใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของโคตรผู้กำกับอย่าง Christopher
“ความสง่างาม” คือคุณสมบัติที่ผู้ชายหลายคนใฝ่หา เพราะความสง่างามคือส่วนผสมอันลงตัวจากทั้งภายในและภายนอก การเป็นผู้ชายสง่างามจึงต้องมีองค์ประกอบสารพัดที่แสดงถึงความเนี้ยบ ความเรียบหรู และความมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Attitude ที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันเพื่อเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองและผู้อื่น เพราะ ELEGANCE IS AN ATTITUDE การสง่างามจากทัศนคติที่พิถีพิถัน จึงนำมาสู่ภายนอกที่เนี้ยบตามไปด้วย ถ้าจะให้พูดถึงความสง่างามที่ทั้งเรียบหรู น่าเกรงขาม ผู้ชายอย่างเราคงนึกถึงความสง่างามในแบบ “จอมราชันย์” เนื่องจากเต็มไปด้วยภาพลักษณ์แสนสง่าฟันฝ่าทุกอุปสรรคอันตราย พร้อม ๆ กับความน่าเคารพยำเกรง ควบคู่กับ Attitude แน่แน่วในแบบที่ผูชายล้วนอยากครอบครองความสง่างามแบบนี้ได้สักครั้งในชีวิต อย่างไรก็ตามความสง่างามแบบจอมราชันย์นั้น เมื่อมาโลดแล่นอยู่บนภาพยนตร์หรือซีรีส์สักเรื่องแล้ว การสรรสร้างให้ตัวละครที่รับบทกษัตริย์นั้นสง่างาม เนี้ยบได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หลายครั้งผู้ชมรับรู้ว่าคนนี้รับบทกษัตริย์แต่กลับไม่อาจสัมผัสถึงความสง่างามจากตัวละครนั้น แต่ “The King: Eternal Monarch จอมราชันบัลลังก์อมตะ” ซีรีส์เกาหลีที่กำลังฉายทาง Netflix และใคร ๆ ก็พูดถึงอยู่ตอนนี้ กลับทำได้อย่างไร้ที่ติ โดย Lee Min Ho ผู้รับบทกษัตริย์อีกนผู้ต้องเดินทางข้ามเวลามาในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อพิชิตภารกิจสุดท้าทายนั้นเป็นตัวแทนความสง่างามไร้กาลเวลาได้อย่างน่าทึ่ง กษัตริย์อีกนแห่ง The King: Eternal
หากยังจำกันได้ ‘TAG Heuer’ แบรนด์นาฬิกาหรูหราสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์เคยเปิดตัวสมาร์ตวอตช์เรือนแรกในปี 2015 แล้วในปี 2020 นี้ ‘TAG Heuer Connected Smartwatch’ รุ่นที่สามของแบรนด์กำลังจะกลับมาโลดแล่นในแวดวงเครื่องบอกเวลาอีกครั้ง TAG Heuer Connected Smartwatch มาพร้อมเคสแบบใหม่ ระบบซอฟต์แวร์ที่อัปเกรดใหม่ และใช้ชิ้นส่วนประกอบ Modular Design ที่ง่ายต่อการปรับเปลี่ยน แถมหนุ่ม ๆ ยังสามารถจับคู่หน้าปัดกับสายรัดหลากรูปแบบ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานทั่วไป การออกกำลังกาย หรือแม้แต่การเล่นกีฬาก็ตาม Frédéric Arnault หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และเจ้าหน้าที่ดิจิทัลของ TAG Heuer กล่าวว่า TAG Heuer Connected Smartwatch ออกแบบจากความหลงใหลและใส่ใจทุกรายละเอียดยิบย่อยเช่นเดียวกับนาฬิกาเชิงกลของแบรนด์ นี่จึงไม่ได้เป็นแค่นาฬิกาหรูหรางดงาม หากเป็นนาฬิกาในยุคดิจิทัลที่สอดรับกับหลากหลายความต้องการของกลุ่มลูกค้า นาฬิกาแต่ละเรือนในคอลเลกชันนี้ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิการะบบกลไกจับเวลาโครโนกราฟรุ่นในตำนานของ TAG Heuer เรียกได้ว่าน่าเชื่อถือทั้งด้านการจับเวลาและความเป็นเลิศของงานดีไซน์เลย ตัวเรือนมีขนาด 45 มิลลิเมตร ใช้แบตเตอรี่ความจุ 430 mAh แถมใต้หน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์ที่แข็งแรงทนทานและป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี ยังซ่อนหน้าจอสัมผัส OLED
สำหรับผู้ชายอย่างเรา ‘นาฬิกา’ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลาเคลื่อนที่เท่านั้น หากเป็นไอเทมติดข้อมือที่สะท้อนรสนิยมและถ่ายทอดตัวตนของผู้สวมใส่ออกมาได้อย่างลึกซึ้งแทบทุกกระเบียดนิ้ว บริบทของนาฬิกาในปัจจุบันจึงเปลี่ยนแปลงไปและต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง นาฬิกากลายเป็นไอเทมแฟชั่น เป็นของสะสมที่เหล่าคอลเลกเตอร์หลงใหล หรือแม้แต่เป็นสิ่งของที่บอกความภาคภูมิใจและเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ใครอาจยังไม่รู้ แล้วถ้าจะพูดถึงเรือนเวลาที่เดินเข็มบนหน้าปัดประวัติศาสตร์มาหลายช่วงอายุคน คงจะลืมชื่อของ ‘Hamilton (แฮมิลตัน)’ ไปไม่ได้เลย นอกจากได้สมญานามว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำผู้สร้างสรรค์นาฬิกานักบิน (Aviator Watch) แล้ว Hamilton ยังเป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาให้กองทัพสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 1914 และได้รับเลือกจากกรมไปรษณีย์กลางสหรัฐฯ ให้ใช้บนเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปยังนครนิวยอร์กในปี 1919 เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้คร่ำหวอดในแวดวงเรือนเวลาอย่างแท้จริง Hamilton เรือนเวลาสุดแกร่งแห่งห้วงประวัติศาสตร์ หากย้อนไปสมัยสงครามโลกที่เทคโนโลยีการทหารยังไม่ได้ก้าวหน้าล้ำสมัยเฉกเช่นปัจจุบัน บวกกับการสื่อสารผ่านวิทยุอาจสุ่มเสี่ยงเกินไป ถูกดักฟัง หรือทำให้แผนการรบรั่วไหลได้ เหล่านักบินในยุคนั้นจึงต้องการนาฬิกาข้อมือที่สามารถบอกเวลาได้อย่างละเอียดแม่นยำ ตั้งแต่เข็มชั่วโมง เข็มนาที และเล็กลงไปถึงหน่วยเข็มวินาที นาฬิกานักบิน หรือ Aviator Watch จึงถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือด นับเป็นเรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยกลไกการเดินเข็มเที่ยงตรงแม่นยำ และเข้ามาตอบสนองทุกความต้องการของกองทัพในตอนนั้น ไม่เพียงช่วยให้ตำแหน่งเป้าหมายชัดเจน การสื่อสารไม่คลาดเคลื่อน และทำให้กลยุทธ์ต่าง ๆ สัมฤทธิ์ผล นาฬิกานักบินยังเป็นตัวแปรสำคัญของสงครามและเปรียบได้กับวินาทีชี้ตายของนักบิน เพราะการบอกเวลาผิดพลาดเพียงวินาทีเดียวสามารถตัดสินได้เลยว่าฝ่ายใดจะได้รับชัยชนะหรือปราชัยในสงครามครั้งนี้ ‘Hamilton Khaki Pilot Pioneer
ถ้าจะพูดถึงแบรนด์นาฬิกาคุณภาพที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์งานดีไซน์เฉพาะตัว กลไกการเดินเข็มที่ได้มาตรฐาน และมีชื่อเสียงระดับตำนานในแวดวงนาฬิกาโลก คงจะลืมชื่อของ ‘Seiko’ แบรนด์นาฬิกาจากแดนอาทิตย์อุทัยไปไม่ได้เลย แม้ Seiko จะมีประวัติศาสตร์ยาวนานและโลดแล่นเดินเข็มอยู่ในวงการนาฬิกามาเกือบ 140 ปี แต่แบรนด์นาฬิการายนี้ก็ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเรือนเวลาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่เริ่มต้นปี 2020 ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันนาฬิกาดำน้ำในตระกูล ‘Black Series’ ของไลน์อัป Seiko Prospex ก็ทำเอาหนุ่ม ๆ ทั่วโลกอยู่ไม่ติดเก้าอี้และกาปฏิทินรอวันวางจำหน่ายที่จะมาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมปี 2020 นี้ แล้วตอนนี้ Seiko ก็ทำเราเซอร์ไพรส์อีกครั้ง เพราะบริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกา Seiko เตรียมขยายฐานการผลิตและประกาศเปิด Pop-up Store แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ Pop-up Store แห่งนี้จะตั้งอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น M แหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสินค้าแฟชั่นยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ภายในร้าน Seiko Pop-up Store มาพร้อมงานดีไซน์สุดเท่ ประดับตกแต่งร้านด้วย LED Track Light และโครงเหล็กสีดำเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลาจาก
ตั้งแต่ปลายปี 2019 มาจนถึงต้นปี 2020 อย่างตอนนี้ นอกจากหลากแบรนด์นาฬิกาจะนิยมนำโมเดลรุ่นไอคอนิกมาต่อยอดและสร้างงานดีไซน์แบบร่วมสมัยแล้ว หลายแบรนด์ยังเริ่มหันมาสนใจการผลิตนาฬิกาทหารมากขึ้นด้วย ล่าสุดแบรนด์นาฬิกายอดนิยมตลอดกาล Casio จับมือกับกองทัพอังกฤษ หรือ กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร (The United Kingdom’s Ministry of Defence) เปิดตัว ‘G-SHOCK x The British Army Mudmaster’ นาฬิกาลายพรางที่มีรูปลักษณ์เท่ดุดันแบบทหาร และใช้วัสดุแข็งแรงทนทานเพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายหรือท้าทาย นาฬิกาเรือนนี้ถือเป็นนาฬิกาหนึ่งในสามรุ่นพิเศษของ Casio ที่เปิดตัวในปี 2020 ใช้เคสเรซินเสริมคาร์บอนสามชั้นและ Carbon Core Guard โครงสร้างต้านแรงสั่นสะเทือนที่พัฒนาขึ้นใหม่ นำวัสดุคาร์บอนที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทานมาใช้ ช่วยให้นาฬิกาเรือนนี้ทนต่อแทบทุกสภาพอากาศได้ ขณะเดียวกันผู้สวมใส่ก็สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องตัว เพราะตัวเรือนมีขนาด 53 มิลลิเมตรและน้ำหนักอยู่ที่ 92 กรัมเท่านั้น เหตุที่หน้าปัดของ G-SHOCK x The British Army Mudmaster ดีไซน์มาเป็นสีดำ เนื่องจากกองทัพอังกฤษต้องการให้ผลิตนาฬิกาที่ไม่ดึงดูดความสนใจขณะสวมใส่มากเกินไป แถมสีดำยังช่วยพรางและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมากกว่า ตัวหน้าปัดใช้กระจก
ในแวดวงแฟชั่นและผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่มีชื่อว่า Issey Miyake ซึ่งใช้ชื่อเดียวกันกับดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เด็กหนุ่มจากฮิโรชิมาที่สร้างสรรค์งานออกแบบทั้งเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายได้อย่างน่าประทับใจเสมอมา Issey Miyake มักสร้างปรากฏการณ์น่าทึ่งให้กับโลกของแฟชั่นอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงการเปิดศักราชใหม่อย่างงดงามด้วยนาฬิกาคอลเลกชันล่าสุดที่ดึงดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง Satoshi Wada (ซาโตชิ วาดะ) ชายผู้เคยสร้างฝีมือให้โลกประจักษ์ด้วยการดีไซน์รถยนต์ Audi A5 ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็น “The most beautiful coupé in the world” หรือ “รถคูเป้ที่สวยที่สุดในโลก” การเจอกันระหว่าง Issey Miyake กับ Satoshi Wada ในครั้งนี้ไม่ใช่การเจอกันครั้งแรก แต่ทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาแล้วเพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาคอลเลกชัน “W” ที่โดดเด่นด้วยสไตล์มินิมัลและได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบรถยนต์ของ Satoshi Wada และมาในปี 2020 พวกเขาก็ได้ดีไซน์เรือนเวลาสุดพิเศษขึ้นอีกครั้งกับคอลเลกชัน “U” Series ชื่อของคอลเลกชัน “U” Series มีที่มาจากคำว่า ‘Unidentified’ รวบรวมจุดเด่นของความหลากหลายแตกต่างนำมาไว้บนเรือนเวลา เพราะ Satoshi Wada ขึ้นชื่อเรื่องงานดีไซน์ที่เน้นความมินิมัลผสมผสานกับความร่วมสมัย ส่งให้นาฬิกาเต็มไปด้วยความคลาสสิกผสมผสานความสากลในสไตล์ของ
‘Panerai’ หนึ่งในแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์จากเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์นาฬิการ่วมสมัย มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แถมยังได้รับความไว้วางใจจากกองทัพเรืออิตาลีให้ผลิตนาฬิกา ทั้งรุ่น Marina Militare นาฬิกาดำน้ำสุดแข็งแกร่งอย่าง Radiomir หรือแม้แต่รุ่น PAM 232 ที่ตอกย้ำว่าแบรนด์นี้คือผู้ผลิตเรือนเวลาให้กับกองทัพเรืออิตาลีอย่างเป็นทางการและเพียงผู้เดียว เมื่อ Panerai ย้ายฐานการผลิตจากอิตาลีไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บวกกับการที่บริษัท Richemont เข้ามาบริหารกิจการต่อในปี 1997 และนำการตลาดแบบใหม่มาใช้ ทำให้แบรนด์นาฬิกาสัญชาติอิตาเลียนรายนี้ประสบความสำเร็จและโด่งดังไปทั่วโลก แม้จะมีบางช่วงที่ Panerai ปล่อยนาฬิการุ่น limited-edition ออกมาล้นตลาด จนทำให้เหล่านักสะสมชั่งใจที่จะซื้อและคิดทบทวนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้อีกครั้ง แต่เมื่อผ่านช่วงวิกฤตมาได้ Panerai ก็เป็นที่พูดถึงและชื่อเสียงของ “นาฬิกาที่ยิ่งซื้อแพง ยิ่งขายต่อได้แพง” ก็เริ่มหวนคืนสู่แวดวงเครื่องบอกเวลาอย่างน่าภูมิใจ เมื่อไม่กี่วันมานี้ Panerai ก็เพิ่งประกาศเปิดตัวนาฬิกาในคอลเลกชัน Luminor Marina รุ่นล่าสุดอย่าง ‘PAM1661 Luminor Marina Carbotech’ เป็นนาฬิกาดำน้ำกึ่งสปอร์ตสุดเท่ที่ชวนให้คิดถึงรุ่น Lab-ID อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และเป็นรุ่นที่หนุ่ม ๆ สาวก Panerai ทุกคนหลงรัก PAM1661
ต้องยอมรับว่า G-SHOCK ของ Casio เป็นอีกแบรนด์นาฬิกาที่โด่งดังไปทั่วโลก และเชื่อว่าหนุ่ม ๆ สายสตรีตหรือผู้ที่ชอบแต่งตัวแบบ casual style คงหลงรักนาฬิกาจากแดนอาทิตย์อุทัยแบรนด์นี้แน่นอน เพราะนอกจากคุณภาพตัวเรือนที่ได้มาตรฐาน ยังมาพร้อมงานดีไซน์เอกลักษณ์และมิกซ์แอนด์แมตช์เข้าได้กับแทบทุกชุดของผู้ชายเรา ในปี 1995 Casio เคยเปิดตัวนาฬิกา ‘G-SHOCK DW-6900’ ที่นิยมอย่างรวดเร็วและกลายเป็นรุ่นไอคอนิกของแบรนด์ไปโดยปริยาย แถมรุ่นนี้ยังได้รับฉายาว่า “Third Eye” บ่งบอกถึงประสิทธิภาพสามด้านพื้นฐานของการออกแบบนาฬิกา ปี 2020 นี้ Casio G-SHOCK จึงฉลองครบรอบ 25 ปีของนาฬิการุ่น G-SHOCK DW-6900 พร้อมนำโมเดลดังกล่าวมาปรับโฉมและเพิ่มกรอบโลหะสุดเท่แบบใหม่เข้า ภายใต้ชื่อ ‘G-SHOCK GM-6900 Metal Bezel’ ขณะที่แบรนด์นาฬิกาคลาสสิกจำนวนมากนำเสนอกลไกแอนะล็อก แต่ G-SHOCK GM-6900 Metal Bezel รุ่นนี้กลับใช้กลไกแบบดิจิทัล ที่ไม่เพียงช่วยให้อ่านเวลาได้ง่าย หากยังใช้งานหน้าปัดในรูปแบบอื่น ๆ ได้ ที่ไม่ใช่แค่แสดงวันที่หรือเวลาปัจจุบันเท่านั้น นอกจากนาฬิการุ่นนี้จะใช้หน้าปัดที่ทำจากกระจกเงาสุดแกร่ง ตัวกรอบโลหะยังดีไซน์พื้นผิวแบบด้านมาให้เลือกสามสี ทั้งรุ่น


