Entertainment

ขออีกตอนจะนอนแล้ว! ‘5 ซีรีส์เกมบัลลังก์’ ชิงไหวชิงพริบกัน ด้วยเล่ห์กลและอำนาจ

By: april February 8, 2019

ความร้อนแรงของการเมืองที่เชือดเฉือนกันเกมต่อเกม อาจทำให้เราสับสนวุ่นวายไปกับสารพัดความเห็นที่ต่างชี้ไปในทิศทางความเชื่อของตน พักเรื่องเหล่านั้นเอาไว้ แล้วไปตะลุยกับ 5 ซีรีส์ชิงไหวชิงพริบในเกมบัลลังก์ ชิงความเป็นใหญ่ ด้วยสารพัดเล่ห์กลและอำนาจ ที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จให้ตัวเอง มีทั้งบู๊มันส์ ๆ และรบกันเชิงบุ๋น ให้ได้เลือก

Game of Thrones

ซีรีส์แห่งยุคที่กลายเป็น Sub-Culture ระดับเดียวกับ Star Wars ไปแล้วกับเรื่องนี้ ดูเผิน ๆ จากโปสเตอร์ คิดว่ามันคือซีรีส์ย้อนยุค รบราฆ่าฟันกันตามประสา แต่แม่งเจ๋งกว่านั้นมาก

ด้วยเส้นเรื่องที่เราไม่รู้จะเริ่มต้นเล่ากันยังไง เอาเป็นว่ามันเริ่มต้นจากเรื่องราวของเจ็ดอาณาจักร ที่หลายตระกูลต่างปกครองหัวเมืองของตัวเอง บางคนอยากจะก้าวขึ้นมาสู่บัลลังก์ บางคนอยากจะหลีกหนีไปให้พ้นทางแห่งอำนาจ จนเกิดการหักเหลี่ยมกันไม่ว่าจะทั้งศัตรูหรือพวกเดียวกันเอง

ความสนุกคือเราจะได้เห็นการลงมือห้ำหั่นกันจากทั้งนักรบ ทหาร ขุนนาง กษัตริย์ ที่ต่างเลือกเกมให้เข้ามือตัวเองทั้งหมด เรียกว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ชนิดที่ว่าจบซีซั่นแต่ละทีจะได้อุทานว่า ไอ้ซั๊ซ (เสียงน้าค่อม) กันเป็นแถบ ๆ

ตอนนี้เรื่องราวดำเนินไปไกล และใกล้มาถึงบทสรุปสุดท้ายในซัมเมอร์นี้แล้ว ยังไม่สายหากจะเริ่มต้นซีซั่นแรกกันในตอนนี้

 

The Crown

นี่สิเกมบัลลังก์ที่แท้จริง เกมที่แสนจะดุเดือดของการคานอำนาจกันระหว่างสถาบันกษัตริย์และสถาบันการเมือง เรื่องราวของ Queen Elizabeth II เมื่อครั้งขึ้นครองราชย์ นอกจากปัญหา “ในบ้าน” ที่ยุ่งเหยิง ยังมีปัญหาของ “ประเทศ” ที่เข้ามาค้ำคอราชินีมือใหม่ให้ระวังทุกย่างก้าวของการตัดสินใจ

การแสดงของแต่ละคนเรียกว่าถึงบทบาทเอามาก ๆ ไดอะล็อกเจ็บแสบ มีดโกนอาบน้ำผึ้ง ร่วมด้วย Score เจ๋ง ๆ จาก Hans Zimmer มหาเทพแห่งวงการ Ost. เจ้าเก่า ที่ยิ่งขับให้เรื่องราวเข้มข้นคูณสิบ

 

The White Princess

ไทม์ไลน์ในเรื่องอ้างอิงจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อย่าง สงครามดอกกุหลาบ แต่ไม่ใช่เนื้อเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ แค่อ้างอิงตามเวลาจริงเท่านั้น เนื้อเรื่องชิงไหวชิงพริบกันตั้งแต่เริ่มเรื่อง King Edward คว้าชัยชนะในสงคราม ไปจนถึงเรื่องราวการก้าวขึ้นบัลลังก์ของ Queen Elizabeth ที่จะมาเป็นตัวดำเนินเรื่องไปสู่ความมันส์ของการต่อสู้กันด้วยไหวพริบ

ความเจ๋งคือมันเป็นเนื้อเรื่องเน้น ๆ ไม่มีบทอ้อยอิ่งให้รำคาญตลอดหนึ่งชั่วโมง ทุกอย่างดำเนินไปไวมาก อาจจะถูกใจสายบุ๋นมากกว่า เพราะฉากบู๊ของมันไม่ได้จุใจอย่างเรื่องอื่น

 

Spartacus

พักเกมการเมือง เรื่องราวบัลลังก์ กลับมาสู่เกมการรบของเหล่าทาสกันบ้าง เหตุการณ์การลุกฮือของทาส ที่ทนไม่ไหวกับการกดขี่ เกิดในช่วงเดียวกับเรื่องราวของ Julius Caesar นั่นแหละ เมื่อเหล่าทาสลุกขึ้นมารบราฆ่าฟันกับกองทัพโรมัน เป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นที่แท้จริง ผลัดกันเป็นต่อและเป็นรอง นี่คือการต่อสู้แบบ Literally เพราะเราจะได้เห็นฉากรบเลือดสาดกันตลอดเวลา แทบจะตลอดเวลาจริง ๆ

นอกจากฉากฆ่าฟันที่เลือดสาดถึงใจแล้ว ยังมีฉากวาบหวิวและดราม่าอื่น ๆ ที่เข้ามาเพิ่มสีสันให้กับเรื่อง จะได้ไม่เอียนกับการรบกันเกินไป

 

The Tudors

ซีรีส์แจ้งเกิดใบหน้าหล่อ ๆ ของ Jonathan Rhys Meyers ในบท King Henry VIII กษัตริย์หนุ่มที่ครองบัลลังก์ทั้งที่ตัวเองยังไม่มีความพร้อม จึงปล่อยปละละเลยหน้าที่ทางบ้านเมือง และเสพสมความสำราญจากสาว ๆ และสิ่งบันเทิงอื่น ๆ เนื่องด้วยราชินีของพระองค์เอง ไม่อาจมีทายาทให้กับบัลลังก์นี้ได้ จนกระทั่งมาเจอกับ Anne Boleyn ที่เข้ามาเพิ่มรสชาติเกมบัลลังก์นี้ให้เข้มข้นขึ้นไปอีก

มาดูกันว่าสุดท้ายแล้ว บ้านเมืองในการปกครองของ King Henry VIII ไปอยู่ในทิศทางใด และสตรีคนไหนที่จะดึงเอาความเป็นกษัตริย์ของเขาออกมาใช้ในการปกครองได้สำเร็จ

เลือกสักเรื่องที่ถูกใจ แล้วชิงไหวชิงพริบไปพร้อมตัวละคร มาดูกันว่าคนที่แข็งแกร่งหรือปรับตัวเก่งที่สุดที่จะยืนอยู่จนถึงตาสุดท้าย

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line