Guide

MASS SHOOTING SURVIVAL “หนี / ซ่อน / สู้” วิธีเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในสถานการณ์กราดยิง

By: Chaipohn October 3, 2017

จากข่าว Mass Shooting กราดยิงฝูงชนด้วยปืนกล automatic จากห้องชั้น 32 โรงแรม Mandalay Bay กลางงาน Country Music festival ใน Las Vegas ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 58 คน บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 500 คน (จากรายงาน ณ วันที่ 3 ตุลาคม 00:36) นับเป็นเหตุการณ์น่าสะเทือนใจครั้งล่าสุดของสหรัฐอเมริกา รองจากเหตุการณ์การกราดยิงใน Orlando เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2016 ซึ่งนอกจากความเสียใจ อีกสิ่งที่เหตุการณ์นี้สอนเราคือ การต้องเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยเอง หรือสำหรับคนที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ

ต้องยอมรับว่าน้อยคนที่จะรู้วิธีรับมือกับเหตุการณ์ Mass Shooting อย่างถูกต้อง เพราะมันเป็นเรื่องไกลตัว ขนาดฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ หลายคนยังขี้เกียจจะทำ ดังนั้นเราจึงจะสรุปมาให้เข้าใจง่าย ๆ ให้รู้ติดตัวเป็นไอเดียเอาไว้ วันนึงดวงซวย ดันไปอยู่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์แบบนี้ อย่างน้อยเราจะได้พอมีสติรับมือ พาให้ตัวเองและคนที่เรารักรอดชีวิตออกมาได้ เริ่มต้นจากท่องให้ขึ้นใจ และเลือกออพชั่นที่ทำได้ตรงหน้า เรียงตามลำดับ “หนี / ซ่อน / สู้” 

หนี: ตั้งสติให้ดีทันทีที่ได้ยินเสียงคล้ายปืน มองหาทางหนีเป็นสิ่งแรก

เนื่องจากเหตุการณ์กราดยิงไม่ใช่สิ่งที่หลายคนจะเคยสัมผัสประสบการณ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจึงรู้สึกตัวช้าเกินไป ลองดูคลิปด้านบน เราจะได้ยินเสียงปืนกลยิงรัวอยู่นาน กว่านักร้องและผู้คนจะเริ่มวิ่งหนี และเมื่อฝูงชนแตกตื่นก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก หวาดกลัว จนพาตัวเองเข้าไปอยู่ในความเสี่ยง เช่นวิ่งหนีเข้าไปหาโดยไม่รู้ตำแหน่งมือปืน หรือวิ่งพาตัวเองไปอยู่ในทางตันจนหนีไปไหนไม่ได้ หรือถ้าเป็นเหตุการณ์กราดยิงในอาคาร พยายามอย่าวิ่งไปทางเข้าออกหลัก เพราะนั่นมักจะเป็นตำแหน่งทางเข้าของมือปืน เพราะต้องการต้อนคนให้ได้มากที่สุด ให้มองหาทางออกฉุกเฉินเพื่อหนี จะมีโอกาสรอดมากกว่า

ในกรณีเหตุการณ์ที่ Las Vegas มือปืนกราดยิงจากระยะไกลแบบสุ่มหวังผล การหมอบต่ำหาที่กำบัง พร้อมกับเช็คทางหนีออกไปให้ไกลจากสถานที่นั้น จึงน่าจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดได้สูงที่สุด

 

ซ่อน: ไม่ใช่แอบให้พ้น แต่เป็นการทำให้โจรไม่สามารถเข้าถึงเราได้

ขอย้ำอีกที ว่าการซ่อนในที่นี้ไม่ใช่การแอบ เพราะการแอบใต้โต๊ะ ใต้เตียง ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง ด้วยเจตนาของอาชญากรที่มาเพื่อฆ่าคนให้ได้มากที่สุด ดังนั้นการก้มหาดูใต้โต๊ะ ในตู้เก็บของ หรือใต้เตียง จึงเป็นจุดที่พวกมันมักจะไม่มองข้าม เช่นเดียวกับการแกล้งตาย มีรายงานสถิติว่าอาชญากรที่มากราดยิงผู้คน มักจะยิงซ้ำศพที่นอนอยู่บนพื้นเพื่อความสะใจ ดังนั้นวิธีเหล่านี้จึงเป็นการลุ้นที่มีโอกาสรอดต่ำ

สิ่งที่ควรทำคือ พยายามป้องกันไม่ให้อาชญากรเข้าถึงตัวเราได้ เช่นหาอุปกรณ์ ตู้ โต๊ะ เหล็กค้ำ มาล็อคยันประตูห้องอย่างหนาแน่นไม่ให้ถูกเปิดเข้ามาหาเราได้ เป็นการซื้อเวลาให้เราได้ตั้งสติเพื่อหนีต่อไป หรือมือปืนอาจจะเปลี่ยนใจไปไล่ล่าเป้าหมายอื่นที่ง่ายกว่า เพราะอย่าลืมว่ามันมาเพื่อฆ่าคนให้ได้มากที่สุด การเสียเวลานาน ๆ เพื่อฆ่าคนเดียวนับว่าไม่คุ้มตามเป้าหมาย และยังมีโอกาสรอดจากเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยเหลือเราได้อีกด้วย

 

สู้ตาย: เฉพาะสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือก และอันตรายอยู่ตรงหน้าชัดเจน

ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์คับขันสุด ๆ เช่นห้องปิดตาย ประตูบอบบาง มือปืนกำลังเดินเข้ามาหา สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย ในกรณีนี้การมองหาอาวุธที่อยู่รอบตัวเพื่อวัดใจ ดูจะเพิ่มโอกาสรอดได้มากที่สุด อย่าลืมว่ามือปืนมันมาด้วยเจตนาจะฆ่าอย่างชัดเจน การเสียเวลาเกลี้ยกล่อม ร้องขอชีวิต อาจจะไม่ช่วยอะไรมากนัก ให้มองหาสิ่งรอบตัวที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ไม่ว่าจะเป็นคัตเตอร์ ปากกา รูปปั้น ที่เขี่ยบุหรี่ น้ำหอม สเปรย์ปรับอากาศ หรือจะสร้างกับดับเช่น ทุบหลอดไฟทุกดวง โรยเศษแก้วบริเวณทางเข้า กับดักในความมืดก็อาจช่วยให้เราชิงจังหวะได้เปรียบ พร้อมจู่โจมเพื่อเอาชีวิตรอดในชั่วพริบตา

ถ้าคุณมีปืน ก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างสูง อย่าชักปืนออกมาถือเดินไปมา เพราะอย่าลืมว่าในความวุ่นวายนั้น เราไม่รู้ว่าใครเป็นมือปืนกันแน่ และพลเมืองดี รวมถึงเจ้าหน้าที่ ก็ไม่รู้ว่ามือปืนเป็นใคร ไม่รู้ว่าเราเป็นประชาชนหรือมือปืน โอกาสที่จะโดนยิงผิดตัวเพราะคิดว่าเป็นอาชญากรจึงมีสูง ยิ่งถือปืนในสถานการณ์แบบนี้ด้วย คงไม่มีใครใจเย็นพอจะถามชื่อเสียงเรียงนามกันก่อนแน่นอน

 

Chaipohn
WRITER: Chaipohn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line