ที่สุดของกล้องถ่ายรูป ที่คนใช้เท่านั้นถึงจะบอกได้ว่า ทำไมการจ่ายเงินค่ากล้องที่ราคาแพงกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวนั้น มันแลกกับความพิเศษอะไรกลับมาบ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็น Leica User อยู่หรือไม่ก็ตาม ทุกคนต่างให้ความสนใจทุกครั้งเมื่อมีกล้อง Leica รุ่นใหม่เปิดตัวออกมา แม้จะไม่มีการพัฒนาในด้านสเปค แต่ก็มีลูกเล่นและเสน่ห์ที่ชวนให้เราอยากควักเงินเก็บสะสมได้ตลอดเวลา เพราะ Leica ไม่ใช่แค่กล้องถ่ายรูป แต่มันเป็นงานศิลป์ที่ส่งต่อให้คนใน Generation ต่อไปได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ล่าสุด Leica ได้ร่วมมือกับ Marcus Wainwright ผู้เป็นทั้ง CEO และ Creative Director ของ Rag & Bone แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากย่าน New York City ซึ่งเน้นความเท่แบบ Minimal พร้อมคุณภาพที่สูงกว่าใคร ซึ่งเข้ากับคาแรคเตอร์ของ Leica M Monochrom กล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำของ Leica จนได้ร่วมมือกันออกแบบกล้องโมเดลพิเศษ ‘M Monochrom Stealth Edition’ ตัวกล้องสีดำด้าน (Matte Black Body) ที่จัดการถอดแม้แต่โลโก้
ถ้าใครสนใจเรื่องวัฒนธรรมที่มีผลต่อการออกแบบและพฤติกรรมมนุษย์เหมือนเรา น่าจะรู้สึกแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงความนิยมในหมู่มนุษย์ที่มีต่อรูปทรงและการใช้งานของมัน ในยุคก่อน เราเริ่มด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหญ่ยักษ์ จากนั้นเทคโนโลยีก็พยายามพัฒนาอย่างสุดความสามารถในการย่อขนาดมันให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนั้นยิ่งเล็กยิ่งล้ำ ยิ่งเล็กยิ่งแพง แต่แล้ววันนึง เราก็มาพบว่ารูปทรงโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าตาเหมือนกันทั้งโลกโดยมิได้นัดหมาย และวันนี้พวกเค้ากำลังแข่งกันใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ซึ่งดูแล้วน่าจะถึงจุดอิ่มตัวในไม่ช้า ทีนี้ถ้าเราให้ทายกันเล่น ๆ ว่า ต่อไปเทรนด์การออกแบบและใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน วันนี้เรากล้าฟันธงเลยว่า มันกำลังจะกลับไปสู่ความเป็น Dumb Phone หรือโทรศัพท์โง่ ที่ไม่ต้องมีความสามารถอะไรมากมาย เพราะคนเริ่มตีตัวออกห่างจากความวุ่นวายออนไลน์กันมากขึ้น ก่อนหน้านี้ Nokia ก็ได้ตอกย้ำเทรนด์ที่เราทำนายไว้อย่างชัดเจน ด้วยการเปิดตัว 3310 ที่ทำเอาโลกสั่นสะเทือน และพีคสุดอีกครั้งที่ทำเอาคนไม่สนใจ Samsung S9 ก็คือการเปิดตัว Nokia 8110 หรือกล้วยหอม ที่บอกตามตรงว่าเรายังอยากได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มี Dumb Phone ที่น่าสนใจ และเลือกมุ่งยึดพื้นที่นี้ก่อนใครเพื่อน นั่นก็คือโทรศัพท์ตระกูล Light Phone ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ปัจจุบันได้เดินทางมาถึงรุ่นที่ 2 แล้ว และมีความมั่นใจจากหลายสื่อว่า นี่แหละคืออนาคตของโทรศัพท์มือถือ นั่นคือการกลับคืนสู่สามัญ ที่เราเกริ่นมายาวนาน
ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปหากเราจะเจอการ crossover ระหว่างแบรนด์แฟชั่นกับสินค้าประเภทต่าง ๆ เพราะต้องยอมรับในจุดหนึ่งว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์มากกว่าฟังก์ชั่นเสียแล้ว ดังเช่นเรื่องที่ทีมงาน UNLOCKMEN จะนำเสนอนี้ ซึ่งเป็นการร่วมงานระหว่างแบรนด์หูฟังและสตรีทแฟชั่น โดยถ้าให้บอกชื่อแบรนด์หูฟังยอดนิยมสักแบรนด์ ชื่อของ Beats ต้องแล่นเข้ามาในหัวเป็นชื่อแรก ๆ อย่างแน่นอน เพราะด้วยดีไซน์ที่ดูทันสมัยพรีเมี่ยมและมีสีสันดึงดูดถูกใจวัยโจ๋ ทำให้ Beast กลาย เป็นหูฟังยอดนิยมของบรรดาเซเลปดารานักร้องรวมถึงนักกีฬาทั่วโลกที่ใช้ออกสื่อกันอย่างมากมาย จนเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง Beats ก็ได้ออกชุดหูฟังและลำโพงพกพาตัวใหม่ที่เป็นการจับมือกับแบรนด์สตรีทชื่อดังแฟชั่นอย่าง UNDEFEATED การ Collab ของ Beats และ UNDEFEATED ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันมาแล้วเมื่อปี 2013 ซึ่งก็โดนใจขายเกลี้ยงราคาพุ่งกระฉูดตามสไตล์สินค้า Limited Edition และสำหรับคอลเลคชั่นชุดใหม่นี้ต้องบอกว่าถูกใจสายสตรีทแฟชั่นหรือคนชอบเก็บสะสมหัวฟังอย่างแน่นอน เพราะว่าในเซ็ตประกอบไปด้วยลำโพงพกพาไร้สายอย่าง Beats Pill และหูฟัง wireless อย่าง Beats X ที่ตกแต่งด้วยลายพรางสีโทนเข้ม ตัดด้วยโลโก้แบรนด์สีส้มสด แถมโฆษณาก็ทำได้อย่างน่าสนใจเพราะดึงนักบาสเก็ตบอลจากทีม Philadelphia 76ers อย่าง Ben Simmons
ทุกวันนี้ Drone ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนก็ซื้อไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ เช่นเหล่า Travel Blogger หรือชาวคณะ Production ซื้อไปถ่ายทำ Footage สวย ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ซื้อไปใช้สอดส่องความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยในชีวิต หรือแม้แต่ StartUp หัวใสในประเทศสงคราม ที่ริเริ่มใช้ Drone ในการส่งเลือดไปปฐมพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงและยากต่อการเข้าถึง แต่ก็มีเจ้าของ Drone บางคนที่อาจจะไม่รู้กาลเทศะ ใช้ Drone บินไปในพื้นที่ต้องห้าม ในสนามบิน หรือใช้แอบถ่ายชาวบ้านชาวช่อง ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจนน่ารำคาญ มันจึงเป็นที่มาของบริษัท DroneShield ผู้เชี่ยวชาญด้านปืนพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ผลิตมาทำหน้าที่สอย Drone จากคนกลุ่มหลังโดยเฉพาะ แม้ก่อนหน้านี้จะมีแต่ปืนขนาดใหญ่เกินชาวบ้านอย่างเราจะใช้ได้สะดวก แต่ DroneGun Tactical รุ่นล่าสุดที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่อง Star Wars เท่จนเราอยากได้มาครอบครอง แม้จะไม่มี Drone ให้ยิงสอยลงมาก็ตามที วิธีใช้งาน DroneGun Tactical ก็ตรงตัวเหมือนปืนทั่วไป แค่ชี้ไปทาง Drone
ถ้าหากย้อนไปก่อนหน้านี้สัก 10 ปี เราคงเถียงสุดตัวเวลาที่ใครสักคนบอกกับเราว่า เขาสามารถใช้กล้องที่ฝังอยู่ในโทรศัพท์มือถือมาทำการถ่ายทำ VDO เจ๋ง ๆ หรือแม้กระทั่งนำมาใช้ถ่ายหนังกันเลยก็ยังมี แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และดูทีท่าแล้ว คงจะไม่มีใครยอมหยุดพัฒนาความทันสมัยที่ขายได้ตังค์เหล่านี้อย่างแน่นอน และสุดท้ายก็ทำให้การถ่าย VDO เจ๋ง ๆ จากมือถือเกิดขึ้นได้จริง แต่มันก็ไม่ใช่เพราะว่า เหล่าผู้ผลิต Smartphone เพียงอย่างเดียว ที่สมควรจะได้รับเครดิตในการผลิตโทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่าย VDO ได้อย่างคมชัดจนหลายคนเอามาทำเป็นหนังได้ เพราะมันยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ โทรศัพท์มือถือ หรือ Smartphone ในสมัยนี้ บันทึกความทรงจำเป็นภาพเคลื่อนไหวได้อย่างไร้ที่ติ เพราะไม่ว่าจะเป็นกล้อง หรือโทรศัพท์มือถือเอง ต่างก็ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความเจ๋งให้กับมันมากขึ้นกันทั้งนั้น อย่างเช่น ไมค์โครโฟน, เลนส์, โปรแกรมแต่งภาพต่าง ๆ ซึ่งจะว่าไปสิ่งเหล่านี้ ทั้งกล้อง และ Smartphone ส่วนใหญ่ก็มีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ในตัวทั้งนั้น แต่มันก็อาจจะดีไม่เท่า กับสิ่งที่ถูกตั้งใจสร้างมันขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งของตัวมันเองโดยเฉพาะ ทำให้เรามักจะเห็นว่า มีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ (Rig) วางขายอยู่มากมายในท้องตลาดตอนนี้ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพการถ่าย VDO ของ โทรศัพท์ Smartphone
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า นอกจากเจนีวาแล้ว เมืองเบียล ก็เป็นอีกต้นกำเนิดแห่งวิถีประเพณีดั้งเดิมแห่งการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตเรือนเวลามาจนถึงทุกวันนี้ ก้าวแรกของแบรนด์นาฬิกาอิสระอย่าง Azimuth ก็เริ่มต้นขึ้นที่นี่เช่นกัน ด้วยคอนเซ็ปต์ในการเป็นนาฬิการูปแบบเฉพาะตัวที่ผสานดีไซน์อันยอดเยี่ยม นวัตกรรมอันทันสมัย และประเพณีดั้งเดิมแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาของสวิส เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับใครที่รู้สึกว่าชื่อแบรนด์ไม่ค่อยคุ้นหู ที่จริงแล้วเรือนเวลาแบรนด์นี้มีประวัติและเทคโนโลยีการผลิตที่ละเอียดอ่อนไม่แพ้แบรนด์ไหนในโลก แม้จะเป็นนาฬิกาสวิส แต่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์และก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกา Azimuth ขึ้นที่เมือง เบียล ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 เป็นต้นมานั้น ไม่ใช่ชาวสวิส แต่เป็นชายผู้หลงใหลในเครื่องบอกเวลาชาวเอเชีย 2 ท่าน Alvin Lye กับ Christopher Long ทั้งสองท่านนี้เป็นผู้คร่ำหวอดมากประสบการณ์ในวงการนาฬิกา ทั้งในแง่ของการสะสม และการเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งไม่เพียงพอสนองความต้องการที่แท้จริงของเขาทั้งคู่ได้ เพราะทั้งสองต่างประสงค์ที่จะสร้างนาฬิกาในอุดมคติขึ้นมาเอง ด้วยความที่ไม่มีนาฬิกาแบรนด์ใดตอบโจทย์คุณสมบัติที่พวกเขาต้องการให้มีได้ โปรเจ็คต์การก่อตั้งแบรนด์และโรงงานนาฬิกาของพวกเขาจึงก่อกำเนิดขึ้นโดยเลือกคำว่า Azimuth ซึ่งเป็นชื่อเรียกระยะคำนวณของเส้นขอบฟ้าจากตำแหน่งใด ๆ บนโลก มาเป็นชื่อแบรนด์ ด้วยเป็นความหมายแห่งการแสวงหาความรู้ทางปัญญาของมนุษย์ อีกทั้งคำนี้ยังมาจากรากศัพท์ภาษาอารบิก ที่หมายถึงเส้นทางที่นักเดินทางข้ามผ่านซึ่งก็เป็นความหมายที่โดนใจพวกเขาเช่นกัน ส่วนโลโก้ของแบรนด์มาจากลักษณะของแฮร์สปริง ที่เปรียบได้กับการเต้นของหัวใจแห่งกลไกจักรกล ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการผลิตแต่เพียงนาฬิกาจักรกลได้อย่างตรงประเด็นที่สุด ความต้องการสร้างสิ่งที่แตกต่างนั้น คือวัตถุประสงค์หลักในการสร้างนาฬิกา Azimuth ดังนั้นนาฬิกาจาก Azimuth จึงแตกต่างจากนาฬิกาที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป พวกเขาให้อิสระกับทีมออกแบบ
บางทีพอมาลองนึก ๆ ดูในเรื่องของเทคโนโลยีดี ๆ ก็งงเหมือนกันว่า สรุปแล้วมันจะไปในทิศทางไหนกันแน่ ยกตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งโทรศัพท์มือถือของแต่ละแบรนด์ พยายามแข่งขันกันให้มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่พอมาช่วงหลังกลับกลายเป็นว่า คนกลับชอบจอใหญ่ ๆ จะใช้ iPhone ก็ต้องเป็นรุ่น Plus ถึงจะเรียกได้ว่า พอดีมือไม่เล็กจนเกินไป แต่แล้วเมื่อวันก่อนก็มีบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกสับสนอีกครั้ง เมื่อมีการปรากฏตัวของ ‘Zanco Tiny T1′ ขึ้น โทรศัพท์ที่ว่ากันว่า เป็นโทรศัพท์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในปัจจุบันอีกด้วย เราเชื่อว่า ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า โทรศัพท์ที่ได้ชื่อว่า มีขนาดเล็กที่สุดในโลกเครื่องใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว และก็คงจะไม่รู้ว่าหน้าตาของเป็นอย่างไร มีอะไรเจ๋งบ้างนอกจากเรื่องของขนาด วันนี้เราจึงได้นำเอา ‘Zanco Tiny T1′ ที่ว่านี้มาให้ชาว UNLOCKMEN ได้ดูกันว่า มันมีอะไรที่น่าสนใจซ่อนเอาไว้บ้าง สำหรับในปี 2017 ที่กำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่วันนี้ มีโทรศัพท์ออกใหม่มามากมาย พร้อมทั้งยังมีลูกเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจออกมาอีกชนิดที่แทบจะติดตามกันไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นจอโค้ง, จอไร้ขอบ หรือแม้แต่ระบบสั่งการต่าง ๆ ก็ถูกอัพเดทให้มีความทันสมัย และใช้งานง่ายมากขึ้น แต่สำหรับบริษัทผู้ผลิตมือถืออย่าง Zanco ซึ่งเป็นโทรศัพท์สัญชาติอังกฤษนั้น กลับสวนทุกกระแส
ในยุคที่กล้องถ่ายรูป และ Smartphone ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีขนาดนี้ ทั้งความคมชัดในระดับที่ไม่ธรรมดา คมกริบแทบจะบาดลูกตาบวกกับความสะดวกสบายใจการ Edit ภาพให้สวยได้ด้วย Application เสร็จสรรพในตัว ทำให้กล้องถ่ายรูปเริ่มที่จะมีคนสนใจน้อยลง แต่เห็นที่จะไม่มีกล้องชนิดไหน ที่น่าเห็นใจไปมากกว่า กล้อง Instant ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกระแสอย่างหนักชนิดฮิตติดชาร์จทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ แต่สุดท้ายกลับโดนมนุษย์ที่บ้าความทันสมัย โยนทิ้งโยนขว้าง บ้างก็เลือกใช้ไป เพราะสาเหตุที่ว่า ทั้งใหญ่ และไร้ความคมชัด แถมยังต้องใช้ฟิล์มอีก แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าหากคุณลองมองกล้อง Instant ดูดี ๆ ใช้มันให้ถูกกับความต้องการ รวมไปถึงเลือกใช้แบรนด์ที่มีคุณภาพ กล้อง Instant เหล่านี้ ก็มีดี และไม่ได้กากจนคุณต้องเลิกใช้มันอย่างที่หลาย ๆ คนทำกันในปัจจุบันนี้ก็ได้ วันนี้เราจึงได้นำเอา 5 กล้อง Instant ที่รับรองได้เลยว่า ไม่กากอย่างที่ใครหลาย ๆ คนคิด เอามาแนะนำให้คุณลองดูกัน เผื่อใครที่กำลังจะซื้อกล้อง Instant มาใช้จะได้ลองนำเอาไปคิด ส่วนคนที่เคยมีของดีเหล่านี้อยู่ และโยนมันทิ้งเอาไว้ที่บ้านจนฝุ่นเก่า จะได้ลองหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่นใช้งานกันอีกครั้ง อย่าปล่อยให้พังไปฟรี ๆ
ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR นั้นมีบทบาทในชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือในแง่ของการเป็นอุปกรณ์ด้านความบันเทิงที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาท่ามกลางการแข่งขันในเรื่องของเทคโนโลยีความคมชัดของภาพ ที่นับวันจะยิ่งชัดขึ้นไปเรื่อย ๆ จากความละเอียดทั่ว ๆ ไป ก็เริ่มมีแบบ HD, Full HD ไปจนถึง 4K และ 5K ที่เข้าขั้นชัดโคตร ๆ ไปแล้ว แถมยังเตรียมการพัฒนาความชัดไปสู่ระดับ 8K ที่เรียกได้ว่าเป็นความคมชัดระดับบ้าคลั่ง ชัดกว่า Full HD ถึง 16 เท่า ย้อนกลับมาที่เรื่องราวของเทคโนโลยี Virtual Reality ที่มีให้สัมผัสกันในรูปแบบของแว่น VR ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพราะว่านอกจากเทคโนโลยีความคมชัดแบบเว่อร์วังอลังการของภาพที่รุดหน้าไปไกล ทางด้านของประสบการณ์การรับชมที่สมจริงก็ได้เจ้า VR นี่แหละมาช่วยเติมเต็ม เพียงแค่สวมแว่นนี้เข้าไปก็เหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่อีกโลกกับภาพที่ไม่ว่าจะก้มเงย หันหน้าไปทางไหน ก็มองเห็นได้โดยรอบ พร้อมกับวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางที่มอง ส่งผลให้ตอนนี้ VR แทบจะมีเอี่ยวในทุกแพลตฟอร์มความบันเทิงด้านภาพ ทั้งเกม และหนัง แม้กระทั่งอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่ 18+ ก็หันมาลุยคอนเท้นท์ที่รองรับ
รถรุ่นใหม่ ๆ สมัยนี้ คันไหนไม่มีจอนี่ถือว่าล้าหลังมาก ๆ ชนิดที่หลายคนจะซื้อรถใหม่ที ขอให้มีจอไว้ก่อน ไม่สนว่าจะเป็นแบบทัชสกรีน หรือไม่ทัชสกรีนแต่ต้องมี! กันเลยทีเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ไอ้คนที่ขับรถรุ่นเก่า ๆ อย่างเราเอง ก็ไม่ใช่จะไม่อยากจะมีจอ แต่จะให้ไปซื้อรถคันใหม่ทั้ง ๆ ที่คันเก่าก็ยังขับได้ดีแค่ไม่มีมันก็ดูจะบานปลายใช่เหตุ บางคนอยากจะมีจอแต่รู้มากหน่อย ก็ไปแสวงหาเอาตามร้านเครื่องเสียง ร้าน Car Audio ทั้งหลายกันแทบพลิกแผ่นดินกะว่า จะเอามาติดเพิ่มเองเข้าไปให้หายอยาก สุดท้ายก็ต้องตีรถเปล่ากลับบ้าน เพราะว่ารถของคุณพี่นั้นเก่าเกินไป ยังไม่มีบริษัทจอไหนย้อนยุคไปถึงก็มีไม่น้อยเช่นกัน แต่วันนี้ ความฝันของคนอยากมีจอในรถ ดูเหมือนจะถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่หลายคนช่างแม่งไม่สนใจเรื่องจอ และใช้รถไปตามยถากรรมเป็นที่เรียบร้อย ด้วยนวัตกรรมที่มีชื่อว่า “Vehroot” ที่จะช่วยให้รถของคุณทันสมัย และมีจอเพิ่มขึ้นมาได้ง่าย ๆ เพียงแค่ขอให้คุณมีอุปกรณ์ Smartphone หรือ Tablet ไม่ว่าจะเป็น iOS, Android แม้กระทั่ง Tablet หรือ Smartphone ระบบปฏิบัติการ Windows ก็เป็นใช้ได้อีกด้วย “Vehroot” ที่ว่านี้ เป็นหนึ่งใน


