หากกล่าวถึงนาฬิกาที่ได้ไปมีโอกาสไปเยือนดวงจันทร์มาแล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จัก โอเมก้า (OMEGA) เรือนเวลาสุดล้ำที่มีประวัติศาสตร์มากว่า 60 ปี และไม่นานมานี้ เรามีโอกาสพาทุกท่านย้อนเวลาสู่ความท้าทายแห่งห้วงอวกาศอีกครั้งกับ “LOST IN SPACE” งานปาร์ตี้ระดับโลกใจกลางมหานครลอนดอน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีให้กับเรือนเวลาไอคอนนิคอย่าง สปีดมาสเตอร์ (SPEEDMASTER) ต้องบอกว่าบรรยากาศภายในงานคับคั่งด้วยเหล่าเซเลบริตี้คนดังจากหลายวงการ ร่วมด้วยแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญอย่าง GEORGE CLOONEY และ BUZZ ALDRIN พร้อมได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ BRIAN COX มาร่วมเนรมิต พิพิธภัณฑ์เทต โมเดิร์น (TATE MODERN) ให้กลายเป็นห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยความน่าหลงใหลของ 60 เรือนเวลาประวัติศาสตร์จาก สปีดมาสเตอร์ (SPEEDMASTER) นับตั้งแต่ปี 1957 จนถึงปัจจุบัน RAYNALD AESCHLIMANN ประธานและซีอีโอแห่ง โอเมก้า (OMEGA) กล่าวเปิดงาน พร้อมถ่ายทอดมุมมองของตนเกี่ยวกับเรือนเวลาโครโนกราฟว่า “สปีดมาสเตอร์ (SPEEDMASTER) คือหนึ่งในเรือนเวลาโครโนกราฟอันเลื่องชื่อของโลก ไม่ใช่เพียงเพราะตัวตนหรือความเชี่ยวชาญของโอเมก้า (OMEGA) แต่ยังรวมถึงความไว้วางใจจากผู้คนทั่วโลกที่สวมใส่มาอย่างยาวนาน ถึงแม้จะล่วงเลยมากว่า
หากผู้ชายอย่างเราจะต้องเลือกนาฬิกาข้อมือคู่ใจสักเรือนหนึ่ง ปัจจัยหลัก ๆ ในการตัดสินใจคงหนีไม่พ้นเรื่องของงานดีไซน์ที่เข้าตา ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ชื่อเสียงและประวัติความเป็นมาของแบรนด์ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่เรามองข้ามไปไม่ได้ เพราะประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ย่อมมีผลต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพการใช้งาน อีกทั้งยังส่งผลต่อความภาคภูมิใจหากนาฬิกาบนข้อมือเรานั้นคือผลผลิตจากแบรนด์ที่มีจุดร่วมสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลกมาอย่างยาวนาน และหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่เราเชื่อว่าต้องเป็นที่รู้จัก เป็นที่หมายปองของเหล่าชายชาตรี คงหนีไม่พ้นแบรนด์ OMEGA และยิ่งเป็นรุ่นที่อยู่ในตระกูล Speedmaster ซึ่งมีเรื่องราวเท่ ๆ มากมายบนหน้าประวัติศาสตร์โลก กับจุดเริ่มต้นในการเป็นนาฬิกาสำหรับนักแข่งรถ และก้าวข้ามไปสู่ภารกิจบนอวกาศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายแทบทุกคนใฝ่ฝันจะได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ OMEGA Speedmaster จะถูกเลือกให้เป็นเรือนเวลาที่ประดับอยู่บนข้อมือของใครหลายต่อหลายคน และเนื่องในโอกาสที่ OMEGA Speedmaster ได้เดินทางผ่านกาลเวลา และประวัติศาสตร์บทสำคัญมาจนครบรอบ 60 ปี UNLOCKMEN จึงขอเลือก 10 รุ่นสุดประทับใจ ที่เรามองว่ามันเปรียบเสมือนตัวแทนความสำเร็จ และเป็นหลักไมล์สำคัญในการพัฒนาของ OMEGA Speedmaster มาแนะนำให้ได้รู้จักเรื่องราวความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาของแต่ละรุ่น หรือใครที่เป็นนักสะสมนาฬิกาตัวยง อยากจะใช้ลิสต์นี้เป็นตัวช่วยในการออกตามล่า Speedmaster รุ่นหายากมาเก็บเอาไว้ในคอลเลคชันส่วนตัว เราก็ยินดี 1957 “BROAD ARROW” : The first Speedmaster สำหรับรุ่นแรกที่เราเลือกมาคงจะเป็นเรือนไหนไปไม่ได้ นอกจากต้นกำเนิดตำนานของตระกูล Speedmaster
หากเอ่ยถึงนาฬิกา แทบทุกคนจะต้องนึกถึงเครื่องบอกเวลาคู่กายมนุษย์ขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่สำหรับแบรนด์นาฬิการะดับโลกที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน หน้าที่ของมันย่อมมีมากกว่าการบอกเวลา ด้วยโอกาสในการได้เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติ ทำหน้าที่แสดงช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวเหล่านั้นจะได้รับการถูกกล่าวขานต่อไปไม่รู้จบ Speedmaster เป็นซีรี่ส์แห่งเรือนเวลาจากแบรนด์ Omega ที่มีโอกาสได้ผ่านเรื่องราวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 60 ปี ด้วยจุดเริ่มต้นในการเป็นนาฬิกาสำหรับนักแข่งรถ ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านความแข็งแกร่งทนทาน และมาตรฐานการบอกเวลาที่แม่นยำ ส่งผลให้ Omega Speedmaster เป็นนาฬิกาเรือนเดียวที่ผ่านการทดสอบของ NASA จนได้ครอบครองพื้นที่บนข้อมือของนักบินอวกาศทุกรายในโครงการ Apollo นับตั้งแต่ปี 1965 เป็นต้นมา ช่วงเวลาที่ทำให้ชื่อของ Omega Speedmaster ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลก คงหนีไม่พ้นวินาทีที่ยาน Apollo 11 ลงจอดบนพื้นผิวของดวงจันทร์ในวันที่ 20 กรกฏาคม ปี 1969 ซึ่ง Omega Speedmaster เป็นนาฬิกาที่สองนักบินอวกาศ Neil Armstrong และ Buzz Aldrin สวมใส่ขณะนำก้าวเล็กๆ อันแสนยิ่งใหญ่ของมวลมุษยชาติขึ้นไปฝากรอยประทับเอาไว้บนดวงจันทร์ จนกลายเป็นที่มาของชื่อ The Moon Watch สมญานามแห่งความภาคภูมิใจที่ Omega
นาฬิกา ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องบอกเวลา หรือเรือนเวลาประดับสถานะทางสังคม แต่ในอีกแง่มุม นาฬิกาเป็นเครื่องมือบันทึกช่วงเวลาสำคัญ นาทีที่ยิ่งใหญ่ และความทรงจำที่น่าประทับใจในหลายเหตุการณ์ แน่นอนว่าประวัติศาสตร์มีหลายแง่มุมให้เราได้เรียนรู้เพื่อประยุกต์ใช้กับปัจจุบัน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ OMEGA เป็นนาฬิกาแบรนด์ดังที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมประวัติอันยาวนานเกินร้อยปี สอดคล้องกับสัญลักษณ์อักษรกรีกตัวสุดท้าย ที่หมายถึงความสำเร็จอันเป็นที่สุด ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและเป็นที่จดจำ คำว่า OMEGA จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์นาฬิกาอันเป็นที่สุดในทุกด้าน เป็นเวลายาวนานถึง 168 ปี และได้มีส่วนร่วมในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญ ๆ หลายเหตุการณ์ และวันนี้เราจะนำประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่เหล่านั้น มาถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าสนใจ ผ่านประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของนาฬิกา OMEGA OMEGA & the Armies ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 กองกำลังทางทหารนับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อความมั่นคงของแต่ละประเทศ การปฏิบัติภารกิจให้ตรงตามกำหนดการ ย่อมหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของชาติ The Royal Flying Corps (RFC) แห่งกองทัพสหราชอาณาจักรได้กำเนิดขึ้นมา พร้อมยุทโธปกรณ์ทางอากาศที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น RFC เป็นฝูงบินที่มีหน้าที่ทั้งการรบทางอากาศ การสอดแนม รวมถึงลาดตระเวนทางอากาศ โดยฝูงบิน RFC นี้ยังเคยผ่านการรบสไตล์ Dogfight กับ the


