FASHION

EDITOR’s PICK : เรือนเวลา 10 รุ่น ตัวแทนความสำเร็จตลอด 60 ปีของ OMEGA Speedmaster

By: NTman April 7, 2017

หากผู้ชายอย่างเราจะต้องเลือกนาฬิกาข้อมือคู่ใจสักเรือนหนึ่ง ปัจจัยหลัก ๆ ในการตัดสินใจคงหนีไม่พ้นเรื่องของงานดีไซน์ที่เข้าตา ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ชื่อเสียงและประวัติความเป็นมาของแบรนด์ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่เรามองข้ามไปไม่ได้ เพราะประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ย่อมมีผลต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพการใช้งาน อีกทั้งยังส่งผลต่อความภาคภูมิใจหากนาฬิกาบนข้อมือเรานั้นคือผลผลิตจากแบรนด์ที่มีจุดร่วมสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลกมาอย่างยาวนาน

และหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่เราเชื่อว่าต้องเป็นที่รู้จัก เป็นที่หมายปองของเหล่าชายชาตรี คงหนีไม่พ้นแบรนด์ OMEGA และยิ่งเป็นรุ่นที่อยู่ในตระกูล Speedmaster ซึ่งมีเรื่องราวเท่ ๆ มากมายบนหน้าประวัติศาสตร์โลก กับจุดเริ่มต้นในการเป็นนาฬิกาสำหรับนักแข่งรถ และก้าวข้ามไปสู่ภารกิจบนอวกาศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายแทบทุกคนใฝ่ฝันจะได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ OMEGA Speedmaster จะถูกเลือกให้เป็นเรือนเวลาที่ประดับอยู่บนข้อมือของใครหลายต่อหลายคน

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-2

และเนื่องในโอกาสที่ OMEGA Speedmaster ได้เดินทางผ่านกาลเวลา และประวัติศาสตร์บทสำคัญมาจนครบรอบ 60 ปี UNLOCKMEN จึงขอเลือก 10 รุ่นสุดประทับใจ ที่เรามองว่ามันเปรียบเสมือนตัวแทนความสำเร็จ และเป็นหลักไมล์สำคัญในการพัฒนาของ OMEGA Speedmaster มาแนะนำให้ได้รู้จักเรื่องราวความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาของแต่ละรุ่น หรือใครที่เป็นนักสะสมนาฬิกาตัวยง อยากจะใช้ลิสต์นี้เป็นตัวช่วยในการออกตามล่า Speedmaster รุ่นหายากมาเก็บเอาไว้ในคอลเลคชันส่วนตัว เราก็ยินดี

1957  “BROAD ARROW” : The first Speedmaster

170404-OMEGA-Speedmaster-3

สำหรับรุ่นแรกที่เราเลือกมาคงจะเป็นเรือนไหนไปไม่ได้ นอกจากต้นกำเนิดตำนานของตระกูล Speedmaster โดยชื่อ “Broad Arrow” นั้นได้มาจากจากรูปทรงของเข็มนาฬิกาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยหัวลูกศร และนอกจากมันจะเป็นปฐมบทของเรื่องราวแห่ง Speedmaster แล้วก็ยังเป็นนาฬิกาข้อมือ  Chronograph   แบบแรกที่นำสเกล Tachymeter มาไว้บนขอบตัวเรือน ซึ่งเอื้อต่อการใช้งานให้กับเหล่านักแข่งรถเป็นอย่างมาก ส่วนในเรื่องของมูลค่าราคา และมูลค่าทางจิตใจ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรือนเวลารุ่นนี้น่าจะมีมูลค่าสูงที่สุดในตระกูล Speedmaster จากบทบาทผู้เริ่มต้นการเดินทางอันแสนพิเศษที่ยังคงดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน

1963 THIRD GENERATION : Tested and qualified by NASA

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-4

Speedmaster รุ่นนี้คือนาฬิกาแบบแรกที่ผ่านการทดสอบสุดเข้มงวดสำหรับคุณสมบัติด้านการบินจากองค์การ NASA และถือเป็นหนึ่งเดียวที่ผ่านการทดสอบในครั้งนี้ ท่ามกลางนาฬิกาจากหลายแบรนด์ที่ได้ร่วมส่งเรือนเวลาของตนเข้ารับการทดสอบเช่นกัน ทำให้ Speedmaster  คือเรือนเวลาที่มีโอกาสได้ร่วมเขียนหน้าประวัติศาสตร์ไปกับภารกิจของยาน Gemini  และยาน Apollo  ด้วยหน้าที่ในการมอบทั้งความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือสูงสุดให้แก่เหล่านักบินอวกาศ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นเรือนเวลารุ่นแรกที่ได้ร่วมบุกเบิกภารกิจบนดวงจันทร์ และยังคงได้รับความไว้วางใจมาตลอดจนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจสุดท้ายบนดวงจันทร์ในปี 1972

1965 THE MOONWATCH : First watch worn on the moon

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-5

Speedmaster รุ่นนี้ มีโอกาสร่วมอยู่ในอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมวลมนุษยชาติ ได้ชื่อว่าเป็นนาฬิกาแบบแรกที่ถูกสวมใส่บนดวงจันทร์  เมื่อนักบินอวกาศ Neil Armstrong และ Buzz Aldrin ได้ประทับก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ลงบนผิวของดวงจันทร์ในปี  1969 นับตั้งแต่วันนั้น Speedmaster จึงได้รับใช้ในเกือบทุกภารกิจที่เกี่ยวข้องกับดวงจันทร์มาโดยตลอด ในด้านการดีไซน์ของ Moonwatch  นั้นนับเป็น Speedmaster  รุ่นแรกที่ถูกออกแบบด้วยตัวเรือนทรงอสมมาตรเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการป้องกันที่มากยิ่งขึ้นให้กับทั้งเม็ดมะยมและปุ่มกด และยังถือเป็นครั้งแรกที่มีข้อความ  “Professional” ปรากฏอยู่บนหน้าปัดของ  Speedmaster

1968 ULTRAMAN : Worn in the TV series

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-6

แฟน ๆ อุลตร้าแมน รวมถึงคนเล่นนาฬิกาทั้งหลาย ต่างรู้กันดีว่า Eiji Tsuburaya ผู้สร้างซีรีส์อุลตร้าแมน มักจะสอดแทรกนาฬิกาที่น่าสนใจเข้ามาในผลงานของเขาเสมอ ทำให้ Speedmaster รุ่นหายากที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยเข็มวินาทีสีส้มเรือนนี้ มีโอกาสเผยโฉมผ่านซีรี่ส์ยอดมนุษย์ของญี่ปุ่นอย่าง “The Return of Ultraman” ในปี 1971 ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า Speedmaster รุ่นนี้ เป็น Rare Item ที่นอกจากจะเป็นที่ต้องการของนักสะสมนาฬิกาแล้ว ยังเป็นที่ต้องการของแฟน ๆ อุลตร้าแมนทั่วโลกอีกด้วย โดยในปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อมูลปรากฎเป็นที่แน่ชัดว่า Speedmaster อุลตร้าแมนรุ่นนี้ ยังมีหลงเหลืออยู่อีกกี่เรือน

ภาพเมื่อครั้งเผยโฉมบน “The Return of Ultraman” ในปี 1971

ภาพเมื่อครั้งเผยโฉมบน “The Return of Ultraman” ในปี 1971

1971 MARK III : OMEGA’s first self-winding chronograph

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-8

หลังจากเปิดตัวในปี 1971 เรือนเวลา Speedmaster Mark III พร้อมกับตัวเรือนทรง Pilot ได้กลายเป็นนาฬิกา Chronograph แบบแรกของ OMEGA ที่ใช้กลไกอัตโนมัติ Caliber 1040 นับได้ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ โดยในโฆษณาช่วงปี 1972 นั้นทาง OMEGA ได้กล่าวอย่างภาคภูมิว่า “หลังจากลงจอดบนดวงจันทร์ถึง 6 ครั้ง มีเพียงสิ่งเดียวที่เราได้สอนให้แก่ Speedmaster นั่นคือการสอนให้เรือนเวลาขึ้นลานเอง” นอกจากนี้ Speedmaster Mark III ยังมาพร้อมเอกลักษณ์อื่นที่โดดเด่น อย่างเช่น เข็ม Chronograph 60 นาทีทรง Cross (ทรงไม้กางเขน) และมีฟังก์ชันระบุช่วงเวลากลางวัน-กลางคืน ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา

1973 SPEEDMASTER 125 : Celebrating 125 years of OMEGA

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-9

Speedmaster 125 เป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเนื่องในโอกาสฉลองการก่อตั้งครบ 125 ปีของแบรนด์  OMEGA  (เริ่มก่อตั้งปี 1848) ซึ่งผลิตเป็นจำนวนจำกัดเพียง 2,000 เรือน มาพร้อมความพิเศษกับการเป็นเรือนเวลา  Chronograph  ที่ใช้กลไกอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกที่ได้รับการรับรองความเที่ยงตรงระดับ  Chronometer  และยังได้ผจญสู่ห้วงอวกาศร่วมไปกับ  Vladimir Dzhanibekov  ในปี 1978 โดยนักบินอวกาศชาวรัสเซียรายนี้ใช้เวลาอยู่ในอวกาศยาวนานถึง 145 วัน กับอีก 16 ชั่วโมงด้วยกัน

1985 “SPEEDYMOON” : First Speedmaster Moonphase

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-10

นับเป็นเวลา 20 ปีหลังจากที่ Speedmaster มีโอกาสได้เดินทางมุ่งสู่ดวงจันทร์ จนใน Speedmaster รุ่น “Speedymoon” ดวงจันทร์ที่มนุษย์ใฝ่ฝันจะไปถึงได้ถูกนำลงมาเป็นส่วนหนึ่งของเรือนเวลา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของคอลเลคชัน Speedmaster ที่ได้รับการเพิ่มเติมฟังก์ชันมูนเฟส  (Moonphase)  ที่ประดับด้วยภาพพระจันทร์ และดวงดาว โดยนาฬิกาในซีรีส์นี้ถูกผลิตออกมาแบบจำกัดเพียง  1,300 เรือนโดย  และบางเรือนที่ยังถูกจัดให้อยู่ในระดับ Rare Item สังเกตุได้จากภาพใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของดวงจันทร์

1992 SKELETON : Rare hand-crafted limited edition

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-11

เรือนเวลา Speedmaster อันทรงเสน่ห์รุ่นนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นระดับงานฝีมืออันเยี่ยมยอดของ OMEGA ได้อย่างเด่นชัด ด้วยดีไซน์ฉลุเปลือย (Skeletonised) ทั้งบริเวณหน้าปัด และด้านหลัง ซึ่ง Speedmaster Skeleton ถูกผลิตขึ้นมาด้วยจำนวนจำกัดเพียงแค่ 50 เรือนในโลก โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบครั้งนี้มาจากวาระครบรอบ 50 ปีของโครงการ 27 CHRO C12 ซึ่งเป็นต้นกำเนิดการผลิตเครื่อง Caliber 321 ที่ถูกติดตั้งอยู่ใน Speedmaster รุ่นแรก ๆ เรียกได้ว่า Speedmaster Skeleton เรือนนี้ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อคารวะจุดกำเนิดของ Speedmaster ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

1995 APOLLO 13 : 25th anniversary

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-12

นับเป็นเวลา 25 ปีหลังจากที่  OMEGA Speedmaster  ได้อยู่ในหน้าประวัติศาสต์สำคัญอีกครั้ง หลังจากที่ในปี 1970 คอมพิวเตอร์หลักของยาน Apolo 13 เกิดเสียหาย จนไม่สามารถพานักบินลงสู่ดวงจันทร์ได้ OMEGA Speedmaster จึงได้รับบทบาทของอุปกรณ์สุดสำคัญที่ช่วยให้เหล่านักบินอวกาศจากยาน Apollo 13 สามารถคำนวณเวลาเดินทางกลับสู่โลกได้โดยสวัสดิภาพ และเนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของการร่วมภารกิจ Omega Speedmaster Apollo 13 จึงถูกผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัดเพียง 999 เรือน และได้รับความนิยมจากเหล่านักสะสมเนื่องจากรูปตราสัญลักษณ์ของ Apollo 13 และยังถือเป็นเรือนเวลารุ่นแรกในซีรีส์ Mission ที่มีการผลิตรุ่นอื่น ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

2013 DARK SIDE OF THE MOON : First Speedmaster in ceramic

170404-OMEGA-SPEEDMASTER-13

รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่ตอกย้ำถึงความกล้าหาญที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ และจิตวิญญาณแห่งนักประดิษฐ์ที่ OMEGA สั่งสมมาโดยตลอด Speedmaster Dark Side of the Moon รุ่นนี้ได้นำ Moonwatch ให้เริ่มก้าวเข้าสู่หน้าตำนานบทใหม่อีกครั้ง กับตัวเรือนที่ผลิตขึ้นจากบล็อคเซรามิกแบบชิ้นเดียว ให้ความโดดเด่นด้วยหน้าปัดเซรามิกสีดำที่เข้าคู่กับเข็มนาฬิกาทองคำขาว และสายผ้าไนลอน ด้วยเทคนิคชั้นสูงที่ใช้ในการผลิตทำให้เรือนเวลาเรือนนี้เป็นอีกหนึ่งในตัวแทนความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ OMEGA

สำหรับนาฬิกาทั้ง 10 รุ่นที่เราเลือกมา ยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสำเร็จตลอด 60 ปี ของ Omega Speedmaster และยังคงมีเรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม และเรื่องราวความเป็นมาอันน่าทึ่งอีกหลายเรือน รอให้เราได้ไปสัมผัส ซึ่งใครที่อยากเสพเรื่องราวสุดคลาสสิคจาก Omega Speedmaster รุ่นอื่นๆ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่   www.omegawatches.com

NTman
WRITER: NTman
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line