“ปีใหม่ ฟ้าใหม่ เริ่มต้นใหม่” หลายๆ คนน่าจะคิดแบบนี้ แต่เราก็เจอมาหลายคนที่คิดว่า “ถ้าจะเริ่มใหม่ก็เริ่มเลยไม่ต้องรออะไร” เราเห็นด้วยกับทั้งสองฝั่งนะ เพราะสิ่งที่สำคัญของการเริ่มอะไรใหม่ มันไม่จำเป็นต้องเป็นวันหรือเวลาหรอก แต่การเห็นกำหนดชัดๆ (อย่างวันปีใหม่) มันก็ทำให้เราเห็นภาพการเริ่มต้นได้ดียิ่งขึ้น ไหนๆ ก็พูดถึงเห็นภาพแล้วครับ ณ จุดๆ นี้ เราเลยนึกถึงหนังสือการ์ตูนหลายเรื่องที่ทำให้เห็นภาพของ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ในหลายๆ แบบที่เราเชื่อว่าถ้าคุณได้ไปอ่าน หรือเคยอ่านแล้วย้อนนึกถึงเรื่องเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกว่าการเริ่มใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่อยู่ที่ใจคุณต่างหากว่าพร้อมจะเปิดใจเปลี่ยนสถานะเดิมของตัวเองหรือเปล่า Real เรียล – เริ่มใหม่ด้วยการทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ งานของอาจารย์อิโนอุเอะ ทาเคฮิโกะ ที่ใช้ชื่อสั๊นสั้น แต่ได้ใจความเรื่องนี้ ถึงจะยังเล่นบาสเก็ตบอลเหมือนสแลมดังค์ แต่พลิกมุมมาคุยเรื่อง ‘จริง’ ของกลุ่มคนอื่นบ้าง นับตั้งแต่ คนที่ออกจากโรงเรียนเพราะมีปมในใจ, อดีตนักกีฬากรีฑาที่กลายเป็นคนพิการ, วัยรุ่นที่เคยอยู่ชั้นแนวหน้าแต่กลายเป็นอัมพาตช่วงเอวลงไป ทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นชีวิตที่สิ้นหวังแต่สุดท้ายพวกเขาก็กลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งในกรณีนี้ไม่ใช่การรอเข้าวันปีใหม่ แต่เป็นกีฬา บาสเก็ตบอล ที่ตัวละครแต่ละตัวต่างหลงใหลเหมือนกัน จนพวกเขาได้มีโอกาสลุกขึ้นยืนใหม่จากจุดที่ชีวิตพังแหล่มิพังแหล่ จริงๆ การเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่ชอบ เป็นอะไรที่เห็นได้ง่ายๆ นะ คนดังหลายคนก็จับต้องงานอะไรใหม่จากการทำสิ่งที่ชอบเช่นกัน แล้วทำไมคนทั่วไปจะเริ่มจับต้องประเด็นที่น่าทำจากสิ่งที่ชอบไม่ได้ล่ะ Rainbow 7
นับเป็นความโชคดีของเหล่าหนุ่ม ๆ ขาช้อปในปัจจุบันที่ศูนย์กลางแฟชั่นของโลกได้ขยับเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น ประเทศ เกาหลี และญี่ปุ่น แทบจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญสำหรับผู้ที่หลงใหลในแฟชั่นต่างพาเหรดกันมาจับจ่ายใช้สอยอย่างเมามันส์ ด้วยสินค้าที่หลากหลาย และความเป็นปัจเจคแตกต่างกันด้วยเอกลักษณ์อันชัดเจน จึงไม่น่าแปลกใจหาก โซล และโตเกียว จะเป็นเป้าหมายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นต้องการเดินทางไปช้อปปิ้งสักครั้งให้จงได้ การเดินทางไปยังสองประเทศนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับชาวไทยอีกต่อ แต่หลายคนมักจะมีคำถามว่าหากเราตั้งเป้าจะเดินไปช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้ารองเท้าเพียงอย่างเดียวระหว่างไป เกาหลี และญี่ปุ่น แบบไหนถึงจะคุ้มค่า และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่ากัน? ซึ่งเราเองก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าแบบไหนที่ดีกว่า เพราะทั้งคู่ต่างมีจุดเด่น จุดด้อยที่ต่างกันออกไป ดังนั้นในวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงขอมาอธิบายลักษณะความแตกต่างของแฟชั่น และย่านช้อปปิ้งระหว่างทั้งสองประเทศมหาอำนาจทางแฟชั่นของเอเชียว่าแบบไหนถึงจะเหมาะ แบบไหนถึงจะโดนใจคุณมากกว่ากัน Seoul เราขอเริ่มต้นที่ประเทศเกาหลีใต้ก่อน จากช่วงหลายขวบปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าพวกเขาเจริญก้าวหน้าทางศิลปะ แขนงต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงแฟชั่นสไตล์การแต่งตัวของหนุ่ม ๆ บ้านเขา จนเราเองไม่สามารถล้อเลียนเหมือนที่ผ่านมาได้อีกแล้ว แฟชั่นของผู้ชายเกาหลีนับว่ามีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หนุ่ม ๆ เริ่มมีการพลิกแพลงเพิ่มลูกเล่นการแต่งตัว อีกทั้งดีไซน์เนอร์ชื่อดังของพวกเขาเริ่มมีการนำ sub-culture ต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ แม้ส่วนใหญ่จะติดกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นมาพอสมควร แต่ภาพรวมของผู้ชายประเทศเขาจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากจนควรเอาเยี่ยงอย่าง สำหรับจุดเด่นของการไปช้อปปิ้งที่โซลจากประสบการณ์ที่เราได้สัมผัสมาคือ สินค้าที่นั้นจะมีราคาค่อนข้างถูก แทบจะไม่ต่างกับราคาเสื้อผ้าในไทยเลย แถมที่สำคัญดีไซน์ยังมีความสวยงามทันสมัย แต่จะค่อนข้างอิงกับกระแสโลก อีกทั้งมีแบรนด์จำนวนไม่น้อยที่มีไลน์สินค้าเฉพาะในประเทศเกาหลี ดังนั้นเราจะพบกับไอเทมที่มีความ
เปิดตัวไปครั้งแรกในปี 2012 Honda N-One รถยนต์ JDM Kei-cars ยอดฮิตสำหรับลูกค้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ด้วยหน้าตาน่ารัก ขนาดกระทัดรัด ที่ผ่านมาได้รับความนิยมอย่างมากมาโดยตลอด แม้อายุขัยการทำตลาดจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ก็ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน New Model ด้วยรูปทรงที่ออกแบบมาได้คลาสสิค มีความ Retro ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม จึงเอาชนะกาลเวลาแบบไม่มีล้าสมัยได้ไม่ยาก อาศัยแค่อัพเกรดการตกแต่งให้ดูน่าตื่นเต้นขึ้นก็เกินพอ ซึ่งถือว่าไม่ใช่ธรรมดา สำหรับรถญี่ปุ่นที่ทำตลาดมาเกือบ 6 ปีได้โดยไม่ต้องมี new generation ออกมาใหม่ และเวอร์ชั่นล่าสุดที่ Honda ปล่อยออกมาให้เลือก 4 สไตล์การตกแต่งรอบใหม่นี้ ก็ทำให้ N-One ดูหล่อขึ้นเป็นกอง ทุกอย่างของ Honda N-One ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์ 660cc. 58 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT เหมือนเดิม แต่เพิ่มรูปแบบการตกแต่งใหม่ พร้อมออพชันอำนวยความสะดวกมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับการทำตลาดรถ Kei car ที่วาง positioning
ต้อนรับเทรนด์ใหม่ในการจัดปาร์ตี้ปลายปีกับ “ปาร์ตี้ที่บ้าน” เทรนด์ปาร์ตี้ที่นอกจากจะได้ความปลอดภัย เพราะถ้าง่วงเมื่อไหร่ ชายหนุ่มอย่างเราก็ทิ้งตัวหลับได้ตลอดเวลา แล้วถ้าได้นัดเพื่อนสนิท คนรู้ใจ มารวมตัวที่บ้านแบบเป็นส่วนตัวหรือจะสังสรรค์กันในออฟฟิศ ไม่ต้องกังวลเรื่องจองโต๊ะ หรือฝ่ารถติดให้วุ่นวาย การจัดเฮ้าส์ปาร์ตี้เล็ก ๆ อบอุ่น ทำให้มีโมเมนต์เป็นกันเองที่น่าประทับใจก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมช่วงปลายปีที่ใคร ๆ ก็พลาดไมไ่ด้เลยที่จะจัด ช่วงเทศกาลแบบนี้ Star Delivery Service by Heineken มี 8 เช็คลิสต์จัดปาร์ตี้ที่บ้านแบบไม่ยุ่งยาก ให้ผู้ชายอย่างเราจัดงานสังสรรค์เมื่อไหร่ก็ได้แบบมือโปร พร้อมเริ่มปาร์ตี้ได้แบบไม่วุ่นวาย อาหารอย่าให้พร่อง อาหารเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการสังสรรค์ “เวลาปาร์ตี้ เราใช้พลังงานเยอะ ไหนจะพูดคุย เต้นรำ เล่นเกม การมีอาหารอร่อยๆ ให้ทุกคนได้เอ็นจอย ยิ่งทำให้ปาร์ตี้คึกคัก บางครั้งเพื่อนๆ ก็อาจจะยุ่งเกินกว่าที่จะนำอาหารหรือเครื่องดื่มติดตัวมาด้วย ถ้ามีแพคเกจปาร์ตี้ที่มาพร้อมเมนูเด็ดที่ทุกคนชื่นชอบ สามารถยกหูโทรสั่ง พร้อมบริการส่งถึงที่ ยิ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์พวกเรา” เครื่องดื่มแบบจัดเต็ม การสังสรรค์กับเครื่องดื่มเป็นของคู่กัน หลายครั้งที่เจ้าภาพลำบากใจไม่รู้ว่าจะเตรียมเครื่องดื่มยังไงให้ถูกใจและมีปริมาณเพียงพอสำหรับแขกทุกคน หากเครื่องดื่มหมดกลางคันอาจทำให้ปาร์ตี้สะดุดได้ง่าย ๆ ลองดูแพคเกจปาร์ตี้ที่มาพร้อมเครื่องดื่ม อุปกรณ์การเสิร์ฟ โดยสามารถเทียบสัดส่วนการเทต่อแก้วคร่าว ๆ ทำให้กะปริมาณสำหรับแขกทุกคนได้ การมีเครื่องดื่มดี
สำหรับปี 2017 จัดเป็นอีกหนึ่งปีที่วงการรองเท้า sneakers คึกคักเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากแต่ละแบรนด์จะงัดเอาสุดยอดนวัตกรรมล้ำยุคมาแข่งขันกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ ยังไม่รวมการร่วมโปรเจ็คต์ Collaboration ที่ขยันออกมาเอาใจแฟน ๆ แบบเดือนชนเดือนไม่ให้เก็บเงินไปทำอย่างอื่นกันเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้ถือเป็นวาระครบรอบปี ทีมงาน UNLOCKMEN จึงได้จัดอันดับรวมรองเท้าสุดเจ๋งแต่ละประเภท จากการคัดสรรของพวกเรา ที่สุดแห่งนวัตกรรม : Nike HyperAdapt 1.0 อนาคตได้เกิดขึ้นจริงแล้ว เพราะหากย้อนกลับไปราว ๆ 30 กว่าปีก่อนเรามีรองเท้าจากภาพยนตร์เรื่อง Back to The Future ที่พระเอก Marty McFly สวมใส่รองเท้าผูกเชือกเองได้ ซึ่งทาง Nike เองก็พยายามพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถเกิดขึ้นจริงได้ตลอดมา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเสียที จนกระทั่งหลังจาก 30 ปีแห่งความพยายาม Nike ก็สามารถผลิตรองเท้ากีฬาต้นแบบสมัยใหม่ ซึ่งสามารถปรับเชือกรองเท้าได้แบบอัตโนมัติ รวมถึงมีเซนเซอร์ และแบตเตอรี่มอเตอร์ฝังอยู่ในรองเท้า ในชื่อรุ่นว่า Nike HyperAdapt 1 .0 แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้อาจจะยังไม่ได้มีฟีเจอร์ นอกเหนือจากการปรับเชือกอัตโนมัติ แต่นี้ถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี 2017
ใกล้วันหยุดยาวเข้ามาทุกทีบางทีก็สร้างความกังวลใจให้กับผู้ชายที่ Work Hard Play Hard มาตลอดอย่างเรา ๆ ว่าจะบาลานซ์ความต้องการของชีวิตยังไงดี จะเก็บงานมาทำอย่างบ้าคลั่งเพราะถือเป็นช่วงกอบโกยเวลางาน หรือจะพักผ่อนให้เต็มที่แล้วค่อยมาแฮงค์ ๆ งง ๆ กับงานทีหลัง ไม่ต้องกังวลให้เสียเวลาอีกต่อไป UNLOCKMEN เอาวิธีใช้วันหยุดอย่างมีประสิทธิภาพสไตล์คนประสบความสำเร็จมาฝากกัน ชาร์จแบตตัวเองซะ การที่เราทำงานหนักมาตลอดทั้งปีทำให้เราเสียพลังงานไปมากมายเท่าไหร่ ไหน ๆ นี่ก็วันหยุดทั้งทีลองใช้โอกาสนี้ในการชาร์จแบตที่ร่อยหรอลงไปจำนวนมากให้กลับมาเต็มเปี่ยมสู้กับปีใหม่อย่างสุดพลังดีกว่า แถมช่วงวันหยุดก็เป็นช่วงที่มีงานน้อยไปจนถึงไม่มีงานเลย ใช้เวลาตรงนี้ให้คุ้มที่สุดเถอะ แพลนเพื่อวันข้างหน้าที่จะมาถึง การให้หยุดทำงานเพื่อชาร์จแบตก็ไม่ได้แปลว่าให้หยุดคิดหยุดวางแผนไปด้วย ไอ้งานน่ะวางไว้ก่อนได้ แต่การแพลนว่าจะทำอะไรคร่าว ๆ หลังวันหยุดเป็นเรื่องที่ดีเพื่อไม่ให้อีกด้านที่ร่ำร้องจะทำงานของเรารู้สึกผิดกับการพักผ่อนจนเกินไป และยังช่วยให้ชีวิตการทำงานหลังวันหยุดเต็มไปด้วยประสิทธิภาพอีกต่างหาก ปิดตัวจากการทำงานเสีย แม้เราจะคิดแพลนการทำงานไว้ล่วงหน้า แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะรับการติดต่อจากเพื่อร่วมงานได้ตลอดเวลา การที่เรายังติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน (เรื่องงาน) จะทำให้เราไม่มีสมาธิกับการพักผ่อน อย่ารู้สึกผิด เพราะนี่คือวันหยุด! เปลี่ยนเอาเวลามาแพลนตัวเองให้มาก คิดโปรเจ็กต์ดี ๆ ไว้เสนอบอส รับรองว่าแค่ไม่ติดต่อกับที่ทำงาน (เรื่องงาน) ในช่วงวันหยุดไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแน่ ๆ ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน ช่วงเวลาที่ผู้ชายอย่างเราทำงานแทบบ้าคลั่งก็คงแทบไม่มีเวลาให้เพื่อนและครอบครัวเลย การได้หยุดยาว ๆ สักทีจึงควรหาเวลาแบ่งไปให้ครอบครัวหรือเพื่อนของเราบ้าง เพราะคนกลุ่มนี้คือคนที่รู้จักเราดีที่สุด กลับไปฟังเสียงของเขาบ้างว่าปีที่ผ่านมามีอะไรดี ๆ
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการแต่งกายด้วย Jersey กีฬาถือว่ากำลังได้รับความนิยมในวงกว้าง ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนการที่ใครจะบอกให้คุณใส่เสื้อ Jersey ทีมกีฬาออกจากบ้านคงดูเป็นเรื่องน่าตลกสิ้นดี แต่เนื่องจากในปัจจุบันการรวมตัวของวัฒนธรรมสตรีทแฟชั่น ที่แม้แต่แฟชั่นไฮ-สตรีทอย่าง Vetements หรือ Balenciaga ต่างนำเสื้อผ้าสปอร์ตมามิกซ์แอนด์แมทช์จนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ ๆ ได้อย่างลงตัว ดังนั้นในวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงนำไอเดียการแต่งกายด้วยเสื้อกีฬาต่าง ๆ มาฝากกัน เผื่อใครจะนำไปพลิกแพลงจนได้ลุคสปอร์ตคูล ๆ ไปเที่ยวในปีใหม่นี้ Hockey Hockey Jersey แทบจะเป็นเสื้อกีฬาที่มีความเรียบร้อยที่สุดในบรรดากีฬาทุกประเภท เนื่องจากมีลักษณะเป็นแขนยาวทำให้สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างลงตัว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วชาวอเมริกันมักจะนำมาใส่กับกางเกงเดนิมผ้าฟอก เพื่อลดทอนความเป็นทางการลง สำหรับคนที่มีคำถามว่าควรนำเสื้อทีมใดมาใส่นั้น อันนี้สามารถเลือกสีตามใจชอบได้เลยถ้าหากคุณไม่ได้มีทีมเชียร์ทีมโปรด เพราะไม่ว่าจะเป็นสี แดง น้ำเงิน ส้ม ดำ การใส่ Hockey Jersey ไม่มีคำว่าผิดถูกอยู่แล้วในเรื่องของสไตล์ UNLOCKMEN jersey recommended : New York Ranger , Anaheim Duck Basketball เสื้อบาสเป็นอีกหนึ่ง Jersey กีฬาที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในประเทศไทย เนื่องจากลักษณะเป็นเสื้อแขนกุดเหมาะสำหรับอากาศร้อน
ควอน จี ยง หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม G-Dragon ลีดเดอร์คนสำคัญจากวงบอยแบรนด์อันดับ 1 ของประเทศเกาหลีใต้อย่าง Big-Bang ที่สะสมประสบการณ์ทำงานในวงการเพลงมากกว่า 20 ปี และปัจจุบัน G-Dragon ไม่ได้โด่งดังเฉพาะผลงานเพลง เพราะในเรื่องของสไตล์แฟชั่นเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลกแฟชั่นคนหนึ่งจากการจัดอันดับของ Time , Forbes , Hypebeast G-Dragon เปรียบเสมือนแฟชั่นไอคอนของเอเชีย หลังจากที่โลดแล่นในอุตสาหกรรมดนตรีมากว่า 10 ปี ด้วยวัฒนธรรมโลกที่เปิดกว้างขึ้นเริ่มมีการ crossover ระหว่างวัฒนธรรมแฟชั่นตะวันตก และตะวันออก GD จึงได้มีโอกาสไปร่วมงาน Paris Fashion Week ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ ทำให้เขาได้ไปร่วมงานกับ Hedi Slimane , Jeremy Scott โดยทั้งคู่เล็งเห็นว่า G-Dragon มีความสามารถในการผลักดันแฟชั่นให้ก้าวไปยังทั่วโลกได้ ย้อนกลับไปยังความหลงใหลในด้านแฟชั่นของตัว GD เริ่มขึ้นตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ เนื่องจากในสมัยก่อน ตอนที่เขายังคงเป็นศิลปินฝึกหัด G-Dragon ไม่ได้มีคนดูแลเสื้อผ้าเหมือนกับปัจจุบัน ทำให้คนที่รับหน้าที่ดูแลเครื่องแต่งกายนั่นคือแม่ของเขา ซึ่งเมื่อเขาย้อนกลับไปดูรูปภาพเหล่านั้น GD
ซิลิคอนวัลเลย์ แทบจะกลายเป็นสถานที่ ๆ มนุษย์เงินเดือนทุกคนใฝ่ฝันอยากจะไปทำงาน เนื่องจากมันเต็มไปด้วยบริษัทชั้นนำของคนยุคใหม่ อาทิ Facebook , Google , Microsoft , Apple และอีกมากมาย ซึ่งที่เหล่านี้ก็ยังเป็นแหล่งรวมตัวของ CEO หัวกระทิที่ผลิตนวัตกรรมเจ๋ง ๆ มาอำนวยความสะดวกให้เราอยู่ในทุกวันนี้ สำหรับ Sneakers of the week สัปดาห์จะพาไปส่องรองเท้าของระดับเจ้าของบริษัทไอทีว่าพวกเขาสวมใส่สนีกเกอร์อะไรขณะเดินทำงานอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ Mark Zuckerberg (Co-Founder Facebook) สำหรับเจ้าพ่อ Facebook และเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก อย่างที่ทราบว่าเขามีสไตล์สุดแสนจะเรียบง่าย และสมถะ โดย Mark แต่งตัวแบบเดิมทุกวันคือเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบเนื่องจากเขาไม่อยากมานั่งเสียเวลาคิดว่าต้องใส่เสื้อผ้าอะไรให้เสียเวลาทำงาน โดยรองเท้าที่ Mark สวมใส่ก็คือ Nike LunarEpic Low 2 อาจเพราะเขาหลงใหลในความนิ่มของชุดพื้น Zoom แล้วก็หน้าผ้าแบบ Flyknit ที่กระชับเท้าได้เป็นอย่างดี คงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างอยู่ไม่สุขของเขา จึงทำให้ไม่น่าเชื่อว่ารองเท้าของเศรษฐีระดับพันล้านจะใส่รองเท้าเพียงคู่ละไม่กี่พัน Sundar Pichai (CEO
หากเราย้อนกลับไปยังพื้นฐานความต้องการของมนุษย์นั้น เสื้อผ้า เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่มเพื่อให้ร่างกายของเรารู้สึกอบอุ่นตอบสนองกับการใช้งาน มากกว่าคำนึงถึงเรื่องของความสวยงาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างความสวยงามกับประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นคำว่าแฟชั่น ซึ่งหลาย ๆ ครั้งแฟชั่นที่สวยนั้นอาจจะไม่ใช่ของที่ดี หรือแฟชั่นที่ดี อาจจะไม่ตอบสนองการใช้งานก็เป็นได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า เสื้อผ้าบางประเภทสามารถเอาชนะกาลเวลา ถูกออกแบบมาเป็นร้อยปี แต่ก็ยังคงความ เท่ และร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลา โดยสิ่งที่เรากำลังพูดถึงนี้คือ “Parka” เสื้อกันหนาวที่มีดีไซน์สวยงาม และเคยผ่านการเป็นเครื่องแบบกองทัพ รวมถึงเสื้อผ้าของชนเผ่ามาแล้ว แม้ว่าจะไม่ค่อยเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราก็ตาม แต่วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ก็อยากจะหยิบเอาประวัติของเสื้อ Parka มาเล่าสู่กันฟัง หลายคนอาจจะจดจำภาพของเสื้อ Parka ในฐานะเครื่องแบบของทหาร หรือเครื่องแต่งกายชาว Mods แต่อันที่จริงแล้วเสื้อตัวนี้มีประวัติที่ยาวนานกว่านั้นมาก เพราะหากเราย้อนไปยังจุดเริ่มต้น แม้จะยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าต้นกำเนิดของ Parka มาจากไหน แต่มีพบหลักฐานที่พอจะอ้างอิงได้ เกิดขึ้นอยู่สองแห่งสำคัญด้วยกัน คือในราวทศวรรษที่ 20 ชาว Kalaallisut (ชนเผ่าหนึ่งของเอสกิโม) ได้สวมเสื้อที่เรียกว่า anorak ซึ่งมีลักษณะเป็นเสื้อคลุมตัวหนาทำจากขนสัตว์ ไว้ใช้เพื่อปกป้องร่างกายจากอากาศอันสุดแสนจะหนาวเย็น ส่วนหลักฐานอีกแหล่งกำเนิดหนึ่งของเสื้อ Parka คือชนเผ่า Caribou Inuit ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ


