ปกติแล้วเรามักจะรอคำวิจารณ์จากคนอื่นและวอรี่กับมัน โดยเฉพาะหากใครพูดข้อเสียของเราออกมา ยิ่งวอรี่ยิ่งกว่าคำชมอีก จะคำชมหรือคำด่าก็ดูจะชวนให้ปวดหัวทั้งนั้น ไม่มีใครชมก็ลองเปลี่ยนมาชมตัวเองดูสิ UNLOCKMEN จะพามาดูข้อดีของการชมตัวเอง ให้หนุ่ม ๆ ฉีกยิ้มให้กับคนในกระจกได้แบบไม่กระดากใจอีกต่อไป ทำไมเราถึงชื่นชอบคำชมจากคนอื่น ? ย้อนกลับไปเมื่อตอนเรายังเป็นวัยกระเตาะ เรามักจะมีพฤติกรรมเลียนแบบจากพ่อแม่หรือคนใกล้ตัวของเรา แอบดูแล้วเอามาทดไว้ในใจ เพื่อเอามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง จนเกิดการเรียนรู้อย่างการกิน การเดิน การพูด การตอบสนองกับสิ่งเร้ารอบตัว ฟังดูซับซ้อนเกินกว่าเด็กจะทำได้ แต่ตอนนั้นพวกเราทำแบบนั้นกันจริง ๆ เขยิบมาช่วงที่เราเข้าโรงเรียนกันบ้าง เรามักจะรอว่าครูหรือคนรอบข้างชมอะไรเรา ชอบให้เราทำอะไร เราเชื่อว่าแบบนั้นมันดีกับตัวเราจริง ๆ แล้วเก็บเอามาทำจนเป็นนิสัย (ช่างไร้เดียงสาอะไรขนาดนั้น) แต่การทำแบบนั้นมาก ๆ มันจะทำให้เรากลายเป็นคนที่เสพติดคำชมเอาน่ะสิ! จุดอ่อนที่คอยสอนให้เราพัฒนาตัวเอง พอเราพูดถึงเรื่องการพัฒนาตัวเอง เรามักจะเริ่มพัฒนาจากอะไรที่เราขาดหาย เรามักจะคิดว่าเราทำนู่นนี่ไม่ถูกหรือเดินทางผิดจนอยากจะลบข้อบกพร่องและพัฒนาจากสิ่งที่เป็นอยู่ เวลาเราเอ่ยปากถามฟีดแบคเกี่ยวกับตัวเองจากใครสักคน เรามักจะกังวลและเทความสนใจกับข้อผิดพลาดของเรา มากกว่าข้อดีในตัวเรา นั่นเหมือนจะดีที่เราจะได้รู้จักข้อผิดพลาดของตัวเองใช่มั้ย ? แต่ความจริงคือกว่าเราจะไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องฝ่าฟันกับความเครียดในความห่วยแตกของตัวเองซะก่อน บางคนก็ผ่านไปได้ แล้วเอาไปพัฒนาตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านมันไปได้ ถ้าชมตัวเองแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง ? การรับรู้ข้อดีข้อเสียจากคนอื่นมันก็เป็นเรื่องดีแหละ เหมือนมีกระจกสะท้อนตัวเรา แต่มันไม่ใช่ในตอนที่เราตัดสินตัวเองซะเอง เพราะมันแม่งอิมแพคกับเรามากกว่าคำพูดคนอื่น จากการวิจัยพบว่าหากเราจดจำและจดบันทึกความสำเร็จของเราไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วขนาดไหน


