การฉลอง 50 ปีให้กับ Countact ยังไม่จบง่าย ๆ ก่อนหน้านี้เศรษฐีจำนวน 112 คนต่างรีบกันจอง Lamborghini Countach ขุมพลัง Hybrid ที่พัฒนาบน Aventador และ Sian จำนวน 112 คันจนหมดภายในวันเปิดตัว แต่แค่ไม่กี่สัปดาห์ผ่านไป Lamborghini ก็เปิดตัวผลงานที่พิเศษและน่าสะสมยิ่งกว่า นั่นคือ 1971 Lamborghini Countach LP 500 รุ่นดั้งเดิมที่เป็นต้นแบบให้กับ Lamborghini ทุกรุ่นมาถึงปัจจุบัน โปรเจคนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ในปี 2017 เมื่อลูกค้า VIP ของ Lamborghini หลายคนพูดคุยกับแบรนด์ว่า น่าจะทำ restoration project ให้กับ Countach LP 500 prototype ออกมาเพื่อฉลอง 50 ปีให้กับโมเดลนี้นะ แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่า Lamborghini จะมีเซอร์ไพรส์เก็บไว้ถึงสองเด้งแบบนี้ Lamborghini Restoration
รถยนต์บางรุ่นอาจต้องใช้เวลาพิจารณาสักพักใหญ่ก่อนจะเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกชื่นชอบมัน แต่สำหรับ All-new Honda Civic แค่พริบตาเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างความประทับใจให้หลายคนตกหลุมรักมันได้ตั้งแต่แรกเห็น ด้วยดีไซน์ที่พัฒนาขึ้นจากเดิม เพิ่มอารมณ์ความ Sport Premium ที่โดดเด่นเร้าใจ เส้นสายและรายละเอียดที่บอกเล่าคาแรคเตอร์ตามที่ทีมวิศวกรและนักออกแบบของ Honda ตั้งใจเอาไว้ ความตื่นเต้นเร้าใจที่สัมผัสได้แม้แต่ยามจอดสงบนิ่ง รายละเอียดที่พัฒนาจากรุ่นก่อน สะท้อนความหรูหราที่ภูมิฐานมากขึ้น ทุกอย่างแฝงเอาไว้ซึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้ All-new Honda Civic เป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบขึ้นในทุกมิติ เพราะความประทับใจนั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน เราจึงได้เปิดโอกาสให้แฟนเพจจำนวน 200 คนที่เคยสัมผัสหรือ Test Drive มาแล้ว ให้ช่วยกันรีวิวความประทับใจระดับรักแรกพบที่ทุกคนได้จาก All-new Civic ไม่ว่าจะเป็น การดีไซน์ภายนอกที่สวยงาม ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและทันสมัย ระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า รวมถึงสมรรถนะพร้อมความประหยัดจากเครื่องยนต์ VTEC Turbo ไปดูกันว่าจุดเด่นที่ทุกคนประทับใจในครั้งนี้จะตรงใจกับความรู้สึกของคุณหรือไม่ จากการโหวตของแฟนเพจกว่า 200 คน พบว่าสิ่งที่คนโหวตว่าประทับใจมากเป็นอันดับ 1 คือ “Interior Design” เพราะในชีวิตประจำวันเราต้องใช้เวลาอยู่ในรถราว 4-5 ชั่วโมง ดังนั้นความผ่อนคลายที่ได้จากห้องโดยสารที่กว้างขวาง ดีไซน์ที่หรูหราและแตกต่าง วัสดุพรีเมียม รวมถึงเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย
พอพูดถึงหุ่นยนต์ที่มีหน้าตาเป็นมิตรกับคน หลายคนอาจนึกถึง ‘อาร์ทูดีทู’ จากภาพยนตร์มหากาพย์ Star Wars แต่ตอนนี้เราอาจต้องนึกถึงหุ่นยนต์ตัวใหม่นั่น คือ ‘Astro’ หุ่นยนต์เฝ้าบ้านของ Amazon ที่มาพร้อมกับหน้าตาสุดคิ้วท์ และฟังก์ชันสุดสมาร์ท Amazon Astro เป็นหุ่นยนต์ตัวน้อยหน้าตาเป็นมิตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อเฝ้าบ้านของเราตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในเวลาปกติ มันจะแสดงสีหน้าอันเป็นมิตรบนหน้าจอหมุนได้ (ซึ่งเป็นหัวของมัน) ใช้ฐานล้อในการเคลื่อนตัวเองไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วบ้าน และรองรับการสั่งการผ่านระบบเสียง Alexa หุ่นยนต์ตัวนี้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีเซนเซอร์หลากชนิด และอัลกอริทึมการเรียนรู้ขั้นสูง ซึ่งทำให้มันสามารถเคลื่อนที่รอบบ้านได้อย่างสมูท สามารถเดินอ้อมสิ่งกีดขวาง พาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยสำหรับ คน หรือ สัตว์ และยังสามารถเดินไปยังแท่นชาร์จด้วยตัวเอง เราสามารถสั่งให้ Astro เดินตามเราไปทุกที่ สามารถสั่งให้มันเปิดเพลง เล่นพอดแคสต์ แสดงรายการที่เราอยากดู และสามารถสั่งให้มันเริ่มวิดีโอคอลกับคนอื่นได้ด้วย Astro ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี visual ID ที่ช่วยให้มันจดจำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน้าตาของคนในบ้านได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในเวลาที่เราต้องการส่งแจ้งเตือน หรือ โทรหาคนอื่นที่อยู่ในบ้านเดียวกัน รวมถึงเวลาที่เราต้องการส่งของให้คนอื่นที่อยู่ในบ้านด้วย ซึ่ง Astro จะมี cargo
ไม่มีใครในวงการรถแต่ง JDM ที่ไม่คิดถึง Paul Walker หนึ่งในผู้จุดประกายกระแสนิยมรถสปอร์ตจากญี่ปุ่นให้ดังพร้อมค่าตัวที่พุ่งไปทั่วโลก ล่าสุดทางสำนักแต่ง Tom’s Racing ได้ร่วมมือกับ Safari หนังสือสัญชาติญี่ปุ่น สร้าง Toyota Supra รุ่นพิเศษขึ้นมาเพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปของ Paul Walker ดาราหนุ่มผู้ล่วงลับซึ่งเป็นแฟนตัวยงของ Toyota Supra A80 และมีสะสมใน collection อยู่หลายคัน Tom’s Racing และ Safari เลือก A90 Toyota Supra สีขาว matte white มาแต่งโดยใช้พาร์ทที่ใกล้เคียงกับ A80 Supra ในภาพยนตร์ ตั้งแต่ rear wing ด้านหลัง ล้อ BBS LM ลายเดียวกันในขนาด 20 นิ้ว ทั้งหมดได้แรงบันดาลใจจาก Supra สีขาวในฉากจบของ Furious 7
TAG Heuer Connected Bright Black Edition นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นลิมิเต็ดจากตระกูล Connected ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงอย่างไทเทเนียม และเซรามิก ที่พิเศษไปอีกขั้นคือดีไซน์การจับคู่สีอย่างสีทองและสีดำ เป็นการนำรุ่น Connected มาตีความใหม่ได้อย่างลงตัว โดยการผสมผสานทั้งสไตล์ ความสวยงามทรงภูมิฐาน และประสิทธิภาพทางเทคโนโลยีเข้าด้วยกันจึงไม่น่าแปลกใจที่รุ่น Connected จะได้รับความนิยมและสามารถครองใจผู้สวมใส่ได้ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวเมื่อปีพ.ศ. 2558 ความสง่างามอันทรงประสิทธิภาพ TAG Heuer Connected กลับมาอีกครั้งในรุ่นพิเศษที่ผสานการออกแบบที่น่าทึ่ง และวัสดุคุณภาพสูง พร้อมลูกเล่นการจับคู่สีทองและสีดำที่ส่องประกายตัดกันอย่างลงตัว มาพร้อมดีเทลขอบหน้าปัดเซรามิกที่ดูสง่างาม สายหนังผิวสัมผัสนุ่ม หน้าปัดกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่คมชัด และตัวเลขบนขอบหน้าปัดสีทองอร่าม เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพการใช้งานในทุกมิติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นนี้โดดเด่นน่าจับตามอง โดยตัวเรือนเป็นไทเทเนียม เกรด 2 นำมาพ่นทรายหรือแซนด์บลาสต์ และเคลือบ DLC สีดำด้าน เช่นเดียวกับบานพับ และเม็ดมะยม จึงดูสง่างามและพิถีพิถันในทุกรายละเอียด นอกจากนี้ ความงดงามที่เรียบง่ายยังถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบด้วยขอบหน้าปัดเซรามิกสีดำ ซึ่งได้รับการขัดเงาให้เรืองรองตัดกับตัวเรือน ตัวเลขบนขอบหน้าปัดเคลือบแลกเกอร์สีทองอร่าม เช่นเดียวกับเม็ดมะยม เป็นรายละเอียดที่ช่วยแต่งแต้มให้สมาร์ทวอทช์เรือนนี้ดูภูมิฐานยิ่งขึ้น TAG Heuer Connected Bright Black Edition
กล้องดีไซน์คลาสสิคสัญชาติฝรังเศส เปิดตัวรุ่นใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด Pixii digital rangefinder camera อัพเกรดหัวใจสำคัญ sensor ความละเอียด 26 megapixel BSI image sensor ASP-C ให้ไฟล์ภาพขนาด 6,244 x 4,168 active pixels ช่วยเพิ่ม dynamic range มากถึง +14 stops ให้คมชัดสมจริงมากยิ่งขึ้น พร้อม shutter speed เร็วสุดถึง 1/32,000 ISO 160-12800 ถ่ายได้ดีแม้ในที่แสงน้อยแบบไม่มี nosie กวนใจ รองรับ M-mount lense ใช้เลนส์คุณภาพสูงจาก Leica ได้โดยตรง นอกจากนี้ยังอัพเกรด viewfinder ใหม่พร้อมแสดงข้อมูลสำคัญเช่น exposure speed, exposure compensation, white balance สามารถปรับค่าต่าง ๆ
ปกติคีย์บอร์ดขนาดเล็กส่วนใหญ่มักมาในรูปแบบของ Gaming Gear มากกว่าคีย์บอร์ดปกติ เพราะคียบอร์ดสำหรับเล่นเกมมักนำ Numpad ออก เพื่อให้คียบอร์ดมีขนาดเล็กลงและมีพื้นที่ในการลากเมาส์บนโต๊ะคอมมากขึ้น แต่ตอนนี้เราเริ่มเห็นคีย์บอร์ดขนาดเล็กที่เอาไว้ใช้งานทั่วไปได้แล้ว อย่างเช่น MX Keys Mini keyboard คีย์บอร์ดไร้สายตัวใหม่ของ Logitech ซึ่งมีความพิเศษเรื่องน้ำหนักเบาและขนาดของคีย์บอร์ดอันแสนกะทัดรัด MX Keys Mini เป็นคียบอร์ดไร้สายที่เกิดจากการนำคีย์บอร์ด MX Keys รุ่นออริจินัลมาย่อขนาดลงให้เหลือความกว้างเพียง 295.99 มม. ความสูงเพียง 20.97 มม. และความลึกเพียง 131.95 มม.เรียกได้ว่ากะทัดรัดขึ้นมาก แถมยังพกได้แบบไม่ปวดเมื่อยไหล่และหลัง เพราะมันหนักเพียง 506.4 กรัมเท่านั้น สำหรับปุ่มกดของ MX Keys Mini ยังคงเป็น Perfect Stroke keys (ผสมระหว่าง non-mechanical keys และ dished keys) เหมือนกับ MX Keys รุ่นก่อนหน้า แต่จะมีการเพิ่มคีย์ใหม่ในแถวปุ่มฟังก์ชันที่อยู่ด้านบนสุดของคีย์บอร์ด
ใครที่ชอบดูหนังไซไฟ คงเคยอยากนั่งยานอวกาศ จานบิน หรือ รถบินได้กันบ้าง ตอนนี้ความฝันของคอหนังใกล้จะเป็นจริงมากขึ้นแล้ว เมื่อหลายธุรกิจพยายามผลิตพาหนะบินได้กันอย่างแพร่หลาย หนึ่งในนั้น คือ Jetpack Aviation (JPA) ผู้ผลิตไอพ่นบินได้ ซึ่งกำลังพัฒนา ‘Speeder’ พาหนะที่พวกเขาเคลมว่าเป็น “มอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลก” Speeder จะเป็นพาหนะขับเคลื่อนที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี VTOL (vertical take-off and landing) ช่วยให้มันบินขึ้นจากพื้นของที่ไหนก็ได้บนโลกอย่างง่ายดาย ซึ่ง Speeder จะถูกผลิตออกมาทั้งหมด 2 เวอร์ชัน ได้แก่ สันทนาการ (Recreational) และ ทหารหรือเชิงพาณิชย์ (Military/Commercial) สำหรับ Recreational จะเป็น Speeder ที่ใช้สัญจรทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยมันมีน้ำหนักอยู่ที่ 231 lbs สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 150 mph มาพร้อมกับแรงขับสูงสุด (ISA) 705 lbs และเพดานการบินสูงสุดอยู่ที่ 15,000 ft ซึ่งทาง
HP เปิดตัวทีเด็ดสำหรับคนทำงานสาย Production ที่ต้องการจัดโต๊ะคอมให้สวยงามพร้อมประหยัดพื้นที่ด้วยรุ่นล่าสุด ENVY All-in-One PC ที่มาพร้อมจอ widescreen ความละเอียดสูงถึง 5K resolutions ชาวเราสายทำ Content ย่อมอยากได้จอที่ใหญ่สบายตาพร้อมความละเอียดสูงเพื่อรองรับภาพและวีดีโอจากกล้องระดับโปร HP จึงจัดให้แบบสะใจด้วยจอแบบ 21:9 widescreen ขนาด 34 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่ให้ภาพคมชัดพร้อมความละเอียดสีที่แม่นยำสมจริงระดับ 98% DCI-P3 spectrum ขาตั้งสามารถปรับระดับได้อย่างอิสระเพื่อให้สอดรับกับโต๊ะทำงานและท่านั่งของคุณ มาพร้อมกล้องแบบ removable magnetic 16-megapixel ที่สามารถย้ายตำแหน่งติดตั้งได้ตามที่ต้องการด้วยการติดกับขอบจอที่ผลิตจาก metallic ตอบโจทย์การประชุมแบบ virtual ในยุคปัจจุบัน ภายในมี PC ที่มาพร้อมสเปคจัดเต็ม Intel Core i9 11th-generation processor จับคู่กับ NVIDIA GeForce RTX 3080 Max Q graphics card
แม้บางคนอาจจะยังไม่เคยได้ทดลองขับรถ EV มาก่อนเลยก็ตาม แต่เมื่อหันไปรอบข้างก็จะได้เห็นการเปิดตัวรถยนต์ EV ใหม่ ๆ จากเกือบทุกแบรนด์ชั้นนำ นอกจาก Tesla ยังมีรถยนต์ตระกูล EQ จาก Mercedes-Benz, BMW i, Mini Cooper SE, Audi e-tron SUV ตระกูล Supercar อย่าง Porsche Taycan ไปจนถึงแบรนด์จากญี่ปุ่นอย่าง Honda e ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยามาจากทั้งเทรนด์ความต้องการของลูกค้า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมถึงความพยายามผลักดันกฎหมายจากหลายประเทศทั่วโลก จึงพูดได้เต็มปากว่าตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่รถยนต์ EV กำลังจะมาแทนที่เครื่องยนต์เผาไหม้อย่างเต็มตัวในไม่ช้า นับตั้งแต่วันที่ Henry Ford เร่ิมปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในปี 1913 จุดเริ่มต้นของรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้านั้น มีปรากฎอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ย้อนไปไกลถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 19th โดยนักฟิสิกส์ Anyos Jedlik ซึ่งเป็นคนแรกที่ทดลองเอามอเตอร์ไฟฟ้ามาติดตั้งในรถขนาดเล็ก ก่อนจะพัฒนาไปสู่ยุคของนักประดิษฐ์ Robert Anderson ที่ทดลองใช้แบตเตอรี่มาขับเคลื่อนรถในปี 1832 แต่ที่นับว่าเป็นเทคโนโลยี EV ที่ใช้งานได้จริงจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าแบบชาร์จไฟกลับได้


