เข้าใกล้โลกอนาคตในอุดมคติของ Mark Zuckerberg ไปอีกก้าว กับการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ Smart Glasses ที่ร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Facebook และ Ray-Ban ในชื่อ “Ray-Ban Stories” ความเจ๋งของแว่นตา Ray-Ban Stories ที่ดูจะเท่กว่าอดีต Google Glasses โปรเจคที่โดนพับจากความล้มเหลวไปก่อนหน้านี้หลายปี เพราะนอกจากความสามารถจากเทคโนโลยีสุดล้ำ ด้านดีไซน์ แว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่เลือกใช้โครงจาก 3 รุ่นดัง Wayfarer, Round และ Meteor แว่นทรงยอดนิยมที่ใครใส่ก็เท่ ที่สำคัญคือฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา แว่น Ray-Ban Stories สามารถถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอได้ด้วยกล้องความละเอียด 5 Megapixels – high resolution photos (2592×1944 pixels) and quality video (1184×1184 pixels at 30 frames per second) พร้อม
ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าใครก็พกกล้องติดตัวกันทั้งนั้น เพราะเพียงแค่หยิบ Smartphone ออกมาก็สามารถถ่ายรูปได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือกล้องเหล่านี้มันใช้ง่าย และถูกพัฒนาไปไกล แต่สำหรับคนที่หลงใหลการถ่ายภาพบางคน อาจมองว่าเสน่ห์ในการถ่ายรูปแบบเดิม ๆ มันค่อย ๆ จางหายไป เมื่อเทียบกับการใช้กล้องฟิล์ม ไม่ใช่เพียงแค่กล้องจาก Smartphone แต่กล้องดิจิตอลตัวท็อป ๆ ราคาแพง ๆ ก็ไม่อาจจะให้ความรู้สึก และรักษาขั้นตอนการถ่ายที่เป็นเอกลักษณ์แบบที่กล้องฟิล์มเคยให้เอาไว้ได้ ทำให้หลายคนอยากจะกลับมาใช้กล้องฟิล์มกันอีกครั้ง วันนี้เราจึงเอากล้องฟิล์มหลายรุ่นที่น่าสนใจมาแนะนำ Leica MP Leica MP แค่ชื่อแบรนด์ก็รับประกันความพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่คลั่งไคล้การถ่ายภาพ Leica MP ตัวนี้เป็นกล้องฟิล์มแมนนวลแบบมีมิเตอร์ในตัว และถึงแม้จะเป็นกล้องทีมีอายุค่อนข้างมาก แต่มันจะช่วยเรียกอารมณ์การถ่ายภาพในวันเก่า ๆ กลับคืนมาได้อย่างแน่นอน กล้อง Leica MP ยังขึ้นชื่อเรื่องของความเนี้ยบรวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงในการผลิต ความสวยงามของของบอดี้ที่เป็นอมตะเปรียบเสมือนงานศิลปะที่ใช้ถ่ายรูปได้ ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือ กลไกชัตเตอร์ที่นุ่มนวลทำให้กล้องนิ่ง เมื่อเราถือถ่ายด้วยความไวชัตเตอร์ต่ำ และที่สำคัญคือมันไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ในการทำงานแต่อย่างใด Polaroid Originals OneStep+ Polaroid Originals OneStep+ ถือเป็นกล้องอีกตัวนึงที่น่าใช้สำหรับคนที่หลงใหลในกล้องฟิล์มที่ต้องการรายละเอียดครบถ้วน โดยเฉพาะตากล้องที่ต้องการเห็นผลงานอย่างฉับไว อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth กับสมาร์ทโฟนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย
หากใครเป็นคอหนังภาพยนตร์ไซไฟคงคุ้นเคยกับ ‘ไซบอร์ก’ หรือ สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างคนและเครื่องจักรเป็นอย่างดี หลายคนน่าจะรู้จักมันเป็นครั้งแรกจากภาพยนตร์สุดคลาสสิก เช่น RoboCop และ Terminator แต่อาจไม่รู้ว่าในโลกเราก็มีมนุษย์ไซบอร์กตัวจริงเหมือนกัน หนึ่งในนั้น คือ Neil Harbisson ชายชาวสเปนผู้เติบโตมาพร้อมกับโรค achromatopsia หรือ ที่เราเรียกว่าภาวะตาบอดสีแบบ 100% เขามองเห็นโลกมีเพียงสีขาวดำมาตลอด จนกระทั่งวันที่เทคโนโลยีกับเขาเริ่มกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน กว่าจะมาเป็นไซบอร์ก Neil Harbisson เกิดและเติบโตใน Mataro เมืองชายฝั่งแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในบาเซโลน่า ประเทศสเปน เขามีความสามารถด้านดนตรีตั้งแต่เด็ก หลังจากได้เรียนรู้การเล่นเปียโนที่บ้านเกิด เขาก็สามารถแต่งประพันธ์เพลงของตัวเองได้ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี เมื่ออายุได้ 16 ปี เขาได้เรียนวิจิตรศิลป์ (Fine Art) ในสถาบัน Institut Alexandre Satorras และได้รับอนุญาตให้สร้างสรรค์งานศิลปะแบบไม่ใช้สีได้ ผลงานศิลปะในช่วงแรกของชีวิตเขาเป็นสีขาวดำทั้งหมด แต่ชีวิตของ Harbisson ก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขาอายุ 19 ปี และได้ไปศึกษาเรื่องการประพันธ์เพลงที่ Dartington College
เปิดตัวทีเด็ดออกมาไม่หยุด สำหรับการเดินหน้าเต็มสูบเข้าสู่โลกของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ Mercedes-Benz ก่อนหน้านี้พึ่งจะเซ็ทมาตรฐานความแรงใหม่ให้รถยนต์ 4-door ด้วย Mercedes-AMG GT63 S E Performance 831 แรงม้าจากโรงงาน ล่าสุดได้ตอกย้ำความล้ำหน้าด้วยการเปิดตัว G-Class พลังงานไฟฟ้า ว่าที่เจ้าแห่ง eSUV ที่จะมาถึงในปี 2025 Mercedes-Benz เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล EQ ด้วยการนำ G-Class ที่สุดของ SUV ทรงกล่องสุดคลาสสิค มาอัพเกรดขุมพลังใหม่สุดล้ำให้เป็นไฟฟ้าเต็มระบบในชื่อรหัส “EQG” Concept ซึ่งไม่ใช่แค่ขายฝันหรือเน้นทำข่าว เพราะ all-electric G-Class คันนี้กำลังจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงเร็ว ๆ นี้ ดีไซน์ภายนอกของ EQG ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ G-Class มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ในตระกูล EQ และนั่นก็ถือเป็นเรื่องที่ดี จุดเด่นที่ใช้แยกความแตกต่างคือกระจังหน้าที่มาพร้อมแสงไฟสีฟ้าเรียงตัวด้วย 3D effect สัญลักษณ์ของรถ Mercedes-EQ ทุกรุ่น Mercedes-Benz เลือกใช้สี
ถ้าหากพูดถึงแบรนด์ผู้ผลิตยางระดับโลกอย่าง ‘Continental’ เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อนี้ เพราะไม่ว่าเวลามองไปที่ยานพาหนะอะไรที่มีล้อ เราก็มักจะเห็นยางคอนติเนนทอลติดอยู่ด้วยเสมอ โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบในเรื่องยานยนต์ ยานพาหนะ และอยู่ในแวดวงความเร็วแล้ว Continental ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตยางรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และได้ผ่านการพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยผลงานมากมายทั้งในและนอกสนาม ปัจจุบัน Continental คือหนึ่งในผู้ผลิตยางที่ดีที่สุดในโลก จากการ ‘ได้รับคะแนนการโหวตสูงสุดเป็นจำนวน 454 ครั้ง จากการทดสอบทั้งหมด 575 ครั้ง‘ และยังครองตำแหน่งยางรถยนต์ที่แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เลือกใช้มากที่สุดในโลก ถึงขนาดมีสถิติว่า ‘รถทุก ๆ 3 คัน ในยุโรป จะต้องใช้ยางคอนติเนนทอลอย่างน้อย 1 คัน‘ เป็นยางรถยนต์ที่แบรนด์ชั้นนำจากยุโรปต่างเลือกใช้ ไม่ใช่แค่ในยุโรป ปัจจุบัน Continental กับคนไทยมีความผูกพันมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่วันที่ Continental ได้ตัดสินใจลงหลักปักฐานสร้างโรงงานบนพื้นที่ขนาด 470 ไร่ ที่มีมาตรฐานและเทคโนโลยีระดับโลกเทียบเท่าโรงงานในประเทศเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 2560 และที่พิเศษไปกว่านั้น ในวันที่ 8 ตุลาคมปีนี้ ถือเป็น ‘วันครบรอบปีที่ 150 ของการก่อตั้งบริษัท Continental’ อย่างเป็นทางการ วันนี้
สำหรับ Car Enthusiast ทุกคน แค่เห็นชื่อ Pininfarina ก็สามารถนึกภาพรถดีไซน์ล้ำสวยงามตามออกมาได้ไม่รู้จบ และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่สำนักออกแบบจาก Italy ดีไซน์ Driving Simulator สำหรับนักขับที่อยากซ้อมฝีมือแบบ indoor และแน่นอนว่าดีไซน์สวยล้ำนำโลกเหมือนเดิม Leggenda eClassic Driving Simulator ออกแบบและสร้างขึ้นด้วยวิธี hand-built ทั้งคัน ผลิตในโรงงาน Cambiano, Italy ซึ่งเป็น headquarter ของ Pininfarina จึงการันตีได้เรื่องการควบคุมคุณภาพในระดับสูงสุดเช่นเดียวกับการผลิตรถยนต์ที่ประณีต สร้างขึ้นเพื่อจำลองความตื่นเต้นของอารมณ์การขับขี่ในสนามแข่งด้วยรถยนต์คลาสสิค ความสวยงามของ Leggenda eClassic Driving Simulator นั้นห่างไกลจาก driving sim อื่น ๆ ที่คุณเคยเห็นมาทั้งชีวิต ส่วนบอดี้รถได้แรงบันดาลใจมาจาก Cisitalia 202 รถสปอร์ต two-seat grand tourer ที่ Pinin Farina ออกแบบในปี 40s ซึ่งเป็นรถที่สวยงามจนถูกเก็บรักษาไว้ใน
Cake ค่ายผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจาก Sweden เปิดตัว Makka e-moped ยานพาหนะประเภทจักรยานยนต์เบาที่กึ่งกลางอยู่ระหว่างมอเตอร์ไซค์และจักรยาน ในดีไซน์เท่สุดล้ำแถมยังใช้พลังงานไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การเดินทางใกล้ ๆ ในเมืองใหญ่เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น หลายคนอาจจะรู้จัก Cake ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน motorbike นี่จึงเป็นผลงานชิ้นแรกที่ฉีกกรอบเดิม ๆ ของแบรนด์ไปอย่างสิ้นเชิง โครงสร้างของ Makka ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์โดดเด่น พร้อมคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่คนเมืองต้องการ ตัวรถผลิตจาก aluminum แบบ naked พร้อมหน้าจอ touchscreen display แสดงข้อมูลความจุแบตเตอรี่ ความเร็ว และเลือกโหมดการขับขี่ระหว่าง Extended range และ Balanced Performance มีที่วางเท้าเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านหลังมี cargo rack พื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น กล่องใส่สัมภาระ ที่นั่งผู้โดยสาร หรือแม้แต่ child seat ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ขนย้ายได้ง่ายด้วยน้ำหนักตัวรวมแบตเตอรี่เพียง 59 กิโลกรัม Makka
แม้หนัง James Bond “No Time to Die” ลำดับที่ 25 จะโดนเลื่อนฉายไปนานแสนนาน คาดว่าไม่เกินเดือนหน้าอาจจะได้ดูพร้อมกันทั่วโลก ตอนนี้เราสามารถเสพความดุเดือดผ่าน Land Rover รุ่นพิเศษ “Defender V8 Bond Edition” สีดำสุดดุดันกันไปก่อน บอกเลยว่ามันเป็น edition ที่น่าเก็บสะสมมากจริง ๆ Land Rover Defender V8 Bond Edition รถที่แต่งเป็นพิเศษเพื่อฉลองการปรากฎตัวในภาพยนตร์ James Bond ตลอดระยะเวลา 38 ปี โดยในภาค No Time To Die นี้นอกจาก Defender ยังมี Range Rover Sport SVRs, Range Rover Classic และ Land Rover Series
โลกแห่งความเร็วของรถยนต์สมรรถนะสูงกำลังก้าวไปสู่มาตรฐานอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี High-performance Hybrid ยืนยันด้วยนวัตกรรมชิ้นล่าสุดจาก Mercedes-AMG กับการเปิดตัว 2022 GT63 S E Performance ขุมพลังระดับ 831 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 1400 นิวตันเมตรจากโรงงาน จากเดิมที่เราคาดว่าจะใช้ชื่อรหัส GT73 การเพิ่มตัวอักษร E เข้าไปในชื่อรุ่นนี้ ย่อมหมายถึงการใช้ขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ 4.0-liter twin-turbo V8 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งที่เพลาท้าย เกียร์ AMG Speedshift MCT 9-speed พร้อม multi-clutch ช่วยรีดเค้นสมรรถนะให้กับรถบอดี้ 4 ประตูจนแรงแซง Brabus 800 แบบไม่ต้องจูนอะไรเพิ่ม ทิ้ง 2021 Mercedes-AMG GT Black Series 720 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร อดีต supercar ที่ร้อนแรงที่สุดจาก
งานดีไซน์ที่ดีต้องช่วยส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้นได้ด้วย นี่คือ “UNAwheel maxi” ตัวอย่างสุดยอดงานดีไซน์จาก SupremeMotors บริษัทสัญชาติ Russian ที่ถูกพูดถึงมากจาก iF Design Award 2021 ไอเดียที่ช่วยเปลี่ยนรถเข็นคนพิการให้สามารถเดินทางช่วยเหลือตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเปลี่ยนให้เป็นยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าด้วย design concept ที่เรียบง่ายและใช้ได้กับรถเข็นที่มีอยู่ทั่วไป ไอเดียของ UNAwheel maxi คือการออกแบบส่วนขับเคลื่อนด้านหน้า เป็นส่วน add-on ที่เชื่อมต่อกับรถเข็นคนพิการได้ทุกรูปแบบ ส่วน Hardware ประกอบไปด้วยแฮนด์สำหรับบังคับทิศทาง สามารถปรับระดับได้ตามรูปร่างของผู้ใช้งาน และส่วนขับเคลื่อนที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ดึงพลังงานจาก built-in battery สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความเร็วสูงสุด 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้งานได้ระยะทาง 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง วัสดุผลิตจากการผสมผสานเหล็กและพลาสติก รวมน้ำหนักเพียง 12 กิโลกรัม ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีการตัดแต่งที่ทันสมัย บริเวณแฮนด์ผลิตจากยาง บอดี้ด้านหลังผลิตจากพลาสติกที่ปราศจากส่วนคมและดูดซับแรงกระแทกได้ดีในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สามารถประกอบและถอดแยกออกจากรถเข็นได้อย่างง่ายดายภายใน 30 วินาที UNAwheel maxi มีหลากหลายดีไซน์ ซึ่งเวอร์ชันที่เราเห็นเป็นไอเดียการออกแบบล่าสุดของ SupremeMotors และไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ไหน


