ในที่สุด 2023 Nissan Z ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากยลโฉมความหล่อผ่าน Concept car มานานนับปี ข่าวดีคือจุดเด่นที่เราเคยเห็นยังอยู่ครบ ความ modern retro ในตัวถัง Sports coupe’ พร้อมขุมพลัง 400 แรงม้าจากเครื่องยนต์ twin-turbocharged 3.0-liter V6 และราคาที่คาดว่าจะตั้งไว้ราว ๆ $40,000 หรือ 1.3 ล้านบาท ซึ่งถ้ามาเมืองไทย ราคาน่าจะอยู่ใกล้ ๆ กับ Toyota Supra 2023 Nissan Z รถสปอร์ตคูเป้ตระกูล Z ใน generation ที่ 7 ต่อจาก 370Z ที่ทำตลาดตั้งแต่ปี 2008 ผ่านมาแล้ว 14 ปี ในที่สุดก็ถึงเวลาเปิดตัวโมเดลใหม่ด้วยดีไซน์ที่เหมือนกับใน Z Proto
ว่ากันว่าในวงการ Porsche restomods มีอยู่ 2 ค่ายหลักที่ผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ หนึ่งคือ Singer Vehicle Design รันวงการด้วย Porsche 964 ที่เน้นการฟื้นสภาพ พร้อมเพิ่มออพชั่นทันสมัยโดยยังคงดีไซน์ให้ดูคล้ายของเดิมเพื่อความคลาสสิค อีกค่ายคือ Gunther Werks ผู้เชี่ยวชาญ Porsche 993 เน้นไปทางการปั้นและปรับดีไซน์ใหม่ให้แตกต่างจากของเดิม มักจะดัดแปลงเพิ่มรายละเอียดที่ดูล้ำยุคจากการใช้ carbon fiber ในชิ้นส่วนต่าง ๆ ทั่วทั้งคัน มีผลงานชื่อดังแบบ Limited Edition ถูกสร้างออกมามากมาย และก็ขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วทุกครั้ง แม้จะต้องรอคิวกันนานเป็นปี ๆ ก็ตาม ผลงานล่าสุดของ Gunther Werks กับการสร้าง “Porsche 993 Speedster” ที่ตีความและออกแบบจากพื้นฐานของ Porsche 993 donor car ให้เกิดใหม่อย่างสวยงาม ภายนอกเลือกใช้สีเขียว Peninsula Cypan สะท้อนความคลาสสิค
หลายคนเห็นตรงกันว่าแถบไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการใช้งาน Touch Bar มากนัก และหลายคนก็อยากจะให้ MacBook Pro รองรับการใช้งาน Apple Pencil เป็นที่มาของ concept ที่พัฒนาจากข่าวลือว่า Apple จะทิ้ง Touch Bar แล้วใส่ Apple Pencil case เข้ามาแทนที่ ซึ่งถ้าเป็นจริง ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีและมีเหตุผลในการเปลี่ยนเครื่องใหม่มากขึ้น Concept ที่ว่านี้ไม่ใช่การนั่งเทียนเขียนออกมา แต่อ้างอิงจาก US Patent & Trademark Office ที่พูดถึงสิทธิบัตรชิ้นใหม่ของ Apple ระบุว่านวัตกรรมใหม่ของ MacBook Pro มีการเพิ่มช่องใส่ Apple Pencil แบบ built-in ในตัวเครื่อง สามารถใช้แทน mouse เพื่อขยับ cursor และคลิกใช้งานได้ โดยจะมาแทนที่ตำแหน่งบนสุดของ keyboard และจะยังคงมี F-Key รวมอยู่ในช่องใส่ Apple Pencil
ลงทุนในรถถูกคัน กำไรเป็นกอบเป็นกำยิ่งกว่าทอง เรามาตอกย้ำความน่าลงทุนในรถยนต์หายากด้วยสถิติสูงสุดในปีนี้ของ 1995 McLaren F1 Chassis 029 ที่สภาพระดับนางฟ้ายังต้องยกมือไหว้ เพราะใหม่สุด ๆ ด้วยเลขไมล์เพียง 390 กิโลเมตรบนหน้าปัด กับราคาที่ประมูลแข่งกันอย่างดุเดือดจนไปจบที่ $20 million USD หรือราว 683 ล้านบาท มีหลายปัจจัยที่จะทำให้การลงทุนในรถยนต์ได้กำไรสูงสุด หลัก ๆ คือเป็นรถหายากที่มีตำนานเป็นที่ต้องการของนักสะสม ซึ่ง McLaren F1 จากนักสะสมชาวญี่ปุ่นคันนี้คือ Road-legal version ของรถแข่งในอดีต มีจำนวนผลิตทั้งหมดเพียงแค่ 106 คันในโลก โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็น 5 prototypes (XP1 – 5), เป็น road versions เพียง 64 คัน, เป็นรถแข่ง GTR racecars 28 คัน ที่เหลือคือ LM version,
เป็นสัปดาห์ที่เดือดจัดปลัดบอกในวงการรถยนต์ที่หลายค่ายต่างปลุกตำนานของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง และข่าวดีที่เบียดสูสีกับ Lamborghini Countach LPI 800-4 ก็คือข่าวการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Honda (Acura ในตลาดต่างประเทศ) จะนำ Integra กลับมาอีกครั้งในปี 2023 และมีข้อมูลอะไรบ้าง เราจะสรุปให้ฟัง ข่าวการกลับมาของ all-new Integra รถยนต์ตัวถัง 2 ประตูคูเป้จาก Honda ถูกยืนยันและประกาศภายในงานเปิดตัว Honda NSX Type S โดยมีการเปิดเผยรายละเอียดเพียงเล็กน้อยจาก Jon Ikeda, Vice President, ที่พอจะทำให้เห็นแนวทางการ setting รถให้คงความสนุกและ engaging ในการขับขี่ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Integra ทุกรุ่นที่ผ่านมา ภายในงานมีการใช้ drone บินเรียงโชว์ side profile ให้เราอุ่นใจในการเป็นรถ 2-door sports coupe หักล้างข่าวลือก่อนหน้านี้ที่สะพัดว่า Integra ใหม่จะมาในตัวถัง sedan 4 ประตู
ชั่วโมงนี้ทั้งโลกต่างให้ความสนใจกับภาพหลุดการเกิดใหม่ของ Lamborghini Countach ไม่กี่วันก่อนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และตอนนี้เราก็มีข้อมูลรายละเอียดที่น่าสนใจของ Reborn Iconic Supercar คันนี้แบบครบ ๆ มาสรุปให้ฟัง Lamborghini Countach คือ Iconic Supercar ในช่วง 1974-1990 ชื่อโมเดลที่มาจากภาษา Piedmontese ทางตอนเหนือของ Italy อ่านว่า ‘coon-tahshe—is’ แปลเป็นไทยง่าย ๆ ได้ว่า “เหยด!” หรือคำอุทานที่บ่งบอกว่า “สิ่งนี้โคตรเท่” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ฉูดฉาด เส้นสาย ช่องดักอากาศ NACA Duct บริเวณข้างประตูสำหรับระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ V12 ที่วางอยู่ด้านหลัง Lamborghini Countach LPI 800-4 การเกิดใหม่ของ Supercar ระดับ Icon ที่ยังคงได้รับความนิยมตั้งแต่ยุค 80s ถึงปัจจุบัน เรียกว่ายิ่งเก่ายิ่งเก๋า มูลค่าปัจจุบันไม่มีต่ำกว่า 10 ล้านบาท ดูจากมิติและเส้นสายภายนอกจะรู้สึกเหมือน Lamborghini
ที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่ Spot หุ่นยนต์ทรงสุนัขจาก Boston Dynamics แต่เป็นผลงาน made in China ของ Xiaomi กับการกระโดดสู่วงการ Robotic companion ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า CyberDog เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีอะไรในโลกที่ Xiaomi ทำไม่ได้ แม้จะไม่ใช่คนแรกที่คิดค้น แต่น่าจะเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดัน Robot ให้ไปเข้าถึงผู้คนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น CyberDog ของ Xiaomi ถูกออกแบบให้รองรับการพัฒนาต่อยอดด้วย open-source platform สามารถเขียนคำสั่งใหม่ ๆ สอนให้ CyberDog เรียนรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด รอบตัวมีการติดตั้ง sensors ถึง 11 จุดในตำแหน่งสำคัญเพื่อการตอบสนองที่ละเอียดอ่อน ภายในขับเคลื่อนด้วย servo motors ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคงและรวดเร็ว สมอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Xiaomi CyberDog ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA AI supercomputer สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลรอบตัวมันได้อย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาทีแบบ real-time พร้อมการรวมเทคโนโลยีจับภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วยความคมชัดทำหน้าที่เหมือนลูกตามนุษย์ ซึ่งจะช่วยให้
ยานพาหนะรูปทรงคุ้นตาที่พวกเราเคยเห็นในการ์ตูนและภาพยนตร์ Sci-Fi หลายเรื่อง ถูกนำมาดีไซน์ให้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว นี่คือ “Honda BAIKU” concept ใหม่ของการเดินทางแห่งโลกอนาคต Honda BAIKU ยานพาหนะแบบ One-wheeled พลังงานไฟฟ้า ออกแบบโดย Nacho Alfonso ได้แรงบันดาลใจมาจากความนิยม Scooter ไฟฟ้าและ Monowheel ของคนเมืองที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ถูกพัฒนาให้สามารถเดินทางได้อย่างจริงจังและปลอดภัยมากขึ้นด้วยรูปแบบของ Self-balancing electric scooter ควบคุมด้วยการนั่งบนตัวถังที่สร้างบนล้อขนาดเท่ารถมอเตอร์ไซค์ มีแฮนด์ควบคุม พักเท้าช่วยบังคับทิศทางเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน การเคลื่อนที่ทำได้อย่างง่ายดายด้วยเทคโนโลยี Gyroscope เซนเซอร์ตรวจจับการองศาการเคลื่อนไหวของตัวรถ ทำงานคู่กับ Accelerometers sensors สำหรับเร่งหรือลดความเร็วตามการเอียงของทิศทางนั้น สามารถทรงตัวปรับบาลานซ์ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ล้ม เบาะนั่งสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งานเพื่อความกะทัดรัด Honda BAIKU มีรูปทรงเป็นกล่อง ด้านหน้ามีไฟ LED daytime running light ทรงสี่เหลี่ยมเพื่อส่องสว่างในเวลากลางคืน ส่วนด้านหลังมีแผงจอแสดงผล digital พาดยาวถึงด้านบน สำหรับดูค่าความเร็ว อุณหภูมิ แผนที่ และมีช่องสำหรับ connect
แค่พูดคำว่า Honda NSX ในบ้านเรา ในหัวจะรู้สึกถึงจำนวนเงินหลายล้านบาทบวกกับความหายากสุดแรร์โผล่ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ สำหรับคนทั่วไปอาจจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม แต่สำหรับคนที่หัวใจเต็มไปด้วย JDM จากยุค 90s มันคือแพชชั่นที่ประมวลเป็นตัวเงินไม่ได้ ซึ่งไม่ว่าสำหรับคนกลุ่มไหน Honda NSX ก็ถือเป็นรถทรงคุณค่าที่มักจะจอดอยู่ใต้ผ้าคลุมมากกว่าเอาออกมาขับบนท้องถนน แต่ไม่ใช่สำหรับ Chris Cut ชายผู้บ้าคลั่ง Honda NSX อย่างหนักจนหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตสาย Camping โดยการนำ Supercar ค่าย Honda มาดัดแปลงเป็น Targa Top Cross Country และติดตั้ง Tent เข้าไปบนหลังคามาแล้วในปีก่อน ใจมันรัก ก็ต้องไปให้สุด ต้องยอมรับว่าการใช้ Honda NSX ติด Tent เอาไปลุยป่า ย่อมมีปัญหาเรื่องพื้นที่ใช้สอยอันน้อยนิด ทางออกของ Chris Cut คือ เพิ่มรถพ่วง Trailer เข้าไปอีกคัน และมันก็จะเป็นรถรุ่นอื่นไปไม่ได้นอกเสียจาก Honda NSX ที่ผ่านการตัดเหลือแค่ส่วนหลังและดัดแปลงเป็น
หลายคนอาจจะงงที่เห็นชื่อ Italdesign สำนักดีไซน์ Supercar มาสร้างสรรค์ผลงานมอเตอร์ไซค์พลังไฟฟ้าให้ Ducati แต่นี่คือความฝันของผู้ก่อตั้งอย่าง Giorgetto Giugiaro ชายที่หลงใหลในดีไซน์คลาสสิคของเรือธง 1974 Ducati 860 GT ที่ตัวเองเคยออกแบบไว้ในอดีต 1974 Ducati 860 GT เป็นรถสไตล์ tourer เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับขี่ทางไกล ตัวรถดีไซน์ให้มีความเหลี่ยม “Square” แบบ Naked โชว์เครื่องยนต์ air-cooled 90° V-twin 864 cc SOHC 4 จังหวะ ไฟหน้าทรงกลม เบาะ duck-tail seat แม้ผู้คนในยุคนั้นจะมองว่ามันไม่ค่อยสวยจนยอดขายตกฮวบ ต้องรีบปรับดีไซน์ใหม่ในเวลาแค่ 2 ปี แต่มันกลับแสดงให้เห็นดีไซน์ที่คลาสสิคเมื่อกาลเวลาผ่านไป และแม้ว่า Ducati จะไม่ได้มีแผนจะสร้างมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกมาเร็ว ๆ นี้ แต่หลังจากเห็นผลงานการตีความดีไซน์ใหม่โดย Italdesign บางที Ducati ควรจะคิดสร้างมันขึ้นมาจริง


